Short Fiction [รวมเรื่องสั้น]nillzeronoun
You belong with me

  • ดึกมากแล้วตอนนี่ทากะเดินโซเซกลับขึ้นคอนโด  ปาร์ตี้กะน้องชายนักร้องต่างสัญชาติหนักหน่วงเอาการอันที่จริงเขาก็เป็นพวกเต็มที่กับทุกสิ่งอยู่แล้ว ไม่เว้นแม้กระทั่งการพาตัวเองไปสังสรรค์ เวลาเมาก็เลยต้องเอาให้สุด...

     


    มือเล็กแตะผนังทางเดินเปะปะ กวาดจนถึงหน้าห้องตัวเอง เขาหรี่ตามองหมายเลขด้านบนอาศัยความเคยชินคลับคล้ายคลับคลาแล้วควานหาคีย์การ์ดอยู่นานสองนาน ค้นทั้งกระเป๋าเสื้อ ทดลองตบกระเป๋ากางเกงยีนส์แนบเนื้อ ทว่ายังไร้วี่แววการ์ดใบเล็ก เป็นไปได้ว่าทำหล่นสักที่ไม่ก็ลืมไว้ในร้าน  


    เขาควรโทรหาโทรุดีมั้ย แต่นี่มันก็ดึกมากแล้วไม่กวนใจน่าจะดีกว่า นอนตรงนี้ให้พอสร่างเมาแล้วตอนเช้าค่อยลงไปติดต่อชั้นล่างเอาละกัน 

     

     

    คนตัวเล็กถอนใจยาวแนบแผ่นหลังกับบานประตูปล่อยตัวให้ค่อยๆไหลตามแรงโน้มถ่วง  หวังเพียงหาที่พักร่างชั่วคราวก็เท่านั้น

     

    ตอนที่ถอดใจแล้วใครจะคาดคิดว่าประตูวิเศษดันเปิดเองได้  เล่นเอาคนทิ้งน้ำหนักทั้งหมดพิงบานไม้เนื้อหนาอาศัยเป็นหลักค้ำยันเสียศูนย์ถ่วงร่วงถลาเข้าไปในห้องตัวเอง  ทากะเกือบได้ลงไปวัดพื้นจริงๆถ้าไม่ใช่เพราะแขนแข็งแรงข้างหนึ่งช้อนเอวรับตัวเขาไว้อย่างรู้งาน

     

     

    กลิ่นเหล้าหึ่งตามเคย นายนี่มันจริงๆเลย...”เสียงทุ้มคุ้นชิน เสียงที่เขาแทบไม่ต้องเดามันดังอยู่เหนือร่างโงนเงนของเขาขณะนี้  เสียดายแต่คนเมาไม่เหลือแรงมากพอจะเปิดเปลือกตาขึ้นมาดูหน้าคนที่กำลังคิดถึง  มือเล็กพยายามคว้าไหล่หนาใช้เขาเป็นหลักพยุงร่างอย่างทุลักทุเล

     

    ไหว...ฉันยังไหว ไมมาอยู่นี่อ่ะ”คนยังไหวว่าอู้อี้ก่อนจะต่อด้วยคำถามที่คนฟังส่ายหน้าระอาใจกว่าเก่า ไม่ไหวยังบอกไหวเขาไม่ควรปล่อยให้ไปตามลำพังจริงๆนั่นล่ะ

     

    ยืนยังแทบไม่อยู่  นี่นายกลับมาถึงคอนโดได้ไงฉันละทึ่งนัก เก่งจังนะ” เขาประชดประชันชัดเจนก็หัวเสียตั้งแต่บึ่งมาหาเจ้าตัวดีถึงนี่แล้ว จะคุยกันให้รู้เรื่องดันต้องมาเจอแฟนหนุ่มในสภาพนี้อีก

     

    คนตัวโตคว้าเอวเล็กไว้แน่นก่อนออกแรงกึ่งลากกึ่งพยุง พาไถมาปล่อยลงที่โซฟากลางห้องนั่งเล่นได้สำเร็จ

     

     ยามาชิตะ โทรุ ยืนกอดอก หน้าเคร่ง เขามองนักร้องนำของตัวเองที่หมดสภาพอยู่บนโซฟา แล้วได้แต่ส่ายหน้า ดีแค่ไหนที่แท็กซี่ไม่พาไปเรียกค่าไถ่ กลับมาถึงห้องปลอดภัยก็ดีส่วนเรื่องที่จะคุยคงต้องเก็บไว้อีกทีตอนที่เจ้าตัวดีมีสติมากกว่านี้สักหน่อย

     

    ชอบทำให้เป็นห่วงอยู่เรื่อยเลยนะ....คลาดสายตาไม่ได้เลย

     

    ชายหนุ่มยอบตัวลงชันเข่าข้างๆคนตัวเล็กลูบสัมผัสหน้าผากบางแผ่วเบา ทั้งที่ห่วงมากขนาดนี้ แต่ก็เลือกจะนั่งรออยู่คอนโดเพียงลำพัง ไม่อยากให้อีกฝ่ายอึดอัดใจเพียงเพราะมีเขาตามไปคุม

     

    โทรุรู้ดี...ทุกความสัมพันธ์ล้วนต้องการระยะห่าง  ทุกความสัมพันธ์ยังคงต้องการพื้นที่ส่วนตัว

     

    ทากะน่ะมีสังคมของตัวเอง   คนตัวเล็กเพื่อนเยอะมาแต่ไหนแต่ไรทำไมเขาจะไม่รู้  เพราะรู้จักทากะดีถึงได้ย้ำกับตัวเองตลอดมาว่าจะไม่ล้ำเส้นนั้น  แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเราจะเป็นมากกว่าเพื่อนแล้วก็ตามที

     

    ในเมื่อฐานะคนรักเจ้าตัวเล็กของเขาก็ทำได้ดีไม่มีที่ติ

     

     

    เขาก็แค่เป็นห่วงเท่านั้น ห่วงเกินไป ซึ่งมันช่วยไม่ได้เลยจริงๆ

     

    มือหนาจัดการสางเส้นผมนุ่มติดจะชื้นเหงื่อไม่เป็นทรงให้พ้นหน้าผากมนของอีกฝ่าย  พินิจมองใบหน้าตอนหลับของทากะแล้วก็เผลอยิ้มออกมา  พอนึกย้อนกลับไปไม่วายต้องหลุบนัยน์ตาลง

     

    ตอนนั้น....ตอนที่เราตกลงเป็นแฟนกัน มันคงเป็นเรื่องบ้าๆอีกเรื่องที่เขาตัดสินใจทำในชีวิตนี้  และยังคงนึกขอบคุณตัวเองเสมอมา  ขอบคุณที่บ้าพอจะเอ่ยปากบอกออกไป

     

     

    ยามาชิตะ โทรุ ถอนใจอย่างไม่จริงจัง

     

    ฉันแพ้นายตามเคย บ้าจริง...อุตส่าห์ถ่อมานี่เพื่อดุนายนะ ไม่ได้มาเพื่อนั่งเขินอยู่แบบนี้  ทากะฮิโระ นายน่ะตัวร้าย รู้บ้างมั้ย หืม...”

     

    เขาเผยยิ้มอบอุ่น เผลอขยี้เส้นผมสีควันบุหรี่นั่นเบาๆอย่างรักใคร่ 

     

    ร้ายแล้วรักมั้ย...?” เสียงเล็กพึมพำตอบ  โทรุชะงัก ยืดตัวมองคนที่ควรเมาหลับ กลับค่อยๆเปิดเปลือกตามามองหน้าเขา ดวงตากลมอาจไม่ใสแจ๋วนัก  แต่แววตาที่สะท้อนชัดให้พอรู้ว่าเจ้าตัวดีเริ่มดึงสติรับรู้กลับมาบ้างแล้ว

     

    หืม...ว่าไง ร้ายแล้วรักป่าว?” เสียงเล็กถามซ้ำ ตัวแสบยกยิ้มหวาน ฉวยโอกาสเอื้อมมือน้อยไปจับข้อมือหนาของอีกคนที่ทำท่าจะลุกหนี  ออกแรงดึงให้คนตัวโตนั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกัน  ก่อนถือวิสาสะเขยิบยกศีรษะขึ้นมาวางพาดบนตักเขา

     

    ก็ว่าจะเลิกรักแล้วเนี่ย” โทรุว่านิ่ง  หันหน้าไปอีกทาง อาการงอนที่คนง้อเก่งรู้ทันทีว่าต้องรับมือยังไง

     

    ที่มาหาไม่ใช่ว่าเป็นห่วงหรอ ไอ้เรารึอุตส่าห์คิดถึง เห็นไปดูคอนเสิร์ตวงอื่นกับรุ่นน้องคนสนิท  แล้วนี่ยังมาบอกจะเลิกรักกันง่ายๆอีก” คนตัวเล็กตัดพ้อช้อนตา  โทรุลอบกัดริมฝีปากปรายตามองคนบนตัก ไม่อยากใจอ่อนง่ายๆให้อีกฝ่ายเหลิงไปกว่านี้

     

    ก็ใครอนุญาตให้ไปกอดกะเอ็ดแบบนั้น ไหนจะชุดพยาบาลน่ารักนั่นอีก นอกจากฉันทำไมคนอื่นต้องได้เห็นนาย....แบบนั้น”

     

    โทรุเว้นเสียงไป  เขาไม่อยากจะระเบิดอารมณ์ใส่คนตัวเล็กเลย แต่นั่นล่ะเขาหวงนะ อยากให้ทากะหวงตัวเองเหมือนที่เขาหวงบ้าง


    อ่อ....เรื่องนี้จริงๆด้วย”คนตัวเล็กหัวเราะคิกในคอ “แล้วแบบไหนที่ทำให้นายหงุดหงิดกว่ากัน ระหว่างกอดแนบแน่นกับชุดแบบนั้น” ทากะหยั่งเชิง

     

    ก็ทั้งคู่นั่นล่ะ ทีหลังอย่าทำอีก”

     

    งั้นทีหลังก็ไปด้วยกันสิ”

     

    โทรุก้มลงสบตาคนบนตัก

     

    ฉันพูดจริง อยากให้โทรุซังไปด้วยกัน จริงๆนะ ทุกที่เลย”


    นายมีสังคม ฉันไม่ก้าวก่ายหรอก”เขาว่าเสียงต่ำ ทอดมองมือเล็กที่เอามือเขาไปจับเล่นแล้วเปลี่ยนเป็นกอดแขนเขาไว้แทน


    แต่เราเป็นแฟนกันนี่  โทรุซังเป็นคนที่ฉันเลือกแล้ว นายเป็นยิ่งกว่าสังคม   โทรุซังน่ะ...คือครอบครัวของฉันนะ” ดวงตากลมจ้องสบเขา ล็อคใบหน้านิ่งให้มองตอบอย่างไร้ทางหนี

     

    รู้ตัวมั้ยว่าอ้อนเก่ง” เขาหลุดยิ้มบางทอดมองคนด้านล่าง แววตาคมอ่อนแสง ก่อนจะถอนใจบางเบาอย่างยอมแพ้

     

    อือฮึ...แต่ก็อ้อนเฉพาะบางคนอีกนั่นล่ะ  อย่างเช่นนายเป็นต้น” ทากะพูดพลางยิ้ม ค่อยๆพริ้มตาลง  ดูเหมือนฤทธิ์แอลกอฮอล์จะเริ่มดึงหนังตาเขาให้หนักอึ้งมากขึ้นทุกขณะ รู้ดีว่าคงฝืนกว่านี้ไม่ได้แล้ว

     

    โทรุซังน่ะห้ามเลิกรักนะ ห้ามเลิกง่ายๆ ต่อให้สักวันมีอะไรเกิดขึ้นก็ห้ามนะ ห้ามพูดเด็ดขาดเลย”เสียงพึมพำเบาลงเรื่อยๆ คนตัวเล็กขยับท่านอนใหม่เปลี่ยนเป็นกอดเอวเขาแน่นราวกับกลัวเขาจะหายไป แล้วจึงเริ่มต้นหายใจยาวลึกสม่ำเสมอ

     

    มือหนาลูบหัวทุยบนตักแผ่วเบา   ใจจริงอยากจะดึงมากอดแน่นๆ อยากทำมากกว่านี้ แต่ทากะชิงหนีหลับไปแล้ว

     

    เรื่องเลิกรักเขาก็แค่พูดไปแบบนั้นจะให้เลิกได้ไง ความรู้สึกที่สั่งสมมานานนับสิบปี กว่าจะได้เปิดเผยออกมา  กว่าจะก้าวมาอยู่ขั้นนี้ คิดว่ามันง่ายดายหรือไงกัน

     

    กับคนคนนี้น่ะ แน่นอนว่าคงเป็นคนสุดท้ายที่เขาจะยอมปล่อยมือไป...

     

    โทรุจัดการช้อนคนตัวเล็กกลับเข้าห้องนอน  วางร่างเบาหวิวที่นับวันจะบางลงทุกทีลงบนเตียงนุ่มของเจ้าตัว  ริมฝีปากบางกดจุมพิตหนักๆบนหน้าผากอุ่น ลูบศีรษะทุยแผ่วเบาปิดท้าย  ตั้งใจว่าจะไม่ค้างที่นี่เพราะยังมีงานต้องสะสางต่อ แต่พอเห็นคนตัวเล็กนอนหลับสบายก็อดไม่ได้ที่จะล้มตัวลงนอนข้างๆ 


    ตะแคงตัวมองเด็กดื้อของเขาอย่างไม่คลาดสายตา

     

    อีกฝ่ายพลิกตัวมากอดเอวหนาไว้พลัน ขยับซุกหน้าเรียวเข้าหาอกกว้างอย่างคุ้นเคย มือสวยดึงผ้านวมผืนหนาขึ้นคลุมร่างทั้งสอง ขยับอ้อมกอดกระชับร่างอุ่นเข้ามาใกล้ แล้วจึงปิดโคมไฟหัวเตียงให้เรียบร้อย

     

    ทากะน่ะอ้อนเก่ง ข้อนี้เขารู้ดี  แต่อ้อนเก่งแล้วยังเอาตัวรอดเก่งนี่สิ มันน่าเจ็บใจนัก 


    วันนี้จะยอมให้ก่อน แต่รับรองไม่มีคราวหน้าหรอกนะ ทากะฮิโระ.

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in