Short Fiction [รวมเรื่องสั้น]nillzeronoun
North America Tour 2019 : Day 17

  • แฟนบอย





    ยามาชิตะ โทรุ กางไดอารี่เล่มเดิม สมุดเล่มเล็กปกดำที่ฉลุตัวอักษรสีทองว่า 2019


    Day 17 : San Antonio


    ทากะของผม ถูกแฟนบอยขอแต่งงาน...

    ให้ตายเถอะไม่อยากขึ้นต้นไดอารี่ด้วยประโยคชวนขมแบบนี้เลย แต่มันก็เกิดขึ้นจริง ผมหมายถึงมันเป็นบทบาทสมมติที่เกิดขึ้นจริง แค่เขียนยังหงุดหงิดขนาดนี้ ตอนนั้นผมอดแปลกใจตัวเองไม่ได้ทำไมยังปั้นหน้ายิ้มใจดีทั้งที่ใจลุกเป็นไฟแล้ว ถึงจะรัดเจ้าแฟนบอยคนนั้นจนกระดูกลั่นก็เถอะ


    ทากะยังคงยิ้มแย้มมีความสุขและเล่นกับแฟนๆทุกคน เขาแอบเขยิบมาจับมือผมที่เผลอกำหมัดแน่นตอนแฟนคนนั้นถอยออกไป

    ก็หึงอ่ะ...หึงมาก 

    แฟนใครใครก็หวง นี่ผมต้องข่มใจอีกกี่ครั้งกับทัวร์สิบวันที่เหลือนี่

    คราวหน้าวีไอพีคงต้องมีกฏใหม่ ห้ามท่าพิสดารอนุญาตแค่ยืนถ่ายแบบเคารพธงชาติปกติ
    ห้าม ห้าม ห้าม ห้ามให้หมด กันไว้ก่อน


    ลายมือแย่ชะมัด มือสั่นเพราะนึกทีไรมันก็หงุดหงิดทุกที หัวร้อนไปหมด จริงๆเรื่องแบบนี้ไม่ควรมาเขียนบันทึกไว้เลย มันดูงี่เง่าเด็กน้อยเป็นบ้า 

    หรือความจริงผมแค่กำลังอิจฉาแฟนบอยคนนั้น 
      

    ก็ยอมรับแหละว่าเราคบกันมานาน นานเกินกว่าจะมาคุกเข่าขอแต่งงานแบบนั้นได้ ผมแม่งกำลังรู้สึกแพ้ที่ไม่กล้าทำแบบนั้นกับทากะ 


    บันทึกนี้ห้ามเผยแพร่นะเรียวตะ ฉันรู้นายต้องมาแอบอ่าน.





    *****




    “โทรุ...เป็นอะไรรึเปล่า !?” เสียงคนตัวเล็กดังขึ้นด้านหลัง ผมปิดสมุดฉับ แล้วโยนลงตะกร้าผ้าอย่างรวดเร็ว นั่งตัวตรงแบบไม่ธรรมชาติที่สุด

    ทากะนั่งลงข้างๆ เขาเอียงคอมองผมที่นิ่งไป


    “เปล่า..ไม่มีอะไร” ผมตอบเสียงต่ำหลบตาเขา เจ้าตัวเล็กยิ่งขยับมาเบียดใกล้ๆแล้วเอียงคอชะเง้อมามองหน้าหนักกกว่าเดิม เจ้าตัวยิ้มเผล่แล้วว่า


    “หึงหรอ...หึงแฟนบอยคนนั้นหรอ ?” ผมนิ่ง ไม่ตอบ ไม่บอกหรอก


    “หึงแน่ๆ แฟนๆยังหึงเลยอ่ะ” 


    “ใครไม่หึงก็บ้าแล้ว !”ผมหลุดปากออกไปจนได้ เจ้านั่นหัวเราะร่วน เอาไหล่เล็กๆนั่นมากระแทกไหล่ผมก่อนจะหยิบของในกระเป๋ากางเกงออกมา


    “นี่ๆ ได้ของเล่นมาล่ะ”เขาว่า ตอนที่ชูถุงเล็กๆในมือ “แฟนบอยคนนั้นล่ะฝากสตาฟฟ์ไว้ บอกว่าเผื่ออยากใช้ เออฉันก็คิดว่าคงต้องใช้จริงๆ” ทากะว่าก่อนจะลงมือฉีกซองอย่างเอาจริงเอาจัง


    ก่อนจัดการดึงมือขวาผมไป คงกะเอาไปแบ่งของในถุงนั่นล่ะ ทว่าตอนที่เห็นของข้างใน ผมถึงกับเบิกตากว้าง 


    ...ลูกอมนี่มัน


    “ฉันให้นายละกัน เลิกงอลเป็นเด็กได้แล้วด้วย” เขาพูดพลางสวม ใช่สวมเจ้าขนมนั่นบนนิ้วนางข้างขวาของผม


    ก็มันคือลูกอมที่ทำเป็นหัวแหวนเพชรสีชมพูใสนี่นา แถมมีพาสติกสีเขียวทำเป็นห่วงใส่นิ้วด้วย ผมยกมันขึ้นมาดู เป็นแหวนเพชรที่น่ารักมาก 


    แล้วก็หวานมากด้วย....ผมชิมแล้ว ฮ่าฮ่า


    ได้แต่ยิ้มบางมองของเล่นในมือ น่ารักทั้งคนให้ทั้งของเล่นเลยให้ตายสิ 

    จัดการดึงเจ้าคนตัวเล็กให้มานั่งตัก แล้วหอมแก้มเขาฟอดใหญ่หมั่นเขี้ยวนัก ทากะเลิกลั่กรีบหันไปดูตรงทางเข้า มีเสียงคนเดินไปมาอยู่โซนอื่น ดีว่ามุมที่เขานั่งมันอับสายตาพอควร 
      

    “ไม่มีใครเข้ามาหรอก ฉันบอกเรียวตะไว้แล้ว” ผมบอกทากะแบบนั้น แต่ความหมายจริงคือห้ามคนเข้ามาวุ่นวายยกเว้นทากะ
      
    “เจ้าเล่ห์นัก” ทากะค้อนผม แต่ก็ยอมให้กอดดีๆ 

    “นี่ยังไม่หายงอลเลย ทำยังไงดี” ผมก้มลงไปถามเขา ทากะทำแก้มป่องคงรู้ดีว่าเป็นมารยา 

    “งั้นก้มลงมาดิ”

    “หือ”

    “ก้มลงมา” 

    ผมก้มลงไปหาคนตัวเล็กอย่างว่าง่าย ทากะบีบจมูกผมเต็มแรง คงหมั่นไส้สุดๆนั่นล่ะ ตอนที่กำลังจะร้องประท้วง เจ้าตัวก็เอาปากปิดปากเข้าให้ 
      

    เอ้อ...เป็นวิธีเก็บเสียงที่ดีแฮะ เนียนออกแรงดันอีกฝ่ายเอนไปกับพนักพิง เปลี่ยนจากคนถูกกระทำเป็นฝ่ายกระทำแทน เจ้าตัวเล็กดูให้ความร่วมมือดีมาก ดีจนน่าแปลกใจ ถ้านี่คือการง้อตามแบบฉบับทากาฮิโระละก็ ผมว่าผมควรหาเรื่องงอนบ่อยๆซะแล้วล่ะ


    เดี๋ยวเสร็จจากธุระตรงนี้คงต้องอัพเดทไดอารี่ใหม่ วันนี้ได้ขนมหวานจากทากะ



    แต่ว่านะ เจ้าตัวเล็กน่ะหวานกว่าลูกอมบนนิ้วผมอีก : )


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in