Short Fiction [รวมเรื่องสั้น]nillzeronoun
Sea & Sky





  • ผมยืนพิงประตูรั้วสีขาวก้มหน้ากดโทรศัพท์ไปพลางตอนที่รถสปอร์ตสีดำคันหรูจอดเทียบลงตรงหน้า คนขับลดกระจกลงมา แสงแดดยามบ่ายสะท้อนเส้นผมสีบลอนด์ทองให้เป็นประกาย เครื่องหน้าดูดีบวกแว่นตาดำคู่เดิมที่เคยซื้อให้เมื่อสิ้นปีก่อนยังคงอยู่ที่เดิม


    "รอนานรึเปล่า ขอโทษที" เขาคนนั้นเอ่ยพร้อมรอยยิ้มขี้เล่น ตาคมกวาดมองคนที่วันนี้แต่งตัวสบายๆแต่น่ารักเป็นพิเศษ เสื้อกล้ามสีเทาทับด้วยเชิ้ตผ้าฝ้ายสีขาวตัวโคร่ง ยิ่งเสริมด้วยหมวกปีกกว้างสีน้ำตาลสำหรับกันแดดนั่น.....น่ารักจนไม่อยากให้ใครมาเจอเลยจริงๆ



    "มาช้าา..." คนตัวเล็กว่าหน้ามุ่ย เก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกงตัวโคร่ง ก่อนเดินอ้อมฝั่งไปยังที่นั่งว่างข้างคนขับ เขาปลดเป้สีดำสะพายไว้บนไหล่ก่อนแทรกตัวเข้าไปในรถที่เปิดแอร์จนเย็นฉ่ำ



    "ห้านาทีเอง ติดแวะซื้อของนิดหน่อยน่า" เสียงทุ้มว่า คำแก้ตัวที่คนรอขมวดคิ้วรับ



    "ของอะไร ?" 

    โทรุไม่ตอบ มือเรียวกลับเอื้อมมาถอดหมวกให้  พลางใช้ปลายนิ้วยาวเกลี่ยไรผมที่ชุ่มเหงื่อน้อยๆนั่นออกจากหน้าผากคนตัวเล็ก การกระทำที่แสนธรรมชาตินั่นเล่นเอาใครอีกคนสงบลงได้ไม่ยาก  คนตัวสูงชะโงกหน้ามาใกล้ ขยิบตาใส่เขา

    "....ความลับครับ" 

    คำตอบที่ทำเอาทากะกลอกตา ปล่อยให้คนตัวสูงดึงสายเข็มขัดนิรภัยเส้นยาวจับคาดโดยอัตโนมัติ ก่อนดึงตัวกลับ คนตัวสูงหัวเราะเสียงเบากับท่าทีเอือมระอาของอีกฝ่าย 


    รถหรูเคลื่อนตัวออกไปสักพักตอนที่คนตัวเล็กเอ่ยถามขึ้น คั่นเสียงดนตรีจากเพลย์ลิสต์ใหม่ล่าสุดที่ทากะเพิ่งเปลี่ยนให้เมื่อสามวันก่อน ตอนเจ้าตัวบินกลับมาเยี่ยมชินอิจิซังที่ญี่ปุ่น


    "วันนี้ทาครีมกันแดดมารึยัง นายน่ะปล่อยตัวเกินไปแล้วนะ" ไม่ว่าเปล่า คนตัวเล็กเริ่มหันมาสนใจเขา มือบางเอื้อมมาจับแตะสันกราม แถมยังขยับมาจ้องสำรวจเสียใกล้ 

    การกระทำที่เล่นเอาคนขับตัวเกร็ง กลั้นหายใจเจ้าตัวจะรู้มั้ยขับรถมันต้องใช้สมาธินะ  ดีที่อีกคนผละออกไปก่อน เจ้าตัวเล็กกลับไปนั่งดีๆแล้วเปิดหาของส่วนตัวในเป้สีดำ ปากก็พึมพำบ่นเขาไม่ขาด


    "แดดสมัยนี้แรงจะตาย กันไว้ยังไงก็ดีกว่าแก้ นายน่ะไม่ค่อยดูแลตัวเองแบบนี้วันไหนไม่มีฉันคอยบ่นจะทำยังไง อ่ะเจอละ...เดี๋ยวแวะปั้มแล้วจะทาให้เพิ่ม ต้องขับอีกหลายชั่วโมงแหน่ะ กว่าจะถึงที่พักสงสัยวันนี้จะอดเหยียบน้ำทะเลแล้ว"



    "พรุ่งนี้ก็ได้น่า....เรามีเวลาอีกตั้งสามวัน" 

    "นั่นสิเนอะ ดีจัง เฮ้อไม่ต้องทำงานนี่ดีจังน้า"


    ทากะผ่อนไหล่ลง ยิ้มกว้างทำเอาคนข้างๆอดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ เป็นสามวันที่ขอทิ้งงานไว้ข้างหลัง งดรับเมลล์ ปิดมือถือ ห้ามใครก็ตามรบกวนโดยเด็ดขาด

    ทากะกำชับทุกคนหนักแน่นทันทีที่กลับมาถึงญี่ปุ่น แล้วลากตัวโทรุออกมา ส่วนโทรุแม้ไม่พูดอะไรตามเคย แต่แววตาก็บอกชัด ใครเผลอไปรบกวนมีหวังถูกเชือดไม่เหลือซาก



    คนตัวเล็กนั่งฮัมเพลงไปเรื่อย หยิบมือถือเปิดสำรวจที่พักสำหรับสามวันสองคืนของพวกเขา โรงแรมเปิดใหม่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวบนเกาะแห่งหนึ่ง 

    จองยากจนทากะบ่นอุบ ทั้งที่คนจองและเลือกห้องคือเขาแท้ๆ โทรุใช้เวลาเกือบสามเดือนกว่าจะได้ห้องที่มีโลเคชั่นและช่วงเวลาตามที่คนตัวเล็กกำชับ....ซึ่งต้องเป็นช่วงวันเวลานี้เท่านั้น

    เขารู้หรอกน่า....ความคิดที่คนขับลอบยิ้ม เหลือบมองกระจกไปยังเบาะด้านหลัง


    "วันเกิดปีนี้โทรุอยากได้อะไรเป็นพิเศษรึเปล่า" เสียงใสข้างตัวดังถามขึ้นอีก แม้สายตาจะยังจับจ้องอยู่ที่หน้าจอ แต่ในใจกลับจดจ่อรอคำตอบ



    "อะไรก็ได้" โทรุไหวไหล่ เสียงทุ้มดังตอบง่ายๆ  เขาคิดแบบนั้นจริงๆไม่ใช่ตอบเพราะตัดรำคาญแต่อย่างใด แต่อะไรก็ได้ของคนขับเล่นนี่สิทำเอาเอาคนตัวเล็กถอนใจ 


    "นั่นล่ะยากสุด" อดพึมพำออกมาไม่ได้ จริงๆในใจเขาก็พอจะเดาคำตอบของโทรุได้ประมาณนึงแบบนี้ถึงได้เตรียมตัวล่วงหน้าไว้ แต่ใจก็นึกสนุกลองกดเข้ากูเกิ้ลเลื่อนเข้าเว็บบอร์ดที่มีคนชอบตั้งกระทู้ถามสารพัดสิ่ง แน่นอนว่าเรื่องเบสิคอย่างซื้อของขวัญวันเกิดให้แฟนถูกตั้งกระทู้ถามมากถึงหนึ่งร้อยห้าสิบสองกระทู้ 

    โทรุเห็นอีกคนหน้าเครียดจึงลอบอมยิ้ม แล้วเอ่ยเสริม


    "ถ้ายากขนาดนั้น งั้น...นายก็ได้...."

    มือเล็กหยิกเข้าสีข้างเขาเต็มแรง ทำเอาอีกคนร้องออกมาเสียงหลง

    "เจ็บๆ โอ้ย.....ฉันขับรถอยู่นะ " 

    "สมควร...ตอบดีๆไม่เป็น ไม่ช่วยคิดละยัง...." คนว่าขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

    "ฉันตอบไม่ดีตรงไหน ก็หมายถึงอยู่ด้วยกันแบบนี้มาเที่ยวด้วยกัน  ไม่เห็นต้องมีของขวัญอะไรเลย นายน่ะคิดอะไร"

    ทากะหรี่ตามองเขา ถอนใจฮึดฮัด เถียงไม่ได้ ไม่เคยชนะเลย ทำไมถึงต้องแพ้ตลอด โทรุร้ายจะตายแต่เรียวตะกับโทโมยะยังเข้าข้างตลอด ถือหางกันดีนัก

    "นายนี่มัน....ขี้โกงชะมัดเลย" คนข้างตัวพึมพำแต่ก็ดังพอจะให้อีกคนยิ้มรับ ทากะกดปิดมือถือเงียบๆ ปรับเบาะเอนนอนแล้วหนีเขาไปในที่สุด

    สงสัยแกล้งเยอะไปหน่อย

    โทรุถอนใจส่ายหน้าเบาๆ เหลือบสายตาผ่านกระจกมองหลังอีกหน ถุงกระดาษสีน้ำตาลใบเล็กวางอยู่ตรงนั้น 






    โทรุปลุกคนข้างตัวตอนที่รถเลี้ยวโค้งไต่ระดับตามความสูง พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าตกลงในทะเลสาดแสงสีส้มแดงไปทั่วพื้นน้ำ ทากะลืมตางัวเงียขึ้นมาได้ยินคนข้างๆบอกว่า....สวย

    สวยจริงๆนั่นล่ะ คนขับก็ทำเวลาได้ดีพากันมาถึงช่วงเย็นทันได้เห็นพระอาทิตย์ตก  แต่ถึงพลาดโอกาสไปยังไงพรุ่งนี้ก็คงต้องขับรถออกมาหาจุดชมวิวกันอยู่ดี  เพราะวิวจากห้องพักของเขาน่ะ มีไว้สำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้นโดยเฉพาะน่ะ  ต้องชมคนเลือกเลยล่ะ โทรุน่ะเลือกเก่งเสมอ


    สิบนาทีหลังจากนั้นรถสปอร์ตคันหรูก็เลี้ยวเข้าลานจอดรถของโรงแรม

    เขาสองคนเดินตัวเปล่าลงจากรถปล่อยกระเป๋าให้เป็นหน้าที่ของพนักงาน  ทากะจัดการติดต่อเช็คอินโดยที่โทรุออกไปยืนสูบบุหรี่รออยู่ด้านนอก  แพลนวันนี้ไม่มีอะไรเลย ดินเนอร์ริมหาดเสร็จแล้วก็ขึ้นห้องพัก ไว้พรุ่งนี้ค่อยคิดว่าจะไปดำน้ำ เดินเล่นหรือนอนอ่านหนังสือดูวิวชิลล์ๆไป



    ก็พรุ่งนี้เป็นวันสำคัญนี่นะ.



    ระเบียงห้องเขาเปิดโล่งรับลมและวิวทะเล กลิ่นเกลือจางๆลอยเคล้ามาตามลม  ท้องทะเลมืดสนิททันทีที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า คงไว้แค่เสียงคลื่นซัดผ่านความเวิ้งว้างดำมืดกับประกายระยับที่โปรยเกลื่อนท้องฟ้านั่น 

    ไฟสีส้มดวงเล็กรอบรีสอร์ทเสริมบรรยากาศอบอุ่น โรแมนติก เปรียบเสมือนดาวดวงเล็กที่อยู่บนดิน สวยไม่ต่างกันกับข้างบนนั่นเลย


    ทากะเปลี่ยนเป็นชุดนอนแล้ว เขาเดินออกมาที่ระเบียงเพราะรู้ว่าใครอีกคนที่อาบน้ำเรียบร้อยก่อนเขาแล้วต้องหนีมายู่ที่นี่

    โทรุนั่งพักสายตาอยู่บนโซฟาทรงกลมตัวใหญ่ เขาขยับตัวเล็กน้อยตอนที่คนตัวเล็กเดินมาหา มือบางยื่นแก้วเครื่องดื่มให้

    “คืนนี้ฟ้าใส ดาวเยอะดี” เสียงทุ้มดังบอกเขา รับเครื่องดื่มไปแล้วดึงสะโพกคนตัวเล็กให้นั่งลงข้างๆกัน

    ทากะแหงนหน้ามอง"เยอะจริงๆด้วยแฮะ ที่แอลเอก็พอเห็นนะ แต่ไม่สวยเท่าที่นี่" 

    คนตัวเล็กผ่อนหลังพิงพนักโซฟา ปล่อยให้คนตัวโตได้ทีวางหัวทุยๆสีทองลงบนไหล่เขา

    “ช่วงนี้เหนื่อยจัง งานยุ่งจนแทบไม่มีเวลาอยู่ด้วยกันเลย” โทรุเอ่ยเสียงอ่อนเขาถอนใจยาวท่าทีจะเหนื่อยจริงๆ  มือหนากระชับโอบสะโพกเล็กไว้ไม่ห่าง ขณะที่มือบางแตะเบาๆบนศีรษะอีกคนที่ซบไหล่เขาอยู่นั่น

    “ก็นี่ไง มีเวลาตั้งสามวันแหน่ะ” เจ้าของไหล่เอ่ยปลอบ

    "ไม่พอ..."

    "โลภมาก..."

    “สามวันเอง..."

    "ก็หายเหนื่อยแล้ว"

    "แต่ไม่หายคิดถึงนี่”

    “....ใครเขาพูดง่ายๆกันเล่าเจ้าบ้า” 

    “ไม่อยากทำให้ยากแล้ว เหนื่อยจริงๆนะ กลับมาอยู่ด้วยกันไม่ได้หรอ ไม่ต้องกลับแอลเอแล้วได้มั้ย” โทรุว่าเสียงอ่อน หันมาจ้องตาเขา ทากะเอียงคอลงมองพลางเลิกคิ้ว แต่เห็นแววตาอีกฝ่ายถึงรู้ว่าคงไม่ได้ล้อเล่น ไม่ได้กะจะอ้อนเขาตามปกติ

    "ฉันก็ต้องทำงานเหมือนนายนั่นล่ะ อีกอย่างอยู่นู่นก็สบายใจกว่า ไม่มีอะไรขาดเหลือ"

    "แต่ก็ไม่มีฉัน" เสียงทุ้มดังเสริม

    ทากะเงียบไป ไม่รู้จะแย้งอีกฝ่ายยังไง ตลอดเวลาที่ผ่านมาโทรุเองก็พยายามไปหาเขาให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่นานวันเข้าต่างฝ่ายต่างก็ยุ่งมากจริงๆ

    "อย่าให้ฉันต้องปิดบริษัทแล้วตามไปอยู่กับนายนะ ฉันไม่มีอะไรต้องห่วงอยู่แล้ว" จู่ๆอีกคนก็เปรยเสียงจริงจังจนทากะเองยังตกใจ คนตัวเล็กถอนใจยาว 

    "แต่นายมีลูกน้องต้องดูแล"

    "ฉันอยากดูแลนายมากกว่า"

    "ฉันโตแล้ว ดูแลตัวเองได้" 

    คำโตแย้งที่โทรุดันตัวขึ้นจับไหล่บางเข้ามาเผชิญหน้าแล้วมองสำรวจเขา แววตาคมดุเข้มชัดเจน

    “ดูแลยังไง นายผอมลงมากนะรู้ตัวบ้างมั้ย ไม่ต้องทำงานหนักก็ได้นี่ พวกเรามีพร้อมทุกอย่างแล้วนะ” 

    ทากะก้มหน้า ก่อนเป็นฝ่ายเบนสายตาหลบเขา

    "อืม....ไม่รู้สิ คงเพราะชอบคิดถึงนายอยู่เรื่อย ถ้าทำงานก็จะได้ยุ่งๆ"

    "ทากะ...." โทรุเรียกชื่อเขาเสียงแผ่ว ดึงไหล่บางนั่นมากอดแน่น 



    สามปีหลังประกาศพักงาน เขาสองคนตกลงคบกัน ทากะเองเริ่มต้นเส้นทางโปรดิวเซอร์ทำเพลงให้กับวงอื่นๆโดยอยู่แอลเอเป็นหลัก  ส่วนโทรุเองก็เปิดค่ายเพลงเน้นปั้นศิลปินหน้าใหม่ฝีมือดีโดยมีสองเพื่อนรักเรียวตะกับโทโมยะคอยช่วย ทั้งๆที่อยากจะอยู่ด้วยกันเหมือนเมื่อก่อนแต่เขาเองรู้ดีว่าทากะจะสบายใจมากกว่าถ้าได้อยู่ในที่ของเขา

    ช่วงแรกก็บินไปหาได้บ่อย อยู่ได้เป็นเดือน แต่พอระยะหลังทากะเองก็ยุ่ง เขาเองก็ยุ่ง ต่างฝ่ายต่างเจอกันน้อยลงกว่าเดิมมาก

    และครั้งนี้เป็นทากะที่บินกลับมาหาเขาพร้อมกับขอร้องแกมบังคับให้ใช้เวลาสามวันไปพักผ่อนด้วยกัน

    เขารู้ดีทากะจงใจเลือกช่วงเวลานี้ เพราะมันคือวันเกิดของเขาเอง

    "ไม่ชอบแบบนี้เลย จะไม่ปล่อยให้กลับไปแล้วด้วย"คนตัวโตกอดเขาแน่น

    ทากะซบหน้าลงบนไหล่ ความจริงก็คิดจริงจังมาสักพักเรื่องความสัมพันธ์นี้  เขารักโทรุ....นั่นแน่อยู่แล้ว และโทรุเองก็คิดแบบเดียวกัน เขาชอบแอลเอมากที่นั่นให้อิสระแก่เขาได้แต่ก็ไม่รู้โทรุจะยังไง ยิ่งพอเริ่มทำค่ายใหม่แบบนี้จู่ๆจะให้ทิ้งไปก็คงไม่ได้  คงต้องรออีกสักระยะ ห้าปี ไม่ก็สิบปี

    โทรุเองก็คงรู้ข้อนี้ดี....ถึงกระนั้น

    .

    .


    "ทากะ...แต่งงานกันนะ"

    "ห้ะ"

    "แต่งงานกันสักทีดีมั้ย ฉันพูดจริงๆนะ"

    คนตัวเล็กดันตัวออกมามองหน้าเขา ไม่คิดมาก่อนว่าจะถูกขอดื้อๆแบบนี้  สายตาโทรุจริงจังก่อนจะแปลเป็นขำตอนเห็นหน้าเหวอๆของอีกฝ่าย เขาลูบศีรษะเล็กเขย่าเบาๆก่อนหันไปหยิบของชิ้นเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะ เปิดกล่องมันแล้วโชว์ให้เขาดู

    สร้อยสีเงินสะท้อนแสงไฟที่จี้ของมันคือแหวนเงินวงเกลี้ยงเกลา

    "นายไม่ชอบใส่แหวน แต่ถ้าเป็นสร้อยคงไม่เป็นไรใช่มั้ย ด้านในแหวนวงนี้จะสลักชื่อฉัน  ส่วนอีกวงของฉันมันจะสลักชื่อนาย"

    คนตัวโตถือวิสาสะใส่มันไว้บนลำคอขาวของอีกฝ่าย ก่อนจะยื่นเส้นที่เหลือส่งให้คนตัวเล็กจัดการสวมให้เขาบ้าง


    “คนขี้โกง วางแผนไว้หมดแล้วสิ ”  ทากะพึมพำบ่นใส่ตอนที่ติดตะขอสร้อยให้คนตัวโตตรงหน้า 

    “ก็ถึงเวลาแล้ว ไม่อยากรอแล้วด้วย ถ้าไม่ยอมตกลงก็จะบังคับกันล่ะ”

    "คิดว่าฉันจะยอมรึไง"

    "งั้นคงต้องใช้กำลัง" เจ้าหมอนั่นทำหน้าจริงจังจนเขานึกกลัวใจ ก่อนนาทีต่อมาคนสองคนจะหลุดขำออกมาพร้อมกัน

    "ไอ้เจ้าบ้า...รู้หรอกน่า ไม่แต่งกะนายแล้วจะแต่งกับใครเล่า”

    คนตัวเล็กยิ้มเขิน มองอีกฝ่ายที่ยิ้มทะเล้นอารมณ์ดีจนน่าหยิกให้ตายนั่น 

    คนตัวโตเป่าลมจนแก้มป่อง แล้วเคาะข้างแก้มตัวเองเบาๆ ทากะหรี่ตามองเขาอย่างคาดโทษ มือเล็กยกขึ้นปิดตาคู่นั้นตอนที่เจ้าตัวกดปลายจมูกรั้นลงบนแก้มขาวเร็วๆ มันควรจะจบลงตรงนั้นถ้าคนตัวสูงไม่จับตัวเขาพลิกลงพาดบนตักซะก่อน

    เขาคงผอมลงไปมากอย่างที่โทรุว่าจริงๆ


    ดวงตากลมเบิกกว้าง ไม่ทันตั้งตัว คนตัวสูงก็ก้มลงกดจูบลงบนเรียวปากหนา เขาจูบ.....จริงๆ แต่เป็นจูบแบบแผ่วเบา แตะวาง ไม่ใช่การรุกล้ำเอาแต่ใจ ซึ่งมันทำให้ใจเต้นแรงมากกว่าครั้งไหนซะอีก สัมผัสแบบอ้อยอิ่งนั่น 

    เจ้าบ้านี่....ทดสอบความอดทนกันชัดๆ

    มือน้อยไล้ไปบนไหล่กว้าง ปลายนิ้วสอดสางไปในกลุ่มผมนิ่ม บรรยากาศอ้อยอิ่งเคลื่อนตัวเชื่องช้าก่อนที่เสียงนาฬิกาข้อมือจะดังขึ้นตามเวลาที่ทากะตั้งไว้ 

    โทรุดึงตัวกลับอย่างนึกเสียดาย แต่รอยยิ้มกระจ่างทั้งใบหน้าและแววตาบ่งบอกว่าเขามีความสุข ทากะมองตาเขามือน้อยๆไล้ลงสัมผัสแก้มเนียนของอีกฝ่ายแผ่วเบา 



    "สุขสันต์วันเกิดนะโทรุ..."



    เป็นอีกปีที่ได้อยู่ด้วยกัน และมันคงจะเป็นแบบนั้นไปทุกๆปี.



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in