Deep conversationAlien in love
หนังสือ กับสภาพสังคม
  • รู้สึกหงุดหงิดที่ตัวเองเป็นคนทนอ่านนิยายรัก ๆ และมีความไทย ๆ ไม่ค่อยได้

    เวลาอ่านแล้วก็จะรู้สึกหงุดหงิด ถอนหายใจ กรอกตาบนใส่ เวลาที่เขาบรรยายว่าตัวละครพระเอกหล่อคมคายยังไง หญิงสาวมีความเป็นกุลสตรีแค่ไหน แล้วในเรื่องก็จะให้ความรู้สึกเนิบช้า ความมารยาทไทย ความผู้ดีเก่า บรรยายความดีงามของตัวเอกแบบความเป็นไทย 


    จนสงสัย ว่าหรือเราเป็นคนไม่มีมารยาทและไม่รักความเป็นไทย ก็ไม่น่าจะขนาดนั้น

    แต่เหตุผลที่ไปหาพวกนิยายไทยเก่า ๆ (ทั้งที่ไม่ใช่แนว) จากห้องสมุดมาอ่านก็ด้วยความสงสัยว่า 
    สมัยก่อนเขาเป็นอย่างไรกัน สภาพบ้านเมืองที่ผู้เขียนบรรยายไว้ และค่านิยมที่ว่าดีงามของสมัยก่อน 
    ก็เข้าใจว่าค่านิยมดีงาม ที่เราหงุดหงิดนั่นแหละคือ ที่สมัยก่อนเขาเชยชมกัน เป็นแบบความผู้ดี 
    มีชาติตระกูล แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือสภาพสังคม 


    ประเด็นหลัก คืออยากรู้เรื่องบ้านเมืองนั่นแหละ ( ถึงได้ทนอ่านอะไรเลี่ยนๆ คือมันก็สามารถย้อนอ่านจากหนังสือพิมพ์ก็ได้ แต่ที่ห้องสมุดหาหนังสือวรรณกรรมง่ายกว่า )

    ได้อ่านนิยายไทยเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว พูดถึงบ้านเมืองที่มีเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารสะดวกเพิ่มมากขึ้น 
    พูดถึงปัญหาที่ชาวบ้านโดนกว้านซื้อที่ดิน นายทุนที่เห็นแต่ผลประโยชน์ส่วนตน ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม และชาวบ้านคนอื่น ๆ ชาวบ้านที่มีเงินจากที่ดินเป็นแสน ๆ ไปหลงเป็นแมงเม่าในเมือง แล้วก็กลับมาจน ลำบาก โดนหลอก 

    พูดถึงกลุ่มนายทุนที่รวย ลงทุนกับต่างชาติและก็เลือกบริการให้แต่คนต่างชาติ ( ทั้ง ๆ ที่ตรงนั้นมันเป็นแผ่นดินประเทศไทย - เพียงเพราะต่างชาติรวยกว่า)       
         ชาวบ้านคนไทยที่เป็นได้แค่ลูกจ้างหาเช้ากินค่ำ แม้ก่อนหน้าเคยเป็นเจ้าของที่ดินตรงนั้น แต่ผลผลิตการเกษตรได้เงินยากและช้ากว่า ไม่ทันใจเท่าขายที่ พอขายที่เอาเงินไปถลุง ก็ไม่มีที่ซุกหัวนอนกลับต้องมาเป็นลูกจ้างนายทุนในที่ดินที่เคยเป็นของตัวเอง หนังสือพูดถึงคนรวย คนมีตำแหน่ง การซื้อขายตำแหน่งทางการเมือง การเล่นพรรคพวก


    มันเลยทำให้ผู้อ่านสะท้อนใจเป็นอย่างมากว่า ผ่านมายี่สิบกว่าปีแล้วประเทศชาติบ้านเมืองไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย ถ้าให้ตัดเรื่องการบรรยายรัก ๆ อย่างเลี่ยนออกไป ก็ถือว่าเนื้อหาที่สะท้อนถึงบ้านเมืองทำหน้าที่ออกมาได้ดีมาก 

    การกดขี่แบ่งชนชั้นคนรวยคนจน สายตาคนรวยที่เห็นค่าสุนัขที่ตนเลี้ยงมีค่ามากว่าคนไม่มีเงิน ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่คนรวยก็ได้เรียนโรงเรียนเอกชน โรงเรียนดีกว่า คนจนไม่ได้เรียน ผู้หญิงที่ต้องไปทำงานลดศักดิ์ศรีตนเพราะเงินไม่พอหาเลี้ยงครอบครัว 


    เหล่านี้ไม่เคยลดลงเลย เวลาเปลี่ยนไป ไม่มีอะไรพัฒนา นายทุนยังคงโลดแล่นกว่าชาวบ้านเสมอ คนตาดำ ๆ ก็ต้องมาทนใช้แรงงานที่ไม่เคยพอกิน ปัจจุบันมีแต่ความเหลื่อมล้ำที่มันจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเหลื่อมล้ำในด้านทรัพย์สิน ที่คนรวยในประเทศไม่กี่เปอร์เซ็นต์นั้นครอบครองพื้นที่ในประเทศถึง 80 เปอร์เซ็น มันไม่มีการกระจายการเข้าถึงโอกาสหรือ ทรัพยากรใด ๆ เลย 

    หรือหนังสือที่เคยพูดถึงระบบการเมืองการปกครองที่กระท่อนกระแท่น การยึดถือค่านิยมโลกเก่า การแบ่งชนชั้นชาติตระกูลของหนังสือเมื่อ 60 ปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันมันยังเป็นหนังสือที่ครองใจและพูดแทนสถานการณ์ปัจจุบันได้ดี แปลว่าเราควรจะเศร้ามาก เพราะมันบอกว่า เราไม่เคยเข้าใจถึงปัญหาและได้ยินเสียงอะไรเลยในสังคม
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in