MYSTORIESตัวเล็ก
วันเกิด
  • ถ้าพูดถึงวันเกิด ทุกคนจะนึกถึงอะไร



    สำหรับเรา ถ้าเป็นตอนเด็กๆ คงจะนึกถึง เค้ก การเป่าเทียน ของขวัญ การมีคนมายืนล้อมรอบตัวและร้องเพลง Happy Birthday ให้ ตอนนั้นก็มีความสุขดีตามประสาเด็กนั่นแหละ ตื่นเต้นมาก รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญ อารมณ์เหมือนมีตัวตนล่ะมั้ง



    จำได้ว่าตอนเด็กเราเคยน้อยใจญาติคนอื่นด้วย ที่ได้เค้กก้อนใหญ่กว่า ในขณะที่พอวันเกิดเราได้เค้กธรรมดาที่ซื้อตามเซเว่น จำได้ว่าตอนนั้นเราเสียใจมาก แบบ ทำไมเขาได้เค้กเป็นก้อน แต่เราได้เค้กชิ้นจิ๋วๆ ปักเทียนเล่มเดียว แต่ด้วยความที่เราเป็นเด็กไม่ค่อยแสดงความรู้สึกสักเท่าไหร่ เลยเก็บความน้อยใจไว้ในใจ แล้วไปเขียนระบายในสมุด



    เหมือนเด็กเก็บกดอะ ทำอะไรไม่ได้ก็เขียนลงสมุด โคตรตลก 5555555



    พอมาตอนโต ไม่รู้ตั้งแต่ตอนไหนที่ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับวันเกิดอีก ไม่มีเค้ก ไม่มีของขวัญ มีคำอวยพรจากครอบครัว เพื่อนๆ บ้าง แต่ก็ไม่ได้จัดงานยิ่งใหญ่อะไร สำหรับเรา วันเกิดเหมือนเป็นวันที่ได้ทบทวนตัวเองว่าตลอดปีที่ผ่านมาได้พบเจออะไรบ้าง เหมือนได้พูดคุยกับตัวเองว่าเราโตขึ้นไปอีกขั้นแล้วนะ มีอะไรจะพูดกับตัวเองมั้ย อะไรแบบนั้น



    สำหรับวันเกิดในปีนี้ มีเรื่องที่อยากพูดกับตัวเองหลายเรื่องเลย



    ก่อนอื่นเลย อยากจะขอโทษร่างกายที่ใช้งานหนักหน่วงเหลือเกิน นั่งทำงานหลังขดหลังแข็งไม่ยอมพัก ดื้อทำงานไม่ยอมหลับยอมนอน จนเพลีย ปวดเข่า ปวดหลังไปหมด บางทีก็กินข้าวไม่ตรงเวลา บางมื้อขี้เกียจก็ไม่กิน คือแบบ ทุกอย่างที่มันแย่ต่อร่างกายคือทำหมดแล้ว โดยเฉพาะช่วงปีสามเทอมสองอะ โห ที่สุดของการทรมานร่างกาย 5555555 ก็ยังดีที่ร่างกายยังไม่ได้ถึงขั้นแย่อะไรมาก ตอนนี้ก็พยายามจะฟื้นฟูร่างกายตัวเองเท่าที่ทำได้ ถึงจะยังไม่ได้ดีแบบเต็มร้อย แต่ก็พยายามอยู่เรื่อยๆ



    (แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากรับปากว่าจะทำได้ตลอดๆ อะ เพราะธีสิสที่ใกล้เข้ามา ร่างกายก็น่าจะกลับมาแย่เหมือนเดิม 55555555555555 /ร้องไห้)



    ขอโทษที่ยังเป็นคนขี้แพ้เหมือนเดิม เป็นนิสัยที่พยายามแก้ แต่ก็แก้ไม่ได้สักที เหมือนพอเราพยายามทำอะไรสักอย่างแล้ว ทั้งที่เราพยายามกับมันมากๆ แล้ว แต่สิ่งที่ออกมามันกลับไม่ดี ก็จะท้อ เครียด คิดมาก คิดลบไปต่างๆ นานา เลยกลายเป็นคนขี้แพ้ ไม่อยากสู้อะไรสักอย่าง เหมือนพออารมณ์มันดิ่ง ทุกอย่างก็ดิ่งไปหมด ร้องไห้บ่อยด้วย ก็ค่อนข้างหนักหน่วงอยู่เหมือนกัน



    อารมณ์ดิ่งขนาดที่ว่าไม่อยากทำอะไรเลย อยากอยู่เฉยๆ หายใจไปวันๆ มีครั้งนึงเคยมองไปที่ถนน มองรถขับผ่านไปผ่านมาแล้วก็คิดว่าถ้าเกิดเราเดินออกไปให้รถชน เราก็จะได้นอนโรงพยาบาล แล้วเราจะเหนื่อยน้อยลงมั้ย คืออยู่ดีๆ ความคิดนี้ก็แวบขึ้นมาในหัว มันน่ากลัวมากเลยนะ แต่โชคดีที่เราไม่ได้ทำอย่างที่คิด แต่มันก็แสดงให้เห็นว่าเราเหนื่อยมากจริงๆ และควรไปพักอย่างจริงจังเลย



    เราก็พยายามให้กำลังใจตัวเองตลอดว่า จะขี้แพ้ตลอดไปไม่ได้นะ ถ้าเหนื่อยนักก็ร้องไห้ออกมา ปล่อยออกมาให้หมดแล้วค่อยสู้ต่อ เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีขึ้น ทุกอย่างจะผ่านไป มันจะจบแล้ว สู้เข้าหน่อย พยายามฮีลตัวเองอย่างเต็มที่เลย ก็ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย นอกจากฮีลตัวเองแล้ว คนรอบข้างก็ช่วยได้เยอะเหมือนกัน



    พอขอโทษไปแล้วก็อยากขอบคุณตัวเองที่ถึงจะเป็นคนขี้แพ้ แต่ก็ใช้ชีวิตผ่านมาได้อีกปี ยอมรับว่าช่วงก่อนหน้านี้คือแย่มาก แย่ทั้งภายนอกและภายใน ขอบคุณที่สู้จนผ่านช่วงนั้นมาได้ ขอบคุณที่ยังมีชีวิตอยู่ จากนี้ต่อไปก็น่าจะเหนื่อยอีกนั่นแหละ หวังว่าจะสู้ต่อไปอีกเรื่อยๆ เลยนะ ยอมให้ท้อได้ เหนื่อยได้ แต่พักแล้วก็ต้องสู้ต่อนะ



    ขอบคุณคนรอบข้างที่ยังอยู่กับเรา ก็พอรู้ตัวว่าตัวเองไม่ใช่คนดีเต็มร้อย แต่ก็ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วยกัน คนรอบข้างโดยเฉพาะเพื่อนที่คอยช่วยเราอยู่ตลอด ทั้งเรื่องเรียน และให้กำลังใจเวลาเราท้อ เหนื่อย อารมณ์ดิ่ง เราเองก็จะพยายามเข้มแข็งขึ้น เพื่อจะมาฮีลลิ่งเพื่อนเวลาเพื่อนเหนืื่อยเหมือนกัน



    ที่ลืมไม่ได้เลยคือ ขอบคุณฟิค จอย เพลงนู่นนี่นั่นที่มาเป็นความสุขเล็กๆ ในวันแย่ๆ ของเรา ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ก็ไม่รู้เลยว่าจะใช้ชีวิตผ่านไปได้ยังไง ขอบคุณที่ทำให้เราหลีกหนีจากโลกความเป็นจริงที่โหดร้ายได้สักแป๊บนึง แค่แป๊บเดียวก็เพียงพอแล้ว จริงๆ นะ



    สุดท้ายก็อยากจะบอกตัวเองว่า โตขึ้นอีกปีแล้วนะ ขอให้เจอแต่สิ่งดีๆ อยากให้รู้ไว้ว่า ถึงแม้โลกเบี้ยวๆ ใบนี้มันจะใจร้ายกับเรามากแค่ไหน ก็หวังว่าจะสู้กับมันได้และไม่ยอมแพ้ไปก่อน หลังจากนี้ก็มีหลายอย่างที่ต้องทำเลยล่ะ อย่ายอมแพ้ สู้เข้าหน่อย ถ้าเหนื่อยก็พัก แล้วค่อยสู้ต่อนะ



    ขอบคุณทุกเรื่องราวตลอดยี่สิบเอ็ดปีที่ผ่านมา



    ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง



    จากนี้ก็มาสู้กันต่อในปีที่ยี่สิบสองนะ :)
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in