Mirai's Reviews | อ่านวนไปMirai
[Book Review: 121] บูเช็กเทียน | Weina Dai Randel

  • บูเช็กเทียน (2 เล่มจบ)
    ผู้เขียน: Weina Dai Randel
    ผู้แปล: ขีดขิน จินดาอนันต์
    แพรวสำนักพิมพ์

    "ไม่มีหนทางสู่อำนาจใดที่ง่ายดายสำหรับอิสตรี"

    "เม่ย" เด็กหญิงวัยสิบสาม ต้องก้าวเข้าสู่วังหลวงในฐานะของนางสนมคนหนึ่งของในรัชกาลของฮ่องเต้ไท่จง ชีวิตในวังเหมือนจะสวยหรู หากแต่เต็มไปด้วยความอาฆาตริษยา การแก่งแย่งชิงดี และการแบ่งพรรคแบ่งพวก แม้จะไม่ชอบใจนัก แต่เพื่อครอบครัว เพื่อเกียรติยศของวงศ์ตระกูล และเพื่อความฝันของบิดา นางย่อมทนใช้ชีวิตแบบนั้นได้ แต่การจะเป็นที่โปรดปราณของฮ่องเต้นั้นมิใช่เรื่องง่าย เพราะการได้มาซึ่งอำนาจนั้น ย่อมต้องเสียสละอะไรบางอย่างอยู่เสมอ..

    ขอออกตัวเลยนะคะว่า เราไม่เคยอ่านนิยายแปลแนวจีนโบราณมาก่อน เคยแต่อ่านงานของนักเขียนไทยที่แต่งแนวจีนโบราณมาบ้างเล็กน้อย และไม่ได้สันทัดกับวงการนิยายแปลจีนแนวนี้เท่าไหร่ เพราะงั้น เรื่องนี้เลยเป็นนิยายแปลจีนโบราณเรื่องแรกที่เราหยิบมาอ่าน แต่เดิมคิดว่าเราคงไม่ถูกจริตกับนิยายแนวนี้หรอก แต่วันนั้นไม่รู้นึกยังไง เห็นเรื่องนี้วางอยู่บนชั้นแถวล่างสุดมานาน ชื่อเรื่องเห็นแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นนิยายกึ่งประวัติศาสตร์ เอาวะ! ลองควักเงินอ่านสักครั้ง เผื่อถูกใจ! พออ่านจบแล้วก็บอกได้เลยว่าไม่ผิดหวังที่ซื้อมาอ่าน 555555

    เล่มนี้เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์สมชื่อเรื่องนั่นแหละ เป็นเรื่องราวของสมเด็จพระจักรพรรดินีคนแรกในประวัติศาสตร์จีนอันยาวนาน อ่านแล้วจะได้ทั้งความสนุกและความรู้ ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์และเกร็ดความรู้เล็กน้อยเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในวังหลวงฉบับแม่สาวชาววัง 55555

    เล่มแรก - จะเปิดเรื่องมาด้วยชีวิตของเม่ยในวัยเด็ก ที่ยังอยู่ที่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตาด้วยสมาชิกในครอบครัวทุกคนอย่างมีความสุข ก่อนที่จะมีพระรูปหนึ่งเอ่ยคำทำนายเกี่่ยวกับชะตาชีวิตของเม่ยที่จะเปลี่ยนไปในในยามที่นางโตขึ้น และแล้วชีวิตนางก็เปลี่ยนผันราวกับสวรรค์กลั่นแกล้ง ความตายของบิดาคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง ทำให้นางต้องระเห็จออกจากบ้านไปอยู่ต่างเมือง ก่อนที่จะถูกนำตัวเข้าวังหลวงในฐานะของนางสนม

    สำหรับเล่มแรก มันเป็นแค่การปูเรื่อง เริ่มต้นโดยการเล่าสภาพชีวิตและการเลี้ยงดูเม่ยมาแต่ต้นด้วยบิดาผู้มองการณ์ไกลและเห็นความสำคัญของการให้บุตรสาวได้ศึกษาและอ่านหนังสือต่างๆ ทำให้เม่ยมีความรู้ติดตัวเข้าไปในวังหลวง บวกกับไหวพริบและความฉลาดที่โดดเด่นของนาง ทำให้แม่สาวชาววังคนอื่นๆ พลอยหมั่นไส้และกลั่นแกล้งนางอยู่ร่ำไป หรือแม้แต่ตอนที่นางถูกอัญเชิญเข้าวังในและมีโอกาสใกล้ชิดกับฮ่องเต้มากขึ้น มิวายชีวิตนางก็ยังเจอแต่อุปสรรคและความรันทด ชนิดที่ว่าอ่านไปน้ำตาซึมไปเพราะความสงสารนางล้วนๆ 555555

    เล่มสอง - เหมือนละครเวทีเปลี่ยนองก์ จากเล่มแรกที่เม่ยเป็นเพียงเบี้ยล่าง ถึงโดดเด่นแต่ไร้อำนาจ ต้องคอยพึ่งผู้อื่นให้ช่วยเหลือและชี้แนะตลอด พอมาเล่มสอง มีการเปลี่ยนรัชกาล ฮ่องเต้ไท่จงเสด็จสวรรคต องค์รัชทายาทผู้เป็นคนรักของเม่ยได้ขึ้นครองราชย์แทน แม้ในเริ่มแรกเนื้อเรื่องจะเต็มไปด้วยความขมขื่น และมีความเวลาแห่งความสุขเพียงระยะสั้นๆ แต่คราวนี้ เม่ยเริ่มมีอำนาจและบทบาทถึงขั้นสั่นคลอนตำแหน่งของบุคคลอื่นในวัง ความดราม่าและการแย่งชิงบัลลังก์จึงเริ่มเข้มข้นขึ้น

    สำหรับเล่มสอง เหมือนชีวิตของเม่ยเปลี่ยน จากเป็นบุคคลไร้อำนาจต่อรองใดๆ ในวัง กลับเป็นคนมีอำนาจขึ้นมาอย่างเงียบๆ เพียงเพราะมีคนรักเป็นถึงฮ่องเต้ แถมความรักของทั้งสองยังแข็งแกร่งและแรงกล้าท่ามกลางเสียงคัดค้านค่อนวังก็ตาม 555555 เล่มนี้เรามองว่าเดินเรื่องเครียดกว่าเล่มแรกเยอะ สถานการณ์บีบคั้นมากกว่า มีเงื่อนไขเยอะกว่า ศัตรูน่ากลัวกว่า แม้เม่ยจะอยู่ใกล้อำนาจ แต่ก็อยู่ใกล้กับความตายมากขึ้นเช่นกัน! แต่ถึงจะเครียด อ่านแล้วหน้าตึงแค่ไหน ยอมรับว่าอ่านแล้ววางไม่ลง 555555

    สรุปคือ สนุกมากกกกก เราชอบมากกกกก ซื้อมาแล้วไม่ผิดหวังจริงๆ นะ เดินเรื่องเร็วมาก ไม่ยืดเยื้อให้รำคาญใจ ไม่มีบทพรรณาให้มากความ อ่านพรึ่บพรั่บๆ ก็จบบท แถมตอนท้ายมีหมายเหตุจากผู้เขียนที่เขียนถึง "บูเช็กเทียน" ตัวจริงเอาไว้ด้วย ถือว่าได้ความรู้เชิงประวัติศาสตร์เต็มๆ และได้บทเรียนเกี่ยวกับการเสพงานเชิงประวัติศาสตร์อย่างมีสติและไม่อคติด้วย แต่เสียดายที่เนื้อเรื่องตัดจบเร็วไปหน่อย อ่านให้มีต่ออีกสักเล่ม อยากต่อว่าหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้นกับเม่ย

    ใครสนใจนิยายกึ่งประวัติศาสตร์ที่เล่าเรื่องไม่น่าเบื่อ แถมได้เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ
    เล่มนี้ก็น่าสนใจอยู่นะคะ  :)

    รีวิวโดย มิราอิ
    ______________________________
    สามารถติดตามอีกช่องทางการรีวิวของเราและเพื่อนๆ ได้ที่ แฟนเพจ Rook a Bead
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in