บทความระลึกถึงตัวฉันวงกลมของแสงสว่าง
วันแห่งการสูญเสียคนที่เรารัก
  • เราขอบคุณครอบครัวอยู่เสมอที่เป็นเหมือนป่าเล็กๆ ที่โอบอุ้มและเลี้ยงดูให้เราเติบโตมาเผชิญโลกกว้าง

    เราเกิดมาพอจำความได้ เราสูญเสียปู่ไป ถัดมาก็เป็นตาที่เลี้ยงเราและรักเรามาก 

    ณ วันนี้ย่าจากเราไปแล้ว ด้วยอายุ 97 ปี 

    ลึกๆแล้วเราค่อนข้างจะเศร้าใจที่ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้เศร้าจนร้องไห้ฟูมฟาย มันเป็นความหน่วงๆ ของความรู้สึกที่ว่าเราคงจะคิดถึงช่วงเวลาเก่าๆ เลยอยากบันทึกความรู้สึกและความคิดถึงย่าเอาไว้

    ตั้งแต่จำความได้ เราไม่ได้เจอปู่กับย่าบ่อยนักเพราะเราถูกเลี้ยงด้วยครอบครัวฝั่งแม่ การจะไปหาปู่กับย่าแต่ละครั้งจึงเป็นช่วงเวลาแค่ 1 - 2 ครั้งต่อปี การไหว้บรรพบุรุษช่วงสงกรานต์และการไหว้ครบรอบวันตายทวด แม่เราจะให้เราช่วยจัดของไหว้ เวลาหลังจากญาติๆทานข้าว เราก็ช่วยเอาจานชามมาล้างเก็บ พอโตมา ช่วงเวลาไหว้ก็ลดลง เหลือเพียงสงกรานต์เท่านั้นที่ทุกปีจะไม่ไปไหน เพราะจะต้องไปช่วยไหว้บรรพบุรุษที่วัด 

    เราเจอ ย่าน้อยลงตั้งแต่เราขึ้นม.ปลาย เรียนมหาวิทยาลัยและทำงาน เหลือแค่ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น

    แต่ช่วงม.ปลาย ช่วงที่รู้สึกแย่กับอารมณ์ความรู้สึกและปัญหาที่ตอนนั้นคิดว่าเซ็งมากๆ เราเคยขอแม่ว่า ขอไปค้างบ้านย่า เป็นคืนวันที่เรายังจำได้ไม่ลืม 

    บ้านย่าเป็นบ้านที่ต่อเติมจากบ้านเรือนไทยเป็นบ้าน 2 ชั้น ชั้นล่างจึงค่อนข้างเตี้ย แต่ล้อมรอบด้วยบ่อปลา ด้วยทิศของตัวบ้านทำให้สามารถรับเอาลมเย็นๆ ที่พัดเข้ามาได้ทั้งวัน คืนวันนั้นย่าให้เราช่วยอุ่นกับข้าว กินกัน 2 - 3 อย่าง เราต้องเข้านอนเร็วเพราะหัวค่ำมีพายุฝนตกแรง แรงจนอากาศเย็นและไฟดับ ย่าเอาตะเกียงมาจุดให้ดู และสอนเราสวดมนต์เข้านอน เรานอนพื้นข้างๆเตียงย่า จำได้ว่านอนน้ำตาซึมๆกับปัญหาส่วนตัว เราไม่ได้เล่าอะไรให้ย่าฟังตามประสา แต่การที่ได้มาอยู่กับย่า ได้กินข้าว ใช้เวลาอยู่ที่บ้านย่าก็เหมือนเราได้พักจากปัญหาเรื่องที่เรากำลังว้าวุ่นใจอยู่

    อาหารและขนมของย่า 
    ทุกวันไหว้ตอนที่ย่ายังทำกับข้าวไหว เราไม่ได้ขี้ประจบแต่เพราะน้ำยาปลาและน้ำพริกที่กินกับขนมจีนฝีมือย่าอร่อยจริงๆ เรากินที่อื่นที่ไหนก็ไม่เหมือน เรากินขนมจีนทุกครั้งที่ไปไหว้ อีกอย่างคือ ขนมดอกโสน คนอื่นอาจจะเก็บไปลวกกินกับน้ำพริก แต่ย่าจะให้เก็บมาเอาไว้ผสมแป้งนึ่ง เราเคยช่วยขูดมะพร้าวด้วยกระต่ายครั้งแรกกับการทำขนมดอกโสนนี่แหละ 

    ย่ากับปาฏิหาริย์ 
    ย่าเป็นโรคหัวใจ มีภาวะหัวใจโต ในช่วงที่อายุมากแล้ว แต่ตอนที่อายุ 82 ปี ย่ากับพ่อเราตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ การผ่าตัดที่หมอศัลยแพทย์บอกว่ามีความเสี่ยง อัตราความสำเร็จอยู่ที่ 50% แต่ย่าก็ผ่านการผ่าตัดมาได้อย่างดี และมีชีวิตที่แข็งแรงต่อมา พ่อบอกว่านั่นคือปาฏิหาริย์ครั้งยิ่งใหญ่แล้ว และย่าก็แข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจมากๆ ย่าไม่กลัวเลยที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัด 

    ความจำดีไม่เคยเปลี่ยน 
    เราไม่เคยถามว่าย่าเรียนหนังสือหรือเปล่า แต่สมัยที่ย่ายังดูแลตัวเองได้ ย่าจะไปบวชชีพราหมณ์ทุกวันพระ ดังนั้นพรที่ย่าให้แต่ละปีเวลาไปรดน้ำดำหัว จะเป็นการให้พรที่ยาวมาก ก่อนจะจบด้วยพรที่เหมือนกลอนบทนึงที่มารู้ที่หลังว่าคือ การแผ่เมตตา เพราะย่าบอกว่าการที่เราไปไหว้ ไปเยี่ยมย่าก็ถือเป็นการทำบุญ ทำกุศลเช่นกัน 

    "ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอุทิศผล บุญกุศลนี้แผ่ไปให้ไพศาล
    ถึงบิดามารดา ครูอาจารย์ ทั้งลูกหลานญาติมิตรสนิทกัน
    คนเคยรักเคยชังแต่ครั้งไหน ขอให้มีส่วนได้ในกุศลผลของฉัน
    ทั้งเจ้ากรรมนายเวรและเทวัน ขอให้ท่านได้กุศลผลนี้เทอญ" 

    สุดท้ายนี้ ย่าจากไปท่ามกลางการดูแลของลูกๆ และหลานๆ ของย่า การเดินทางของย่าได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่เรื่องราวของย่าที่อยู่ในความทรงจำของหลานยังไม่หายไปไหน ไม่ว่าหลังจากนี้เมื่อมองไปยังบ่อปลา น้ำยาแกงกะทิ หรือต้นโสนที่ขึ้นริมทาง เราก็ยังจะระลึกถึงย่าที่แสนใจดี ที่คอยอวยพรให้ชีวิตลูกหลานเจอแต่สิ่งดีๆตลอดไป

    คิดถึงย่านะคะ 

    หลานสาว

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in