Kru Meay's life diary☻Sunkamol Chomsinsab
ความไว้ใจและเชื่อใจ
  •      เคยเห็นผู้ใหญ่หลายคนเล่นกับเด็กทีไร เด็ก ๆ ก็ร้องไห้งอแงทุกที แต่กับผู้ใหญ่อีกคนดูเหมือนไม่ได้เล่นอะไรเท่าไรแต่เด็ก ๆ ก็ตามติดแจ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความไว้ใจและเชื่อใจของเด็ก ๆ ที่ฉันกำลังจะกล่าวต่อไป

         คุณครูทุกคนล้วนมีเสน่ห์ของตนเอง บางท่านอาจมีใบหน้าสะสวยดึงดูดเด็ก ๆ แต่บางท่านแม้ว่าใบหน้าจะไม่งามเท่าแต่กลับมีบุคลิกที่สนุกสนานเป็นกันเอง ขี้เล่นกับเด็ก ๆ สร้างสีสันให้กับห้องเรียนได้อย่างสม่ำเสมอ โดยรวมแล้วขอสรุปว่า คุณครูทุกคนควรมีกริยาที่เป็นมิตร และรู้จักเด็กที่กำลังเข้าหา
    เช่น เด็กผู้หญิงขี้อ้อน คุณครูอาจจะทำเสียงอ่อนหวานชวนเล่นด้วย แต่ถ้าเจอกับเด็กผู้ชายห้าว ๆ คุณครูก็อาจจะต้องใช้น้ำเสียงและสไตล์การพูดที่ห้าวตาม 
    ที่สำคัญคุณครูจะต้องมีนิสัยช่างสังเกต ต้องรู้ว่าเด็ก ๆ คนไหนมีอะไรแปลกใหม่กว่าเดิม
    เช่น "โอ้โห...วันนี้มีผ้าเช็ดหน้าลาย Kitty มาใหม่ด้วยหรอคะ" 
    คุุณครูต้องทราบว่า กระแสความนิยมของเด็กในตอนนี้คืออะไร จึงจะสามารถคุยกับเด็กได้ รู้เรื่องเหมือนกับว่าเราอยู่โลกใบเดียวกับเขา
         นอกจากกิริยาท่าทางของคุณครูแล้ว เสียงเพลงก็เป็นส่วนหนึ่งเปรียบได้กับมนตร์สะกดทุกสิ่ง หากได้ร้องเพลง เด็ก ๆ ส่วนใหญ่จะหยุดนิ่งและร้องตามโดยปริยาย 

    เช้าวันพฤหัสบดีสีส้มที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2562
         เช้าวันนี้ตอนนั่งสมาธิ ฉันไปคุมแถวข้างหน้าและบอกเด็ก ๆ ให้หลับตาเพื่อนั่งสมาธิ
    เหมย : เด็ก ๆ นั่งหลังตรง หลับตา ใครไม่หลับตา ครูเหมยมีตาวิเศษเห็นนะ
    B : หนูไม่อยากหลับตาค่ะ เพราะพอลืมตา ตาของหนูจะเป็นสีฟ้า และหนูจะปวดหัว
    เหมย : (กลั้นขำ)

    มีประกาศเรื่อง โรคฮิตประจำฤดูฝน คือ "โรคมือ เท้า ปาก"
    คุณครู N ได้อธิบายและสอนเด็ก ๆ ให้รู้จักโรคนี้และสอนวิธีป้องกัน ไม่ให้ได้รับเชื้อ หรือ กระจายเชื้อไปสู่เพื่อนคนอื่น ๆ เช่นเวลา ไอ หรือจามให้นำผ้าเช็ดผ้ามาปิดปาก หรือยกคอเสื้อขึ้นมาไอ หรือจามในนั้น เป็นต้น
    เหมย : เข้าใจไหมคะ เวลาไอ หรือจามต้องทำตามที่คุณครู N บอกนะคะ
    B : แต่หนูไม่เคยจามค่ะ หนูแค่ฮัดชิ้ว
    เหมย : (กลั้นขำ) ฮัดชิ้วคือการจามค่ะ 

    เมื่อกลับสู่ห้องเรียน วันนี้พี่ M มีสอบสอนครั้งที่ 1 
    พี่ M สอนเรื่องการเดินทางมาโรงเรียน โดยใช้สื่อการสอนที่มี สายฟ้า (หุ่นการ์ตูน) ที่เปิดทักทายเด็ก ๆ ด้วยบทกลอนและมีแผ่นการสอนเป็นแผนที่จากบ้านของสายฟ้าไปโรงเรียน ถนนตัดเป็นหลายสีเมื่อเจอทางแยก และเมื่อเจอทางแยกพี่ M จะถามเด็ก ๆ ว่าเราควรจะไปทางไหนเพื่อสายฟ้าจะได้เดินทางไปถึงที่โรงเรียน 
    ฉันคิดว่าเป็นสื่อการสอนที่ดี เพราะเด็ก ๆ ตื่นเต้นและให้ความร่วมมือดีมาก
     
    และหลังจากนั้นพี่ M ได้ถามเด็ก ๆ เกี่ยวกับคุณครูประจำชั้น คุณครูฝึกสอน และพี่เลี้ยงประจำห้องต่าง ๆ ว่ามีใครบ้าง 
    พี่ M จึงทำสื่อแผ่นกระดาษ พร้อมรูปทุกคนติดแม่เหล็ก

    และเพื่อย้ำให้เด็ก ๆ จำได้ พี่ M จึงพาเด็ก ๆ ไปเยี่ยมทุกคนถึงห้องเรียน
     
    และกลับมาทำกิจกรรมโดยแจกไม้ไอติมซึ่งติดรูป คุณครูฝึกสอน และพี่เลี้ยงของแต่ละห้อง สุ่มแจกให้แก่เด็ก ๆ เพื่อให้เด็ก ๆ ตัดสินใจ และเลือกนำมาใส่ในขวดโหลที่มีรูปครูประจำชั้นอยู่

    หลังจากนั้นคุณครู C พาชม "Hidden Garden" ซึ่งเป็นสวนซ่อนแอบที่อยู่หลบมุมรั้ว
    ก่อนเข้าชม คุณครู C ได้บอกให้เด็ก ๆ คอยสังเกตว่าในสวนนั้นมีอะไรบ้าง เพื่อจะนำมาวาดภาพ
    ส่วนใหญ่เด็ก ๆ จะจำต้นกล้วย ต้นกระบองเพชร และนกแก้วได้

    เมื่อเสร็จกิจกรรม ฉันมีหน้าที่เล่านิทานให้เด็ก ๆ ฟัง 
    ฉันจึงเลือกเรื่อง "เอ๊ะ ! นั่นหางของใคร" เรื่องและภาพโดย : อาจารย์เกริก ยุ้นพันธ์

    เมื่อเสร็จกิจกรรม เด็ก ๆ ทุกคนรับประทานอาหารกลางวันวันนี้เป็นเมนู ข้าวมันไก่ และเฉาก๊วย
    เป็นอีกหนึ่งเมนูที่กินเก่ง และเด็ก ๆ หลายคนชื่นชอบ

    กิจกรรมวันนี้ดำเนินกินเวลานอนของเด็ก ๆ ไปค่อนข้างเยอะ
    จึงส่งผลให้เด็ก ๆ เข้านอนช้ากว่าปกติ 
    และเมื่อถึงเวลา 14:00 น. ฉันจึงเดินเข้าไปเพื่อถามคุณครู C ว่าควรจะปลุกเด็ก ๆ หรือยัง
    คุณครู C บอกว่าให้เด็ก ๆ นอนต่ออีก 5 นาที เพราะวันนี้เด็ก ๆ เข้านอนช้ากว่าปกติ เขาจะงอแงเอาได้

    คุณครู C ได้สอนว่า "เด็กวัยนี้ควรนอน 10-12 ชั่วโมง เพราะโกรทฮอร์โมนที่ทำให้ร่างกายของเด็ก ๆ ยืดจะทำงาน เด็กจึงควรเข้านอนตั้งแต่เวลา 20:00 น. เพื่อตื่น 06:00 น. และมานอนกลางวันต่ออีก 2 ชั่วโมงจึงจะครบ 12 ชั่วโมง:-)"

    หลังจากนั้นเด็ก ๆ ก็กินอาหารว่างและเตรียมตัวกลับบ้าน
    และกิจกรรมของเด็กเรียนพิเศษวันนี้คือ พับเสื้อและระบายสี


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in