Short Fiction [รวมเรื่องสั้น]nillzeronoun
แก้บน Day 8
  • อาทิตย์ก่อน.....มีตกลงไปในรางรถไฟสถานีใกล้ๆคอนโดเขาอีกแล้ว คราวนี้เป็นผู้ชาย ป้าร้านขายทาโกะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจฆ่าตัวตาย เห็นว่าทำงานหนัก ตอนกำลังลงรถเผลอวูบ.....ตกรางไปเลย

    น่าสงสารชะมัด....

    ทากะเดินผ่านสถานี มีผู้ชายหน้าตาดีคนนึงนั่งอยู่ เขาดูเศร้ามาก จนกระทั่งเราสบตากัน ผมมองเขาแวบนึงก็แค่สงสัยเป็นความสงสัยเฉยๆ เขาดูหน้าตาตื่นตอนผมมองไป ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น

    ผมไม่ได้สนใจหรอกไม่ใช่เรื่อง ง่วงนอนด้วย จะรีบกลับไปนอน
    .
    .
    .
    .

    เดินไม่ได้ มีคนดึงเสื้อไว้

    "เห้ย !! อะไรวะ " เขาหันไปโวยวายลั่น ไอ้หน้าหล่อนั่นเอง โผล่มาอยู่ข้างหลังตั้งกะเมื่อไหร่ ไม่ได้ยินเสียงเลย

    "หนาว...." เสียงต่ำๆนั่นว่า

    "โน่น เห็นแดดมั้ย ไปนั่งตรงโน้นสิ นี่มันยังซัมเมอร์อยู่นะ เห็นเหงื่อฉันมั้ยเนี่ย" เขาชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปเรื่อย แต่หมอนั่นก็ไม่ยอมปล่อยชายเสื้อกันง่ายๆ

    "นายตัวอุ่น เหมือนพระอาทิตย์เลย"

    "พูดบ้าอะไร คิดจะรีดไถเงินเรอะไม่มีหรอก ไปสมัครงานเขายังไม่รับเลย ปล่อย ไม่งั้นแจ้งตำรวจนะเฟ้ย " เขาเริ่มเสียงดัง คนเดินผ่านไปมามองเขาสายตาแปลกๆแถมยังหลีกไปเดินเสียไกล อะไรกันวะ


    "ไม่มีประโยชน์ ไม่เห็นหรอก ไม่มีใครเห็นเลย นั่งมาอาทิตย์นึงแล้ว นายเป็นคนแรก แถมมีไออุ่นด้วย เหมือนพระอาทิตย์จริงๆนะ" เจ้านั่นทำหน้าเศร้าตอนแรก แต่พอตั้งฉายาให้เขากลับเผยยิ้มสว่างไสวขึ้นมาซะงั้น เออ....ยิ้มแล้วดูดีขึ้นจม

    แต่.....อย่าใจอ่อนนะ เป็นใครก็ไม่รู้ พูดจาไม่เหมือนคน ยิ่งสมัยนี้ดูกันแค่หน้าตาไม่ได้หรอก

    "ฉันจะกลับบ้าน หนาวนักก็ไปซื้อฮีทเตอร์ หรือจะบอกว่าไม่มีเงินอีก เข้าเรื่องสักทีสินะ"

    เจ้านั่นส่ายหน้า กับประโยคต่อมาที่ทำเอาผมหนาวสะท้านกลางฤดูร้อน
    .
    .
    .

    "ฉันตายแล้ว...พลัดตกรางรถไฟวันก่อน ไปไหนไม่ได้จนกว่าจะมีคนมาพาไป ทั้งหนาวทั้งเหงา ช่วยฉันทีนะ นายพระอาทิตย์ ขอแค่อยู่ใกล้ๆนาย จะไม่รบกวนให้ลำบากเลย"

    เจอ....ผีว่ะ

    กำลังจะวิ่งหนี โดนประโยคดึงดราม่าเข้าไปเท่านั้น เล่นเอาขาแข็งก้าวไม่ออกเลย น่าสงสารชิบหายทั้งมันทั้งเค้าสงสารทั้งคู่

    "ผี....แน่นะ"

    เจ้านั่นปล่อยเสื้อแล้วเดินทะลุเสาโชว์

    "ของแท้ไม่ปลอมปน" เสียงทุ้มๆนั่นว่า

    ของจริงว่ะ....

    "คือว่านะ....งานการฉันยังไม่เข้าที่เลย ขืนให้นายเกาะตามไปมันจะยิ่งดิ่งลงเหวรึเปล่า เอาไว้ฉันได้งานจะมารับละกัน จะให้กอดให้ซุกเอาให้อุ่นไปถึงไส้เลย"

    เจ้านั่นยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วหายตัวมาประจันหน้าเขา ถึงจะหล่อแต่ตกใจเป็นเว้ย

    "พูดไว้แล้วนะ นายพระอาทิตย์"











    สองวันหลังจากเจอผีหน้าตาดีนั่น ผมยังคงเดินผ่านหน้าสถานีเดิม  หมอนั่นโบกมือทักทายผม ท่าทางร่าเริงเป็นพิเศษ ผมทำไม่รู้ไม่ชี้ หงุดหงิดด้วยซ้ำวันนี้ก็ไปสมัครงาน ก็โดนเมิน ถูกมองผ่าน ไม่ได้งานอยู่ดี ชักเหนื่อยล่ะสิ ถ้าพรุ่งนี้ยังโดนปฏิเสธอีก ก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ไปทำไมละ เบื่อนัก เหนื่อยนัก

    เขาเดินคอตกเข้าห้อง เหมือนห้องข้างๆกำลังย้ายของออก ถามว่าไปไหนก็ไม่ตอบ มีแต่คนไม่อยากคบค้าสมาคมกับเขา คงมีแต่เจ้าผีนั่นที่ยังอุตส่าห์ทักทายสินะ

    ชักเข้าใจหมอนั่นขึ้นมาหน่อยๆละ เปิดประตูเข้าไป ทำไมวันนี้ห้องดูอับๆ มืดๆผิดปกติ ข้าวของบางตาลงอย่างชัดเจน เหมือนถูกเคลื่อนย้าย แต่เหนื่อยละดึกมากละด้วย  ขอนอนก่อนละกัน

    คนตัวเล็กวางซองเอกสารไว้บนโต๊ะ เดินเข้าไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน แต่เหมือนน้ำจะไม่ออก  อันที่จริงไฟก็ไม่ติดมาตั้งแต่หน้าประตู จริงด้วยเขายังไม่ได้จ่ายค่าห้องนี่นะ  จะโดนตัดก็คงไม่แปลก ช่างเถอะ ก็พอมองเห็น ไม่อาบน้ำซักวันจะเป็นไรไป

    จัดการเปลี่ยนเป็นเสื้อกล้ามสีขาวแขนกว้างกับบ๊อกเซ่อลายตารางสีดำ หน้าร้อนญี่ปุ่นทรมานมาก แอร์คงเปิดไม่ได้ แง้มหน้าต่างรับลมละกัน เสียงหมาคอนโดฝั่งตรงข้ามหอนกันระงม หวังว่าไม่ใช่เจ้าผีนั่นตามเขามาหรอกนะ

    เหมือนจะหลับไปทันทีที่หัวแตะหมอน รู้สึกตัวเพราะความอึดอัดแปลกๆ เหมือนมีคนมานอนเบียด ลืมตาขึ้นมา ถึงเห็นใบหน้าขาวขนตายาวสวยเรียงเส้น ลอยเด่นอยู่ข้างหน้า

    เห้ย !!!! ไอ้ผีนั่นนี่นา

    ผมผงะ ไม่คิดว่าผีจะแตะตัวคนได้ คือตั้งแต่มันจับเสื้อผมไว้วันนั้นก็แปลกใจมากละ วันนี้ตื่นมาโดนเจ้าตัวกอดรัดไว้แนบอกจนแทบหายใจไม่ออก ยิ่งไม่สบอารมณ์

    "อุ่นจัง คุณพระอาทิตย์" เสียงเจ้านั่นละเมอ ยิ้มหวานพลางหลับตาพริ้ม 

    ไม่กล้าขยับเลยแฮะ ดูเป็นยิ้มที่มีความสุขชะมัด  

    เขากำลังชะโงกไปดูใกล้ๆ ใต้ดวงตาของหมอนี้มีรอยช้ำเหมือนคนอดนอน ไม่ได้คล้ำแต่นูนๆ แต่องค์รวมเครื่องหน้าครบมาก ปากเรียวสวย จมูกเป็นสัน ตอนปั้นออกมาพระเจ้าต้องรักเจ้าผีนี่ขนาดไหนนะ น่าเสียดาย อายุคงเท่าๆกันกะเขา ไม่น่าเกิดอุบัติเหตุน่าเศร้านั่นเลย

    "ขอบคุณนะ...." เจ้านั่นว่าเสียงเบา ขยับเปิดเปลือกตา สบเขาในระยะประชิด "....ฉันไม่เป็นไร ไม่ต้องเศร้าหรอก"
    มือหนายกขึ้นปาดหางตาเขา  คนตัวเล็กตกใจ เผลอน้ำตาไหลเมื่อไหร่กัน


    "ลุกขึ้นแต่งตัวเถอะ อีกเดี๋ยวจะมีคนโทรมาหา เอาชุดที่คิดว่าหล่อที่สุดไปเลยนะ" หมอนั่นว่า ปล่อยเขาให้เป็นอิสระ แล้วลุกขึ้นนั่งปลายเตียง น่าแปลกที่หมอนั่นไม่ได้ดูโปร่งใสแบบวิญญาณเลย แม้จะอยู่ในที่ที่แสงส่องผ่านก็ตาม

    คนตัวเล็กเลือกชุดตัวเก่งออกมาจากตู้ เป็นเชิ้ตขาว ผูกไทด์ดำ กางเกงสแลคพอดีตัว เขาเซ็ตผมอย่างดี หยิบซองเอกสารหันมายิ้มให้เจ้าผีที่สวมชุดขาวทั้งชุด หมอนั่นยิ้มบาง โบกมือตอบ

    "แล้วเจอกัน..." หมอนั่นว่า  เขาไม่ได้ตอบกลับไป ความจริงไม่อยากเจอเท่าไหร่หรอก ก็ผีนี่เนอะ



    เขา...ผ่าน...ล่ะ

     ที่นั่นรับเขาเข้าเป็นที่ปรึกษาด้านกฏหมาย เริ่มงานทันทีเลย แต่ให้ตายเถอะ เพราะขาดคนนี่เองถึงรับทันที แถมยังให้ทำงานเอกสารที่ไม่เกี่ยวข้องอีกตั้งใหญ่กว่าจะเสร็จปาไปห้าทุ่ม ทั้งเหนื่อยทั้งหิว ข้าวเช้ารีบด้วยเลยไม่ได้กินมา

    เดินขึ้นรถไฟกลับสถานีที่ตั้งของคอนโด ก้าวลงจากขบวน ผมยืนนิ่งอยู่อึดใจ รถไฟออกไปแล้ว หลายคนเดินสวนผมไป


     จู่ๆไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกง่วงขึ้นมากระทันหัน จะว่าไปก่อนจะได้งานที่ทำวันนี้เขาโหมเดินทางหางานมาร่วมเดือน พอได้ก็ดีใจมากโหมทำจนลืมเวลา ลืมดูแลตัวเอง

    เสียงหวูดรถไฟดังใกล้เข้ามา จู่ๆโลกก็กลับตาลปัตร เขาหงายหลังตกลงไป
    .
    .
    .
    .
    .

    "นั่นล่ะตัวนาย" เสียงทุ้มดังอยู่ข้างๆ  ใช่เจ้าผีนั่น

    และใช่....เขายืนมองภาพตัวเองตกลงไปในราง หัวฟาดอย่างจัง รถไฟหยุดทัน แต่เขา.....ไม่หายใจแล้ว

    "ฉัน....ฉัน....."

    คนตัวเล็กหันมามองหน้า ตัวสั่นจนต้องดึงเข้ามากอดไว้

    "นายทำดีที่สุดแล้ว ยอมรับความจริงเถอะ นายได้งานแล้วด้วยนะ" คนตัวสูงเอ่ยปลอบโยนลูบหลังเขาที่เริ่มสะอื้นไม่หยุด

    "ฉัน...คือคนที่ตกลงไปในรางเมื่ออาทิตย์ก่อนสินะ เป็น...ฉันเองงั้นหรอ แล้วถ้าอย่างนั้นนาย..."

    เจ้านั่นค่อยๆดันเขาออกจากอก ขยับไปยืนเบื้องหน้าในระยะแขนเอื้อมถึง

    "ฉันตามหาวิญญาณนาย จนวันที่เจ็ดก็เจอ นายผ่านมาจนได้ จริงๆนายก็วนเวียนอยู่แถวนี้ล่ะ ทำกิจวัตรประจำวัน เพราะยังไม่รู้ตัว ฉันเลยต้องรอให้รอบสามวันสุดท้ายมาถึงอีกครั้ง คือตอนนี้ เพื่อให้นายรู้ตัว"

    "นาย....ไม่ใช่ผีหรอกเหรอ"

    "ก็ไม่ใช่มนุษย์ นายจับฉันได้ ฉันจับนายได้"

    "หรือนายคือ...." คนตัวเล็กเว้นเสียง มองหมวกปีกกว้างสีดำ ที่จู่ๆก็โผล่ขึ้นมาบนมือเขา มือขาวอีกข้างหยิบไพ่ในกระเป๋าเสื้อออกมา รอยยิ้มบางบนเรียวสวยปรากฏจาง

    "ทากาฮิโระ ชาตะ ×××  มรณะ เนื่องจากหมดสติขณะเดินทางกลับบ้าน แต่....สำเร็จตามความประสงค์สุดท้าย วิญญาณจะได้ไปต่อ.....ใช่ ฉันเป็นยมทูต มารับนายโดยเฉพาะ" 

    ทากะมองเขาอึ้งๆ ก่อนจะหันไปมองภาพจำลองตัวเองที่อยู่ในรางแต่ตอนนี้มันหายไปแล้ว 

    ไม่เป็นไรหรอก....

    "นั่นสิ....สุดท้ายฉันก็ได้งานทำสินะ มีคนยอมรับฉัน ไม่มีอะไรค้างคาแล้วล่ะ ไปกันเถอะ"

    เขายิ้มให้ร่างตรงหน้า หมอนั่นยื่นมือหนาส่งให้  เขาวางมือลงบีบกระชับไว้

    "ว่าแต่นายชื่ออะไรล่ะ...." ทากะหันไปถามเพื่อนร่วมทางสายสุดท้ายของเขา

    "โทรุ...ยามาชิตะ โทรุ เป็นชื่อที่ชาติหน้านายเองจะได้ยินจนเบื่อเลยล่ะ เพราะฉันจะไม่ปล่อยมือนายอีกแล้ว"







เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in