#ohayoxfictoberohayogozaimasx
Day 2 : Scar
  • #ohayoxfictober
    D-2 : Scar
    Pairing : Kim Minseo x Hwang Yunseong




    ในวันนั้นเป็นวันที่คิมมินซอได้รู้ความลับของพี่ที่อยู่ข้างบ้านเข้าโดยบังเอิญ


    "พี่เหรอ ช่วยดึงเสื้อลงให้หน่อยสิ มันติด"


    เขาที่เข้ามาเพื่อแค่จะเอาเกมที่ยืมไปเมื่อวันก่อนมาคืน แม่ของฮวังยุนซองก็ให้เขาเดินขึ้นมาที่ห้องอย่างง่ายดายเพราะรู้จักกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ดันเปิดประตูเข้ามาเห็นภาพของพี่ข้างบ้านที่นั่งหันหลังอยู่เตียงและกำลังมีปัญหากับการใส่เสื้อฮู้ดตัวนั้น


    แน่นอนว่าคิมมินซอไม่ใช่คนใจร้ายอะไรเลยเดินดึงเสื้อลงให้ตามคำขอของคนที่เข้าใจผิดว่าเขาเป็นพี่ชายที่เปิดประตูเข้ามา


    "ขอบคุณมาก...เฮ้ย!"


    คนที่จะหันมาขอบคุณตกใจแล้วรีบถอยหนีไปตรงหัวเตียงทันที ใบหน้าของเขาแดงก่ำไปหมดเพราะความอาย ความจริงก็ไม่ได้เห็นอะไรสักหน่อยก็แค่เห็นหลังเขาและสิ่งที่อยู่บนหลังของเขา


    "เห็นแล้วใช่ไหม?"


    "เห็นอะไรเหรอพี่"


    แกล้งตีมึนไปก่อนอาจจะดีกว่า


    "เห็นแล้วแน่ ๆ คิมมินซอ อย่ามาโกหกกันนะ"


    "ผมไม่เห็นอะไรทั้งนั้นแค่เข้ามาช่วงพี่ดึงเสื้อเอง เอ้า เอาเกมคืนไปด้วย เล่นจบแล้ว"


    พอวางเกมให้คนที่นั่งอยู่บนเตียงที่ยังคงทำสีหน้าไม่พอใจก็จะรีบเดินออกไปทันทีแต่อยู่ดี ๆ ข้างนอกก็ดันมีฟ้าผ่าลงมาตอนกลางวันแสก ๆ ซะอย่างนั้น ฝนตกเหรอ ตอนที่เดินมายังอากาศแจ่มใสดีอยู่เลยแท้ ๆ


    "ถ้าทางเหมือนข้างนอกฝนจะตกนะ นายก็รออยู่ที่นี่ก่อนสิ"


    เขาที่นั่งอยู่บนเตียงยิ้มให้ผมที่หยุดชะงักเพราะเสียงฟ้าเมื่อครู่ไป ใบหน้าที่ยังคงแดงก่ำอยู่หันมาส่งยิ้มที่เหมือนไม่ได้ยิ้มให้จนผมรู้สึกขนลุกขึ้นมาแปลก ๆ แต่ฟ้าผ่าแรงขนาดนั้นผมเองก็ไม่อยากเดินออกไปเหมือนกัน


    สุดท้ายแล้วเราก็นั่งเล่นเกมที่เพิ่งเอามาคืนด้วยกันในห้องแบบไม่มีใครพูดอะไรออกมา


    "นี่ มินซอ นายเห็นแล้วใช่ไหม?"


    "เห็นอะไร?"


    "ก็ที่กลางหลัง..."


    สรุปว่ามันเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากให้คนอื่นเห็นเหรอแต่ผมว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรหรอกนะ


    "พี่ไม่ได้บอกแม่ว่าพี่สักเหรอ"


    "หะ นายพูดเรื่องอะไร"


    "อ้าว ก็นึกว่าสักเป็นรูปอะไรสักอย่างที่ดูคล้าย ๆ ต้นไม้"


    ฮวังยุนซองที่นั่งอยู่ข้าง ๆ วางจอยเกมในมือลงแล้วถอนหายใจออกมากับคำพูดของผม


    "มันเป็นรอยแผลเป็นต่างหาก"


    เขาเล่าให้ฟังว่าตอนเด็ก ๆ โดนฟ้าผ่าใส่เข้าจัง ๆ แต่ดันโชคดีรอดมาได้ โดยปกติแล้วแผลเป็นจากฟ้าผ่าจะอยู่แค่ไม่กี่วันแต่กับเขาไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังไม่เลือนหายไปสักที 


    "แถมฉันยังมีพลังพิเศษด้วยนะ นายเชื่อไหม?"


    ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมาที่ผมอย่างจริงจังแต่ประโยคก่อนหน้าสวนทางกับใบหน้าของเขาจนผมเผลอหลุดหัวเราะออกมา แน่นอนว่าโดนตีเข้าเต็มแรง


    เหมือนเขาบอกว่าเวลาโมโหหรือตื่นเต้น อะไรก็ตามที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้จะทำให้ฟ้าผ่าลงมาหรือฝนตก ที่เมื่อกี้อยู่ดี ๆ ฟ้าผ่าลงมานั่นก็เป็นเพราะเขาเหรอ


    "แต่ฉันไม่ค่อยอยากให้ใครเห็นมันมากนักหรอก น่าเกลียดจะตาย"


    "ผมว่ามันสวยดีออก"


    รีบตอบกลับไปทันทีเพราะรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ ถึงจะเห็นแค่ครู่เดียวก็เถอะ


    "เพราะนายยังเห็นไม่ชัดต่างหากล่ะ ลองดูชัด ๆ อีกทีสิ"


    เขาหันหลังมาทางผมแล้วยกเสื้อด้านหลังขึ้นเพื่อให้ผมดูรอยเหล่านั้นบนแผ่นหลังของเขา มันดูเป็นเหมือนต้นไม้สีแดงที่กิ่งไม้แตกกิ่งก้านสาขาไปทั่วผิวขาว ๆ ของเขา ราวกับเป็นงานศิลปะเลย ถึงจะเห็นชัด ๆ แล้วมันก็ยังดูสวยอยู่ดีจนผมเผลอเอามือไปลูบตามรอยของมันแต่มือก็หยุดชะงักทันทีที่เขาส่งเสียงออกมาเบา ๆ เพราะความตกใจ


    "พี่อย่าทำเสียงแปลก ๆ แบบนั้นสิ"


    "ก็มันรู้สึกแปลก ๆ ที่อยู่ดี ๆ มีคนมาจับมันนี่"


    ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงเห็นได้ชัดจากใบหูของเขาที่มองจากด้านหลังยังเห็นได้ชัด ฮวังยุนซองรีบดึงเสื้อลงทันทีโดยไม่ได้ตอบอะไรกลับมา 


    "เห็นชัด ๆ มันก็ยังสวยอยู่ดีนะพี่"


    "หุบปากไปเลย"


    เขาบ่นอุบอิบออกมาเบา ๆ โดยไม่หันกลับมามองหน้าผมด้วยซ้ำ ไว้รออารมณ์ดีแล้วค่อยคุยก็ได้เดี๋ยวทำฟ้าผ่าลงมาอีกจะซวยกันหมด ผมเลยหันไปเล่นเกมต่อแบบไม่ได้เซ้าซี้อะไรเขา


    แต่อีกฝ่ายกลับขยับตัวเข้ามาใกล้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ตอนหันหน้าไปนึกว่าจะจูบกันซะแล้ว


    ถ้าผมมีพลังแบบเขาเมื่อกี้คงฟ้าผ่าลงมาแหง ๆ


    "นี่ เรื่องนี้เป็นความลับระหว่างเรานะ"


    เสียงกระซิบเบา ๆ ของเขาทำเอารู้สึกจั๊กจี้ขึ้นมาแปลก ๆ แต่คำขอร้องนั่นผมก็ทำเพียงพยักหน้ากลับไปและไม่ได้เอาไปพูดกับใครต่อจริง ๆ 


    หลังจากนั้นทุกครั้งที่เห็นฝนตกแล้วฟ้าผ่าแรง ๆ ก็จะคิดขึ้นมาตลอดเลยว่าตอนนี้ฮวังยุนซองอาจจะกำลังเล่นเกมแพ้หรืออารมณ์ไม่ดีก็ได้ ช่วงนี้ใกล้งานแข่งกีฬาแล้วด้วยหวังว่าฮวังยุนซองจะไม่ทำให้ในวันนั้นฝนตกเพราะเป็นปีสุดท้ายของเขาแล้วด้วย


    "ไม่ไป"


    "ทำไมล่ะ?"


    "ถึงจะมีแข่งวิ่งผลัดก็เถอะแต่คงทำงานพังแน่ ๆ ไม่อยากทำลายงานแข่งกีฬาปีสุดท้ายของเพื่อนในห้องเพราะงั้นไม่ไปดีกว่า"


    ฮวังยุนซองที่นั่งเล่นเกมอยู่ข้าง ๆ ผมหน้าตาดูเศร้าลงทันทีที่พูดออกมา ทั้งที่เขาเองก็คงอยากไปร่วมงานมากเหมือนกันแท้ ๆ แต่ต้องแกล้งป่วยมันไม่น่าเศร้าไปหน่อยเหรอ


    "เดี๋ยวผมจะช่วยพี่เอง"


    ผมวางจอยเกมในมือลงแล้วจับมือของคนข้าง ๆ เอาไว้ทั้งสองข้างแล้วมองหน้าเขาที่ยังคงงุนงงกับสิ่งที่ผมพูดออกมา ใช่ ตัวผมเองก็งงอยู่เหมือนกันว่าตัวเองพูดอะไรออกไป


    มันดูเป็นปัญหาที่เด็กข้างบ้านอย่างคิมมินซออาจจะแก้ไม่ได้


    "ว่าแต่ไหงอยู่ ๆ ข้างนอกก็ฝนตกล่ะ พี่เป็นอะไรเหรอ?"


    ฮวังยุนซองสะบัดมือที่ผมจับไว้ออกอย่างรวดเร็วก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น


    "แค่ฝนตกธรรมดา ไม่เกี่ยวกับฉันสักหน่อย"


    เขาบ่นอุบอิบออกมาเบา ๆ แล้วหยิบจอยเกมขึ้นมาเล่นต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 


    "แต่วันแข่งกีฬาพี่ต้องมานะ"


    "ก็ได้ แต่นายไม่ต้องมาเชียร์ฉันเลยนะ"


    "ทำไมกันล่ะ!?"


    เผลอพูดอะไรผิดไปรึเปล่านะ คิมมินซอคงต้องกลับไปทบทวนคำพูดของตัวเองในวันนี้สักหน่อย


    วันแข่งกีฬามาถึงโดยก่อนหน้านั้นไม่มีฝนตกลงมาสักเม็ด ตอนซ้อมเขาคงไม่กังวลอะไรล่ะมั้ง ถึงวันนั้นบอกไปว่าจะช่วยก็เถอะแต่หลังจากนั้นเขาก็ดูเหมือนหลบหน้าผมอยู่ตลอดเวลา


    ทำไมกันนะ


    เสียงประกาศหลังจากพักเที่ยงหมดการแข่งวิ่งผลัดของพวกปี 3 จะเริ่มขึ้น การที่เขายอมมาก็ดีแล้ว แถมฮวังยุนซองที่ยืนอยู่ตรงลู่วิ่งไม้สุดท้ายสีหน้ายังดูผ่อนคลายไม่เครียดด้วย คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกมั้ง


    ในฐานะรุ่นน้องที่ดีจะคอยตะโกนเชียร์อยู่ข้างสนามก็แล้วกัน ถึงเขาจะบอกผมว่าไม่ต้องมาก็เถอะ


    "พี่ยุนซอง พยายามเข้านะ!!!"


    ตะโกนออกไปแบบนั้น เจ้าของชื่อที่ถูกตะโกนเรียกหันมามองแล้วก็รีบหันหนีไปทันที ผมโดนพี่เขาเกลียดรึเปล่านะ ถึงจะโดนเจ้าตัวเมินแต่ก็ยังตะโกนเชียร์เพื่อนร่วมห้องของเขาที่กำลังวิ่งมาอย่างสุดเสียงอยู่ดี 


    "นี่ ไม่รู้สึกว่าฟ้ามันเริ่มครึ้ม ๆ บ้างเหรอ?"


    "ฝนจะตกเหรอ ไม่จริงน่า วันแข่งกีฬาแท้ ๆ"


    ได้ยินเสียงจากคนรอบข้างที่เงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้าพูดกันแบบนั้นเลยละสายตาจากสนามไปแล้วเงยหน้าไปมองบ้างก็เห็นว่าท้องฟ้าเหมือนฝนจะตกลงมาจริง ๆ ฮวังยุนซองรู้สึกประหม่ากับการแข่งวิ่งขนาดนั้นเลยเหรอ


    พอเห็นว่าเพื่อนร่วมห้องของฮวังยุนซองวิ่งใกล้เข้ามาแล้ว ผมก็รีบย้ายที่ไปรอตรงเส้นชัยทันทีเพราะอยากเห็นตอนเขาเข้าเส้นชัยเป็นที่ 1 


    ไม่นานนักเขาก็ออกวิ่ง ฮวังยุนซองเป็นคนที่เล่นกีฬาเก่งอยู่แล้วและในตอนนี้ก็ทิ้งห่างพอสมควร แน่นอนว่าเขาได้ที่ 1 ตามอย่างที่ทุกคนคาดไว้ เสียงเฮลั่นดังไปทั่ว ในนั้นเองก็มีเสียงของผมด้วยเช่นกัน


    "พี่ยุนซอง ยินดีด้วยนะกับที่ 1 และที่พี่ไม่ทำให้ฝนตก"


    หลังจากเพื่อนของเขาเข้าไปแสดงความยินดีกันเสร็จแล้ว ผมก็วิ่งเข้าไปกอดเขาต่อจากเพื่อนในห้องทันที ลูบไปยังแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยที่สวยงามพวกนั้น โชคดีจริง ๆ ที่วันนี้พวกมันไม่ทำให้ฝนตก


    ฮวังยุนซองที่โดนกอดยืนนิ่งสนิท ยังไม่ทันได้ตอบอะไรกลับมาก็มีเสียงที่ดังกว่าดังขึ้น นั่นคือเสียงฟ้าที่ผ่าลงมาพร้อมกับฝนที่จู่ ๆ ก็ตกลงมาจนคนในสนามต้องรีบวิ่งหลบกัน ผมรีบผละออกมามองเขาทันที


    ถึงในตอนนี้ฝนจะตกแรงแค่ไหนก็ยังเห็นใบหน้าของเขาที่เปลี่ยนเป็นสีแดงไปยันใบหูอย่างชัดเจน เหมือนกับวันนั้นที่บังเอิญไปเห็นแผลเป็นบนหลังเขาครั้งแรก เหมือนกับในวันนั้นที่ไปจับมือเขา และในสองวันนั้นฝนก็ตกเหมือนกับตอนนี้


    ถ้าคิมมินซอไม่ได้คิดไปเองหรือว่าสาเหตุที่ทำให้ฝนตกจะเป็น...


    พอคิดแบบนั้นแล้วถ้าตอนนี้ผมมีพลังแบบเขาก็คงทำให้ฟ้าผ่าลงมาที่กลางสนามไม่ต่างกันหรอก



    //


    มาแบบสั้นๆ เผาๆ หมดมุกและสิ้นคิด แผลเป็นจากการโดนฟ้าผ่าลองไปเสิร์ชคำว่า lichtenberg ดูนะคะ มันเป็นเหมือนต้นไม้จริงๆแต่มันจะอยู่แค่ไม่กี่วันเท่านั้น มีใครเดาซอฮวังไว้บ้างไหมนะ ฮา ลงสองที่เหมือนเดิมนะคะคือ minimore กับ readawrite ไปหวีดกันได้ในแท็กเหมือนเดิมเช่นกัน #ohayoxfictober




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in