My Fictionpanus & chanin
กากับนกยูง
  • ณ ป่าใหญ่เขียวชอุ่ม บริเวณริมลำห้วยเป็นที่อยู่อาศัยของนกยูงฝูงหนึ่ง นกยูงเหล่านี้มักจะบินลงจากต้นไม้มาหาอาหารในตอนเช้า และบินกลับขึ้นไปนอนบนต้นไม้ในตอนเย็นเสมอ

    วันหนึ่ง หลังจากที่เหล่านกยูงหาอาหารกินตามปกติแล้ว นกยูงบ้างก็ไซ้ขน บ้างก็นอนอาบแดดอย่างที่มันเคยทำ ขณะนั้นเอง มีอีกาบินเล่นผ่านเข้ามาในป่า และหยุดพักที่กิ่งไม้ใกล้กับฝูงนกยูงพอดี นกยูงตัวหนึ่งเหลือบขึ้นไปเห็นอีกา มันก็นึกสังเวชใจ คิดว่าเจ้าอีกานี่ช่างอัปลักษณ์เสียจริง ขนก็เป็นสีดำไปหมดทั้งตัว ท่วงท่าหรือก็ไม่สง่า ที่สำคัญยังไม่มีขนหางอันงดงามอย่างที่มันมีด้วย คิดได้ดังนั้น เจ้านกยูงตัวใหญ่ที่สวยที่สุดในฝูงก็ร้องตะโกนออกไป

    “เฮ้ยเจ้าอีกาตัวดำที่น่าสมเพช รีบไปให้พ้นอาณาเขตของข้าเดี๋ยวนี้”

    อีกาได้ยินก็ก้มลงมองนกยูงพลางยิ้มเยาะ “น่าสมเพช? ใครกันแน่ที่น่าสมเพช ข้าว่าเป็นเจ้ามากกว่ามั้ง”

    “หึ ยังไม่รู้ตัวอีก รูปร่างหน้าตาก็ดูอัปลักษณ์ ขนก็ดำสกปรกไปทั้งตัว เทียบกับข้าผู้สง่าและงดงามที่สุดในป่านี้ มีอะไรที่น่าสมเพชกัน” นกยูงกล่าวพลางค่อยๆรำแพนหางด้วยท่วงท่าที่มันคิดว่าสวยที่สุด สายตาจับจ้องไปที่อีกา

    “ข้ายอมรับว่าเจ้ามีขนหางที่งดงามที่สุด งดงามเหนือสัตว์อื่นใดที่ข้าเคยเห็น แต่ที่ข้าสมเพชเจ้ามิใช่เพราะเจ้าอัปลักษณ์ แต่เป็นเพราะเจ้านั้นมีปีกเช่นข้า แต่ไม่สามารถใช้ปีกที่มีโผบินไปในท้องฟ้า ไปทุกที่ที่ต้องการได้อย่างข้าต่างหาก นี่แหนะนกยูง ข้าผ่านผู้คนและเห็นโลกภายนอกป่ามามาก จะขอเตือนเจ้าไว้สักอย่าง ขนหางเอย ความงามเอย สิ่งที่เจ้ารักนักรักหนาเหล่านี้ จะกลายเป็นหอกดาบกลับมาทำร้ายตัวเจ้าเอง และความอัปลักษณ์ของข้าที่เจ้าดูถูกเนี่ยแหละ คือเกราะคุ้มภัยที่ดีที่สุด จำไว้” อีกาพูดจบก็กางปีกสีดำบินจากไป

    “เฮ้อเจ้าอีกาต่ำต้อย น่าสมเพช ความงดงามของข้าไม่ได้ทำร้ายตัวข้าหรอก คงไปทำร้ายจิตใจเจ้ามากกว่า” นกยูงเดินไปหยุดข้างลำห้วย ก่อนจะก้มมองเงาสะท้อนภาพตัวเองในน้ำอย่างพอใจ

    รุ่งสางวันต่อมา ขณะพระอาทิตย์เริ่มฉายแสงสว่างที่ขอบฟ้า เจ้านกยูงที่นอนหลับอยู่บนกิ่งไม้พลันได้ยินเสียงแปลกประหลาดดังขึ้น มันจึงเผลอส่งเสียงร้องออกไปตามสัญชาตญาณ ทันใดนั้น นกยูงก็ถูกอะไรบางอย่างกระแทกอย่างแรง จนตัวมันร่วงลงมาจากต้นไม้

    “เฮ้ย อย่าให้มันตายนะเว้ย เดี๋ยวเอาไปขายไม่ได้” นกยูงมองกลุ่มมนุษย์ตรงหน้าที่ส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายด้วยความตกใจ

    “นั่นพี่ ไอ้ตัวใหญ่นั่นหางสวยที่สุด ผมเห็นตอนมันรำแพนหางตั้งแต่เมื่อวานแล้ว รีบจับเร็ว” เมื่อภัยใกล้จะมาถึงตัว เจ้านกยูงจึงคิดจะกางปีกบินหนี แต่ด้วยความที่เป็นนกขนาดใหญ่ ประกอบกับหางที่ยาวของมัน ทำให้นกยูงบินขึ้นไปไม่ทัน และถูกจับในที่สุด ขณะนั้นเอง นกยูงก็เหลือบไปเห็นอีกาที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ แม้อีกาจะเกาะกิ่งไม้อยู่เฉย แต่ก็ไม่มีมนุษย์คนใดสนใจหรือคิดจะไปจับมันเลยแม้แต่คนเดียว เจ้านกยูงพลันเข้าใจสิ่งที่อีกากล่าวเตือนขึ้นมาทันที แต่นั่นก็สายไปเสียแล้ว เมื่อมันหมดสิ้นซึ่งอิสรภาพตลอดไป

    “ทีนี้เจ้าเชื่อข้ารึยังล่ะ นกยูงเอ๋ย” อีกาพูดจบ ก็สยายปีกสีดำ แล้วนำพาความอัปลักษณ์ที่มันภาคภูมิใจ โผบินจากไป

    ‘ยืดสง่าพาดูว่ากูสูง ดั่งนกยูงสวยเด่นเช่นเฉิดฉาย แต่สองตีนติดดินจนวันตาย กาสยายปีกสู่ฟ้านภาเพลิน’

    THE END

    Panus

    *หมายเหตุ : ผลงานชิ้นนี้เคยเผยแพร่ลงใน นิตยสารฏีกาออนไลน์ ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in