Game & Comic Fanfictomei_tan
[fic]Detroit become human: I'm still android 3
  • "นายป่วยอีกแล้วเหรอรัฐมนตรีมาร์คัสคนเก่ง"

    เอไลจาห์ แคมสกี้ถามขึ้นขณะเดินเข้ามาในห้องรับแขกชั้นบนสุดของตึกไซเบอร์ไลฟ์ ดวงหน้าคมเข้มของผู้นำแอนดรอยด์ดูจะติดเอือมนิดๆ เพราะน้ำเสียงการถามของมนุษย์ตรงหน้านั้นดูไม่เป็นธรรมชาติ มันเป็น...การแซว ?

    "ผมพยายามเต็มที่แล้ว แต่ร่างกายของผมไม่สามารถรีซอล์ฟโปรแกรมแปลกปลอมพวกนั้นได้"

    มาร์คัสเอียงศีรษะหนีจากมือที่เข้ามาลูบผมเกรียนๆของเขาเล่น ก่อนเบือนหน้าไปมองท้องฟ้านอกหน้าต่าง ไวรัสโปรแกรมที่จู่โจมเข้ามาทำให้ระบบการตัดสินใจของเขาแปรปรวน เขาเม้มปาก แล้วพูดอย่างทอดถอนใจ   

    "เพราะอะไรมนุษย์ถึงชอบทำของพวกนี้มากลั่นแกล้งเรานัก..."

    แคมสกี้เลิกคิ้วสูงยามเห็นเสี้ยวหน้าจริงจัง ก่อนเอานิ้วไปจ่อใกล้แก้มอีกฝ่ายพร้อมส่งเสียงเรียกชื่อให้หันมาอย่างร่าเริง

    "มาร์คัส" 

    ...และได้ผล แอนดรอยด์หนุ่มติดกับเต็มๆจนแก้มบุ๋ม แต่นั่นทำให้หุ่นสายจริงจังมุ่นคิ้วลึกเข้าไปอีก มาร์คัสกล่าวเสียงขุ่นกับผู้ที่กำลังหัวเราะอยู่

    "ไม่เห็นมีอะไรน่าสนุก"   

    "สนุกสิ นายไม่รู้อะไร"   ผู้พูดผายมือออก   "มนุษย์ชื่นชอบการกดขี่และอยากเอาชนะ ภูมิใจที่ตัวเองเหนือกว่า การกลั่นแกล้งอย่างปล่อยไวรัสก็ด้วย ดังนั้นการถามหาเหตุผลว่าเพราะอะไร มันจึงเป็นเรื่องไร้สาระชะมัด"

    "ถ้ารู้เหตุผลจะนำมาสู่การแก้ไข จากนั้นสังคมก็จะอยู่อย่างสงบสุข"

    "ฮะฮะ ฉันงี้โคตรเกลียดความคิดอุดมคติในหัวนายจัง ใครนะช่างลงโปรแกรมให้ อ้อ ฉันเองนี่หว่า"  

    แคมสกี้ถอดเสื้อสูทตัวนอกออกพาดพนักโซฟา พร้อมเปิดโน้ตบุ้คส่วนตัวขึ้นตรงหน้าตัก จากนั้นจึงดึงสายไฟเส้นหนึ่งเข้าต่อแขนหุ่นข้างกาย   

    "ขอแนะนำอย่างคุณพ่อผู้แสนดีนะ นายควรเลิกคอนเนคกับแอนดรอยด์มั่วได้แล้ว ไม่งั้นก็ติดไวรัสตัวใหม่มาได้เรื่อยๆนั่นแหละ"

    "นั่นเป็นไปไม่ได้ ผมต้องทำงานแลกเปลี่ยนข้อมูลกับแอนดรอยด์จำนวนมาก อีกอย่างนะแคมสกี้...ผมมีคาร์ลเป็นพ่อคนเดียว"

    "โอ้ งั้นพูดในฐานะแม่ที่แสนดีก็ได้"   

    ชายหนุ่มขยิบตาข้างหนึ่งใส่ แต่กลับได้รับการหรี่ตามองนิ่งๆมาแทน แคมสกี้ไหล่ลู่ตก พูดต่ออย่างห่อเหี่ยว 

    "...สงสารคาร์ลแล้วแฮะ นายนี่มันไม่มีอารมณ์ขันเอาเสียเลย"

    "เครื่องผมร้อนไปทั้งตัวแบบนี้ อะไรก็ตลกไม่ออกหรอก"

    ซีอีโอหนุ่มของไซเบอร์ไลฟ์เท้าคางมอง ความระอุร้อนจากไวรัสภายในทำให้ผิวสีน้ำผึ้งของอีกฝ่ายเข้มขึ้นและชวนสัมผัสกว่าเดิม เขาอยากรู้นักยามที่แอนดรอยด์ถูกกระตุ้นด้วยความต้องการ มันเหมือนหรือต่างจากมนุษย์มากแค่ไหน   

    "จริงสิ ถ้านายไม่อยากยุ่งกับหุ่นอื่นเพื่อแพร่กระจายไวรัส ฉันปรับบอดี้ส่วนล่างของนายให้เป็นแบบเดียวกับเซ็กซ์บอทไหม เผื่อติดขึ้นมาอีกรอบจะได้ช่วยตัวเองไปพลางๆ ไม่ก็มีอะไรกับมนุษย์ไปก่อน ไม่ต้องมานั่งทนทรมานรอจนฉันออกจากห้องประชุมแบบนี้"

    "ขอผ่านล่ะ ผมเคยเห็นในวีดีโอ ท่าทางดูมันลำบากยังไงบอกไม่ถูก"

    "นายแค่ไม่ชินกับระบบแมนน่วล ไม่อยากจะคุยนะว่ายอดขายพาร์ทเสริมฉันดีมาก"   

    แคมสกี้ยกมุมปากยิ้มก่อนจะหยิบแว่นกรองแสงขึ้นมาสวม แววตาเจ้าเล่ห์ยามปกติเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นในยามทำงาน เรียวนิ้วยาวที่คีย์คำสั่งรัวเร็วช่างชวนมองและน่านับถือในคราวเดียว ปลายนิ้วนางกดเอนเทอร์หนักสุดท้าย เพื่อสั่งให้โปรแกรมกำจัดไวรัสตัวใหม่อัพเดทเข้าไปในร่างอีกฝ่าย

    "แคมสกี้ ผมขอแอนตี้ไวรัสนี้ไปแจกหุ่นตัวอื่นๆจะได้ไหม"

    "การกุศลน่ะเหรอ ?"

    "ครับ"

    "แต่ฉันเป็นนักธุรกิจนะ ฉันคิดตังค์"

    "เท่าไหร่"

    "สิบล้าน"

    "...."

    "ขายขาดสิบล้านครับท่านรัฐมนตรี"

    ตาทั้งสองคู่ประสานกัน แคมสกี้ยักคิ้วให้ รู้ทั้งรู้ดีแก่ใจว่าพวกแอนดรอยด์ไม่ค่อยมีเงินหรอก มาร์คัสนิ่งไปก่อนจะลองกล่าวสั้นๆดูด้วยสีหน้าจริงจัง

    "แม่"

    มนุษย์หัวเราะก๊าก

    ..........................................................



    "เราเพิ่งได้รับแจ้งจากประชาชน ว่าวันนี้กำลังมีการระบาดของกลุ่มสกิมมิ่ง ที่เราตั้งชื่อให้ว่าเดลต้า-1 เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุความเจาะจงของเป้าหมายรวมถึงวิธีการได้ แต่ผู้เสียหายส่วนใหญ่บอกว่า ยอดเงินในบัญชีธนาคารถูกถอนออกไปหมดในคราวเดียว ตอนนี้มูลค่าความเสียหายโดยรวม---"

    ในห้องประชุมใหญ่ของสถานีตำรวจดีทรอยต์ เหล่านายตำรวจผู้พร้อมร่วมปิดคดีต่างนั่งฟังผู้กองฟาวเลอร์ซึ่งกำลังกล่าวรายละเอียดอยู่ตรงโพเดี้ยมอย่างตั้งใจ และตอนท้ายทุกคนต่างได้รับมอบหมาย แบ่งสรรหน้าที่ให้ไปสืบสวนในส่วนต่างๆกัน

    ยกเว้น RK900 คอนเนอร์...

    แอนดรอยด์หนุ่มเดินเข้าไปหาหัวหน้าระหว่างที่ทุกคนต่างแยกย้ายกันออกจากห้องไป สีหน้าและท่าทางที่มุ่งมั่นเจือเสียเซลฟ์ของนักสืบฝึกหัดทำให้เจฟฟรี่นึกเอ็นดู กระนั้นแล้วเขาก็ไม่คิดให้มันมามีอิทธิพลกับการตัดสินใจ

    "ผมว่าผมช่วยทำงานนี้ได้นะครับ"

    "งานของนายคือคอยช่วยงานนักสืบรี้ดไงเด็กใหม่"

    "เขาชอบทำงานโดยไม่มีผม"   RK900บอกอย่างเหนื่อยใจ เมื่อครู่ที่นั่งอยู่ใกล้กันแท้ๆยังโดนตีลูกเมินใส่

    "ถ้านายคิดอย่างนั้น มันก็จะเป็นอย่างนั้น ถ้านายไม่ปล่อยให้เป็นแบบนั้น มันก็จะมีโอกาสเป็นอย่างที่นายต้องการ"   

    ตำรวจหนุ่มผิวสียิ้มก่อนเปลี่ยนเรื่อง ทิ้งความงงงวยไว้ในฮาร์ดดิส   "นี่ก็เวลาเลิกงานแล้ว ขากลับฉันผ่านไซเบอร์ไลฟ์พอดี จะติดรถไปด้วยกันไหม ?"

    แอนดรอยด์หนุ่มส่ายหัว

    "ผมตื่นแล้วเลยไม่ได้พักที่นั่นแล้ว ตอนนี้ผมพักอยู่ที่โอลีฟแคปซูล ถนน A-44"

    "โรงแรมแคปซูลรายวันน่ะเหรอ ?"

    "ครับ ผมคำนวนแล้วว่าบางคืนผมต้องมาเข้าเวรที่สถานีจึงไม่ต้องกลับก็ได้ ของใช้ของผมในตอนนี้ยังมีไม่มาก เมื่อคำนวณค่าใช้จ่าย ห้องพักรายวันจึงค่อนข้างเหมาะสมกับผม"

    "งั้นเหรอ ออกมาใช้ชีวิตของตัวเองสินะ เอ A-44.... เหมือนจะคนล่ะฟากเลย ฉันมีนัดเสียด้วยสิ"

    "ไม่เป็นไรครับผู้กอง ผมกลับเองได้ ขอบคุณครับ"

    "งั้นกลับดีๆ"

    มือหนาตบลงบนบ่าข้างหนึ่งของเจ้าหน้าที่ฝึกหัดหนักๆสองทีก่อนเดินจากไป

    แอนดรอยด์หนุ่มไม่เข้าใจมนุษย์นัก เจฟฟรี่ดูเป็นมิตร แต่กลับเลือกสนใจช่วยเรื่องที่เขายังไม่ต้องการอย่างเช่นการไปส่งที่พัก เขาเอียงคอหงึบให้กับพฤติกรรมมนุษย์ที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนและซับซ้อน

    "พรุ่งนี้ ผมจะทำให้รี้ดแบ่งงานให้ ไม่ว่าทางไหนก็ตาม"

    RK900 บันทึกจุดมุ่งหมายแล้วเดินขึ้นรถแท็กซี่ที่เรียกมารอไว้ระหว่างลงลิฟต์ ร่างเพรียวลงนั่งบนเบาะอย่างผ่อนคลาย ดวงตาใสมองทิวทัศน์ด้านนอกกระจกรถอย่างสบายใจ เขาแพลนว่าหลังจากกลับถึงที่พัก ก็จะดื่มทีเลี่ยมที่แวะไปซื้อมาจากซุปเปอร์เมื่อช่วงกลางวันเพิ่มพลังงานเสียหน่อยก่อนนอน แล้วพรุ่งนี้ค่อยเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง

    เขาหลับตาลงแล้วเรียกโปรแกรมบัญชีรายรับรายจ่ายขึ้นมาทำ รายได้ก้อนเดียวที่เอไลจาห์ แคมสกี้ให้จากการตอบแบบสอบถามก่อนออกจากไซเบอร์ไลฟ์ น่าจะเพียงพอให้เขามีชีวิตอยู่ในโลกภายนอกจนกว่าจะได้เงินเดือนจากกรมตำรวจ

    ทั้งที่วางแผนไว้อย่างดิบดี แต่เมื่อรถจอดยังหน้าโรงแรมแคปซูล เจ้าแท็กซี่สาธารณะกลับบอกว่าเขาไม่มีเงินสักเหรียญเลยเสียนี่

    ["ยอดเงินของท่านไม่พอในการชำระค่าโดยสาร กรุณาสแกนเลขบัญชีของท่านอีกครั้ง หากท่านไม่สามารถชำระค่าโดยสารได้ ทางบริษัทดีทรอยด์แท็กซี่ ขออนุญาตนำผู้โดยสารไปส่งยังสถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุด ขอบคุณที่ใช้บริการครับ"]

    เสียงสังเคราะห์กล่าวอย่างเป็นจังหวะ ทำเอาแอนดรอยด์หนุ่มนิ่งค้าง เขารีบหลับตาลงเพื่อเช็คสมุดบัญชีทันที และเมื่อเห็นว่ามันขึ้นเป็นเลขศูนย์ ตาที่หลับอยู่ก็เหลือกขึ้นด้านบน



    .................................................



    ...มีคำพูดของมนุษย์ ว่าบทคนจะซวยมันต้องซวยให้สุด

    ไม่นึกว่าคำนี้จะใช้ได้กับแอนดรอยด์ด้วยเหมือนกัน...


    "ไง เจ้าหน้าที่หุ่นกระแป๋งฝึกหัด เรียกแท็กซี่มาวนเล่นฟรีสนุกไหม ?"

    "ผมบอกคุณแล้วไงครับว่าบัญชีของผมถูกแฮก หัดฟังกันบ้างสิ แล้วนี่ถึงขนาดใส่กุญแจมือแล้วโยนเข้าห้องขังกันเลยเหรอ!?"

    RK900 ฟาดมือตรงกระจกห้องขังอย่างเหลืออด แม้ว่าจะรู้อยู่เต็มฮาร์ดดิสว่าฟาดไปก็ไม่โดนหน้าของเกวินที่กำลังยืนหัวเราะสภาพเขาอยู่อีกฟากหนึ่งหรอก 

    "โทษทีว่ะ มันเป็นความชอบส่วนบุคคล ฉันชอบใส่กุญแจมือ ชอบกักขัง แล้วก็ชอบเห็นหุ่นโง่ๆดิ้นดุ้กดิ้กๆไปมาข้างใน"   

    เจ้าผู้ชายที่บังเอิญเข้าเวรดึกคืนนี้เดาะลิ้นก่อนฉีกยิ้ม   "แต่นายคงไม่ชอบใจนัก ถ้ารู้ว่าหากมีประวัติทำผิดกฎหมาย นายจะไม่มีทางได้บรรจุเป็นตำรวจ"

    ผู้ที่เพิ่งระลึกถึงข้อเท็จจริงถึงกับช็อค LED ข้างขมับเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและกะพริบถี่   

    "แต่ผมเป็นผู้เสียหายนะ ...ผมตรวจสอบเมื่อครู่ พบว่ามันมีร่องรอยการก็อปปี้ไอดีในช่วงเวลาเดียวกับตอนที่ไปซื้อของในซุปเปอร์มาร์เกตช่วงพักเที่ยง ผมคาดว่าเป็นฝีมือของเดลต้าวัน"

    "หุ่นเดี๋ยวนี้แก้ตัวเก่งจังน้า~ โลกนี้เริ่มจะอยู่ยากแล้วสิ"

    เกวินเอานิ้วก้อยไขหู ทำทีไม่รู้ไม่ชี้ แต่กลับบันทึกสิ่งที่อีกฝ่ายพูดไว้ และคิดว่าควรจะเดินไปตรวจสอบซุปเปอร์มาร์เกตที่ว่าเสียหน่อย 

    "อ้อ พลาสติก ถ้าไม่มีใครมาจ่ายเงินแท็กซี่ให้นายภายในคืนนี้ ทางบริษัทจะเริ่มส่งฟ้อง เอาล่ะ คืนนี้ก็นอนเล่นในตะแกรงฟรีจากภาษีประชาชนไปจนเช้าแล้วกันนะคู่หู"

    "เดี๋ยว รี้ด! เฮ้!"

    RK900 กระแทกมือรัวลงบนกระจกใสเพื่อเรียกให้อีกฝ่ายที่เพิ่งหมุนตัวเดินจากไปให้หันมา แต่ก็ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง

    "แย่แล้ว...ทำไงดี"

    ร่างเพรียวเดินวนไปรอบๆห้องขัง เขาเพิ่งตื่นเพียงแค่ไม่กี่วัน ข้อมูลขอความช่วยเหลือก็น้อยเกินไป สุดท้าย เขาก็เลือกที่จะโทรหาซีอีโอของไซเบอร์ไลฟ์

    ["ฮัลโหล มีอะไร RK900?"]

    "คือตอนนี้ผมติดปัญหาน่ะครับ คุณแคมสกี้ คือ---"

    แอนดรอยด์หนุ่มตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมด ปลายสายดูตั้งใจฟัง ถึงจะหายใจแรงเหมือนกำลังเล่นฟิตเนสอยู่ จากนั้นชายหนุ่มก็ตอบด้วยน้ำเสียงรื่นเริงเหมือนเพิ่งฟังเรื่องราวสนุกๆ

    ["โทษที สัญญาณไม่ดีเลย ฟังไม่ค่อยชัด เอาเป็นว่าตอนนี้ฉันติดธุระเลี้ยงลูกอยู่ ค่อยคุยกันต่อตอนเช้าแล้วกันนะ"] 

    "ตอนเช้าไม่ได้นะครับ ! คุณแคมสกี้ ! คุณแคมสกี้ครับ !"

    ตึ๊ด..... ตึ๊ด.......

    ....สัญญาณตัดไปแล้ว

    "ทำไงดีล่ะเนี่ย"



    ...............................................


    TBC 





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Prow'w Americano'o (@fb8672074034668)
สงสารน้อง ฮือออออ