Short Fiction [รวมเรื่องสั้น]nillzeronoun
มีเด็กหนีเที่ยว
  • 🎋🎍🎉

    โทรุหนีไปเที่ยวเมืองไทย.....ตอนเจ้าตัวมาชวนผม สารภาพตามตรงว่าดีใจมาก รีบจัดแจงเก็บกระเป๋าแล้วก็นึกได้ว่าจริงๆแทบไม่ต้องเตรียมเสื้อผ้าอะไรเลยนี่นา ไปแค่สี่ห้าวันแถมเมืองไทยก็เป็นเมืองร้อน แต่งตัวสบายๆเสื้อบางๆก็เอาอยู่


    ระหว่างดูเสื้อยืดในตู้ โทรุก็เดินเข้ามาหา สีหน้าดูยุ่งยากใจพร้อมกับสารภาพว่าเผลอคุยเรื่องทริปกับรุ่นน้องคนนึงไป แล้วอีกฝ่ายเกิดสนใจอยากไปด้วย ตอนนั้นผมอึ้งเล็กน้อย โทรุคงไม่กล้าปฏิเสธตามเคย ผมก็เลยตัดสินใจออกตัวเองว่าไม่ไปดีกว่า...


    ก็ไม่ได้อะไรหรอก แค่รู้สึกว่าไม่สนิทกันนัก แถมฝ่ายนั้นดูจะปลื้มโทรุเอามากๆ ก็เหงานิดหน่อยแหละปีใหม่ทั้งที แต่ก็เข้าใจโทรุด้วย อยากให้อีกฝ่ายได้ปลดปล่อยบ้าง ถึงแบบนั้นก็กำชับโทรุแล้วล่ะ นอกจากไลน์ส่วนตัวก็หัดอัพไอจีเองบ้าง ลงรูปเยอะๆหน่อย ไม่อยากเห็นรูปมือสองต่อจากใคร.... 


    หลังจากทริปเคาท์ดาวน์เมืองไทย หมอนั่นกลับมาพร้อมของฝากเต็มไม้เต็มมือเหมือนกลัวผมจะงอน กางเกงช้างที่เจ้าตัวใส่ในรูป สีเดียวกันลายเดียวกันสำหรับเขาหนึ่งตัว ส่วนเจ้าสองคนนั้นเหมือนจะได้กางเกงมวย แถมยังมีเผื่อแพร่ไปถึงหลานๆด้วย แต่ที่เด็ดกว่าสิ่งใดคือมะม่วงล่ะ


    เหมือนเจ้าตัวจะประคบประหงมอย่างดี carry ขึ้นเครื่อง คาดว่าถ้าโหลดคงจะเละแน่ๆ ดีว่าได้ยูกิซังไลน์มาช่วยแนะนำวิธีการบ่มที่ถูกต้อง ตอนนี้ติดเรื่องข้าวเหนียวอย่างเดียว เดี๋ยวผมคงต้องไปหาร้านอาหารไทยแถวนี้ซื้อเอา


    แต่ให้ตายเหอะ ตอนหมอนั่นยื่นให้ ผมหุบยิ้มไม่ได้เลย ที่คิดว่าจะแกล้งงอนเป็นอันจบกัน เผลอยิ้มกว้างไปแล้ว


    ปีใหม่เพิ่งผ่านมาอาทิตย์กว่าๆ ผมคิดว่าไหนๆก็ไหนๆ ก่อนบินกลับแอลเอ ขอไปไหว้พระก่อนละกัน ตัดสินใจไปคนเดียว ไม่บอกโทรุ อยากเล่นตัวบ้าง 


    ผมที่เกิดและโตมากับโตเกียวขอสารภาพตรงนี้เลยว่าตั้งแต่มีโทรุ ก็แทบไม่เคยขึ้นรถไฟเองอีกเลย วันนี้คงเป็นโอกาสดี ขอหายตัวไปในรถไฟใต้ดินหน่อยละกัน ตื่นเต้นแหะ :)




    "ช้า....ถ้านั่งสปอร์ตคาร์มากับฉันป่านนี้ถึงวัดละ" เป็นคนตัวสูงที่พูดขึ้น ผมยืนอึ้ง มองอีกฝ่ายที่กอดอกพิงเสาร์อยู่หน้าสถานี

    ได้ไงกัน มาได้ไงทำไมรู้

    "ตกใจอะไรขนาดนั้น" คนตัวสูงว่ายิ้มๆ เดินมาจูงมือผมออกไป เจ้าตัวใส่หมวกสีดำพลางใบหน้ากับเสื้อกันหนาวตัวพอง เอาจริงๆถ้าเดินผ่านก็คงไม่มีใครรู้ว่านี่เป็นมือกีตาร์หัวหน้าวงร็อคชื่อดังแน่ๆ นอกจากเขา...คนที่อยู่ด้วยกันมาครึ่งชีวิต

    "ทำไมรู้ล่ะ" คนตัวเล็กถามขึ้น ตอนที่พวกเขาพากันเดินไปยังอาซากุสะ ฝ่าฝูงชนทั้งคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวที่ไหล่บ่าราวกับน้ำป่าไหลหลาก

    "ฉันมันสตอล์กเกอร์เก่านี่นา" หมอนั่นว่าเข้าให้

    "ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่เหอะ ดูทำเข้าสิ" ผมปรายตามองคนตัวสูงที่เดินอมยิ้มท่าทางภูมิอกภูมิใจนั่นอย่างนึกหมั่นไส้

    "ก็เฉพาะกับนายนั่นล่ะ พอเป็นเรื่องนายแล้วจมูกมันดีเป็นพิเศษทันทีเลย"

    "เวรกรรม ของทากาฮิโระซะแล้วสิ" ผมแกล้งพึมพำอย่างไม่จริงจังนัก พอดีกับที่มือแข็งแรงของหมอนั่นพยายามรั้งผมเข้าไปใกล้ แล้วใช้ตัวเองฝ่าฝูงชนแหวกทางให้อีกที

    ดวงตากลมช้อนขึ้นมองเสี้ยวหน้าคม ดีแล้วละนะที่เจ้าสตอล์กนี่มาตามด้วย

    "เดี๋ยวแวะร้านของฝากข้างทางแปปนะ ว่าจะหาของน่ารักๆไปฝากไทหน่อย" ผมบอกเขาตอนที่เราสองคนไหว้พระขอพรเสร็จเรียบร้อย ยืนมองควันธูปที่ลอยฟุ้งไปในอากาศ กับผู้คนที่เดินสวนไปมา

    "นึกไม่ออกเลย อย่างหมอนั่นจะชอบอะไร" โทรุว่าหน้านิ่ว คำกล่าวที่ผมเองก็ได้แต่หัวเราะรับ เห็นด้วยกับคนข้างๆ คิดไม่ออกจริงๆนั่นล่ะ






    สองหนุ่มเดินตัวเปล่าออกจากวัด ทากะถอนใจสุดท้ายคงหนีไม่พ้นขนมอีกตามเคย

    "ถามหน่อยสิ อธิษฐานอะไร ทำไมนานเชียว" โทรุถามเขาตอนที่เดินกลับมาถึงรถแล้ว

    ทากะหรี่ตาอย่างมีเลศนัย มองคนที่แสร้งทำสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้อย่างแนบเนียนนั่น

    "จริงๆอยากถามว่ามีนายอยู่ในนั้นรึเปล่ามากกว่าละมั้ง" คนตัวเล็กดักทาง โทรุเลิกคิ้วโคลงหัวน้อยๆ

    "แล้วมีรึเปล่าล่ะ"

    คนตัวเล็กแสร้งครุ่นคิด "ไม่แน่ใจ ไม่มีหรอกมั้ง ปีใหม่ใครเค้าขอพรให้คนอื่นกัน"

    "อ้าวหรอ...แต่ฉันเพิ่งขอให้นายไปนะ แบบนี้ก็ขาดทุนดิ" โทรุว่ายิ้มๆ ก่อนจะเหยียบคันเร่งแล้วหมุนพวงมาลัยพารถคันหรูออกสู่ท้องถนน

    "ขอให้นายมีความสุข ขอให้นายสุขภาพแข็งแรง แล้วก็ขอให้เราได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดไป...ฉันขอไปแบบนั้นล่ะ" เสียงทุ้มว่าต่อ สายตาคมมองตรงไปยังถนนจอแจเบื้องหน้า

    ไม่ได้ยินเสียงอีกฝ่ายตอบกลับ รู้ตัวอีกทีตอนที่มีบางสิ่งมาพร้อมเสียงกระดิ่งใสๆถูกหย่อนลงในกระเป๋าเสื้อเขา

    "เครื่องราง...พกเอาไว้ " เสียงเล็กนั่นว่า "...แต่รู้อะไรมั้ย...สตอล์กเกอร์ น่ะแค่รู้ที่อยู่รู้ข้อมูลก็น่ากลัวแล้ว แต่นาย...ถึงขั้นสามารถก็อปคำอธิษฐานของฉันได้ นายชักจะน่ากลัวเกินไปละนะ ยามาชิตะ โทรุ "

    ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆของอีกฝ่าย ก่อนจะแทนที่ด้วยเสียงฮัมเพลงอารมณ์ดี

    คนขับรถอ้าปากน้อยๆ พอย่อยข้อมูลเสร็จสรรพถึงได้ขยับยิ้มกว้างทันที

    มือหนาแตะกระเป๋าเสื้อตรงอก เครื่องรางที่ทากะหย่อนมาให้ เขาเห็นนะ....เจ้าตัวก็เก็บไว้ในกระเป๋าเหมือนกัน

    เครื่องรางสำหรับคำอธิษฐานข้อสุดท้ายน่ะ....






เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in