Just Enjoy The Show: ตีตั๋วดูหนังLittle Miss Luna's Cabinet of Curiosities
Midnight Mass (Netflix): ศาสนา งมงาย ความตาย ชีวิต (2)
  • (ต่อจากตอนที่ 1 นะคะ รีวิวนี้มีสปอยล์และการวิเคราะห์ที่เปิดเผยเนื้อหาสำคัญนะคะ 
    ใครยังไม่ได้อ่านกลับไปอ่านได้นะคะ จะได้ไม่งงเนาะ)

    🧬🧪🧫ผู้คนในกลุ่มโลกยุคใหม่ที่เชื่อในวิทยาศาสตร์ ปัญญา และเหตุผล🧬🧪🧫
    (ที่ศาสนจักรทั้งกีดกันและผลักไสไล่ส่งแต่ก็ต้องการ
    ที่ดึงตัวเข้ามาให้เชื่อในพระเจ้าอีกครั้งเพื่อเพิ่มจำนวนศาสนิกชน)



    💰 ไรลีย์ ฟลินน์: ตัวแทนของระบบทุนนิยม อาชญากร และเอทิสต์ (Atheist - คนที่ไม่เชื่อพระเจ้า) ชายหนุ่มหัวก้าวหน้าที่ได้เล่าเรียนจบปริญญาพร้อมนำเงินก้อนหนึ่งไปลงทุนทำสตาร์ทอัพที่แผ่นดินใหญ่ แต่ชีวิตประสบกับความล้มเหลวและการติดเหล้าก็ได้ทำให้เขาได้กลายเป็นฆาตกรโดยไม่ตั้งใจ และแม้ว่าเขาได้กลายเป็นแวมไพร์เต็มตัวแล้ว ไรลีย์ก็ยังได้เข้าใจว่า แม้สิ่งนี้จะมอบความเป็นอมตะและพลังอำนาจให้แก่เขา แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องและไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ ไรลีย์จึงเลือกที่จะฆ่าตัวตายโดยการยอมให้แสงแดดเผาไหม้ตัวเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองไปทำร้ายคนอื่นเหมือนที่เขาเคยทำโดยไม่ตั้งใจอีก


    💋 เอริน กรีน: ตัวแทนของหญิงแพศยา คุณครูสาวผู้เคยอยากเป็นดาราและออกไปตามหาฝันที่เมืองใหญ่ เคยเกือบชีวิตเหลวแหลก สุดท้ายเธอก็มาลงเอยกับสามีที่ชอบใช้กำลังกับเธอ เอรินจึงหนีกลับมาที่บ้านพร้อมลูกน้อยในท้องเพียงลำพัง เอรินเป็นผู้หญิงที่มีความกล้าหาญที่จะเป็นตัวของตัวเองและหัวสมัยใหม่ จึงถูกมองจากสังคมหัวเก่าว่าเป็นผู้หญิงที่ไม่ดี ในตอนท้ายเรื่อง เอรินได้คำนึงถึงคนส่วนรวมบนแผ่นดินใหญ่ว่าถ้าหากเชื้อแวมไพร์ไปถึงแผ่นดินใหญ่ โลกต้องถึงกาลอวสานแน่ ๆ เธอจึงเสียสละตนเองเผื่อถ่วงเวลาแวมไพร์และได้กรีดทำลายปีกของมันจนมันบินไม่ขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้มันบินไปถึงแผ่นดินใหญ่ได้ และได้นอนเสียชีวิตไปพร้อมกับความสุขที่ได้คิดถึงไรลีย์และลูกสาวที่เธอได้แท้งไป


    ☪️ ชารีฟ ฮัสซัน: ตัวแทนของคนนอกศาสนา นายอำเภอชาวมุสลิมที่เคร่งในกฏระเบียบและคำสอนของพระอัลเลาะห์ แต่เขาก็ไม่เคยเอาความเชื่อของเขาไปยัดเยียดให้ใคร ในขณะเดียวกัน ชารีฟต้องประสบกับการถูกเหยียดเชื้อชาติและเหยียดศาสนา พร้อมกับถูกมองว่า เขาอาจจะเป็นผู้ก่อการร้ายเชื้อสายอาหรับมาตั้งแต่ก่อนเข้ามาบนเกาะและแม้เขาจะเข้ามาเป็นนายอำเภอของเกาะแล้วก็ตาม เขาก็ยังรู้สึกว่า เขาไม่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจริงใจเท่าที่ควรจากชาวคริสต์บนเกาะ และเขายังถูกหลาย ๆ คนโน้มน้าวใจให้ไปโบสถ์อยู่บ่อย ๆ แม้เขาจะไม่ต้องการก็ตาม ซึ่งสุดท้าย เขาก็ยังมั่นคงในศาสนาที่เขานับถือและถูกเบฟยิงจนเสียชีวิต


    🍺 โจ คอลลี่: ตัวแทนของคนเสเพล ขี้เหล้าเมายา คนชายขอบเต็มรูปแบบ ชายขี้เมาติดเหล้าขนาดหนักที่ทำร้ายคนอื่นโดยไม่ตั้งใจเช่นกัน จึงโดนหลาย ๆ คนบนเกาะเกลียดขี้หน้าไปตาม ๆ กัน ด้วยความที่เขาไร้ญาติขาดมิตร เขาจึงตกเป็นเหยื่อของการทำร้ายจิตใจของเบฟ ซ้ำยังถูกฆ่าและถูกคุณพ่อพอลดูดเลือดกินโดยไม่มีใครสนใจว่าเขาหายไปไหน (มีเพียงไรลีย์คนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าเขาหายตัวไปและถามไถ่ถึงเขาอย่างเป็นห่วงเพราะเข้าใจหัวอกของการเป็นคนที่ถูกสังคมกีดกันเหมือนกัน)


    🩺 ซาราห์ กันนิ่ง: ตัวแทนของกลุ่มคนรักร่วมเพศและนักวิทยาศาสตร์ แพทย์หญิงผู้เป็นเลสเบี้ยน แน่นอนว่า เธอเป็นบุคคลที่ถูกศาสนากีดกัน เพราะเธอถูกมองว่าเป็นบุคคลที่เป็นบาปในการเข้าไปท้าทายกับอำนาจของพระเจ้าผ่านการไขความลับของธรรมชาติด้วยการเรียนวิทยาศาสตร์และการแพทย์ อีกทั้งยังเป็นเลสเบี้ยนด้วย เนื่องจากในพระคัมภีร์ของคาทอลิก กลุ่มรักร่วมเพศถูกมองว่าเป็นบาปและขัดต่อพระประสงค์ของพระเจ้าในการสืบทอดทายาทให้แก่ศาสนา ซึ่งเธอก็รู้ดี ซาราห์จึงไม่เข้าโบสถ์เลยนับตั้งแต่เริ่มเรื่อง แต่เธอก็ได้พามิลเดร็ดผู้เป็นแม่เข้าโบสถ์ตามคำขอของเธอ แม้เธอจะไม่อยากเข้าด้วยใจของเธอก็ตาม สุดท้ายเธอก็ถูกสเติร์จยิงจนเสียชีวิตต่อหน้าคุณพ่อพอลซึ่งเป็นพ่อแท้ ๆ ของเธอ


    👵 มิลเดร็ด กันนิ่ง: ตัวแทนของคนชราหรือผู้ที่ป่วยใกล้จะตาย หญิงชราที่ย้อนวัยกลายเป็นหญิงสาวหลังจากได้ดื่มไวน์ผสมเลือดของแวมไพร์ ในพระคัมภีร์ คนชราหรือคนป่วยจะถูกมองว่าเป็นผู้ที่สามารถหายดีได้หากมีศรัทธาในพระเจ้ามากพอ แต่จริง ๆ แล้ว มิลเดร็ดได้กลายเป็นเครื่องมือที่ศาสนจักรใช้ในการโฆษณาถึงปาฏิหาริย์ของพระเจ้าที่ไม่เป็นความจริง ทั้ง ๆ ที่ในตอนที่เธอแก่ชรา แทบไม่มีใครมาสนใจเธอเลยด้วยซ้ำนอกจากซาราห์ลูกสาวของเธอ และเมื่อมิลเดร็ดได้เข้าไปฟังเทศน์ของคุณพ่อพอลในโบสถ์เมื่อเธอเริ่มมีอาการดีขึ้น เธอก็ได้รู้ในทันทีว่า นี่ไม่ใช่คำสอนที่ถูกต้องอย่างที่เธอเคยฟังมา มิลเดร็ดจึงนับว่าเป็นคนเจเนอนเรชั่นเก่าคนแรกที่กลับใจจากศาสนาที่ถูกบิดเบือนได้ก่อนที่จะกลายเป็นแวมไพร์

    ⛪ผู้คนในกลุ่มโลกยุคเก่าที่เชื่อในศาสนา ศรัทธา และอารมณ์⛪


    ♰ คุณพ่อพอล ฮิลล์ หรือคุณพ่อจอห์น พรูอิตต์ : ตัวแทนผู้นำศาสนา ผู้ที่ติดอยู่กับเรื่องราวในอดีต เขาไม่สามารถลืมบาปที่เขาทำและเรื่องราวความรักที่เป็นความลับของเขากับมิลเดร็ดได้ เพราะเธอคือรักครั้งแรกและเป็นรักเดียวของเขา มิหนำซ้ำเขายังเป็นชู้รักของเธอด้วย ทั้ง ๆ ที่เธอมีสามีอยู่ก่อนแล้ว ความผิดพลาดจากความเผลอใจทำให้มิลเดร็ดตั้งครรภ์ซาราห์ขึ้นมา ส่วนคุณพ่อพรูอิตต์นั้นก็ไม่สามารถเข้ามารับผิดชอบการกระทำของเขาได้ เนื่องจากเขาเป็นนักบวชหนุ่มที่กำลังรุ่งเรืองในเส้นทางศาสนาของเขาและเขาก็ไม่สามารถละทิ้งชีวิต ณ จุดจุดนี้ได้ นี่เองจึงเป็นสาเหตุที่เขาตั้งใจจะหาวิธีย้อนวัยเพื่อที่เขาจะได้กลับไปแก้อดีตได้อีกครั้งหนึ่ง แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักศาสนาก็ตาม แสดงให้เห็นว่า คุณพ่อพรูอิตต์หรือคุณพ่อพอลนั้นได้ใช้ข้ออ้างทางศาสนามากระทำสิ่งที่ตนเองต้องการตามอารมณ์ความรู้สึกโดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมาเลยแม้แต่น้อย


    ♰ เบฟ คีน : คุณครูผู้ศรัทธาในพระเจ้าเกินไปจนกลายเป็นความงมงายและความคลั่งไคล้ถึงพระเจ้าทุกลมหายใจ ความศรัทธาที่ปราศจากเหตุผลของเธอได้ไปทำลายคนรอบตัวเธอโดยที่เธอไม่เคยรู้ตัวเลยแม้ในวาระสุดท้ายก็ตาม เบฟยังเป็นอีกตัวแทนของคนที่มือถือสากปากถือศีล เพราะในขณะที่เธออ้างพระเจ้าอยู่ตลอดเวลา แต่เธอก็ได้ใช้ข้ออ้างนั้นกระทำเรื่องไม่ดีต่าง ๆ นา ๆ โดยไม่รู้สึกถึงความผิดนั้น ๆ เลยแม้แต่น้อย


    ♰ สเติร์จ : ช่างเครื่องหนุ่มผู้เป็นคนซื่อ ๆ ที่ชีวิตของเขาไม่มีอะไรมากไปกว่าการทำตามคำสั่งของคนอื่นที่มีตำแหน่งทางสังคมสูงกว่าเขา ไม่ว่าจะเป็นเบฟ คุณพ่อพอล นายกเทศมนตรี เขาจึงไม่ลังเลเลยเมื่อชีวิตของเขาจะดีขึ้นด้วยการเป็นอมตะและมีพลังอำนาจวิเศษจากการดื่มไวน์ของคุณพ่อพอล สเติร์จเป็นตัวแทนของกลุ่มคนทั่วไปในสังคมที่เชื่อตามคนอื่น ๆ โดยไม่คิดถึงเหตุผลและความเหมาะสมถูกต้อง แต่เมื่อถึงจุดจบของชีวิต สเติร์จก็จำเป็นต้องรับชะตากรรมนั้นอย่างขมขื่นเช่นเดียวกับคนที่หลงผิด


    ♰ เอ็ดเวิร์ดและแอนนี ฟลินน์ : พ่อแม่ของไรลีย์และวอร์เรน เขาเป็นชาวประมงธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ไม่ได้มีความรู้อะไรมากมาย ที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้มาทั้งชีวิตกับภรรยาผู้เป็นแม่บ้านธรรมดา ๆ ชีวิตของทั้งคู่ไม่มีอะไรมั่นคง เพราะแหล่งรายได้เดียวของพวกเขาคือสัตว์น้ำจากทะเลที่เขาจับได้ ซึ่งในยุคหลัง ๆ สภาพแวดล้อมเริ่มเปลีย่นแปลงไป มีสัตว์ทะเลน้อยลงพร้อมทั้งคลื่นลมทะเลที่ไม่ค่อยจะเป็นใจ เพราะมักมีพายุเข้ามาถล่มที่เกาะและสร้างความเสียหายอยู่เสมอ ดังนั้นสิ่งเดียวที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเพียงสิ่งเดียวของพวกเขาคือการไปโบสถ์และเชื่อในพระเจ้าอย่างสุดจิตสุดใจ และยิ่งเชื่อเข้าไปมากกว่าเดิมเมื่อได้ฟังการเทศนาของคุณพ่อพอลที่ใช้วาทศิลป์ปลุกใจที่มีการเปรียบเทียบสาวกรุ่นแรก ๆ ของพระเยซูเป็นชาวประมง (นักบุญเปโตรที่เคยเป็นชาวประมงมาก่อน) ซึ่งมันทำให้เหล่าชาวประมงบนเกาะรู้สึกถึงการมีคุณค่าและการมีตัวตนของตนเอง แต่นี่เองเป็นการถูกหลอกใช้โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวเพื่อยอมรับเชื้อแวมไพร์ แต่ท้ายที่สุด เมื่อพวกเขารู้ความจริง พวกเขาก็ไม่ยอมที่จะส่งต่อเชื้อแวมไพร์แม้ว่าจะถูกกัดและเปลี่ยนเป็นแวมไพร์ก็ตาม สุดท้ายพวกเขาได้รอคอยความตายไปพร้อมกันด้วยศรัทธาต่อพระเจ้าที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง


    ♰ เว็ดและดอลลี สการ์โบโรห์ : เว็ดนั้นเป็นนายกเทศมนตรีและส่วนดอลลีเป็นแม่บ้าน ทั้งคู่ถือว่าเป็นผู้ที่มีอิทธิพลในเกาะ และมีลูกสาวเพียงคนเดียวคือ ลีซา พวกเขาเป็นคนที่เคร่งศานาและศรัทธาในพระเจ้ามากพอ ๆ กับครอบครัวฟลินน์ แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ เว็ดและดอลลีได้ใช้อำนาจความเป็นคนมีอิทธิพลในพื้นที่โน้มน้าวใจให้คนอื่น ๆ ไปโบสถ์ด้วย และยังเป็นสองคนแรกที่นำยาพิษแจกจ่ายให้ทุกคนที่มาโบสถ์ดื่มเพื่อให้กลายร่างเป็นแวมไพร์อย่างสมบูรณ์หลังจากได้รับเชื้อแวมไพร์จากการดื่มไวน์แล้ว และแม้ในวาระสุดท้าย พวกเขาก็ไม่ได้มีความเข้าใจถึงสิ่งผิดที่พวกเขาได้ทำลงไปและยืนรอความตายไปทั้ง ๆ ที่ไม่เข้าใจอยู่นั่นเอง

    ♰ ผู้คนในกลุ่มที่อยู่ก้ำกึ่งระหว่างทั้งสองโลก 
    (กลุ่มเยาวชนที่ยังไม่แน่ใจในทางเลือกและการตัดสินใจของตัวเอง
    และยังถูกผู้ใหญ่ชักจูง โน้มน้าวใจไปในทางโน้นทีทางนี้ที)

    (จากซ้ายไปขวา: อูเกอร์ วอร์เรน อาลี)

    ♰ ลีซา สการ์โบโรห์: เด็กสาวขาพิการผู้เปี่ยมศรัทธาในพระเจ้าที่สามารถกลับใจได้รวดเร็วแตกต่างจากพ่อแม่ของเธอ ลีซาไม่ยอมรับเชื้อแวมไพร์ได้เพราะเธอได้รู้ว่า นี่ไม่ใช่พรจากพระเจ้าอย่างที่ควรจะเป็น และในตอนสุดท้าย เธอก็กลับมาเป็นมนุษย์และมีขาพิการเหมือนเดิมเพราะร่างกายของเธอไม่ได้รับเชื้อแวมไพร์อย่างเต็มรูปแบบนั่นเอง และรอดชีวิตพร้อมกับวอร์เรน

    ♰ วอร์เรน ฟลินน์: เด็กหนุ่มผู้ช่วยทำพิธีในโบสถ์ (Altar Boy) ที่ไม่ได้มีศรัทธาในศาสนาขนาดนั้น พอ ๆ กับ ไรลีย์ พี่ชายของเขา เขาดำเนินตามรอยเท้าของพี่ชายที่เขาเป็นเด็กช่วยพิธีมาก่อนเพื่อเรียกร้องความสนใจจากลีซา เด็กสาวที่เขาแอบชอบมานาน ด้วยความที่ไม่ได้ศรัทธาในศาสนาและเป็นเด็กช่วยพิธี ทำให้เขาไม่ได้ดื่มไวน์ในพิธีมิสซานั้นเข้าไปด้วย เขาจึงแทบจะเป็นคนเดียวในเกาะที่ไม่มีความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายเลย

    ♰ อาลี ฮัสซัน: เด็กหนุ่มมุสลิมผู้อยากปรับตัวให้เข้ากับเพื่อน ๆ ในเกาะให้ได้ จนถึงรับคัมภีร์ไบเบิลมาอ่านเพื่อศึกษา ถึงขั้นยอมแตกหักกับพ่อของเขา ยอมไปโบสถ์และรับเชื้อแวมไพร์อย่างเต็มใจจนกลายเป็นแวมไพร์ทันที แต่เมื่อเห็นว่า แม้ว่าเขาจะกลายเป็นชาวคริสต์และแวมไพร์ก็ตาม เหล่าชาวคริสต์ก็ไม่ยอมรับตัวตนของพ่อและตัวเขาอยู่ดี สุดท้ายอาลีก็กลับตัวกลับใจในตอนที่เขาได้กลายเป็นแวมไพร์แล้วและลงมือเผาที่พักสุดท้ายของเหล่าแวมไพร์ด้วยมือของเขาเอง เพื่อเป็นการจบทุกสิ่งที่เลวร้ายลงที่นี่ และเสียชีวิตไปหลังจากอาทิตย์ขึ้นเคียงข้างกับพ่อของเขาที่ถูกยิง

    ♰ อูเกอร์ : เด็กหนุ่มผู้ช่วยทำพิธีคู่หูของวอร์เรน เขาเป็นผู้ชักชวนให้วอร์เรนและอาลีดื่มเหล้าและสูบกัญชา อูเกอร์ไม่ได้มีบทบาทมากนักภายในเรื่อง แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเขายอมรับเชื้อแวมไพร์เข้ามาโดนเห็นเสมือนเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นและน่าทดลองคล้ายยาเสพติดหรือของมึนเมารูปแบบใหม่เท่านั้น โดยไม่มีมีความศรัทธาในศาสนาหรือความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองใด ๆ สุดท้ายเขาก็ยืนเคียงข้างสเติร์จและกลายเป็นเถ้าถ่านเช่นเดียวกันกับคนอื่น ๆ


    ♰ สัญลักษณ์ต่าง ๆ และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยน่ารู้ที่ซ่อนอยู่ในซีรี่ส์ 

    ♰ ชื่อตอนแต่ละตอนทั้ง 7 ตอนของซีรีส์ก็มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย นั่นก็คือ เลือกใช้เลข 7 ซึ่งเป็นเลขที่มีความสำคัญและถูกใช้บ่อย ๆ ในศาสนาคริสต์ เพราะถือว่าเป็นเลขที่ดีของศาสนาคริสต์ ซึ่งสือ่ถึงหลายอย่าง เช่น พระคุณ 7 ประการของพระจิตเจ้า, วันทั้ง 7 ที่พระเจ้าใช้สร้างโลก, บาป 7 ประการ เป็นต้น โดยระบุเป็นจำนวนตอนทั้ง 7 และใช้ชื่อพระคัมภีร์ต่าง ๆ มาอธิบายถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนตอนนั้นด้วย ดังนี้

    Book I : Genesis (พระคัมภีร์ปฐมกาล)
    เป็นคัมภีร์ที่กล่าวถึงการเริ่มต้นสร้างโลกและสรรพสิ่งของพระเจ้าภายใน 6 วันและทรงพักผ่อนในวันที่ 7 ซึ่งสัมพันธ์ของการกลับมาของคุณพ่อพรูอิตต์ในร่างคุณพ่อพอลเพื่อการเริ่มต้นสร้างเกาะที่เต็มไปด้วยผู้คนที่ศรัทธาในศาสนาอีกครั้ง

    Book II : Psalms (บทเพลงสดุดี)
    เป็นคัมภีร์ที่กล่าวถึงบทเพลงสรรเสริญและสดุดีพระเจ้าที่เปี่ยมไปด้วยศรัทธา ซึ่งเป็นตอนที่คุณพ่อพอลได้ใช้วาทศิลป์ปลุกใจผู้คนบนเกาะที่เริ่มหมดกำลังใจให้เริ่มเกิดความซาบซึ้งในคำสอนของพระเจ้าและศรัทธาต่อพระเจ้ามากขึ้น

    Book III : Proverbs (พระคัมภีร์สุภาษิต)
    เป็นคัมภีร์ที่กล่าวถึงเรื่องราวคำสอนที่เป็นบทเอาไว้สั่งสอนหรือเตือนใจเพื่อให้ทำแต่ความดี ซึ่งตรงกับเรื่องราวในตอนที่ที่ตัวละครหลาย ๆ ตัวเริ่มมีความศรัทธาในศาสนามากขึ้นจนชีวิตทุกคนเริ่มดีขึ้น โดยนึกว่าเป็นผลของการศรัทธาในพระเจ้า (แต่จริง ๆ เกิดจากการดื่มไวน์ผสมเชื้อแวมไพร์) และใช้สุภาษิตในพระคัมภีร์นำมาพูดอ้างถึงเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน และยังหมายถึงการตีความพระคัมภีร์ที่ตรงไปตรงมาอย่างเกินจริงจนน่ากลัวของคุณพ่อพอล นั่นก็คือ บทกล่าวในการรับศีลมหาสนิทในการรับขนมปังไร้เชื้อและเหล้าองุ่นที่ว่า "จงรับไป นี่คือกายของพระคริสต์" และ "จงรับไป นี่คือโลหิตของพระคริสต์" และการที่ได้รับชีวิตนิรันดร์จากพระเจ้าผ่านการดื่มไวน์ผสมเชื้อแวมไพร์จากเลือดแวมไพร์นั่นเอง


    Book IV : Lamentations (บทเพลงคร่ำครวญ)
    เป็นคัมภีร์ที่กล่าวถึงบทเพลงที่ใช้ร้องในพิธีศพและคร่ำครวญถึงความสูญเสีย ซึ่งสะท้อนช่วงเวลาที่คุณพ่อพอลเริ่มกลายสภาพเป็นแวมไพร์อย่างสมบูรณ์ เริ่มมีความกระหายเลือด ทุกข์ทรมานในความเจ็บปวดในร่างกาย และยังสะท้อนเรื่องราวของไรลีย์และเอรินที่มานั่งเล่าระบายความทุกข์ในใจของตัวเองจนสามารถเข้าใจอีกฝ่ายอย่างถ่องแท้ และก่อเกิดเป็นความรักอันบริสุทธิ์จริง ๆ

    Book V : Gospel (พระวรสาร)
    เป็นคัมภีร์ที่กล่าวถึง "ข่าวดี" ที่ถูกนำมาบอกเล่าแก่มนุษย์ว่า บาปของมนุษย์จะได้รับการอภัยเพราะพระเจ้าได้ส่งพระบุตรลงมาเป็นพระผู้ไถ่ในโลกมนุษย์และมนุษย์จะฟื้นคืนชีพในสวรรค์หากมีความศรัทธาในพระเจ้า ซึ่งตรงกับตอนที่ไรลีย์ถูกกัดคอและกลายเป็นแวมไพร์อย่างสมบูรณ์ ซึ่งคุณพ่อพอลและเบฟบอกเขาว่า เขาได้รับข่าวดีและพรจากพระเจ้า เพราะเขาจะมีพลังวิเศษ แข็งแกร่ง และเป็นอมตะ แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการเลยแม้แต่น้อย

    Book VI : Acts of the Apostles (กิจการของอัครทูต)
    เป็นคัมภีร์ที่กล่าวถึงบันทึกแนวทางปฏิบัติที่พระเยซูทรงสอนเพื่อเป็นแนวทางในการเผยแพร่ศาสนาต่อไปและยังเป็นเสมือนบทบันทึกการเดินทาง เรื่องราว เหตุการณ์หรือการรายงานการปฏิบัติหน้าที่เผยแพร่คำสอนของเหล่าอัครสาวกและนักบุญต่าง ๆ ด้วย ซึ่งตอนนี้ตรงกับเนื้อหาในซีรีส์ที่ว่า คุณพ่อพอลได้ปลุกใจให้ทุกคนที่มาโบสถ์เตรียมตัวเผยแพร่คำสอนของพระเจ้าผ่านการรับเชื้อแวมไพร์ผ่านการดื่มไวน์ในพิธีมิสซา

    Book VII : Revelations (วิวรณ์)
    เป็นคัมภีร์ที่กล่าวถึงการเปิดเผยความจริงหรือความสำคัญบางอย่างผ่านการมาปรากฏตัวของสิ่งเหนือธรรมชาติ เช่น เทวทูต พระจิตเจ้า ซึ่งสื่อถึงการเปิดเผยตัวของทูตสวรรค์หรือแวมไพร์แก่ทุกคนที่มาโบสถ์ในพิธีเปลี่ยนแปลงร่างกายในตอนสุดท้ายของซีรีส์


    ♰ ต้นกำเนิดแวมไพร์ตัวแรกของโลก
    อ้างอิงจากพระคัมภีร์ไบเบิลฉบับพันธสัญญาใหม่ (The New Testament) และคัมภีร์ The Book Of Alugah ของศาสนายิว
    ที่เล่าถึงตอนที่พระเยซูถูกหักหลังโดยสาวกคนหนึ่ง นั่นก็คือ ยูดาส อิสคาริโอท (Judas Iscariot) ที่ขายความลับให้แก่ทหารโรมันเพื่อแลกกับเงิน 30 เหรียญว่า คนไหนคือพระเยซู โดยการเข้าไปจูบที่แก้มของพระองค์เพื่อส่งสัญญาณให้ทหารโรมันเข้ามาจับตัวพระองค์ไปตรึงไม้กางเขน แต่เมื่อพระเยซูสิ้นพระชนม์ไปแล้ว ยูดาสก็สำนึกผิดและติดสินใจผูกคอตาย แต่เขาก็ไม่อาจตายได้ เนื่องจากพระเจ้าได้สาปเขาเอาไว้ว่า เขาจะมีชีวิตอยู่ไปชั่วกัปชั่วกัลป์โดยที่ไม่อาจถึงความตายได้ เขาจะไม่สามารถอยู่ในแสงของดวงอาทิตย์และจะต้องมีชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวในยามกลางคืน พร้อมทั้งดื่มเลือดจากมนุษย์เป็นอาหาร เขาจะมีลูกหลานมากมายซึ่งเป็นคนที่เขากัดและดูดเลือด และคนเหล่านั้นก็จะต้องกลายเป็นผีดิบเหมือนกับเขาไปด้วย 


    ในฉากที่คุณพ่อพรูอิตต์ถูกแวมไพร์กัดนั้น ด้วยความที่เขาแก่ชราและมีสติความทรงจำพร้อมทั้งสายตาที่พร่าเลือนจนไม่อาจรู้ถูกผิดได้ จึงทำให้เขาอาจเข้าใจผิดไปว่า แวมไพร์เป็นทูตสวรรค์ของพระเจ้า และการที่แวมไพร์ได้กรีดเลือดให้เขาดื่ม เสมือนเป็นการถูกซานตานเข้าสิงหรือดลใจให้กระทำการที่ผิดไปจากเส้นทางของพระเจ้านั่นเอง


    ♰ ชื่องาน Crock Pot Luck งานเทศกาลประจำเกาะคร็อกเก็ตต์ ต้องอธิบายก่อนว่า งาน Pot Luck Party คืองานปาร์ตี้ในอเมริกาที่ผู้คนจะพากันทำอาหารหรือเครื่องดื่มสูตรของตัวเองเอามาแบ่งกันทานในงานเพื่อสังสรรค์พูดคุยกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลหรือสานสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน และอาจจะมีการประกวดหรือแข่งขันว่า อาหารของใครที่อร่อยที่สุดหรือมีคนทานเยอะที่สุดด้วย ซึ่งในซีรี่ส์ก็มีการพูดถึงความเป็นเหมือน "หม้อต้มรวม" ของผู้คนบนเกาะ ที่สื่อถึงสถานที่ที่มีคนมากมายหลายประเภท หลายเชื้อชาติศาสนา หลายวัฒนธรรมมารวมตัวกันเพราะศรัทธาในศาสนา (ซึ่งอาจจะเป็นการล้อเลียนความเป็นอเมริกาอยู่หน่อย ๆ ที่มีชื่อเรียกเล่น ๆ ว่า Melting Pot ซึ่งก็คือ หม้อหลอมรวม เหมือนกัน) แต่จริง ๆ จะว่าเป็นเรื่องดีก็ดี จะว่าไม่ดีก็ได้ เพราะในความแตกต่างหลากหลายก็ยังคงมีคนที่ไม่ชอบความแตกต่าง ซึ่งยังคงมีปัญหาการเหยียดเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรมอยู่ตลอดแม้กระทั่งในปัจจุบันทั้งในอเมริกาและในเกาะคร็อกเก็ตต์ด้วย


    ♰ และยังมีการนำเสนอความเป็นอื่นผ่านการนำเอาแมวหรือสุนัขเข้ามาเลี้ยง ซึ่งแมวหรือสุนัขแสดงถึงความเป็นสัตว์ต่างถิ่น (Alien Species) ที่อาจจะเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในท้องถิ่นหรือเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นอื่นในเรื่องหรือแทนสิ่งที่มาจากโลกแห่งวัตถุหรือโลกสมัยใหม่ ซึ่งเราสามารถสังเกตได้ว่า โจ คอลลี่ ชายขี้เมาประจำเกาะที่ทุกคนรังเกียจก็เป็นเจ้าของเจ้าไพค์ สุนัขพิตบูลที่ถูกเบฟวางยาเบื่อนั่นเอง เหตุการณ์นี้เองที่บอกให้เรารู้ได้ว่า เบฟ ซึ่งเป็นตัวแทนของคนพื้นถิ่นไม่ยอมรับเอาสิ่งใหม่ ๆ จากโลกภายนอกที่เข้ามาในเกาะ เพราะเธอคิดว่ามันจะทำร้ายร่างกายของเธอและอาจจะหมายถึงสิ่งใหม่ ๆ นี้ (โลกแห่งวัตถุ) อาจจะทำลายสิ่งที่เป็นสิ่งดั้งเดิมของเกาะไป (ศาสนา ความเชื่อ ศรัทธา) เธอจึงชิงทำลายสิ่งแปลกปลอมนั้นก่อนเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง


    ♰ มีการนำความเชื่อเรื่องสัตว์ที่บอกข่าวหรือเกี่ยวข้องกับโชคลาง นั่นก็คือ นกอัลบาทรอส (Albatross) ซึ่งเหล่าชาวประมง ชาวเรือ หรือกะลาสีเชื่อว่า เป็นนกที่จะนำโชคร้ายมาให้ ซึ่งภายในเรื่อง โจ คอลลี่ได้มองเห็นทูตสวรรค์ (แวมไพร์) บินผ่านหลังคาบ้านเขาไปในตอนกลางคืน เขาจึงคิดว่าเป็นนกอัลบาทรอสตัวใหญ่นั่นเอง



    ♰ การนำเอาความเชื่อของกะลาสีและชาวประมงมานำเสนอถึงเหตุการณ์ ซึ่งบ่งบอกว่ากำลงจะมีเรื่องราวเลวร้ายเกิดขึ้นในซีรี่ส์ต่อไป และสีแดงก็ยังสะท้อนถึงการเกิดพายุ ความอันตราย ความตาย เลือด หรือความโชคร้ายก็ได้ ความเชื่อนั่นก็คือ

    "Red sky at night, sailors delight. Red sky in morning, sailor’s warning."
    "ฟ้าแดงยามเย็นคนเรือดีใจ ยามเช้าแดงไซร้ให้จงระวัง"

    (ใครมองเห็นอะไรเพิ่มเติม หรือมีความคิดเห็นอื่น ๆ ที่แตกต่างไป
    สามารถมาพูดคุยกันได้นะคะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ)


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in