Short Fiction [รวมเรื่องสั้น]nillzeronoun
Be My Valentine

  • ทากะเดินออกจากสถานีวิทยุหลังจากเสร็จภารกิจออกอากาศสดมันเป็นรายการสุดท้ายสำหรับการโปรโมทอัลบั้มใหม่นี้แล้ว เขามีเวลาอีกวันเดียวก่อนจะต้องย้ายตัวเองกลับไปแอลเอเพื่อเริ่มต้นทัวร์คอนเสิร์ตในอเมริกาเหนือ


    มือเล็กกดมือถือเพื่อจะโทรหาจามิล ตอนแรกก็ตั้งใจจะกลับแท็กซี่นั่นล่ะแต่รู้สึกว่าตัวเองเพลียเกินกว่าจะนั่งไปตามลำพังไหวให้หมอนั่นมารับน่าจะปลอดภัยสุด


    ส่วนโทรุ..เราแทบไม่ได้คุยกันเลยตลอดหลายวันมานี้เขาเองก็ไม่อยู่โตเกียว ครั้งสุดท้ายที่คุยกันคือบอกให้หมอนั่นบินไปแอลเอพร้อมกับสองพ่อลูกอ่อนนั่นบินวันนี้ ส่วนเขาจะตามไปอีกทีพรุ่งนี้ไฟล์ทเช้า


    ตอนบอกก็เห็นว่านิ่งไปแล้วก็ไม่พูดอะไร ไม่รู้งอนรึเปล่าหมอนั่นบอกว่าให้เขาพักบ้าง ให้รับรายการแค่บางที่ก็พอแต่ส่วนนึงเป็นเขาที่ดื้อเอง เผลอใส่อารมณ์ไปแถมย้ำว่าเขาจะไปคนเดียวหมอนั่นเงียบไม่พูดไม่จาเอาแต่จ้องเขาด้วยแววตาตัดพ้อชัดเจน  หลังจากนั้นก็เอาแต่หมกอยู่ในห้องซ้อมคอนโดก็ไม่กลับ เขาส่งข้อความมาก็ตอบสั้นๆ ผู้ชายตัวโตเวลางอนเขาควรง้อยังไง


    ทากะรู้ลิมิตตัวเองดี แล้วก็รู้ด้วยว่าโทรุเป็นห่วง  แต่อัลบั้มน่ะไม่ได้ออกมาบ่อยๆนะ ผลตอบรับจะยังไงก็ไม่รู้ เขาแค่อยากสื่อสารกับทุกคนให้มากที่สุด  งานชิ้นนี้เป็นงานที่พวกเขาหมายมั่นปั้นมือตั้งใจทำมันออกมาเดิมพันด้วยทุกอย่างแล้ว   ก็อยากจะถ่ายทอดออกไปให้ถึงทุกคนนั่นล่ะ

    ช่วงนี้อาจจะเหนื่อยหน่อยก็แค่นั้น

     

    ไม่ทันได้กดหาจามิล ซุปเปอร์สีดำคุ้นตาที่เขาจำได้ดีก็จอดสนิทเทียบลงตรงหน้า  คนขับลดกระจกลงมา  ใบหน้าคมที่ไม่เห็นหลายวันยังดูดีอย่างเคยเขาเลิกคิ้วแล้วว่าสั้นๆ


    “ขึ้นมาสิ มันหนาวไม่ใช่หรอ”


    คนตัวเล็กยังคงมองตาค้าง เขากดดูเวลาในโทรศัพท์ ตอนนี้โทรุต้องอยู่บนเครื่องแล้วนี่ แล้วทำไมล่ะ

    เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ว่าเขาสงสัยอะไร สารถีหนุ่มยิ้มจาง แล้วเอ่ยเร่งอีกหน 

    “ขึ้นมาก่อนเถอะน่า”คนตัวเล็กเปิดประตูฝั่งที่นั่งว่างข้างคนขับแล้วรีบยัดตัวเองเข้าไปให้ไวที่สุด

     

    “กินข้าวบ้างรึเปล่าเนี่ย หน้าซีดขนาดนี้”เจ้าของเสียงทุ้มตั้งคำถามขึ้นทันที  ทากะถอนใจ คนตัวเล็กถอดหมวก ถอดแว่นตาก่อนจะโยนส่งๆไว้ตรงที่เก็บของข้างตัว


    “อื้อ เรียบร้อยแล้วล่ะ ว่าแต่นายเถอะ โผล่มาได้ไง”


    “ก็ยังไม่อยากไป”เจ้าตัวว่าง่ายๆ ก่อนจะหมุนพวงมาลัยพาเขาออกถนนใหญ่ทันที


    “เอาดีๆสิ ก็ตกลงกันแล้วนี่”


    “ก็แค่อยากไปพร้อมกัน สภาพนายน่ะจะปล่อยให้ไปตามลำพังได้ไง”


    “ใครว่าไปคนเดียว จามิลก็อยู่”


    “ดื้อ...นายมันเด็กดื้อ”


    “นายเองก็เหมือนกันแหละน่า”


    “ใช่...ฉันดื้อ แล้วตอนนี้ก็จะบังคับนายไปกินซูชิด้วยกัน ห้ามปฏิเสธเพราะฉันดื้อ!


    “ไอ่เจ้าบ้า”ทากะหัวเราะออกมาในที่สุด รู้สึกเหมือนได้รับการปลดปล่อย เหมือนว่าตลอดหลายวันที่แทบไม่ได้คุยกันมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน


    “นอนก่อนมั้ย เดี๋ยวถึงแล้วจะปลุกสภาพนายเนี่ยดูไม่ได้จริงๆนะ”คนตัวสูงว่าจริงจังใช้มือข้างนึงกดหน้าผากเขาให้แนบไปกับพนักพิงด้านหลัง


    “อื้อ...งั้นฝากด้วยละกัน ง่วงชะมัด”ทากะปิดปากหาวขยับจัดท่าอีกนิดหน่อยแล้วก็หลับสนิทไปทันที


    โทรุเผลอยิ้มตอนลอบมองคนที่หลับสนิทอยู่ข้างตัว  จริงๆขับแค่สิบห้านาทีก็ถึงร้านที่เขาจองไว้แล้วล่ะ แต่พอเห็นว่าอีกคนเพลียมากขนาดนี้เลยตัดสินใจโทรไปเลื่อนแล้วขับวนไปเรื่อยๆ


    รู้ตัวอีกทีก็สองชั่วโมงกว่าเข้าไปแล้ว  ตอนนั้นเองที่ทากะรู้สึกตัว  เขาตื่นเพราะเพลงที่โทรุเปิดในรถเหมือนมันวนอยู่เพลงเดียวยังไงไม่รู้ 


     ‘Last Christmas ’  


    ว่าแต่ทำไมมาเปิดเอาช่วงนี้ล่ะ นี่มันกลางเดือนกุมภาแล้วด้วยซ้ำไป 


    เขาขยี้ตางัวเงียเอ่ยถามเสียงอ่อน “...ไกลจังยังไม่ถึงอีกหรอ”


    “เดี๋ยวเลี้ยวข้างหน้าก็ถึงแล้วล่ะ”


    “อืม...กี่โมงแล้วเนี่ย..เหเดี๋ยวนะ! ร้านบ้าอะไรของนายไกลขนาดนี้ นี่มันสองชั่วโมงแล้วนะ” คนตัวเล็กอุทานเสียงดัง เขาถึงกลับตื่นเต็มตาตอนหยิบมือถือมากดดูเวลา แล้วชูใส่คนขับข้างตัว


    “ก็...รถมันติดน่ะสิ โตเกียวรถเยอะขนาดไหนนายก็น่าจะรู้” โทรุเกาข้างแก้มตอบอย่างใสซื่อ


    ทากะเงียบไปเขามองไปที่ตัวเครื่องเสียงรถแล้วขมวดคิ้ว  หันไปมองคนขับที่ผิวปากตามดูท่าทางอารมณ์ดีนั่นยิ่งไม่เข้าใจกว่าเดิม


    “เพลงนี้มันแปลกๆนะนายว่ามั้ย”


    Last Christmas ไง  เห็นนายบอกเองว่าอยากฟัง”


    ทากะมุ่นหัวคิ้วหนักกว่าเก่า งุนงงไปหมด เขาคงยังไม่ตื่นจริงๆ สมองแล่นช้าไม่เข้าที่เข้าทาง


    โทรุไม่อธิบายอะไรเพิ่ม  เจ้าตัวเพียงแค่เลี้ยวเอารถเข้าไปจอดในที่เฉพาะสำหรับลูกค้าวีไอพีร้านนี้ทากะรู้จักดีร้านประจำของเขาเอง แถมห่างจากสถานีวิทยุแค่ไม่กี่บล็อก   เจ้าโทรุเล่นอะไรอีกแล้ว


    คนตัวเล็กบิดขี้เกียจกำลังจะเปิดประตูรถ ทว่าอีกคนกลับดึงแขนไว้ก่อน คนตัวสูงจิ้มปลายนิ้วชี้ลงบนปากตัวเอง บอกตำแหน่ง


    “ปากนายแห้งชะมัด  เหมือนปากแตกอีกแล้วนะนั่น”


    คนพูดทำเสียงจิ๊จ๊ะแถมยังยื่นหน้ามาซะใกล้  ทากะยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองโดยอัตโนมัติและพบว่ามันก็แตกระแหงจริงๆอย่างที่เขาว่า อากาศมันหนาวนี่ เขาเองก็ไม่ว่างมานั่งจิบน้ำบ่อยๆด้วย


    “อย่าเลียสิ เดี๋ยวได้แตกกันใหญ่ อยู่เฉยๆ”


    โทรุว่าเสียงดุ เขากดเปิดที่เก็บของก่อนจะหยิบลิปมันปลอกสีชมพูยี่ห้อคุ้นตาออกมา  ทากะมองตามอย่างคาดไม่ถึง

    หมอนี่...พกของแบบนี้ด้วยแฮะ มิน่าสภาพริมฝีปากถึงดูดีตลอด


    ตอนแรกเขาคิดว่าโทรุจะยื่นให้ แต่เปล่าเจ้านั่นเปิดฝาแล้วบรรจงทาเน้นไปเน้นมาบนปากตัวเองซะงั้น ทากะมองตามด้วยสีหน้างุนงง  


    “ทุกคนรู้วิธีใช้น่า เอามาสิ” เจ้าตัวเล็กบอกปัดอย่างเริ่มรำคาญพลางยื่นมือจะไปฉก จริงๆก็เริ่มหิวหน่อยๆด้วยล่ะแต่โทรุกลับชักมือหนี เขายิ้มเจ้าเล่ห์ทันที


    “ใครว่าล่ะ มานี่” โทรุวางแท่งลิปมันลงข้างตัวแล้วออกแรงดึงไหล่ทากะเข้ามาหา


    เขาใช้มืออีกข้างประคองใบหน้าขาวให้เงยขึ้นเล็กน้อยแล้วหมอนั่นก็.....

    .

    จูบ ลง มา

    .

    โทรุ   จูบ  เขา !!!


    ทากะเบิกตากว้าง ตกใจถึงขีดสุดถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกแต่จู่ๆก็เล่นดึงกันง่ายๆแบบนี้


    คนตัวเล็กรู้ดีว่าครั้งนี้ต่างจากทุกๆครั้ง เขารู้สึกได้มันเป็นจูบแบบที่วางริมฝีปากแนบริมฝีปาก  ไม่มีล่วงล้ำไปมากกว่านั้น  เป็นจูบที่มาพร้อมกลิ่นพีชหอมละมุนลอยแตะปลายจมูกกับรสสัมผัสเนียนนุ่มของริมฝีปากอีกฝ่าย  แต่น้ำหนักที่กดเน้นลงมาหนักแน่นเกินกว่าจะเป็นเพียงการสัมผัสผ่าน


    ลมหายใจร้อนยังเคลียคลอผ่าสนแก้มขาวตอนเจ้าตัวเริ่มเอ่ยเสียงต่ำ


    “สุขสันต์วันวาเลนไทน์...” คนพูดยิ้มเล็กๆบนมุมปาก ขณะที่ทากะฮิโระอ้าปากน้อยๆ 


    Last Christmas....เพลงที่เขาบอกในรายการแห่งหนึ่งว่าอยากฟังในวันวาเลนไทน์...


    และใช่...เขาลืมไปซะสนิทเลย วันนี้...วันวาเลนไทน์


    “...คราวหลังถ้านายยังปล่อยให้ตัวเองปากแตกแบบนี้อีกล่ะก็....” เจ้านั่นปรายตามองริมฝีปากเขา   ที่ตอนนี้มันชุ่มขึ้นเพราะลิปมันของอีกฝ่าย   คนตัวเล็กรีบเม้มปากแน่นหน้าแดงก่ำ


     “ใครเขาทาลิปด้วยวิธีนี้กันเล่า ไอ้บ้า”คนถูกขโมยจูบตะโกนเสียงดัง หน้าตาหูเหอร้อนไปหมด เขาผลักอีกฝ่ายไม่แรงนัก แล้วรีบหนีลงจากรถเดินเข้าร้านไปทันที


    โทรุยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คิดถูกจริงๆนั่นล่ะที่ทำตามคำแนะนำจากเจ้าสองคนนั่น


    เอาเถอะวาเลนไทน์ทั้งที ใครเขาทำงานกัน ต้องอยู่กับแฟนสิถึงจะถูก


    แต่แฟนเขาดันบ้างานนี่สิ ไม่หาเรื่องทำสวีทบ้างชีวิตคงขาดหวานแย่เลย


    สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะครับ  ขอตัวไปใช้เวลากับแฟนก่อน...




เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in