เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
The Articles from Office Manไอตี๋นักอ่าน
เบื่องานจนคิดได้!
  • ด้วยการทำงานสมัยนี้ซึ่งหลักๆก็เป็นงานออฟฟิศนั่งหน้าคอมพิวเตอร์พิมพ์งาน ทำไฟล์ รับโทรศัพท์ ตามที่เจ้านายสั่งไม่เพียงแค่งานจากนายจ้างยังมีงานที่ต้องทำร่วมกับฝ่ายอื่นอีกมากมายในบริษัทเพื่อให้โปรเจคและการดำเนินงานเป็นไปด้วยความราบลื่น

     

    เมื่อสังเกตุให้มากขึ้นจะเห็นว่าไม่มีงานอะไรที่พวกเราทำคนเดียวได้เพราะเราไม่ได้รู้และทำเป็นทุกอย่างไม่งั้นจะมีสำนักงานและบริษัทให้พนักงานมาทำงานร่วมกันทำไมนอกจากนี้บริษัทเดียวก็ไม่ได้ทำทุกอย่างได้เช่นกันจึงทำให้มีบริษัทเกิดขึ้นมากมายเพื่อสนับสนุนซึ่งกันและกัน

     

    หมายความว่าบริษัทนึงก็ถนัดงานด้านนึงและพนักงานก็ควรที่จะถนัดงานของบริษัทนั้นๆ ด้วย ถ้าเปรียบบริษัทเป็นมนุษย์คนนึงก็จะเห็นว่าภายในร่างกายของมนุษย์มีองค์ประกอบมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สมอง หัวใจ เลือด เส้นเลือดฯลฯ ทำงานสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างเป็นระบบ เช่นกัน บริษัทก็มีแผนกหรือฝ่ายต่าง ๆอาทิ การตลาด การจัดการ การเงิน ไอที ฝ่ายผลิตภัณฑ์ และ ฝ่ายวิเคราะห์ เป็นต้นยิ่งไปกว่านั้นต่างฝ่ายต่างก็ทำงานที่ตัวเองชำนาญซึ่งภายในฝ่ายก็ประกอบไปด้วยผู้จัดการฝ่าย ผู้ช่วยผู้จัดการ และ เจ้าหน้าที่ ต่างคนก็ทำงานที่ตนเองถนัดซึ่งเป็นงานที่แตกย่อยออกมาของงานฝ่ายสุดท้ายเมื่องานของทุกคนสนับสนุนซึ่งกันและกันก็จะทำให้งานเสร็จได้ด้วยดี

     

    แล้วความถนัดในงานมันเกิดขึ้นได้ยังไง? คำว่า ถนัด” หรือ ชำนาญ หมายความว่า การทำได้คล่องแคล่วและทำได้ดีการจะทำบางสิ่งบางอย่างให้ได้ดีนั้นเกิดจากการฝึกฝนหรือทำบ่อย ๆ อย่างในการทำงานตอนเริ่มงานใหม่ ๆ จะทำอะไรไม่เป็นต้องคอยมีรุ่นพี่ และ หัวหน้ามาสอนงานให้เราจนเราทำเป็นหลังจากนั้นเราก็เริ่มทำเองตอนแรก ๆ จะมีติดขัด ผิดบ้าง ถูกบ้าง ผ่านไปเรื่อย ๆเราได้ทำมันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนเราชำนาญงานพอเราชำนาญงานมากเข้าเราก็ทำด้วยความเป็นธรรมชาติไม่ต้องคิดหรือไตร่ตรองมากมายเหมือนตอนแรกซึ่งงานที่เราต้องรับผิดชอบนั้นมีไม่มาก ก็เหมือนกับพนักงานในโรงงานที่ทำงานตามแผนการผลิตที่วางไว้ตามแต่ละคนต้องรับผิดชอบแค่ทุกวันนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไปจนกลายเป็นงานออฟฟิศแต่งตัวดีขึ้นได้นั่งทำงานในห้องแอร์ จิบกาแฟ ถ้าลองมองดี ๆ พนักงานออฟฟิศก็ทำงานตามแผนการผลิตเหมือนกันแค่ใช้ร่างกายน้อยลงและใช้ทักษะมากขึ้นเช่น ตอนเช้าติดตามข่าวสารและรับโทรศัพท์จากลูกค้า ตอนสายถึงเย็น วิเคราะห์ตลาด จัดเอกสารสำคัญดูออเด้อร์สินค้า จัดการไฟล์ ฯลฯ ตามแต่ละคนต้องรับผิดชอบ จะเห็นว่าเรานั้นทำงานที่แตกย่อยจากงานใหญ่ที่ค่อนข้างเหมือนเดิมทุกวันจึงทำให้เราเกิดความเบื่อหน่ายได้นั่นเอง

  • แต่ทำไมนายจ้าง หรือผู้บริหารเรา ดูไม่เบื่อเลยทั้ง ๆ ที่เขาก็ทำงานของเขาทุกวันเหมือนกัน?!


    ถ้าลองพิจารณาโดยการดูผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จอย่างเช่น สตีฟ จ็อบส์ หรือ บิล เกตส์ ก็จะเห็นว่าพวกเขานั้นรักงานของตัวเองถามว่าทำไมเขาถึงรักงานของตัวเอง? เพราะงานที่เขาทำนั้นสร้างประโยชน์ ความสุขและ ช่วยเหลือคนได้จำนวนมากนั่นเอง เพราะฉะนั้นงานที่เรารัก คือ งานที่จะเป็นประโยชน์และทำให้ผู้อื่นมีความสุขมากขึ้น


        ด้วยเหตุนี้ที่เราเบื่องานไม่ใช่เพราะมันซ้ำซากหรือจำเจแต่เราทำงานไปโดยไม่รู้ว่ามันให้ประโยชน์และความสุขแก่ใครเราจึงไม่เกิดความรักในงานในทางกลับกันถ้าเรารู้ว่างานที่ทำนั้นมันให้ประโยชน์และความสุขแก่ผู้อื่นได้เราก็จะพัฒนามันให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์มากขึ้นและสุดท้ายสิ่งที่เราได้รับกลับมานั้นก็คือ ความสุขนั่นเอง

     

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in