clandestine;-
punishment ลงทัณฑ์
  • a sequel part from crime; อาชญากรรมและการลงทัณฑ์



    1.


    ฟิลลิปคิดว่าเขาเห็นแรนดอลร้องไห้ (ไม่เชิง) อยู่ครั้งหนึ่ง คือตอนที่อีกฝ่ายโดนเขาลงโทษ


    สถานการณ์สืบเนื่องจากผู้กระทำอาชญากรรมที่หายตัวไปโดยไม่บอกกล่าว และกลับมาอีกครั้งอย่างเริงร่า


    ถึงปัญหาจะคลี่คลาย แต่คนที่หายตัวไปโดยติดต่อไม่ได้จนก่อปัญหาความวุ่นวายขนาดย่อมในแฟมิลี่ก็จำเป็นจะต้องได้รับการตักเตือนหรือบทลงโทษบางอย่าง ไม่มีข้อยกเว้นระหว่างลูกน้องระดับทั่วไป หรือต่อให้เป็นถือคุณมือขวาก็ตามที


    กฎเกณฑ์ในการปกครองนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการที่มีข้อยกเว้นครั้งหนึ่งก็จะมีข้อยกเว้นครั้งต่อไป เสียระเบียบการปกครองหรือแย้งให้เห็นถึงความยุติธรรมไม่ได้


    ส่วนบทลงโทษของแรนดอลคืออะไรหรือ ถ้าพูดกันตามตรงคงไม่ใช่อะไรที่รุนแรงในแง่มุมมองคนอื่น ฟิลลิปไม่ได้ขังแรนดอล ไม่ได้พักงาน ไม่ได้ส่งงานอันตรายให้ (เขาก็ไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้นนี่นา อย่างน้อยอีกฝ่ายก็หายไปช่วยจัดการปัญหามา) แต่เป็นอะไรที่ดูง่ายดาย


    อย่างเช่น การหมางเมิน 



    2.



    3 วัน นับรวมเป็น 72 ชั่วโมงต่อจากนี้ ฟิลลิปจะทำเหมือนแรนดอลไม่มีตัวตน นั่นเป็นบทลงโทษที่เคาะได้หลังให้รางวัลเป็นการกอดและคำชมเชย เป็นอันว่าทุกคนในสาขาใหญ่รู้กันโดยไม่ต้องป่าวประกาศ มันเริ่มต้นด้วยประโยคเพียงเล็กน้อยที่ไต่ระดับเป็นความชัดแจ้งของหมางเมินและการหลบหน้า


    “ เอาเอกสารนี่ไปแจ้งให้ที ฉันเซ็นแล้ว” 


    หน้าที่ประจำที่ความจริงเเล้วสามารถฝากฝังคุณมือขวาเป็นประจำเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลแปรเปลี่ยนเป็นคุณลูกน้องอีกคนที่ไว้ใจได้ในระดับหนึ่ง


    “ อาหารกลางวันได้แล้วเหรอ ขอบคุณนะ” 


    หน้าที่ประจำของคุณเลขาผู้เป็นคนบริหารจัดการมื้ออาหารตามความชอบฟิลลิปกลายเป็นของคุณแม่บ้านดลบันดาลแมน (ปฏิเสธได้ยากมากว่าฟิลลิปปวดใจที่อาหารไม่อร่อยแถมยังไม่ใช่ของโปรดด้วย แต่อุดมการณ์อันยิ่งใหญ่อาศัยความเสียสละแรงสูง บอสชั่งใจนานมากตอนคุณมือขวาแอบทำอาหารจานโปรดมาให้ และสุดท้ายถึงจะทำเป็นไม่รับรู้แต่ก็แอบกินอยู่ดี ;มีคนกระซิบมาตามสายลมว่าแบบนั้น)


    “ วันนี้นายขับให้ฉันเเล้วกัน “ 


    หน้าที่ประจำในการขับรถให้ถ้าไม่มีงานของแรนดอลก็กลายเป็นต่อให้ว่างงานก็ไม่ได้ถูกเรียกใช้ คุณคนขับรถประจำตัวได้ทำหน้าที่เต็มจำนวนเงินเดือน


    อธิบายโดยสั้นว่าไม่ใช่งานในแง่ที่กระทบกับการทำงานของแฟมิลี่มากนัก แค่งานบางส่วนที่เข้ามาใหม่อาจจะถูกโอนย้าย แต่อย่างไรก็ดี งานในส่วนอื่นที่เป็นงานเป็นการดำเนินไปได้อย่างเป็นมืออาชีพ งานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัวหรือความใกล้ชิดกับคุณบอสต่างหากที่ต้องห้ามอย่างสิ้นเชิง ไม่มีการเรียกหาเป็นพิเศษ น้อยครั้งจะได้พบหน้า ความใกล้ชิดที่เคยมีกลายเป็นการหมางเมินอย่างเต็มที่เเละไม่แม้กระทั่งตอบรับเสียงทักทาย


    เป็นภาพที่แฟมิลี่ลูเซียโน่ทุกคนแสนจะยุบยิบกันอยู่ในใจเวลาเห็นคุณมือขวาคนสนิทผู้แสนจะภักดีเดินเทียวง้อคุณบอสราวลูกหมาตัวโตหงอย ๆ บอสครับอย่างนู้น อย่างนี้ เจ้าหญิงเอยอะไรเอย สารพัดของโปรด (ของโปรดเลยนะ ฟิลลิปเป็นพวกอยู่เพื่อกินมากกว่ากินเพื่ออยู่ด้วยซ้ำ) ถูกนำเสนอ สารพัดการเอาใจชนิดที่เห็นแล้วยังคิดว่าบอสของเราเนี่ยใจเเข็งได้อย่างน่าประหลาดใจ พอถูกถามว่าโกรธหรือก็ไม่ได้ตอบ(ซึ่งคำตอบก็ออกจะชัดแจ้ง) ขนาดคุณมือขวาบอกว่าขอโทษ เจ้าหญิงก็ข้ามข้อความไปเรื่องงานกับคนอื่น พอถูกถามว่าทำอะไรไถ่โทษได้บ้างหรือเปล่า ฟิลลิปก็ไม่ได้ตอบอะไร แค่ยื่นเอกสารงานให้ไปจัดการโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าด้วยซ้ำ เรื่องไหนที่หลบหน้าได้ก็หลบไปแล้ว


    ตอนแรกก็เป็นเรื่องฮือฮาอยู่ เพราะถึงจะทำเป็นไม่มองก็หนีไม่ได้ แต่พอลับหลังยามคุณเลขาที่จากไปแบบหงอย ๆ ก็มีสายตาบอสที่ปรายตามองมาแบบว่า ‘ยังไม่ไปทำงานกันอีกเหรอ’ ไม่ก็ ‘งานที่ให้ไปมันไม่มากพอสิน้า’ ทุกคนก็พากันบ่ายสายตาหนีอย่างพร้อมเพรียงแม้ใจจริงจะอยากแอบมองความใจเเข็งคุณบอสกันขนาดไหนก็ตาม


    มีคนเป็นสนามอารมณ์และเล่าขานถึงความน่ากลัวคุณมือขวาที่เพิ่มขึ้นเท่าทวีเมื่อเจ้าของสายจูงนั้นไม่กำเอาไว้ให้แน่นแต่ดูท่าจะจงใจปล่อยแถมเพิกเฉย กลายเป็นการจับกลุ่มสนทนาขนาดย่อมสนทนาพาทีกันในหัวข้อบอกไม่ได้เลยว่าบทลงโทษนี้อันตรายต่อคนรับการลงทัณฑ์เองหรือผู้โดนลูกหลงคนอื่นมากกว่ากัน


    แถมบอสเองก็ดูจะอารมณ์ไม่ดีด้วย ปรกติแล้วก็มีคนได้รับรอยยิ้มตามมารยาทอยู่หรอก แต่หลังบทลงโทษเริ่มคุณบอสก็แทบจะมีสีหน้าเรียบสนิท เย็นชาเป็นส่วนใหญ่ มีขอบคุณและเชยชมคนอื่นบ้างตามปรกติก็จริง แต่เวลารับประทานเเล้วไม่มีรังสีอารมณ์ดีของคุณบอสก็ทำให้ห้องทำงานอึมครึมได้อย่างน่ากลัวเหมือนกัน สุดท้ายภาพเหล่านั้นก็พอจะบางตาลงไปบ้างเมื่อคุณมือขวาคงเล็งเห็นว่ากลยุทธ์ไม่ได้ผลจึงเงียบยอมรับเเต่โดยดีแทน ทว่าก็ดูห่อเหี่ยวเสียจนลูกน้องทั้งหลายนึกอยากจะเเวะเวียนไปเคาะประตูถามบอสว่าคุณมือขวาจะเฉาตายแล้ว คุณยังใจเเข็งอยู่ไหมครับ


    กระทั่งบทลงโทษสามวันจบลงนั่นแหละ ทุกคนก็ลงความเห็นว่าบางทีบอสไม่ลงโทษก็อาจจะดีกว่าก็ได้! ไม่ต้องลงโทษหรอกครับ!—




    3.




    สามวันนั้นฟังดูสั้นเเต่ก็ยาวในทางความรู้สึก นับเป็นหน่วยอาหารก็อาหาร 9 มื้อ ไทม์แมชชีนไปยังอาหารเช้า 2 ครั้ง 


    เจ็บสิบสองชั่วโมงจบลงเมื่อเข็มนาฬิกาสั้นเเละยาวสอดประสานกัน ณ เลข 12 นาฬิกาขึ้นวันใหม่ ฟิลลิปเลื่อนสายตาจากงานที่ทำอยู่ วันนี้งานเอกสารเยอะเป็นพิเศษ ดังนั้นเเทนที่จะเสียเวลาเดินทางกลับบ้าน เขาจึงอยู่จัดการงานที่บริษัท เรื่องนอนและอาบน้ำก็ใช้บริการจากห้องนอนที่ทำเชื่อมเอาไว้กับห้องทำงานเสมือนบ้านหลังที่สอง


    ฟิลลิปบิดขี้เกียจ ลุกจากเก้าอี้แล้วยืดกายเล็กน้อยขจัดความเมื่อยล้า (ออฟฟิศซินโดรมและการแก่ชราคือศัตรูตัวฉกาจ ไม่นับความดันต่ำอีก) เขายืดเส้นยืดสายด้วยการเดินไปหน้าห้อง โผล่หน้าไปเรียกเวรเฝ้ายาม


    และโดยไม่ต้องถามลูกน้องที่เฝ้าอยู่หน้าห้องว่าแรนดอลยังอยู่หรือไม่ คำสั่งเรียบง่ายทำนองว่าไปตามแรนดอลมาให้ทีก็ถูกเอ่ยออกไป, เขามั่นใจว่าในเมื่อเขายังไม่กลับ ใครอีกคนก็ยังอยู่ที่นี่เช่นกัน จะเพราะกำลังหงอยเหงากะบบทลงโทษก็ดีเพราะกำลังเคลียร์งานอยู่ก็ดี ประตูปิดลงอีกครั้งส่วนฟิลลิปก็ย้ายตัวเองกลับมายืนมองทิวทัศน์ภายนอกหน้าต่างห้องทำงานแทน


    และเป็นจริงดังคาดเมื่อคนที่เข้ามาเป็นคนที่เขาเรียกหา


    แรนดอล โคโรเนล


    เพราะไม่รู้ว่าจะปลอบอย่างไรดี ในเมื่อเป็นบทลงโทษ แต่ฟิลลิปก็คิดอยู่ว่าเขาทำเกินไปหรือเปล่า เท่าที่ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมากมาย (?) ก็รู้สึกเหมือนกันว่าทำเกินไป สุดท้ายก็เลยตัดสินใจว่าจะให้มีปลอบสักหน่อย (?) 


    แต่ตอนที่หันกลับไปหา แล้วเจอสภาพคุณมือขวาที่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทีราวไม่กล้าเข้าหาเพราะกลัวว่าเขาอาจจะยังไม่อาจยกโทษให้


    ที่บอกว่าหมาหงอยเนี่ยเทียบไม่ได้เลย


    ต้องบอกว่าซึม? เพราะกลัวโดนทิ้งหรือเปล่านะ, ไม่ใช่ซึมในแง่คำคุณศัพท์แต่ในแง่ที่ดวงตาคู่คมนั้นดูจะมีน้ำตาซึมอยู่รอมร่อ


    ฟิลลิปพรูลมหายใจเชื่องช้า อ้าเเขนออกเล็กน้อยแล้วเอียงศีรษะ ยกรอยยิ้มนุ่มขึ้นประดับบนใบหน้า ผู้เป็นนายเอื้อนเอ่ยเป็นอันสิ้นสุดบทลงทัณฑ์ 


    “มานี่มา”


    ได้รับสัมผัสอุ่นของการกอดจนเกือบเสียการทรงตัวไปเล็กน้อยทันทีหลังจบประโยค คุณน้องหมาตัวเขื่องที่แท้จริงเเล้วเเสนจะอ่อนไหว อาจจะดูลังเลว่าเขายกโทษให้เเล้วจริงหรือ ฟิลลิปกระชับอ้อมแขน ลูบบนแผ่นหลังกว้างนั้นอย่างเบามือ สัมผัสน้ำหนักบนลาดไหล่จากคนที่เข้ามาซุกซบหาไออุ่นชวนให้ยกอีกมือหนึ่งขึ้นไปลูบผมสีเข้มนั้น ลูบลงทางเดียวกันซ้ำไปซ้ำมาราวปลอบประโลม


    เพราะก้มหน้าอยู่กับไหล่เขาเลยฟังได้ยาก แต่จับใจความไม่ผิดก็คงถามเป็นว่าหายโกรธแล้วหรือไม่


    ฟิลลิปสั่นศีรษะเล็ก ๆ “ ไม่ได้โกรธแล้ว ถ้าตอนนั้นน่ะใช่ แต่ตอนนี้แค่เป็นบทลงโทษเฉย ๆ ยังไงก็ต้องมีกฎระเบียบ เพราะงั้นไม่เป็นไร ฉันยกโทษให้แล้ว โอเคไหม “


    กลัวว่าเจ้าลูกหมาตรงหน้าจะยังไม่เชื่อก็ดี หรือเพราะอยากปลอบขวัญ มือข้างหนึ่งยังคงลูบเรือนผมต่อ ในขณะที่มืออีกข้างขยับประคองใบหน้าอีกฝ่ายให้มาสบตาดี ๆ ; 


    ฟิลลิปไม่รู้ว่าแรนดอลคิดอย่างไร เขาไม่ใช่นักจิตพิเคราะห์คนอื่น แต่ไม่มากก็น้อย เขาเข้าใจความกลัวของการสูญเสีย และสาเหตุที่แรนดอลไม่ได้รับคำสั่งห้ามเจอโดดเด็ดขาดนั้นก็เพราะว่าการไม่พบเจอนั้นยังไม่อาจสู้การพบเจอแต่ไม่ได้รับความสนใจหรือความรัก ดังนั้นถ้าให้สานข้อสันนิษฐาน และบาดแผลหรือร่องรอยความเจ็บปวดที่แต่งเเต้มบนนัยน์ตา


    ก็คงจะเป็นกลัวโดนทิ้งกระมัง เพราะการโดนทิ้งให้อยู่อย่างเดี่ยวดายจากสิ่งที่รักนั้นเป็นสิ่งที่แสนเจ็บปวดเหลือเกิน


    “ ฉันเคยบอกไปแล้วว่าไม่ไปไหนหรอก จำได้ไหม “


    “ เพราะฉะนั้นก็ไม่ทิ้งหรือปล่อยเธอไปเหมือนกัน “


    หนึ่งจุมพิตบนขมับ อีกหนึ่งจุมพิตที่หน้าผาก เพียงจดจ้องไปยังนัยน์ตาสีควันบุหรี่ที่ฉ่ำด้วยหยาดน้ำเล็กน้อยนั่นก็มากพอที่จะทำให้ใจอ่อนยวบ เปลี่ยนจากมือที่ลูบเรือนผมเป็นโอบรอบลำคอลงมาป้อนรสจูบหวานล้ำบนริมฝีปาก ผละออกมาเกลี่ยนใบหน้าที่ตนประคองอยู่


    “ ไม่ร้องนะ “


    แล้วจากวันนั้นเป็นต้นมา บทลงโทษที่ว่าก็ดูจะไม่เคยถูกหยิบเอามาใช้อีกเลย



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in