Sydney – be who you areyoursummergirl
03 Malaysia 10 hours: ฉันอยากหาเธอที่มาเลเซีย
  • ค่ำคืนของวันที่ 23 มิถุนายน 2560
    เหนือน่านฟ้า ไทย - มาเลเซีย


    ในที่สุด สองชั่วโมงบน AK 889 ก็สิ้นสุดลง...
    หลับๆ ตื่นๆ บ้าง
    อ้อ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ The Chainsmokers ปล่อยอัลบั้มใหม่พอดี เราฟังอัลบั้มนี้วนไปมา ย้อนกลับไปก็รู้สึกขอบคุณเพลงในอัลบั้มนี้นะ ที่ช่วยให้เราพอจะลืมอาการใจหวิวสัสๆ ตอนบินออกจากเมืองไทย (และตลอดเวลาที่กำลังบิน) ได้บ้าง

    บางเพลงคือฟังทีไรก็คิดถึงโมเม้นเหล่านั้นทุกที



    ฉันอยากหาเธอที่มาเลเซีย มาเล มาเล
    อ้อ ลืมเล่าไป ตอนสาธิตการใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือตั่งต่างบนเครื่องอะ พี่สจ้วตคนดียืนอยู่ในโซนเราพอดี ก็ทำเนียนๆ มองการสาธิตไป แต่เปล่า หนูมองหน้าพี่อะ ฮ่าๆ แม่งโคตรน่ารัก คนอะไรน่ารักขนาดนี้
      
    บาปบุญของชะนีไทย เสือกสายตาสั้น และนั่งติดหน้าต่าง ตอนเขาเดินไปมาคือมองไม่เห็นป้ายชื่อเลยจ้ะ เฟลไปโน้ะงานนี้

    ความน่ารักยิ่งพุ่งทะลุเพดาน cabin ไปอีกก็ตอนเดินออกเครื่อง ก็เป็นปกติอ่าเนอะก็เขาจะยืนส่งผู้โดยสารด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ และใช่ค่ะ พี่คนดีเรายืนอยู่ตรงนั้นพอดี นี่ก็งงตัวเองเหมือนกัน มึงจะเขินทำเชี่ยไรนักหนา เราชะงักนิดนึงตอนเดินผ่านพี่เขา ยิ้มให้นิดหน่อย แต่ไม่มากเดี๋ยวเขารู้หมดไง ไม่ใช่ไร เขินสัสสสสสส

    “Byeeeeee” พี่คนดีพูดขึ้นจังหวะที่เราเดินผ่าน ณ โมเม้นนั้นคือแม่เจ้าโว้ยยย กูอยากดิ้นตายตรงนั้น
    เสียงนุ่มๆ และท่ายืนล้วงกระเป๋าเท่ๆ ของเฮียแกคือกร้าวใจมาก ล้มได้ล้ม แต่ความจริงคือมึงต้องเดินผ่านเขาไปให้เนียนที่สุด..

    คนบ้าอะไรน่ารักขนาดนี้ 
    น่ารักจนอยากโทรบอกแม่ว่าหนูเจอเนื้อคู่แล้ว แม่จ๋าาา หนูเจอเนื้อคู่แล้ววว


    แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นแค่เสี้ยววินาทีจ้ะ ชอบแค่ไหนก็ต้องจากกันอยู่ดีป่ะวะแกร เศร้า

    เราเดินหันหลังให้นกแดงและพี่คนดีด้วยยิ้มที่อมไว้หน่อยๆ (ไม่ใช่แค่อมยิ้ม อมขี้ฟันด้วย)

    ใจนึงก็หวังว่าคงได้เจอกันอีก 
    ใจนึงก็คิดว่าชาตินี้คงไม่เจอกันอีกหรอก
    แต่ใจนึงก็ดีใจที่ได้เจอ
    ...

  • มามาเลทั้งทีก็มาตอนฟ้ามืดแล้ว วิวทิวทัศน์ที่หวังไว้.. มองไม่เห็นเลยจ้ะ มองไม่เห็นอะไรเลย

    เกือบหกทุ่มตามเวลาท้องถิ่นกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

    เหนื่อยนะ ไม่รู้เหนื่อยอะไร
    แค่นั่งเครื่องบินเฉยๆ
    แค่สองชั่วโมงเอง
    แค่นี้เอง ก็เหนื่อยแล้วหรอ เห้อม

    กว่าจะเดินออกจากเกทได้นี่พูดเลยว่าไกล๊ไกลลลล เดินจนท้อ เดินจนอยากร้องขอชีวิต
    ใจนึงก็เอะใจว่า เอ๊ะ นี่กูอยู่นอกประเทศไทยแล้วหรอวะเนี่ยยย ไม่คิดไม่ฝันเล้ย
    ใจนึงก็คือ ฮรืออออ เราอยู่ไกลบ้านจังเลยวะ
    แต่ใจนึงก็คือ..

    ยะฮู้ว นี่มันช่วงเวลาแห่งอิสรภาพ
    เจ้าอิสรภาพที่รัก เจ้าจงมากระโดดแปะมือกับข้าบัดเดี๋ยวนี้!


    ในที่สุดเราเดินมาถึง terminal แล้วครัช ผ่านด่านต่างๆ และตรวจกระเป๋าเรียบร้อย ใช่ ต.ม. หรือเปล่าไม่แน่ใจ เพราะอาคารนี้เขาเหมือนมีไว้ให้ผู้โดยสารที่เปลี่ยนเครื่องเท่านั้น เหมือนจะออกไปไหนไม่ได้เลยอะ มันเป็นกลมๆ มันล้อมเราไว้หมดเลย (เอ๊ะหรือว่าออกได้ พอดีเหนื่อยและดึกมากแล้ว เลยไม่พิศวาทจะออกไปไหน ใครรู้บอกข่าวทีจ้า)  อ้อ เราไม่ต้องรอเอากระเป๋าเดินทางมาโหลดใหม่นะ สายการบินจัดการให้เบิ่ดเลย ไปแต่ตัว ทัวร์ยกแก๊งค์โลดดดด


    หากิน
    เราและชาวคณะ (หมอลำ) ต้องหาที่หลับที่นอนเพราะต้องรอขึ้นเครื่องอีกทีตอน 10 โมงเช้า นั่นหมายความว่า รอไปจ้ะ สิบชั่วโมงก็รอปายยย จะนอนจะกิน จะทำอะไรก็ตามบาย

    ระหว่างนั่งพักก็หาทางเชื่อมต่อ Airport Wi-Fi ไปเรื่อยตามที่อาจารย์หัวหน้าลูกทัวร์บอก เพราะจะได้รายงานความเคลื่อนไหวให้พ่อรู้บ้างว่า ยังไม่ตาย ยังสบายดี และบอกแม่ เจอเนื้อคู่แล้ว แฮ่ๆ ล้อเล่ง
    และทำการปรับเปลี่ยนเวลาในโทรศัพท์ตามเวลาท้องถิ่นให้เรียบร้อย

    แต่เป้าหมายแรกของเราและชาวแก๊งค์คืออะไรคะ ติ๊กต้อกๆ ถูกต้องค่ะ! หาอะไรยัดปากซะหน่อย ไม่ว่าจะง่วงแค่ไหน ถ้าหนังท้องไม่ตึง หนังตาก็ไม่มีทางหย่อนได้แน่นอนค่ะ! ไปค่ะขึ้นไปชั้นสอง!


    ก็อย่างที่ทราบ ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแค่เงินสกุลออสเตรเลียนดอลลาร์ ก็จัดการแลกเงินเป็นมาเลเซียนริงกิตให้เสร็จสรรพ เรทตอนนั้นคือ 11 บาท ต่อ 1 ริงกิตเลยมั้ง ทั้งๆ ที่ข้างนอกแค่ 7 บาท ต่อ 1 ริงกิตเอง แลกในสนามบินก็เงี้ย แพงเน้อออออ แลกเงินไว้ซื้อข้าวกินที่นี่ไปเท่าไหร่ไม่รู้ ลืมแล้ว


    พ้ามพามพ่ามพามมมมมมม และนี่คือ อาหารมื้อแรกในต่างแดนของนุ้งงงงง
    เกือบดีละ ไปไหนก็หนีไม่พ้นแมคหรอวะ แป่ว
    เหตุผลทั้งหมดทั้งมวลที่ต้องแดกแมคก็คือ เราไปถึงดึกมากๆ แล้วไง คือร้านรวงอื่นๆ ในฟู้ดคอร์ทคือกลับบ้านนอนตีพุงกันหมดแล้วอะ เหลือแค่แมคกับอะไรซักอย่าง จำไม่ค่อยได้ ก็เลยต้องจำใจแดกแมคต่อไป

    พนักงานแมคที่นี่คือสื่อสารกันยากมากกกกกกกกกกกกกกก เขาดูไม่ใช่คนมาเลเลยอะ ดูเป็นแขกมาจากที่ไหนไม่รู้ มีจุดสีแดงๆ บนหน้าผาก พูดภาษาอังกฤษสำเนียงอินเดี๊ยอินเดีย แล้วคือหน้าเหวี่ยงมากอีเจ๊ เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ก็ต้องเออออห่อหมกกันไป เพราะอะไรคะ เพราะไม่มีทางเลือกอื่นแล้วค่ะทั่นผู้โช้มมม ต้องรีบแดกแล้วรีบไปหาที่หลับที่นอนพักผ่อนกันเสียที

    นี่คือเงินริงกิตที่เหลือ เอาไว้ซื้ออาหารเช้ากินก่อนขึ้นเครื่องพรุ่งนี้


    หานอน
    กลับลงมาชั้นล่างเช่นเดิม บอกเลยว่านอนเหมือน homeless อะ ต้องนอนตามพื้นบ้าง นอนบนเก้าอี้บ้าง ซึ่งแกรรรร๊ เก้าอี้ที่นี่เค้าออกแบบมาไม่ให้นอนได้ ใช่จ้ะ อ่านไม่ผิด ไม่ - ให้ - นอน - ได้ จะมีที่วางแขนที่กั้นแขนอะไรของเค้าขึ้นมาสูงอย่างกับกำแพงเมืองจีน ถ้าจะหวังนอนราบๆ เรียบๆ ยึดพื้นที่เก้าอี้หลายตัวต่อกันเนี่ย ไม่ต้องฝันเลยจ้า นู้น เชิญนอนพื้น รู้งี้เอาเสื่อมาด้วยดีกว่าว่ะ แต่เราไม่ยอมนอนพื้นหรอกนาจา เรากับเพื่อนไปนอนเก้าอีเดี่ยวที่สามารถยืดขาเข้าไปในซอกไม้อะไรซักอย่างได้ ก็พอหลับได้อยู่นะ ซัก 5-6 ชม. ก็ไหวอยู่

    ข้อควรคำนึง
    1. กอดกระเป๋าทุกใบที่มีให้แน่นๆ เหมือนกอดผัว อ่อ ไม่มีผัว
    (พูดเหมือนเยอะ จริงๆ ก็คือเป๋าสะพายเล็ก 1 ใบ ยัดใส่ในเป๋าเป้ 1 ใบ ปิดซิบให้มิดชิด)

    2. หากมีเสื้อแขนยาว/เสื้อกันหนาว ก็สวมไว้ไม่เสียหาย
    (ปิดซิบเสื้อไว้เพื่อบังกระเป้ที่สะพายมาด้านหน้าและลำตัว ไม่มีใครกอดก็กอดตัวเองจริงจังก็คราวนี้

    3. เพื่อนกัน ดูแลกัน นอนข้างกัน
    (ถ้ารู้สึกตัวตอนนอนก็มองหาเพื่อนไว้ อย่างน้อยก็อุ่นจายยย)

    4. ทำตัวจนเข้าไว้ เอ้ย ทางที่ดีไม่คุยกับคนแปลกหน้า
    (มองซ้ายขวาหน้าหลังดีๆ เน้อ)


    สภาพตอนนี้เหมือนปลาเค็มเคลื่อนที่
    จัดการล้างหน้าล้างตา ล้างอะไรตั่งต่าง ก็สุดแล้วแต่
    เสร็จแล้วจะได้ไปจองที่นอน


    ขอเม้าห้องน้ำหน่อยเหอะ
    1. นี่เธอเป็น International Airport นะขอร้อง ห้องน้ำห้างดังๆ ในไทยยังสะอาดกว่าเธอสิบเท่าเลยย่ะ
    2. นี่เธอเป็น International Airport นะขอร้อง จำนวนห้องน้ำ ช่วยมีให้เยอะพอรองรับจำนวนคนได้ปะ
    3. นี่เธอเป็น International Airport นะขอร้อง ฉันงงไปหมด ส้วมแบบนั่งยองมีเยอะกว่าชักโครกเด้อ
    4. นี่เธอเป็น International Airport นะขอร้อง ห้องละหมาดใหญ่แค่ไหนไม่ว่า แต่ช่วยเพิ่มขนาดห้องน้ำให้ทัดเทียมความกว้างของห้องละหมาดด้วย มันไม่พอใช้!





  • อรุณเบิกว่านกกาโบยบิน

    ก็ไม่มีอะไรมาก ตื่นมาล้างหน้าล้างตาล้างสรรพสิ่งเสร็จแล้วก็เดินขึ้นชั้นสองตามเคย
    แวะไปเยี่ยมเยียนแมคดอนัลอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราดีกว่าค่ะ 


    เมนูยามเช้าคืออะไรคะซิส
    ตอบค่ะ ว่ามันก็คือน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ดีๆ นี่เอง – มื้อเช้าแบบไทยๆ หาได้ในต่างแดนนะคะบอกโลย
    ไม่ต้องพูดถึงความอร่อย มันก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรแดกอะค่ะ ร้านรวงต่างๆ ก็ยังไม่มา ตื่นสายไรเบอร์นั้น
    นี่แอบคิดนะ กูจำเป็นต้องแดกน้ำเต้าหู้ของแมคดอนัลมั้ยอะ มันต้องแพงขนาดนี้มั้ยอะ! 




    เราแอบหวังเล็กๆ ว่าจะแจ๊กพ็อตแตกเจอพี่สจ๊วตคนดีอีกครั้ง..
    ไม่เกี่ยงว่าจะเจอในตัว terminal หรือฝันสูงว่าจะเป็นไฟลท์ไป Sydney
    จำได้ว่า ตอนเช้าที่เพิ่งตื่น แอบวิ่งตามลูกเรือกลุ่มนึง ไปทางปีกอาคารอีกฝั่ง
    เพราะมีผู้ชายคนนึงคล้ายพี่คนดีของเรามากๆ
    แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่.. เอ๊ะ หรือว่าใช่


    แปดนาฬิกา รีบมาพบเธอ
    อาหารเช้าถูกยัดลงท้องเรียบร้อยแล้ว เราออกเดินทางจากที่ตั้งแคมป์คนพเนจรแถวใต้บันไดเลื่อน เคลื่อนตัวไปหาเกทที่อยู่ไกลกว่าดาวเนปจูน 
    ใช่ เราเผื่อเวลาเยอะพอสมควร อย่างน้อยถ้าเกทอยู่ไกล เราจะได้มีเวลาธุดงค์แบบชิลๆ

    ข้างบนคือสแกนตัวและกระเป๋า คนเยอะมากกกกกกกก เหมือนมีงานบุญ
    ไปถึงเกทแล้วก็ตามเคยครัช ตื่นเต้น..


    "ขึ้นเครื่องครั้งนี้ คือโผล่อีกทีก็ซิดนีย์เลยนะเว้ย"



    ถ้าพูดเป็นภาษาอีสานคือ ห่าวด๊องๆ ห่าวคัก กูสิได้ไปเมืองนอกอีหลีแล้วโว้ยยยย
    ตื่นเต้นชิปหาย ตื่นเต้นอะตื่นเต้นตื่นเต้.. เชี่ย ปวดขี้ว่ะ ปวดขี้อีกตามเคย
    กะจะจัดการเข้าห้องน้ำให้เสร็จสรรพ แป่ววว เดินเข้าไป คือคนต่อแถวยาวมาก ก็ต่อแถวต่อไปอ่าเนอะ เพราะยังมีเวลาเหลือเฟือ (หรา)

    ขอบ่นอีกรอบ ที่แถวยาวมันไม่ใช่ว่าคนเยอะเบอร์นั้นนะเว้ย ห้องน้ำมันมีไม่เยอะ! ทำไมนะทำมายยย

    เราเจอความสองมาตรฐานตอนผ่าน ต.ม. จะเข้าไปในเกท คือแกร มันมีสองแถวเว้ยที่ตรวจ passport แถวเราอะเป็นผู้หญิงมั้ง อีกแถวเป็นผู้ชาย มันน่าเฟลตรงไหนรู้ปะ passport เรากับเพื่อนไม่ได้ประดับตราอะไรเลยเว้ย ในขณะที่อีกแถวได้ตราประทับ แงงง จะฟ้องแม่ อยากได้ตราประทับ นี่พอไม่ได้ปั๊ม มันก็เหมือนไม่ได้ไปเมืองนอกจริงๆ อะ passport แม่งโล่งมากกกกกกก ควบม้าเล่นได้เลย ฮึ่ม เสียไต




    D7 220 / 49K
    ทาด้าาาา ได้นั่งติดหน้าต่างอีกแล้วครัชไฟลท์นี้ ดีใจระดับนึงเลยแหละ เพราะจะได้มองวิวชัดๆ มันช่างดีต่อใจกับนักสะสมท้องฟ้าแบบเราเสียจริงๆ ไอเลิ้ฟฟฟฟ ขอแสดงความเสียใจกับอิ๊กกี้ นั่งแม่งหน้าห้องน้ำเลยหรอเพื่อน เศร้าๆ 55555


    เลิ้ฟยิ่งกว่าคือได้ใช้เวลาตลอด 8 ชั่วโมง บนฟ้ากับรุ่นพี่สาขาเดียวกันคนนึง นามสมมติ พี่เฟิน เดิมก็รักพี่แกอยู่แล้ว ยิ่งนั่งข้างกันคลุกคลี พูดคุยกันแม่งยิ่งรักกว่าเดิมอะ ขอบคุณที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้โคตรจะมีสีสันเลยนะพี่ ถึงแม้พี่จะจิ๊กหมอนรองคอหนูไปหนุนเกือบครึ่งทางก็เถอะ บางทีก็แแอบซบไหล่เราเด้อ เกร็งบักคัก ย่านเลาตื่น


    เราหลงรักท้องฟ้าวันนี้จัง – the blue sky & my new freedom



    The 2nd take off
    ในที่สุดก็ได้เห็นกัวลาลัมเปอร์ตอนกลางวันแล้วค่ะคุณผู้โช้มมมม
    ก็ไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้นอ่าเนอะ เพราะตามหลักภูมิศาสตร์แล้ว สนามบินแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองพอสมควรเลยแหละ มองเผินๆ เหมือนอยู่กลางป่าอ้อยอะ แบบถ้าใครจะเดินทางจากสนามบินไปในตัวเมืองก็สามารถขึ้นรถไฟจากด้านในของสนามบินได้ สะดวกสบายไปอีก ไม่เหมือนบางประเทศที่ต้องพึ่ง taxi และรถอะไรตั่งต่างที่ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ เอ๊ ประเทศอะไรน๊า



    วินาทีที่ take off นี่พูดเลยว่าความรู้สึกนั้นมันกลับมาอีกแล้ว...



    นี่กูกำลังจะไปเมืองนอกจริงๆ หรอวะ
    นี่กูกำลังบินไปออสเตรเลียจริงหรอเนี่ย
    เห้ยยย จริงปะวะ เหมือนฝันเลยเว้ย



    ชอบรูปนี้เป็นพิเศษ  สีฟ้าของน้ำทะเล กับสีฟ้าของฟ้าจริงๆ มันกลมกลืนกันแทบหาเส้นสอบฟ้าไม่เห็น เพิ่มความพิเศษไปอีก ตรงที่ด้านล่างมีเรือขนส่งสินค้าลำจิ๋วแล่นอยู่ด้วย 
    แอบเสียวเหมือนกันนะ ถ้าตกลงไปก็ตายเลย มีแต่น้ำทะเล ฮ่า




    มื้อเที่ยงชั้นสูง
    ถึงเวลาอาหารเที่ยง ก็ต้องซื้อกินจ้า เพราะพี่นกแดงเขาไม่มีรวมบริการอาหารและเครื่องดื่มนะจ้ะ และก็ไม่ได้ซื้อเพิ่มไว้ก่อนด้วย
    เมนูนี้เป็นไก่อะไรซักอย่าง มีถั่ว มีไข่เจียวด้วย ข้าวสวยก็คล้ายๆ ของไทย แต่ไม่ใช่ของไทย รสชาติข้าวคือปะแล่มๆ กว่าของไทยเยอะ อ้อ เขาให้เลือกเครื่องดื่มได้หนึ่งอย่าง เราต้องน้ำเปล่าอยู่แล้วจ้า ถ้าเป็นอย่างอื่นกลัวแฮดคอ 

    แต่ แต่ แต่! ทางเราและชาวแก๊งค์ไม่มีเงินริงกิตติดตัวแล้ว เจรจาต่อรองกับพี่สจ๊วต (คนนี้เป็นคุณแม่) ว่าเราก็จ่ายเงินเป็น $AUS ได้ แล้วเค้าจะทอนเงินเป็นริงกิตนะ เพราะเค้าไม่มี $AUS เทียบค่าเงินเท่านี้ๆ ก็ว่ากันไป เคลียร์จ้ะ จบจ้ะ

    (แต่พี่สจ้วตอีกฝั่งนึงคือดีย์ ตี๋ ขาว น่ารัก สูง ยาวมากกกก ทีแรกมาบริการฝั่งเรา สงสัยเจอสายตาแอ๊วผู้พิฆาตของชาวเราไป ก็เลยเปลี่ยนฝั่งแม่งเลย ฮ่า)

    ไม่พูดร่ำทำเพลง หิวขนาดนี้ แดกๆ ไปเหอะ ต้องอยู่บนนี้อีกไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง
    รวมๆ แล้วรสชาติไม่ได้แย่นะ กินได้ ตามประสาคนกินง่ายอยู่ง่าย (และใจง่าย) แบบเรา
    กินเสร็จเรียกพี่เขามาเก็บขยะ นู่นนี่นั่น พูดเลยว่าผู้โดยสารไฟลท์นี้คือเรื่องเยอะจัด แอร์เอย สจ๊วตเอยนี่เดินสวนสนามกันหนุกหนาน ไม่รวมพี่แขกที่อุ้มลูกเดินไปเดินมา แอบวุ่นวาย แต่ดีหน่อยเรานั่งท้ายๆ มีแต่พวกเดียวกัน สบายใจ แต่อย่าประมาทหล่ะ ดูแลของมีค่าไว้กับตัวดีๆ!



    นี่คงเป็นภาพท้องฟ้าสีฟ้าภาพสุดท้าย ที่เราแชะเก็บไว้ก่อนทำการนั่งหลับหลังกินข้าวอิ่มไป
    ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังหายใจอยู่ที่กี่หมื่นกี่พันฟุตเหนือระดับน้ำทะเล
    แต่ภาพที่เห็นมันสวยตราตรึงใจมากๆ




    เราคงอยู่ไกลบ้านมากเกินกว่าจะกลับไปแล้วล่ะ
    เราคงอยู่สูงมากๆ จนอะไรๆ ก็กลายเป็นสีครามไปหมด





    บ๊ายบายอีกครั้งนะเมืองไทย
    บ๊ายบายนะมาเลเซีย
    บ๊ายบายเจ้าท้องฟ้าสีสด


    แล้วเจอกันในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า.. ซิดนีย์



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in