#ohayoxfictoberohayogozaimasx
Day 6 : Husky
  • #ohayoxfictober
    D-6 : Husky
    Pairing : Kim Dongyun x Hwang Yunseong





    "คอแห้งชะมัด..."


    คิมดงยุนที่นั่งอยู่หน้าร้านขายของชำแถวบ้านเงยหน้าขึ้นมองพระอาทิตย์ในช่วงกลางเดือนสิงหาคมแล้วบ่นอุบอิบออกมาเพียงลำพังแต่ไม่นานนักก็มีคนเอาขวดน้ำอัดลมที่เพิ่งเอาออกมาจากตู้แช่เย็นในร้านมาวางไว้ข้าง ๆ เขา


    ไม่สิ มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้


    คิมดงยุนจ้องเขม็งไปยังอีกฝ่ายอย่างไม่วางตาแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาทำเพียงดื่มเครื่องดื่มในมือตัวเองเงียบ ๆ แล้วนั่งลงข้าง ๆ


    "เดี๋ยวนะ? นี่คุณเห็น..."


    "อ้าว นี่นาย..."


    ฮวังยุนซองยกมือขึ้นตีหน้าผากตัวเองเบา ๆ ถึงจะอยู่กับอะไรแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วแต่เขาก็ยังคงแยกไม่ออกว่าอันไหนที่เป็นคนและอันไหนที่ไม่ใช่


    เหตุผลที่เขาซื้อน้ำให้อีกฝ่ายก็เพราะตอนเดินเข้าร้านได้ยินเสียงแหบ ๆ ของคนที่นั่งอยู่หน้าร้านบ่นขึ้นมาว่าคอแห้งเท่านั้นเอง เลยคิดว่าอาจจะลืมกระเป๋าเงิน อีกฝ่ายก็ดูเด็กซะด้วยสิ แค่น้ำอัดลมขวดเดียวคงไม่เป็นไร


    ใครจะไปคิดว่าอีกฝ่ายเป็นวิญญาณกันล่ะ


    "ก็รู้สึกขอบคุณอยู่หรอกที่ซื้อมาให้แต่ผมก็ดื่มไม่ได้อยู่ดี ขอรับไว้แค่ความรู้สึกก็แล้วกันนะ"


    "นายตายที่นี่เหรอ?"


    "ไม่รู้เหมือนกัน จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตายได้ยังไง"


    เท่าที่ฟังมันก็ดูเป็นเรื่องเศร้า แต่คิมดงยุนก็ไม่เข้าใจนิดหน่อยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงหัวเราะออกมา ถึงจะเบา ๆ ก็เถอะแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าหัวเราะเลยสักนิด


    "ขอโทษที อย่าเข้าใจฉันผิดไปนะ คือหน้านายกับเสียงนายมันไม่เข้ากันน่ะ"


    "เรื่องแบบนั้นน่ะต้องได้ยินไปตั้งแต่อยู่จนกลายเป็นวิญญาณเลยเหรอ"


    เป็นเรื่องที่คิมดงยุนได้ยินมาจนเบื่อแล้ว เรื่องที่เสียงห้าว ๆ ของเขาไม่เข้ากับใบหน้าน่ะ แต่คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ยังคงขำออกมาไม่หยุด


    "แล้วทำไมยังไม่ไปเกิดสักทีล่ะ"


    "อาจจะยังรู้สึกว่าใช้ชีวิตไม่คุ้มมั้ง"


    "มีอะไรที่อยากทำอีกเหรอ?"


    "ก็อยากแอบเข้าไปเล่นในเกมเซ็นเตอร์ตอนไม่มีคน อยากปั่นจักรยานลงทะเล"


    ก็เป็นเรื่องไร้สาระที่คิมดงยุนได้แต่จินตนาการในหัวตอนมีชีวิตอยู่ อีกฝ่ายที่นั่งฟังแอบหัวเราะออกมาราวกับคิมดงยุนไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้น


    "เอาล่ะ ตัดสินใจแล้ว ฉันจะช่วยนายเอง"


    คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ วางขวดน้ำอัดลมที่ตอนนี้ว่างเปล่าลงแล้วลุกขึ้นมาชี้ไปที่หน้าของคิมดงยุน ถ้าหากตอนนี้มีใครเดินผ่านมาคงมองว่าเขาเป็นบ้าที่ชี้เก้าอี้ที่ว่างเปล่าอย่างแน่นอน


    "ไว้วันพรุ่งนี้เจอกันที่นี่ตอนเย็นนะแต่นายก็คงไม่ได้กลับบ้านอยู่แล้วนี่เนอะ"


    "ไม่ใช่นายสักหน่อย คิมดงยุนต่างหาก"


    "งั้นไว้เจอกันวันพรุ่งนี้นะ คิม ดง ยุน"


    อีกฝ่ายยิ้มร่าออกมาแล้วพูดชื่อเขาออกมาทีละพยางค์ราวกับจงใจกวนแต่รอยยิ้มนั่นดันดูน่ารักขึ้นมาในสายตาของคิมดงยุนนิดหน่อย


    สงสัยเพราะไม่ได้เห็นใครยิ้มให้มานานแล้วล่ะมั้ง


    เป็นวันพรุ่งนี้ที่ยาวนานเหลือเกินหรือเพราะคิมดงยุนตั้งตารออยู่กันแน่นะ พอพระอาทิตย์ใกล้ตกร่างของคนที่ให้คำสัญญากันไว้เมื่อวานก็รีบวิ่งมาที่หน้าร้านทันที 


    "ขอโทษที พอดีทำกิจกรรมชมรมน่ะ"


    "ไม่เป็นไร ผมเข้าใจ"


    ยังไงซะเขาก็มีเวลาให้อีกฝ่ายทั้งชีวิตอยู่แล้วแต่ถึงจะพูดว่าทั้งชีวิตแต่ตอนนี้ก็ไม่มีชีวิตแล้วนี่นา


    คนที่อาสามาจะช่วยเหลือเขาที่ไม่ยอมบอกแม้กระทั่งชื่อของตัวเองเดินเข้าไปในร้านแล้วกลับออกมาพร้อมน้ำสองขวดเหมือนเมื่อวาน เขาเอามันวางข้าง ๆ ให้คิมดงยุนเหมือนเคย


    "ก็บอกแล้วไงว่าดื่มไม่ได้"


    "ก็ซื้อดื่มคนเดียวมันรู้สึกแปลก ๆ นี่นา"


    พิลึกคนชะมัดแต่การที่เอามาวางข้าง ๆ แล้วอีกฝ่ายดื่มไม่ได้นี่มันไม่ได้ประหลาดกว่าเหรอ 


    "เอาล่ะ ไปกันเถอะ เกมเซ็นเตอร์ใกล้ ๆ นี่น่าจะใกล้ปิดแล้ว"


    เขาพูดขึ้นมาพร้อมชูกุญแจในมือ นี่เขาขโมยกุญแจของเกมเซ็นเตอร์มาเหรอ? 


    "อย่าเข้าใจฉันผิดไปล่ะ ฉันเป็นหลานของเจ้าของต่างหาก ไม่ได้ขโมยกุญแจมาสักหน่อย"


    นอกจากจะเห็นผีแล้วยังอ่านใจได้ด้วยเหรอ น่ากลัวเกินไปแล้ว


    เกมเซ็นเตอร์ตอนเริ่มมืดแล้วน่ากลัวกว่าที่คิดแต่วิญญาณแบบคิมดงยุนพูดเองออกมาแบบนี้อาจจะดูประหลาดไปหน่อย 


    "อยากเล่นอะไรล่ะ?"


    "คีบตุ๊กตา"


    ถึงจะจำไม่ได้ว่าตัวเองตายได้ยังไงแต่คิมดงยุนก็จำได้ว่าเขาเล่นเกมนี้เก่งมากแต่สภาพเขาในตอนนี้ก็จับเครื่องไม่ได้อยู่ดี ฮวังยุนซองเลยอาสาเล่นแทนให้โดยมีเขาคอยคุมอยู่จากด้านหลัง


    "ฉันเล่นไม่เก่งนะบอกไว้ก่อน"


    ฮวังยุนซองหยอดเหรียญลงไปแล้วขยับเครนไปทางที่ตุ๊กตากองรวมกันอยู่ 


    "เอาตัวใกล้ ๆ ดิพี่ เดี๋ยวมันก็หล่นกลางทางหรอก"


    "ก็บอกแล้วไงว่าไม่เก่ง"


    "เนี่ย เอียงแล้ว"


    "มาเล่นเองเลยไหม?"


    น้ำเสียงไม่พอใจของคนที่จดจ่ออยู่กับตู้คีบตุ๊กตาพูดขึ้นมาเบา ๆ คิมดงยุนเอื้อมมือไปจับมือของเขาไว้ ถึงจะจับไม่ได้ก็เถอะ


    "เลื่อนไปแบบนี้ก่อนไง หยอดเหรียญตาหน้าก็เอาตัวนี้แล้วก็ไปทางขวาก่อน"


    เสียงห้าว ๆ ที่ขัดกับใบหน้าของคิมดงยุนพูดสอนอยู่ข้างหลังฮวังยุนซองราวกับกระซิบอยู่ข้างหู นั่นทำเอาฮวังยุนซองรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมานิดหน่อย


    มือที่ไม่แม้แต่จะสัมผัสกันได้แท้ ๆ แต่ทำไมตัวเขาดันรู้สึกใจเต้นเหมือนโดนจับตัวจริง ๆ ขึ้นมา


    ฮวังยุนซองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน


    แต่หลังจากนั้นพอเขาทำตามที่คิมดงยุนแนะนำก็คีบตุ๊กตาในตู้ออกได้สำเร็จ ฮวังยุนซองกับคิมดงยุนหันไปแปะมือกันด้วยความดีใจแต่ก็เหมือนแปะมือกับอากาศอยู่ดีเพราะมันทะลุไปอีกฝั่งเลย


    ขอรับไว้แค่ความรู้สึกก็แล้วกัน


    หลังจากนั้นพวกเขาก็เล่นเครื่องเล่นในเกมเซ็นเตอร์ด้วยกันอีกหลายอย่าง ถึงจะเรียกได้ว่าฮวังยุนซองเล่นอยู่คนเดียวก็เถอะแต่คิมดงยุนก็สนุกไปกับมันอยู่ดี


    "เหนื่อยชะมัด"


    ฮวังยุนซองพูดออกมาหลังจากดื่มน้ำอัดลมในมือ


    "ชอบดื่มจังเลยนะ รามุเนะเนี่ย"


    "ก็มันมีขายแค่ช่วงหน้าร้อนนี่นา เอาไปสิ"


    เขายื่นอีกขวดให้คิมดงยุน ถึงจะพูดไปหลายต่อหลายครั้งดื่มไม่ได้แต่ฮวังยุนซองก็ชอบซื้อมาเผื่ออยู่ดี สุดท้ายก็เป็นเจ้าตัวเองที่ดื่มเองทั้งสองขวด


    บางทีคิมดงยุนก็คิดว่าฮวังยุนซองเอาเขาเป็นข้ออ้าง


    "อีกข้อนึงของนายคืออะไรนะ ปั่นจักรยานลงทะเลเหรอ?"


    "อืม แต่มันไร้สาระ ไม่ต้องทำก็ได้"


    "ไม่ทำได้ไง เดี๋ยวนายก็ไม่ได้ไปเกิดหรอก แต่เอาไว้อาทิตย์หน้านะ ขอไปหาจักรยานก่อน"


    ฮวังยุนซองพูดพลางยิ้มร่าราวกับกำลังรู้สึกสนุก บางทีคิมดงยุนก็เริ่มสงสัยว่ากิจกรรมในชมรมของเขามันไม่เยอะพอที่ทำให้เขาว่างมาช่วยวิญญาณเร่ร่อนแบบนี้ไปทั่วเหรอ


    แต่คิมดงยุนก็รู้สึกสนุกดีเหมือนกัน


    ในช่วงหนึ่งอาทิตย์นั้นฮวังยุนซองก็แวะมาเจอเขาที่หน้าร้านขายของชำตลอด คิมดงยุนก็นั่งอยู่ที่เดิมราวกับเฝ้ารอ ความจริงก็ไม่ได้รออะไรหรอกแต่เขาก็ไม่รู้จะไปไหน


    ไม่ได้รอจริง ๆ นะ


    พอถึงวันที่นัดกันไว้ฮวังยุนซองก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับจักรยานคันนึงที่ดูเก่า ๆ ที่เขาขี่มา เห็นว่าเป็นของคุณป้าข้างบ้านที่เขากำลังจะเอาไปทิ้งพอดี


    สภาพมันดูเหมือนพร้อมจะแยกออกจากกันได้ตลอดเวลา


    "ไปกันเลยไหม?"


    คิมดงยุนพยักหน้าแล้วขึ้นซ้อนท้ายจักรยานเก่า ๆ คันนั้นทันที ถ้าเป็นตอนปกติแล้วต้องนั่งอะไรแบบนี้เขาคงรู้สึกกลัวตายขึ้นมานิดหน่อย โชคดีที่ตายแล้วจริง ๆ แถมถ้าตายอีกรอบยังตายกับคนที่ไม่แม้แต่จะบอกชื่อตัวเองอีก


    ฮวังยุนซองปั่นจักรยานขึ้นทางลาดจนมาถึงด้านบนสุด ข้างหน้าพวกเขาสองคนเป็นทะเล


    อย่าบอกนะว่า


    "เดี๋ยวนะ อย่าบอกนะว่า..."


    "ใช่ เราจะปั่นจักรยานลงเนินนี้แล้วพุ่งลงไปยังไงล่ะ!"


    คนที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับหันมามองวิญญาณที่นั่งอยู่ด้านหลังตนเองด้วยดวงตาที่เป็นประกาย 


    ขนาดคิมดงยุนที่เป็นวิญญาณยังรู้สึกกลัวตายขึ้นมานิดหน่อย คนตรงหน้าเขาต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ ๆ


    "เดี๋ยว ขอเวลาทำใจก่อน"


    "ทำใจอะไรล่ะ นายตายไปแล้วนะ ฉันสิที่ต้องทำใจ"


    แต่ความรู้สึกกลัวมันก็ไม่ได้หายไปสักหน่อย เขาขอคนตรงหน้าทำใจอยู่เป็นสิบนาที ระหว่างนั้นก็ชวนคุยเรื่อยเปื่อยเลยทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ชมรมการแสดง ทำไมไม่แปลกใจกันนะ เพราะใบหน้าที่ดูดีและการแสดงออกที่ชวนน่ามองของเขาล่ะมั้ง


    ถ้าคิมดงยุนยังมีชีวิตอยู่มีหวังเขาคงเป็นแฟนตัวยงของอีกฝ่ายแหง ๆ


    "โอเค พะ...พร้อมแล้ว"


    ก็ยังกลัวอยู่ดี


    "ถ้างั้นเดี๋ยวฉันนับถอยหลังนะ"


    เสียงหวาน ๆ นั่นที่ค่อย ๆ นับถอยหลังทำเอาคิมดงยุนรู้สึกใจสั่นขึ้นมากับเสียงของอีกฝ่ายเป็นพิเศษ ปกติถึงจะไม่เคยพูดออกไปแต่เสียงของอีกฝ่ายเวลาพูดนั่นพูดนี่ฟังดูน่ารักในสายตาของคิมดงยุน


    แต่ความรู้สึกใจเต้นในครั้งนี้มันต่างออกไป


    ใช่ มันอาจจะไม่ใช่ความรักอะไรหรอกแต่เป็นความกลัวต่างหาก


    ทันทีที่เสียงนั่นนับถึง 1 คิมดงยุนก็ตะโกนออกอย่างสุดเสียงทันที อีกฝ่ายก็ตะโกนออกมาเช่นกันแต่ฟังดูไม่ใช่เสียงตะโกนที่เกิดขึ้นจากความกลัวแต่เป็นความสนุกต่างหาก


    ช่วงเวลาที่ลงเนินไปมีแว้บนึงในจิตใจของคิมดงยุนที่คิดขึ้นมาว่าเขามันบ้าที่อยากปั่นจักรยานลงทะเล


    ทันทีที่จักรยานเก่า ๆ พุ่งลงทะเลอย่างแรง ล้อของมันก็หลุดออกมา ร่างของอีกคนจมลงไปในทะเลแต่เขายังไม่ได้หมดสติอะไร แถมยังโผล่พ้นน้ำขึ้นมาแล้วหันมายิ้มให้อีก


    คน ๆ นี้สมองกลับไปแล้วแน่ ๆ


    "รู้สึกว่าเหมือนฉันจะแขนหักซะแล้วล่ะ"


    ฮวังยุนซองหัวเราะออกมาให้กับสภาพที่ดูไม่ได้ของตนเอง คิมดงยุนที่เห็นอีกฝ่ายยิ้มออกมาแบบนั้นก็หัวเราะออกมาสุดเสียง


    "นายนี่ถึงเวลาพูดจะเสียงห้าวขนาดนั้นแต่เวลาหัวเราะดันเสียงสูงซะงั้น"


    "มีปัญหาอะไรล่ะ"


    อีกฝ่ายเล่นจ้องมาทางคิมดงยุนเขม็งซะจนเขาหยุดหัวเราะเพราะรู้สึกประหม่าดวงตาคู่สวยที่จ้องมาคู่นั้น ถึงจะไม่อยากยอมรับแต่อีกฝ่ายขนาดตอนที่เปียกน้ำทะเลไปทั้งตัวก็ยังดูดีเป็นบ้า


    "ว่าแต่เป็นวิญญาณก็เปียกน้ำได้ด้วยแหะ..."


    เขายังคงจ้องคิมดงยุนอย่างไม่ละสายตาแล้วพูดออกมากับตัวเอง เขามันประหลาดจริง ๆ นั่นแหละ


    "เอาล่ะ ขึ้นจากน้ำกันก่อนที่จะไม่สบายดีกว่า อ้อ แต่นายเป็นผีนี่เนอะคงไม่เป็นอะไร อ้าว..."


    ทันทีที่ฮวังยุนซองจะหันไปพูดกับอีกฝ่ายที่ควรจะอยู่ด้านหลังเขาแต่พอหันกลับไปดัันเห็นเพียงแค่ซากจักรยานที่ตอนนี้ใช้งานไม่ได้


    "คิมดงยุน?"


    ฮวังยุนซองขยี้ตาตัวเอง เป็นเพราะน้ำทะเลรึเปล่านะ? ไม่สิ ตอนนี้คิมดงยุนหายไปแล้ว


    แบบไม่มีคำบอกลาสักคำเลยเหรอ?


    "เป็นผีที่ไม่มีมารยาทเลยนะ"


    คนที่โดนทิ้งไว้กลางทะเลเพียงลำพังบ่นออกมาแต่เขาเองก็ลืมไปสนิทเหมือนกันว่ายังไม่เคยแนะนำตัวกับอีกฝ่ายเลยเพราะคิดว่าไม่จำเป็นต้องบอกชื่อของตัวเองกับคนที่ตายไปแล้ว


    เสร็จไปอีกหนึ่งภารกิจ


    นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่ฮวังยุนซองช่วยพวกวิญญาณที่เขามองเห็นแต่นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกสนุกขนาดนี้เป็นครั้งแรก เสียงทุ้มต่ำของอีกฝ่ายที่กระซิบตอนอยู่ในเกมเซ็นเตอร์ยังดังชัดอยู่ในหัวเขาอยู่เลย


    ฮวังยุนซองสลัดหัวตัวเองสองสามทีก่อนจะว่ายน้ำกลับเข้าฝั่งไป แม้ว่าแขนจะใช้การไม่ได้ไปข้างนึงก็ตาม


    พอพ่อแม่เขามาถึงโรงพยาบาลก็โดนดุยกใหญ่ว่าเล่นอะไรไม่รู้เรื่องแต่เขาก็อธิบายไปว่าช่วยวิญญาณตนนึงให้ไปสู่สุคติน่ะ โดยลืมคิดไปว่าตัวเองก็อาจจะต้องตามไปด้วยเหมือนกัน


    "เห็นว่าคนไข้ห้อง 404 ฟื้นแล้วนะ"


    "จริงเหรอ ปาฏิหาริย์มากเลยนะ เขาสลบไปนานแค่ไหนกันนะ?"


    "นึกว่าพ่อแม่จะถอดใจไปแล้วซะอีก"


    เสียงซุบซิบของพยาบาลที่เดินผ่านไปดังขึ้น ฮวังยุนซองได้ยินมันอย่างชัดเจนแต่ไม่ได้สนใจอะไร ในมือข้างที่ไม่ได้เข้าเฝือกก็ยกขวดรามุเนะที่ฝากแม่ซื้อเข้ามาให้ขึ้นดื่ม


    เขาไม่ได้นอนโรงพยาบาลหลายวันหรอกแต่ก็ยังต้องเข้าเฝือกอยู่ดี ฮวังยุนซองเดินเข้าร้านขายของชำเจ้าประจำแล้วไปหยิบรามุเนะออกมาจากตู้เย็นออกมาสองขวดด้วยความเคยชิน


    พอเดินออกมาเห็นเก้าอี้ที่ว่างเปล่าก็คิดได้ว่าคิมดงยุนไม่อยู่แล้ว เขาไม่จำเป็นต้องซื้อเผื่อใครแล้วนี่นะ แต่ปกติก็ดื่มเองคนเดียวเพราะงั้นก็ช่างมันเถอะ


    ก็แค่เหงาขึ้นมานิดหน่อย


    ป่านนี้จะไปถึงสวรรค์แล้วรึยังนะหรือหมอนั่นจะตกนรกกัน ไม่ได้ถามเอาไว้ซะด้วยสิว่าตอนมีชีวิตอยู่ทำอะไรไว้บ้าง


    "ขอโทษนะครับ รามุเนะขวดนั้นมีคนดื่มไหมคือผมลืมเอากระเป๋าเงินมา..."


    เสียงห้าว ๆ ที่ฟังดูแหบลงเล็กน้อยเพราะกระหายน้ำที่ฟังดูคุ้นเคยดังขึ้น ฮวังยุนซองเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเจ้าของเสียงนั้นที่ใบหน้าขัดกับเสียงของเขาจนฮวังยุนซองหัวเราะออกมา


    "หัวเราะอะไรเหรอครับ?"


    "เปล่า นายแค่เหมือนวิญญาณที่ฉันรู้จักน่ะ เอาไปสิ ให้ฟรี"


    ฮวังยุนซองยื่นขวดน้ำอัดลมให้คนตรงหน้า เขารับไปแล้วดื่มมันอย่างรวดเร็วทันที ไม่ได้ซื้อแล้วมีคนดื่มด้วยมานานแล้วแหะ เพราะหมอนั่นเป็นวิญญาณนี่นา


    "ไว้เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะเอาเงินมาคืนนะครับ พอดีเพิ่งออกจากโรงพยาบาลเลยความจำไม่ค่อยดีไปสักหน่อย อ้อ ผมชื่อคิมดงยุนนะครับ"


    "อื้อ ไว้เจอกันพรุ่งนี้"


    "ว่าแต่จะไม่บอกชื่อของคุณหน่อยเหรอ?"


    "นั่นสินะ ไว้ค่อยบอกพรุ่งนี้แล้วกัน"


    รอยยิ้มกับเสียงหวาน ๆ ของอีกฝ่ายทำเอาคิมดงยุนรู้สึกประหลาดขึ้นมานิดหน่อย ความรู้สึกที่คุ้นเคยนี่มันคืออะไรกัน ราวกับว่าเราเคยเจอกันที่ไหนสักที่


    ช่างมันเถอะ เขาอาจจะนอนอยู่ในโรงพยาบาลนานไปหน่อย


    เอาไว้วันพรุ่งนี้ค่อยมาทำความรู้จักกันก็คงยังไม่สายล่ะมั้ง



    //


    รามุเนะเป็นน้ำอัดลมของญี่ปุ่นที่ขายในช่วงหน้าร้อนค่ะ ตอนแรกว่าจะเขียนเศร้าๆกลายเป็นฟีลกุ้ดเฉยเลย ซึ่งก็ดีแล้ว ดีไหมนะ แต่ก็มาแบบสั้นๆ โพลนี้คนเดาถูกเยอะนะ! #ohayoxfictober









Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in