FLOWERS AND INKsavedbywolf
PINK LILY ที่สุดของหัวใจ ... ที่ตามหามานาน (จบ)


  • PINK LILY

    ‘ที่สุดของหัวใจ ... ที่ตามหามานาน’



    Hashtag - #ดอกไม้ของไคฮุน

    - ความหมายของดอกไม้มีการปรับแต่งให้เข้ากับเนื้อเรื่องค่ะ –



    ดอกลิลลี่สีชมพู ... คือดอกไม้ที่ผสมผสาน อารมณ์ ความรู้สึก

    ของความรักและการตามหาใครสักคนไว้ได้อย่างลงตัว

    สื่อความหมายถึงการออกตามหาความรักที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง แล้วก็พบเจอมัน




    He opens up his lips and then

    Said his poetry

    I'm in love with you, love with you


    คือ ความอบอุ่นของคุณช่วยเติมเต็มชีวิตของฉัน

    ความรักในแบบที่ฝันเอาไว้ ...

    ที่สุดของหัวใจ ซึ่งสุดท้ายเราก็ตามหากันจนเจอ






    โอ๊ย น่าเบื่อ!!

    โอ เซฮุน อดไม่ได้ที่จะก้มหน้าลงแอบทำปากขมุบขมิบอยู่คนเดียว เด็กหนุ่มถอนหายใจก่อนจะทั้งพึมพำ ทั้งก่นด่าชะตาชีวิตอยู่กับตัวเอง มือบางเอาแต่เขี่ยซากอาหารตรงหน้าไปมาอย่างเบื่อหน่ายระหว่างที่นั่งฟังผู้ชายแก่คราวพ่อตรงหน้าพล่ามเรื่องของตัวเองไม่หยุดมากว่าครึ่งชั่วโมงได้แล้ว

    โถถถถ ... ขี้โม้ฉิบ

    ทั้งเรื่องร้านอาหารที่ไอ้แก่นี่คอยพูดกรอกหูเขาซ้ำไปซ้ำมาอยู่นั่น คุยเสียดิบดีว่าอร่อยนักอร่อยหนาจนอยากพาเขามากินจะแย่ แต่สุดท้ายเมื่อได้ลอง เซฮุนกลับหาความอร่อยของมันไม่เจอเลยสักนิด นอกจากบรรยากาศหรูหราที่เอาไว้อวดฐานะของคนที่มากินเพียงเท่านั้นแหละ

    ให้ตายเถอะ! มันเวรกรรมอะไรของเขากันเนี่ย นี่ถ้าไม่ใช่เพราะบิลรายจ่ายที่กองสูงจนเกือบจะล้นลิ้นชักหัวเตียงกับค่าเทอมแพงหูฉี่ของมหาวิทยาลัยชื่อดังในตัวเมืองแล้วล่ะก็ ... คิดว่าคนอย่างโอ เซฮุน จะยอมมานั่งให้ไอ้แก่ตัณหากลับนี่คอยส่งสายตาแฝงแววลามกโลมเลียระหว่างนั่งกินสปาเก็ตตี้ที่แสนจืดชืดนี่ไหมละ? 

    แต่จะทำไงได้ ... 

    ในเมื่อทุกอย่างเขาเลือกมันเอง มักง่ายใช้วิธีโง่ๆคอยแก้ปัญหา ติดนิสัยเอาแต่ใจมาจากสมัยที่ยังเป็น ‘คุณเซฮุน’ ของทุกคนอยู่ ในเมื่อขอบเขตงานของเขามีเพียงแค่มานั่งกินข้าวด้วยสักชั่วโมงสองชั่วโมง แต่ถ้าหน้าตาของ ‘คุณป๋า’ พอไปวัดไปวาได้ เขาอาจจะยอมให้พาไปช้อปปิ้งแถมออฟชั่นเสริมด้วยการจับนิดแตะหน่อยก็ไม่ได้เสียหายอะไร

    ฮึ!จะถือว่าทำบุญให้กับคนแก่ไปซะก็หมดเรื่อง แถมตอนขากลับ กระเป๋าตังแบนๆของเขา มีแววจะอัดแน่นเต็มไปด้วยธนบัตรเป็นฟ่อนที่คุณป๋าใจดีมักจะให้ทิปแยกจากค่าตัวที่คิดเป็นชั่วโมงแล้วด้วยล่ะก็ ... ได้มาง่ายๆแบบนี้ แล้วใครจะไม่เอาล่ะ จริงไหม?

    แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้นั่งเหม่อ คิดอะไรไร้สาระต่อไปเรื่อยๆ เสียงดัง ติ๊ง! ของนาฬิกาข้อมือใหม่เอี่ยมที่คุณป๋าคนใหม่เพิ่งจะซื้อให้สดๆร้อนๆดังขึ้นก่อนจะลากเขามากินข้าวและสัญญาว่าจะขับรถกลับไปส่งที่ห้องเช่ารูหนูย่านมหาวิทยาลัย

    แต่ขอโทษเถอะ! โอ เซฮุนคนนี้ทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว ร่างสูงโปร่งผุดลุกขึ้นเมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาที่ตนแอบตั้งเตือนเอาไว้ ใบหน้าขาวจัดยกยิ้มแย้มอย่างช้าๆส่งสายตาเป็นความนัย วินาทีถัดมาท่อนขาเรียวยาวจึงก้าวเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนตักของชายวัยกลางคนอย่างรวดเร็ว

    “ว้า คุณป๋าครับ น่าเสียดายจังเลย ... หมดเวลาซะแล้ว”

    เด็กหนุ่มแกล้งเอ่ยกระซิบข้างใบหูเสียงกระเส่าพร้อมยกท่อนแขนขึ้นคล้องต้นคออวบหนาที่เต็มไปด้วยชั้นไขมันอย่างนึกรังเกียจ เซฮุนมองไอ้แก่ที่ตนค่อนขอดอยู่ในใจซึ่งชายคนที่ว่านั้นหอบหายใจแรงทันทีที่เขาทิ้งตัวนั่งลงบนตักของมัน

    ... เออ เอาเข้าไป ตัวก็ไม่ใช่เล็กๆดันชอบให้มานั่งตัก ประสาทเสียจริง! ...

    ริมฝีปากสีแดงสดแอบเบ้ด้วยความอนาถใจ นึกไม่ถึงว่าตัวเองต้องมาทำอะไรแบบนี้เพื่อแลกกับเศษเงินของคนตรงหน้า แต่คิดไปคิดมา ถ้าเศษเงินที่เขากำลังพูดถึงมันสามารถเอากลับไปเคลียบิลค่าใช้จ่ายของเขาได้ไม่ต่ำกว่าสองใบ

    ถ้าอย่างนั้น ... เขาจะยอมทนอีกสักนิดก็แล้วกัน

    “น้องเซฮุน ให้พี่ไปส่งที่ห้องนะจ๊ะ ... ไหนๆก็เลยตามเลยแล้ว เพิ่มให้พี่อีกซักสองชั่วโมงก็แล้วกัน”
    จะอ้วกไหม ให้ทาย ...

    ใบหน้าขาวจัดแกล้งทำสีหน้าสลดลงในทันที ก่อนเด็กหนุ่มจะช้อนดวงตาที่แสร้งทำหวานเชื่อมมองใบหน้าของชายวัยกลางคนด้วยสายตาเศร้าสร้อยแบบที่เขากล้าพนันว่าใครเห็นก็ต้องใจอ่อน “แต่คุณป๋าครับ วันนี้ไม่ได้จริงๆน้า ผมต้องรีบกลับไปทำรายงานอ่ะ ไว้วันหลังนะ ... น้า ผมจะอยู่กับคุณป๋าทั้งวันทั้งคืนเลยดีไหมเอ่ย?”

    รายงานกับผีน่ะสิ! ... ฉันทนแกต่อไปไม่ไหวอีกแล้วโว๊ยยยย คอยดูนะ ฉันจะเอาเงินแกไปผลาญกับซีรีส์ให้หมดดด เลิกทำท่ากระลิ้มกระเหลี่ยใส่สักที แก่จนจะลงโลงอยู่แล้ว เห็นแล้วอยากจะอ้วก!

    “สัญญาแล้วนะ งั้นน้องเซฮุนเอานี่ไปนะจ๊ะ ... พี่ให้ไว้กินขนม”

    ดวงตาเรียวก้มลงมองตามมือที่ทั้งอวบแถมยังเหี่ยวเหลือรับประทานที่กำลังเอื้อมมายัดเงินเป็นปึกใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์ด้านหลังของเขาก่อนจะเนียนบีบก้อนเนื้อนุ่มเบาๆ เฮ้ออออ! แหมมมม ไอ้แก่นี่! นิดๆหน่อยๆก็จะเอาให้ได้เลยใช่ไหม นี่เขาต้องแกล้งทำเป็นเขินอายหรือดีใจจนเนื้อเต้นด้วยไหมเนี่ย 

    แต่ก็ช่างมันเถอะ ในเมื่อลองคำนวณดูแล้ว ปึกนั้นน่ะ ... ไม่ต่ำกว่าสองล้านวอนแน่ๆ เอาก็เอาวะ!

    “คุณป๋าอ่ะ! ชอบแกล้งผมอยู่เรื่อยเลย ผมอยู่เล่นด้วยไม่ได้จริงๆนะครับ ไปก่อนน้า จุ๊บ!บ๊ายบายครับ”

    ริมฝีปากบางเฉียบก้มลงแตะเร็วๆบนแก้มอวบอูมจนย้วยของชายวัยกลางคนก่อนจะผุดลุกขึ้นจนแทบจะกลายเป็นการกระโจนไปคว้าถุงข้าวของแบรนด์เนมมากมายที่อดีต ‘คุณป๋าคนใหม่’ ซื้อให้เพื่อเอาใจเขา เซฮุนยิ้มกับตัวเองแล้วจึงหันหลังกลับก้าวยาวๆจนแทบจะกลายเป็นวิ่งออกจากร้านเพื่อเรียกแท็กซี่กลับหอทันที

    ในใจคิดลิงโลดถึงเงินก้อนใหญ่ที่เขาจะได้หลังจากเอาของใหม่ๆที่เพิ่งได้มาไปขายให้กับร้านรับซื้อของแบรนด์เนมเจ้าประจำด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม 





    อาทิตย์ต่อมา

    ในขณะที่เขากำลังอาบน้ำตีฟองสบู่เล่นอยู่ในอ่างอาบน้ำเล็กๆที่แทบจะยืดขาออกไปจนสุดไม่ได้ เสียงข้อความเข้าจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เซฮุนถอนหายใจทิ้งด้วยความเซ็งเพราะความสงบสุขเล็กๆในห้องน้ำของตัวเองโดนขัดขึ้นมาจนได้ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าอุปกรณ์เจ้ากรรมนั้นมาดูอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่นัก

    อืมมมมม ... คุณป๋าคนใหม่ต้องการอีหนูไปเป็นเพื่อนเล่นนี่เอง

    ดวงตาเรียวไล่อ่านข้อความอย่างช้าๆ

    ชื่อ ‘ไค’ งั้นเหรอ?

    ชื่อแปลกๆแฮะ ชาวต่างชาติ?

    ไม่มั้ง ...

    ฝรั่งหัวทองจะเอาเบอร์ส่วนตัวของเขาที่รู้กันอยู่แค่ในวงการเด็กป๋ามาจากไหนกันล่ะ

    ลูกค้าคนใหม่อายุแตะสี่สิบปี ไม่มีเมีย ไม่มีเรือพ่วง โสดสนิทจนน่าเห็นใจ แต่ก็ดีสิ ไม่แก่ ไม่หนุ่มเกินไป แถมยังเงินถึงอีกต่างหาก แน่นอนล่ะ! หลังจากที่ได้โรเล็กซ์เรือนใหม่เอี่ยมที่เขาเลือกแล้วเลือกอีกว่ารุ่นที่ได้มาสามารถเอาไปขายต่อได้ราคาดีไม่มีตก เซฮุนก็สาบานกับตัวเอง ณ ตอนนั้นเลยว่า จะ-ไม่-มี-วัน รับงานที่ต้องไปเป็นเพื่อนเที่ยวให้กับผู้ชายที่อายุเกิน 50 อีกชั่วชีวิต

    ลาขาด เข็ดไปจนวันตาย!

    กว่าจะรู้ตัวอีกที ไม่รู้ว่าตัวเขาจับพลัดจับพลูตกลงกันอีท่าไหน และได้นัดแนะอะไรกับผู้ชายสุดฮอต ...

    ใช่ ซุปเปอร์ ดูเปอร์ ฮอต ... ฮอตมาก! แดมฮอตเป็นบ้า ฮอตปรอทฉ่าเลยด้วย! 

    แค่ฮอตอย่างเดียวมันไม่พอ ต้องใช้คำพวกนี้ถึงจะถูก ฮึ! โอเค สติมา! ไอ้บรรทัดข้างบนน่ะ ลืมตัวไปหน่อย

    บ้าจริงเชียว ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าของเขาตอนนี้ ไม่มีอะไรใกล้เคียงกับคำว่า ป๋า(แก่ๆ)เลยสักนิด เขาแทบจะดูไม่ออกด้วยซ้ำว่าชายหนุ่มอายุปาเข้าไปเกือบจะสี่สิบเข้าไปแล้วและมีรสนิยมชอบเด็กผู้ชายเอ๊าะๆอีกต่างหาก แหมม ... ดูภายนอกคุณไคก็ดูเหมือนกับชายหนุ่มทั่วๆไปอยู่นะ นั่งอยู่เฉยๆคุณป๋าคนใหม่ก็ดูดีไม่มีหยอกอยู่หรอก

    แต่เขาล่ะ กลัวเสียจริง กลัวว่าถ้าอีกฝ่ายขยับตัวแล้วสาวแตกขึ้นมา เขาจะทำยังไงต่อไปล่ะ!

    เซฮุนอยากจะเอาหัวโขกโต๊ะแรงๆแล้วลงไปนั่งร้องไห้เสียจริง ตาย ตาย ตาย! ... 

    นอกจากจะไม่คิดรังเกียจอายุวัยกลางคนที่แก่กว่าตัวเขาไปรอบกว่าๆแล้ว แถมยังไม่มีปัญหากับความคิดที่ว่าคุณไคอาจจะสาวแตกใส่ตนนั้น แต่ทั้งหมดนั่น มันกลับยิ่งทำให้เขามองคนตรงหน้าด้วยแววตาชื่นชมขึ้นไปอีกเท่าตัว พ่อเจ้าประคุณเอ๊ย! หล่อปานเทพบุตรลงมาเกิดยังไม่พอ พี่เขายังกล้าพกความเซ็กซี่เร้าใจมาเต็มกระเป๋าอีก

    เขินโว๊ยยยย ... เขินจนไม่รู้จะทำหน้ายังไงแล้วเนี่ย!

    ก็ได้แต่กรีดร้องโวยวายในใจเงียบๆเท่านั่นแหละ ฮึ!

    ขืนกระโตกกระตากแล้วเดี๋ยวพี่ม้าป่าเขาตื่นเวทีขึ้นมา วิ่งหนีไปทำไงล่ะ ...

    แถมบรรยากาศกรุ้มกริ่มอ่อนหวานที่ลอยอยู่รอบๆนี่มันอะไรกันอี๊กกกกกก ด้วยความสัตย์จริง นี่มันไม่ได้ให้ความรู้สึกว่า เขากำลังตกลงค่าตัวหรือมาทำงานเลยสักนิด ผู้ชายคนนี้ทำเซฮุนนั่งเขินตัวแทบแตกเพียงแค่ส่งยิ้มพร้อมใช้ปลายนิ้วอันเรียวยาว อะแฮ่ม!ขอย้ำว่า ยาวมาก ยาววววววววที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลยล่ะ ค่อยๆดันขอบจานที่เต็มไปด้วยทาร์ตอันเล็กๆมาให้ตรงหน้าเท่านั้นแหละ

    แล้วพี่เค้าทำด้วยความสุภาพด้วยนะ เท่านั้นแหละ ...

    โบร้มมมมมมมมมม!!! อานุภาพทำลายล้างสูงยิ่งกว่านิวเคลียร์ ... 

    โบร้มม เข้าให้เต็มหน้า โอ๊ยยยยยยย อยากรู้จริงๆว่าตอนพระเอกจีบนางเอก ... นางจะรู้สึกเหมือนจะบินได้แบบนี้ไหมนะ? อย่างกับย้อนกลับไปในสมัยที่รุ่นพี่ที่เขาเคยแอบชอบมาชวนไปออกเดทกันและต่อด้วยพาเขาขึ้นไป ‘กินหนม’ กันสองต่อสองในห้องเป็นการปิดท้ายอย่างไรอย่างนั้น

    คุยไปคุยมา ปรากฏว่า ... ชื่อจริงของคุณพี่ เอ๊ย ... คุณป๋าคนใหม่ก็คือ คิม จงอิน

    คุณนักเขียนนิยายเชิงอิงปรัชญาหน้าใหม่ไฟแรงสูงปรี๊ด ดีกรีจบจากมหาวิทยาลัยระดับไอวี่ ลีค ทายาทของมหาเศรษฐีย่อมๆ (ฮั่นแหน่ะ อันนี้มันก็แน่นอนอยู่แล้ว ถ้าไม่รวยจริง ไม่ยอมให้แตะนะ จะบอกให้) แต่แยกตัวออกมาจากครอบครัวเพราะอยากพิสูจน์ตัวเองให้คุณพ่อคุณแม่เห็น แหม แหม แหม แหมมมมม ... น่ารักอ่ะ! 

    และที่สำคัญ นี่คือประเด็นเลย พี่เค้าหล่อมากกกก ให้ตายสิ!

    เค้าหล่อถึงขนาดที่ว่านั่งกอดอกอยู่เฉยๆ ไม่พูดไม่จา ... เค้าก็ยังหล่อ!(มากด้วย)

    รูปร่างสูงโปร่งคล้ายกับหนุ่มรุ่นๆ ดูเหมือนคุณจงอินจะไม่ค่อยปลื้มการออกกำลังกายสักเท่าไหร่ แต่พอคุณเขาถอดสูทตัวนอกออกเหลือแต่เสื้อเชิ้ตสีขาวที่รีดจนเรียบกริบไปทั้งตัว ใส่คู่กับกางเกงสแล็คสีดำทรงพอดีตัวแบบนี้ ถึงไม่มีกล้ามเป็นมัดๆแต่ก็หล่อเนี้ยบจนอยากจะ ... เอ่อ ช่างมันเถอะ!

    ใบหน้าหล่อจัด ถึงแม้เครื่องหน้าจะไม่สวยสมบูรณ์แบบเหมือนเจ้าชายในนิยาย แต่กลับมีเหลี่ยม มีมุมในที่ๆควรจะมี หล่อเหมือนเทพบุตรกรีก จะว่าอย่างนั้นก็คงไม่ผิด มาสไตล์แมนๆ แสนแฮนด์ซั่มและเร้าใจ หล่อลุยจนอยากจะตามกลับบ้านให้รู้แล้วรู้รอด ยิ่งพอเวลาคุณเค้ายิ้มนิดๆประกอบกับเอ่ยถามนู่นถามนี่ด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มสุดเซ็กซี่ ให้ตายเถอะ! ความมั่นใจของเซฮุนที่เคยมีหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ นอกจากตอบคำถามด้วยเสียงอ้อมแอ้มอยู่ในลำคอกับใบหน้าที่แดงเถือกไปถึงหู ก็ได้แต่จิกปลายนิ้วเท้าลงกับรองเท้าแรงๆหลายทีๆ เพื่อห้ามตัวเองไม่ให้กระโจนเข้าหาชายหนุ่มอย่างกับพวกเสียสติเท่านั้นแหละ

    และด้วยความจริงใจจากปาก (ที่แอบคิดอยู่เงียบๆในใจ) ของโอ เซฮุน ... เด็กขาย (เวลา) หน้าเลือดที่ยังคงรักษาซิงประตูหลังไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ถ้าคุณป๋าคนใหม่จะหล่อสะเทือนไปทั้งสามโลกขนาดนี้ล่ะก็ ... จะลองยั่วแบบหวังผล(?)ดูสักครั้งและถ้าคุณป๋าอยากกินเด็กแบบเนิบๆ เขาก็จะยอมให้คุณป๋าหม่ำๆโดยที่เงินของคุณป๋าสุดหล่อไม่ต้องกระเด็นออกจากกระเป๋าเลยสักแดงเดียว

    วิน – วิน กันทั้งคู่!

    “ผมต้องการพูดกับคุณให้เคลีย ...”

    หือออ คุณจงอิน พูดอะไรนะ?

    เขาแทบสะดุ้ง มือขาวสะอาดยกขึ้นเกาหางคิ้วเบาๆแก้เขินที่ถูกคนตรงหน้าจับได้ว่าแอบมองอยู่นานสองนาน ดวงตาซุกซนเสออกจากการจ้องมองริมฝีปากอวบอิ่มแดงฉ่ำของชายหนุ่มก่อนเลื่อนขึ้นสบดวงตาคมกริบของคุณจงอินช้าๆ คนอะไร ยิ่งมองก็ยิ่งหล่อ

    “ผมต้องการความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างจริงใจต่อกัน ถ้าคุณต้องการอะไร ขอแค่บอกถึงผมจะใช้เงินซื้อเวลาของคุณมา แต่ผมจะไม่ปฏิบัติต่อคุณเหมือนคุณเป็นเอ่อ ... เด็กขายบริการ และที่สำคัญคือห้ามโกหก เงื่อนไขของเรามีอยู่แค่นี้ ทำได้ไหม?”

    หลังจากที่พยักหน้ารัวๆเป็นการตอบคำถามจนหัวแทบหลุดออกจากบ่า คุณจงอินก็หลุดขำออกมาเล็กน้อยก่อนจะยกมือกวักเรียกให้เขาไปนั่งข้างๆที่เก้าอี้ยาวฝั่งเดียวกันและในทันทีที่สะโพกของเซฮุนแตะลงบนเบาะ ตัวของเขาก็แทบจะลอยหวือไปเกยอยู่บนหน้าขาของอีกฝ่ายจนใบหน้าแทบจะซบแนบไปกับแผงอกของชายหนุ่ม

    อย่านะ ...... อย่า .... 

    “คุณป๋าครับ ...”

    ดวงตาช้อนขึ้นสบ ริมฝีปากคลี่ยิ้มใส่คนที่หันหน้ามามองเขายิ้มๆเช่นกัน อะโธ่ ... พี่เค้าแอบร้ายยยย เห็นเงียบๆมาถึงไม่พูดไม่จา แต่บทจะถึงเนื้อถึงตัวกลับมือไวเป็นบ้า เซฮุนยิ้มโปรยเสน่ห์พลางชวนคุยไม่หยุด ป้อนอาหารป้อนน้ำสารพัด บริการเอาอกเอาใจถึงปากแทบทุกอย่างโดยที่ตลอดเวลาท่อนแขนแข็งแรงข้างหนึ่งยกขึ้นโอบเอวเขากระชับแน่นไม่ยอมห่าง






    เด็กหนุ่มหันไปมองใบหน้าหล่อเหลาด้านข้างของคนที่อาสาขับรถมาส่งเขาถึงหน้าหอพักโทรมๆ พลางนึกสงสัยว่าอะไรทำให้ชายหนุ่มที่ดูเพียบพร้อมไปทุกอย่างแบบคุณจงอินต้องมาใช้เงินซื้อเด็กผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่งเป็นเพื่อนเที่ยวกัน ทั้งหน้าตา รูปร่าง ท่าทางแบบนี้ จำเป็นด้วยเหรอที่ต้องจ่ายเงินซื้อเพื่อนเที่ยว?

    เพียงแค่ดวงตาคมๆแลมองเพียงสักนิด ขี้คร้านสาวๆจะวิ่งเข้าหามากกว่าน่ะสิ

    ยังไงก็แล้วแต่ ...

    เมื่อรถนำเข้าจากยุโรปคันงามจอดสนิทอยู่หน้าหอพักที่สภาพแทบจะพังแหล่มิพังแหล่ เซฮุนก็ได้แต่ก้มหน้าที่ร้อนวูบวาบไปด้วยความอับอายแทบจะชิดอก คุณจงอินคือคนแรกที่เขาไม่อยากให้เห็นสภาพความเป็นอยู่ที่ทรุดโทรม ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรดี แต่ที่แน่ๆเขาไม่อยากให้ชายหนุ่มรับรู้ถึงด้านเสื่อมเสียของตัวเอง มันอาจจะเป็นความชอบที่ค่อนข้างถูกใจอย่างมาก

    แต่มันยังไม่ใช่ความรัก ... แน่นอน มันคงไร้สาระเกินไปที่จะคิดถึงเรื่องนั้นในตอนนี้

    ใบหน้าใสเบี่ยงหนี อิดออดเขินอายจนแทบจะมุดแทรกแผ่นดิน สาบาน ... เขาไม่ได้แสดงแม้แต่นิดเดียว ดวงตาคมเข้มที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้ามันมีอะไรบางอย่างที่ดึงเอาจิตวิญญาณของคนที่เขาเคยเป็นออกมาอย่างง่ายดาย เพียงแค่ปลายนิ้วเรียวยาวแตะเบาๆลงบนข้างแก้มก่อนฝ่ามือใหญ่จะกางแนบลงทั้งอย่างนั้น

    ประคองเอาไว้ด้วยความทะนุถนอมตรงกันข้ามกับใบหน้าเรียบเฉยอย่างสิ้นเชิง คุณจงอินกวาดสายตามองสภาพหอพักตรงหน้าอย่างสำรวจตรวจตรา คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยด้วยความรู้สึกอย่างไรเขาก็ไม่รู้ แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำเมื่อเบนสายตากลับมาสบกับเขาอีกครั้ง ริมฝีปากที่เซฮุนเอาแต่เฝ้ามองด้วยความหลงใหลก้มแตะเบาๆที่ปลายจมูกอย่างทนห้ามใจไม่ได้

    เฮ้อ ... ทำไมเขาถึงรู้สึกผิดหวังกันนะ

    ก็ตอนที่คุณจงอินก้มลงมา นึกว่าจะได้จุ๊บกันสักที โธ่เอ๊ยย ... แต่คิดไปคิดมา มันกลับทำให้เขารู้สึกอบอุ่นจนวาบไปทั้งหัวใจเลยล่ะ เมื่อชายหนุ่มเลือกที่จะให้เกียรติ เว้นช่องว่างให้เขาได้หายใจหายคอเมื่อสังเกตเห็นว่าเซฮุนประหม่าจนแทบควบคุมสีหน้าเอาไว้ไม่อยู่ เพราะคนตรงหน้าคือคนแรกที่ปฏิบัติต่อเขาราวกับพาเด็กหนุ่มสูงศักดิ์จากตระกูลผู้ดีออกมาเดทและจบลงด้วยการพาไปส่งถึงหน้าประตูบ้าน

    แต่ในความเป็นจริงชายหนุ่มสามารถจะทำอะไรกับตัวเขาก็ได้ ... 

    ในเมื่อเงินก้อนใหญ่ของชายหนุ่มได้ถูกถ่ายโอนเข้าสู่บัญชีธนาคารของเซฮุนเป็นที่เรียบร้อย






    เซฮุนไม่รู้ว่าควรจะทำสีหน้ายังไง เมื่อคุณจงอินโทรมาหาเพื่อนัดเวลาในการเจอกันครั้งต่อไป

    เราตัดสินใจจะออกไปกินอาหารกลางวัน เพื่อใช้เวลาร่วมกันในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า ร่างสูงโปร่งยืนหมุนไปหมุนมาอยู่หน้ากระจกเกือบยี่สิบนาทีก่อนจะเดินลงส้นเท้าผ่านหน้าเพื่อนสนิทที่พักนี้มักจะหายตัวไปค้างที่บ้านแฟนหนุ่มอยู่บ่อยๆ มือขาวสะอาดเลื่อนประตูตู้เสื้อผ้าที่ใช้ร่วมกันกับเพื่อนรัก ก่อนจะควานหาเสื้อผ้าชุดที่ดูดีที่สุดที่พอจะเหลือจากการเอาไปขายเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้

    แล้วก็เป็นอย่างที่ชายหนุ่มสัญญากับเขาเอาไว้ ร้านที่คุณจงอินเลือกสำหรับมื้อกลางวันดูหรูหราแต่ก็ยังเจือไปด้วยความอบอุ่นแบบบรรยากาศของห้องครัวที่บ้าน เขาชอบร้านแบบนี้ ร้านที่เวลาเดินเข้าไป บรรยากาศไม่กดดันจนทำให้ต้องเดินตัวลีบเข้าไปหาที่นั่งเร็วๆหรือแม้กระทั่งสายตาของพวกบริกรที่คอยกวาดตามองไปทั่วร่างกาย ประเมินค่าของคนจากของใช้และการแต่งตัว

    ทั้งสองคนเลือกมุมในสุดของร้านที่สามารถเก็บความเป็นส่วนตัวเอาไว้ได้ จากนั้นเซฮุนจึงปล่อยให้ชายหนุ่มจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง เพราะเขาไม่สามารถอ่านภาษาฝรั่งเศสยึกยือในเมนูอาหารได้สักคำเดียว เด็กหนุ่มมองตามคนตรงหน้าไม่ละสายตา เขาเฝ้ามอง เก็บรายละเอียดของคุณจงอินทุกอย่าง มือเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นท้าวคางเงี่ยหูฟังน้ำเสียงนุ่มๆพูดสั่งอาหารกับบริกรด้วยภาษาฝรั่งเศสสำเนียงสุดเซ็กซี่

    จนเขาอดจะห่อปากพึมพำเลียนแบบตามไม่ได้ ...

    ผู้ชายคนนี้ช่างสุดแสนจะเพอร์เฟค!

    ประสาทจริงๆเลย โอ เซฮุน ... นายกำลังเพ้อถึงเจ้าชายในฝันอย่างกับเด็กสาวอายุสิบสี่ รู้ตัวรึเปล่า!

    และเมื่อชายหนุ่มได้ยินเสียงของเขาพึมพำล้อเลียน แทนที่คุณจงอินจะโกรธ แต่ใบหน้าหล่อจัดกลับเพียงเงยหน้าขึ้นมาส่งสายตาคาดโทษก่อนจะส่งยิ้มบางๆมาให้ ใจขณะที่ท่อนขาใต้โต๊ะก็ตวัดเอาขาทั้งสองข้างของเขายึดเอาไปกอดรัดไว้แน่น หยอกล้อกลับด้วยอาการขี้เล่นไม่ต่างจากเขาเลยสักนิด 

    จะต้องให้บอกไหม? ... ว่าการกระทำดังกล่าวทำให้เขาได้แต่นั่งตัวตรงเป็นไม้บรรทัดและเขินจนตัวแทบระเบิดเท่านั้นแหละ

    ระหว่างกินอาหาร คุณจงอินทำให้เขาเพลิดเพลินด้วยการเล่าเรื่องการเขียนหนังสือให้ฟังเรื่อยๆ น่าแปลกที่เขากลับไม่รู้สึกเบื่อเลย เพราะแน่นอนล่ะ คงไม่มีใครกล้าเบื่อใบหน้าหล่อๆกับหุ่นแน่นๆแบบนี้ลงได้ ไม่ใช่แค่โทนเสียงไพเราะที่นุ่มจนทำให้เซฮุนขนลุกเป็นบางทีที่ชายหนุ่มลงน้ำเสียงหนัก แต่คุณจงอินกลับเป็นคนคุยสนุกได้อย่างไม่น่าเชื่อ

    เซฮุนไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องการเขียนหนังสือสักเล่มเลย ...

    แต่มันก็ตลกดีเหมือนกัน ในเมื่อการมาเดทกับคุณป๋า ทุกๆครั้งเขาต้องทนนั่งฟังเรื่องพวกนี้แทบทั้งวัน แต่เมื่อคุณจงอินเริ่มชวนเขาคุยเกี่ยวกับเรื่องปรัชญาการเมือง อืมมม ... เขาไม่สนหรอกว่าทรัมป์หรือปูตินกำลังคิดอะไรอยู่ แต่บางทีแนวคิดเกี่ยวกับแคมเปญหาเสียงชิ้นต่อไปของฮิลลารี คลินตันก็ไม่ได้น่าเบื่อขนาดนั้นนี่

    ดวงตาคมมองตามมือขาวสะอาดที่วางช้อนส้อมไว้ข้างจานเป็นสัญญาณว่าเด็กหนุ่มอิ่มกับอาหารจานหลักเรียบร้อยแล้ว จงอินนิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะยกมือเรียกบริกรมาอีกครั้งเพื่อสั่งเมนูของหวานเป็นการตบท้าย เซฮุนยิ้ม เหมือนกับว่าการที่เขาได้มาเจออีกฝ่าย ทุกอย่างดูช่างเป็นใจไปเสียหมด

    แม้กระทั่งอาหารทุกอย่างที่ชายหนุ่มจัดแจงสั่งให้เขาได้ลองชิมก็ดูจะถูกปากเขาไม่น้อยเหมือนกัน และเมื่อของหวานมาเสริฟ คราวนี้ชายหนุ่มทำให้เขาประหลาดด้วยการสั่งแครมบรูเล่มาให้เขาได้ลองชิม
    บ้าเอ๊ย พี่เค้ารู้ได้ยังไง!

    ตั้งแต่เล็กจนโต เซฮุนยอมตายได้เพื่อไอ้ขนมบ้านี่ ...

    คัสตาร์ดไข่หอมๆเย็นชื่นใจ โรยหน้าด้วยน้ำตาลทรายแดงก่อนจะเอาไฟจ่อเบาๆรอจนน้ำตาลไหม้กลายเป็นแผ่นกรอบๆแล้วค่อยนำมาเสริฟ กินเปล่าๆก็อร่อยหรือนึกสนุกหน่อยก็โปะด้วยเจลาโต้วนิลลาอีกชั้น โอ๊ยยย ... ผมรักคุณ ผมรักคุณ ผมรักคุณม๊ากกกกกกกกกก บอกเลย

    หลังจากจบมื้อกลางวันซึ่งทำเอาเขาอิ่มพุงกางจนเซฮุนนึกสงสัยว่าถ้ายังคงนั่งละเลียดกินอะไรสักอย่างกับคุณจงอินต่อ มีหวังว่ากางเกงยีนส์ตัวเก่งของตนจะต้องมีแววตะเข็บปริอย่างแน่นอน บ่ายแก่ๆคุณจงอินจึงพาเขามาเดินเล่นต่อที่ห้างหรูแห่งหนึ่งย่านใจกลางเมือง ถึงแม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าการที่ต้องพาเขามาช้อปปิ้ง ซื้อของแพงๆให้มันเป็นหนึ่งในข้อตกลงระหว่างกัน

    แต่ช่วยไม่ได้จริงๆ เมื่อการมาทำงานในครั้งนี้มันมีความรู้สึกมาเกี่ยวข้อง กลับทำให้เซฮุนรู้สึกรังเกียจตัวเองขึ้นมานิดๆ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้สึกได้เช่นกัน ใบหน้าหล่อเหลาส่งยิ้มสว่างไสวมาให้พลางเอื้อมมือมาลูบหลังเขาเบาๆ เอียงตัวมาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนจนทำเขาใจสั่นไปหมด

    นายมันไม่ได้เรื่องแถมยังทำตัวปัญญาอ่อนอีก โอ เซฮุน!

    “อย่าคิดมาก ผมเต็มใจซื้อให้”

    ก็จะว่าไงดีล่ะ มันไม่ได้ให้อารมณ์ว่ามีเรื่องความรู้สึกทางเพศมาเจือปนนักหรอก แต่เหตุการณ์เมื่อครู่ดูคล้ายผู้ใหญ่คนหนึ่งกำลังพยายามจะปลอบเด็กที่กำลังเบะปากร้องไห้ด้วยท่าทางแสนเงอะงะเสียมากกว่า
    ฮอลลลลล คุณป๋า น่ารักจังเลย

    “คุณทำแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วเซฮุน?” ถึงแม้น้ำเสียงของคุณจงอินจะออกแนวหยอกเย้าเขาเล่นเสียมากกว่า แต่ให้ตายเถอะ มันผิดจังหวะเป็นบ้า ก็คุณดันมาถามตอนที่ผมกำลังสมเพชตัวเองอยู่ในใจแบบนี้เนี่ยนะ คุณป๋าสุดหล่อ ...

    “ผมจะไม่โกหกคุณป๋าก็ได้ ผมทำงานนี้มาพักใหญ่ๆแล้ว แต่ผมเป็นแค่เพื่อนเที่ยว ผมไม่ได้ขายตัว ... เผื่อว่าคุณอยากจะรู้อ่ะนะ” ประโยคหลังเด็กหนุ่มได้แต่พึมพำอยู่กับตัวเองเงียบๆคนเดียว 

    เพราะเขาไม่รู้ว่าคุณจงอินจะคิดยังไงกับเรื่องนี้?

    ทั้งหมดนี่มันแย่กว่าการขายตัวรึเปล่า?

    อย่างน้อยถ้าจ่ายเงินก็ยังได้ร่างกายเขาไปเชยชม แต่นี่เงินก็ต้องจ่ายแถมยังต้องพาเขามาถลุงเงินซื้อของอีก

    เพื่อแลกกับอะไรละ? แค่ได้ใช้เวลากับเขาสองชั่วโมงงั้นเหรอ? บ้าน่า ... 

    ดูเหมือนคุณจงอินจะชะงักไปกับสรรพนามที่เขาใช้เรียกนิดหน่อย ชายหนุ่มหลุดหัวเราะน้ำเสียงสดใสก่อนจะถาม “คุณป๋างั้นเหรอ?”

    ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นมาโยกหัวเขาเบาๆ ก่อนจะค่อยๆเลื่อนลงไปวางแหมะอยู่บนสะโพกออกแรงรั้งเข้ามาเพียงนิด ร่างของเด็กหนุ่มก็เขยิบเข้ามาแนบชิดอย่างง่ายดาย “แต่ผมอยากให้คุณเรียกผมว่า จงอินฮยอง มากกว่านะ”

    แล้วจึงเป็นฝ่ายออกเดินนำ พากันเดินเข้าเดินออกร้านนู้นร้านนี้มากมายราวกับไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มตลอดทั้งวัน






    ในตอนหัวค่ำ

    เมื่อ ‘จงอินฮยอง’ ขับรถหรูคันเดิมซึ่งตอนนี้บนเบาะหลังเต็มไปด้วยถุงข้าวของหรูหรามากมายเข้ามาจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าหอของเขาอย่างช้าๆอีกครั้ง

    คราวนี้จะทำยังไงดีล่ะ เซฮุน คิดสิ!

    จงอินฮยองแทบจะเหมาเสื้อผ้าดีๆให้นายหมดทั้งห้างแล้ว เอ่อ จริงอยู่ที่มันค่อนข้างจะแปลกนิดหน่อย ในเมื่อเขากับชายหนุ่มยังไม่เคยแม้แต่จูบกันเลยด้วยซ้ำ แต่นี่จงอินฮยองปฏิบัติกับเขาราวกับว่าตัวเขาเป็นคนสำคัญ แล้วจะเอาอะไรไปตอบแทนอีกฝ่ายกันล่ะ

    แต่เอาเถอะ จะลองดูก็ได้

    เซฮุนคิดว่า บางทีเขาอาจจะก้มลงไป ใช้มือหรือใช้ปาก เป็นการตอบแทนก็น่าจะได้อยู่ล่ะมั้ง ถ้าทำแค่นี้ บนเบาะรถแคบๆนี่ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร แต่แค่ลองคิดเล่นๆก็ทำเอาเขาเสียววาบไปทั้งตัวแล้ว ไอ่โธ่เอ๊ยยยย แล้วนายจะเอาอะไรไปทำให้เขากันล่ะ แค่สบตาตรงๆยังแทบจะไม่กล้าเลย

    แต่ถ้าเขาทำขึ้นมาจริงๆจงอินฮยองก็คงไม่ปฎิเสธหรอก เฮอะ

    ก็แล้วทำไมคุณป๋าจะต้องห้ามล่ะ ก็ในตอนที่ชายหนุ่มบังคับให้เขาลองแต่เสื้อผ้าโทนสีอ่อนมากมาย จนเขานึกสงสัยถึงกับต้องหันไปถาม จงอินฮยองก็ดันตอบกลับมาสั้นๆด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มสุดเซ็กซี่ว่า “ก็ผมชอบ … ”

    อุ่ย! โอ เซฮุนถึงกับสติออบซอ

    อีกทั้งดวงตาคมกริบที่มองเมื่อไหร่ก็ชวนให้ร่างอ่อนระทวยมักจะไล่กวาดมองไปทั่วรูปร่างของเขา เวลาที่จงอินฮยองคิดว่าเขาไม่ทันเห็นน่ะสิ

    แต่ขอโทษเถอะ คุณป๋าครับ ผมเห็นหมดนะ!

    เด็กหนุ่มหันกลับไปยิ้มบางๆพลางเอ่ยพึมพำขอบคุณชายหนุ่มเสียงสุภาพ มือขาวสะอาดเลื่อนขึ้นไปวางบนต้นขาของอีกฝ่ายพลางช้อนดวงตาขึ้นสบอย่างมีจริต จงอินฮยองยิ้ม (อีกแล้ว ฮือออออ) พร้อมกับส่ายหัวอย่างช้าๆ เอื้อมมือมาจับมือของเขากระชับเอาไว้ในอุ้งมืออุ่นแล้วจึงบีบเบาๆ

    จากนั้นไม่นานชายหนุ่มก็โน้มตัวเข้ามาอย่างกะทันหันทำเอาความคิดไร้สาระในสมองแตกกระเจิงทันที ร่างโปร่งของเซฮุนผงะถอยหลังด้วยความตกใจเมื่อรู้สึกถึงลมหายใจร้อนผ่าวไล้อยู่บนใบหน้าของตัวเอง แต่ก่อนที่จะได้มีเวลาคิดอะไรอีกชายหนุ่มกลับคว้าร่างของเขาเข้ามากอดเอาไว้แน่นจนใบหน้าแดงก่ำถลาเข้าไปซุกกับลาดไหล่ของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

    แม่ เจ้า โว๊ยยยยยยยยย โคตรเขินเลย ... ฮืออออ จงอินฮยองของผมมมมมมม

    ให้ตายเถอะ ทำไมพวกเราทั้งคู่ถึงทำตัวราวกับเป็นเด็กหนุ่มอายุสิบหกที่เพิ่งหัดมีแฟนคนแรก เดทแรกที่จบลงด้วยการโอบกอดกันอย่างเงอะงะ ไม่มีแม้กระทั่งจุ๊บลากรุ้มกริ่มที่ริมฝีปากด้วยซ้ำ แถมบรรยากาศที่แสนอบอุ่นอ่อนหวานนี่มันคืออะไรอีก นี่เราสองคนเล่นขายของกันอยู่หรืออย่างไร

    ผู้ชายคนนี้ทำอะไรกับเขากันเนี่ย เพราะเซฮุนเองก็จำไม่ได้แล้วว่า ... มันนานแค่ไหนกันกับการที่เขานั่งนิ่งเขินจนตัวเกร็งก่อนจะค่อยๆวาดแขนสวมกอดตอบด้วยความประหม่า ซุกใบหน้าหลบสายตาคมกับอีแค่โดนดึงเข้าไปกอด การกระทำที่แสนเรียบง่ายแต่หัวใจของเขากลับเต้นแรงซึมซับความรู้สึกอบอุ่นเข้าไปเต็มๆเลย มันมานมากแล้วกับการที่ใครสักคนแตะต้องตัวเขาด้วยความจริงใจถึงเพียงนี้

    มันนานมากแล้วจริงๆ ...






    มันเป็นเวลาอีกเกือบสองอาทิตย์เต็มๆ

    กว่าจงอินฮยองจะโทรมานัดเวลาเพื่อพาเขาออกไปเดทอีกครั้ง คราวนี้ชายหนุ่มทำให้เขาประหลาดใจโดยการถามกลับมาว่า เซฮุนอยากทำอะไรนอกจากการไปนั่งกินกลางวันกับคนแก่น่าเบื่อๆรึเปล่า?

    หืมม น่าเบื่องั้นเหรอ?

    เซฮุนไม่ได้คิดถึงคำๆนี้ตั้งแต่คุณป๋าคนใหม่เข้ามาในชีวิตแล้วแหละ

    และกว่าจะรู้ตัวอีกที ในตอนเย็นวันอาทิตย์ซึ่งอากาศกำลังเย็นสบายราวกับอยู่ในฤดูใบไม้ผลิ เขาก็มานั่งหน้าปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ในโรงหนังที่คุณป๋าเหมาซื้อไว้ทั้งรอบ ในมือหอบทั้งแก้วน้ำอัดลมขนาดใหญ่กับถังป๊อปคอร์นเอาไว้อย่างละข้าง

    ชายหนุ่มส่ายหัวพลางยิ้มบางๆ แววตาคมอ่อนลง ฉายแววเอ็นดูเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างปิดไม่มิด มองใบหน้าขาวจัดที่รีบหันกลับมาปฏิเสธอย่างรวดเร็วพร้อมกับส่งสายตาหวาดระแวงราวกับเด็กหวงของเล่นจ้องตรงมาในทันที เมื่อเขาเสนอตัวพยายามจะช่วยถือข้าวของมากมายที่เซฮุนขนเอาไปถือไว้เพียงคนเดียว จงอินยกมือขึ้งสองข้างเป็นเชิงยอมแพ้ก่อนมือใหญ่จะเอื้อมไปแตะแผ่นหลังของเด็กหนุ่มดันไปทางเก้าอี้ยาวแบบเลิฟซีท (love seat) ตรงกลางแล้วจึงพากันนั่งลงเตรียมพร้อมรอดูหนังด้วยกันอย่างเงียบๆ

    เซฮุนคิดว่าตัวเองไม่เคยมีความสุขเท่านี้มาก่อน ในขณะที่ตัวเขาค่อยๆวางถังป๊อปคอร์นลงบนตักพร้อมกับเอนตัวไปพิงเบียดร่างสูงแสนอบอุ่นของอีกฝ่ายเอาไว้ ใบหน้าหล่อเหลาหันมามองในขณะที่เขาสบตากลับไปตรงๆ จากนั้นความเงียบก็เข้าโอบล้อมเราสองคน จงอินไม่พูดอะไร ชายหนุ่มใช้เพียงสายตาร้อนแรงที่แฝงแววอ่อนโยนไว้เต็มเปี่ยมจ้องกลับมาเงียบๆพลางยกแขนขึ้นมาโอบไหล่ของเขาดึงเข้าไปโอบกอดไว้แนบตัว

    ในขณะที่ภาพยนตร์ฉายไปอย่างที่ควรจะเป็น ดวงตาเรียวก็เริ่มฉายแววเบื่อหน่ายก่อนเซฮุนจะขยับตัวกระสับกระส่ายไปมาค่อยๆเนียนละความสนใจออกจากฉากที่พระเอกฮอลลีวูดกำลังไล่ล่าผู้ร้ายอย่างเอาเป็นเอาตาย

    ถึงหุ่นคุณพี่ 007 จะน่าแซ่บขนาดไหน ...

    แต่แผงอกแน่นๆที่เขากำลังซุกหน้าแอบสูดกลิ่นน้ำหอมบางๆอยู่นั้น น่าสนใจกว่าผู้ชายที่กำลังวิ่งไล่กวดกันอยู่ในจอตั้งเยอะ เด็กหนุ่มแกล้งขยับร่างไปมาเพื่อเรียกร้องความสนใจอย่างเต็มที่จนปลายจมูกไล้ปัดไปโดนแก้มกับสันกรามของจงอินฮยองเบาๆ แต่ดูเหมือนว่าแฟนพันธุ์แท้ของเจมส์ บอนด์จะยังไม่รู้สึกตัว เพราะจงอินยังคงจมอยู่กับภาพคุณพี่ 007 ซึ่งเปลี่ยนจากการวิ่งสู้ฟัดมาเป็นถือปืนกราดยิงคนร้ายอย่างเมามัน

    คุณป๋า ... จงอินฮยอง สนใจผมหน่อยสิครับ

    เซฮุนขยับเข้าไปชิดกับชายหนุ่มมากขึ้นจนร่างสูงใหญ่รู้สึกตัว ...

    จงอินผะใบหน้าออกเล็กน้อย เมื่อเขายื่นหน้าเข้าไปใกล้จนรู้สึกลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านไปมาแถวไรผมตรงหน้าผาก แต่เมื่อเขาช้อนดวงตาที่จงใจส่งแววเว้าวอนขึ้นสบกับสายตาคมที่จ้องลงมาจากมุมสูงอยู่แล้ว กลับกลายเป็นตัวชายหนุ่มเองที่ก้มลงมาแตะริมฝีปากของพวกเขาทั้งคู่เข้าด้วยกัน

    ถึงแม้จะคาดหวังอยู่แล้ว แต่เซฮุนกลับตกใจเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นๆบนริมฝีปากก่อนจะรีบปัดความตื่นตระหนกออกไป ค่อยๆไล้เล็มบดเบียดตอบรับกับความร้อนแรงที่เขาเคยเฝ้านึกสงสัยว่ามันเป็นอย่างไร แค่จูบเดียวก็ตอบคำถามได้หมดทุกอย่าง

    เอาเป็นว่า ... ถ้าคุณมองไปที่จงอินฮยองแล้วคิดว่าเค้าเซ็กซี่เร้าใจขนาดไหน ลีลาของผู้ชายอายุเกือบจะสี่สิบ ที่เซ็กส์แอพเพียลสูงจนทะลุถึงชั้นบรรยากาศนอกโลกมันก็เป็นอย่างนั้นนั่นแหละ

    มือใหญ่เลื่อนลงมาจากไหล่ที่โอบเอาไว้ตลอดระหว่างการนั่งดูหนัง ลากผ่านลงไปยังสะโพกพร้อมกับหยุดบีบเค้นตรงก้อนเนื้อนุ่มผ่านเนื้อผ้าเข้าให้จนเด็กหนุ่มถึงกับร้องครางอึกอักอยู่ในลำคอ มือเผลอปล่อยถังป๊อปคอร์นจนเมล็ดข้าวโพดคั่วหกกระจายไปทั่วพื้น

    เมื่อเสือซ่อนเล็บใช้มือเพียงข้างเดียวที่ยังคงช้อนอยู่กับสะโพกของเขาออกแรงรั้งจนร่างของเด็กหนุ่มเอียงเข้าไปหาทั้งตัว ขาเรียวก็กวาดข้ามคร่อมตักของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นว่าในตอนนี้ เซฮุนขึ้นไปนั่งอยู่บนหน้าตักของอีกฝ่ายเป็นที่เรียบร้อย

    ในขณะเดียวกันมืออุ่นร้อนก็รั้งร่างของคนใจกล้าให้เข้ามาใกล้จนหน้าอกของทั้งสองแนบชิดกัน เด็กหนุ่มหลับตาลงพยายามจูบตอบอย่างสุดความสามารถ ก่อนจะเหวี่ยงแขนไปโอบรอบลำคอของคุณป๋าอย่างอดใจไม่ได้อีกต่อไป ใบหน้าขาวจัดสะบัดแหงนขึ้น มือบางสอดเข้าไปดึงทึ้งเรือนผมสีดำสนิทเบาๆเมื่อริมฝีปากอุ่นไล้จูบจากปลายคางแหลมลงมาขบเม้มที่ช่วงลำคอขาวจัด

    เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน ... ว่านั่งนัวเนียอยู่กับจงอินฮยองในโรงหนังสลัวๆนานแค่ไหน

    แต่รู้ตัวอีกที จอภาพยนตร์ก็กลายเป็นสีดำสนิทและเขาก็รู้สึกถึงความตึงแน่นซึ่งกำลังดันผ่านร่องก้นระหว่างที่นั่งแลกจูบกันตลอดเวลา ...

    คุณป๋าทะลึ่ง! 

    ทั้งคู่เดินจับมืออิงแอบ ก้มหน้าพูดคุยกระซิบกระซาบหัวเราะคิกคักระหว่างเดินออกจากโรงหนังดูไม่ต่างจากคู่รักหนุ่มสาวทั่วไปเลยสักนิด เซฮุนยิ้มกว้างเบียดร่างเข้าหาอ้อมกอดของอีกฝ่ายที่วาดแขนมาโอบไหล่ของเขาไว้ตลอดเวลาอีกครั้ง ชายหนุ่มที่เขาเดินจับมือด้วยอยู่ในตอนนี้ ริมฝีปากแดงช้ำแถมบวมไปเป็นแถบ พวงแก้มแดงก่ำจากแรงอารมณ์ ทรงผมสุดเนี้ยบตามแบบฉบับที่เคยจัดทรงมาอย่างดียุ่งเหยิงไม่เป็นทรงเพราะฝีมือของเขา

    ทำไมจู่ๆเขาถึงรู้สึกว่าจงอินฮยองน่ารัก?

    โคตรน่ารักเลยด้วย น่ารักจนอยากเก็บภาพแบบนี้ไว้นานๆเลย ...

    บางทีการเริ่มออกไปเดท ลองมีความรักแบบเด็กหนุ่มอายุสิบหก มันก็ไม่เลวเหมือนกันนะ






    มันใช้เวลาอีกสักพัก ...

    กว่าจงอินฮยองจะออกปากเชิญเขาให้ไปที่บ้าน

    ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เขากับชายหนุ่มทำเพียงแค่ใช้เวลาร่วมกันที่ร้านอาหารดีๆหลายแห่ง คนทั้งคู่นั่งอ้อยอิ่งค่อยๆละเอียดอาหารชั้นเลิศและพูดคุยกระซิบกระซาบเสียงเบาในเรื่องที่รู้กันอยู่สองคนตลอดเวลา สร้างบรรยากาศอ่อนหวานเกินจะต้านทานทำตัวราวกับว่าในร้านมีเพียงแค่พวกเขาอยู่กันสองคนและจูบลาแสนละลายใจในรถหรูที่ติดฟิล์มดำมืดทั้งคันบนถนนหน้าหอพักโทรมๆ ก่อนคุณป๋าจะปล่อยให้เขาเดินยิ้มอย่างกับคนบ้าขึ้นหอพักไปเงียบๆโดยมีสายคมกริบคอยมองตามจนกว่าร่างของเด็กหนุ่มจะหายเข้าไปในอาคารแล้วจึงค่อยๆขับรถจากไปเหมือนทุกที

    เขารู้อยู่แล้วว่าบ้านของจงอินฮยองจะต้องเป็นอะไรที่สุดยอด

    แต่เซฮุนก็ไม่คิดว่ามันจะทำให้เขาถึงกับต้องห่อปากอย่างตกตะลึงเมื่อเห็นด้านในอย่างชัดๆ ก่อนจะค่อยๆก้าวเท้าเดินตัวลีบเข้าไปในห้องที่ปูพื้นปาร์เก้ไม้สักขัดมันวาววับและตรงพื้นที่ใช้สอยปูทับด้วยพรมเปอร์เซียหนานุ่มอีกชั้น ที่ดูแล้วราคาคงเอ่อ ... ช่างมันเถอะ

    ลักษณะการตกแต่งสวยงาม หรูหราแต่กลับดูอบอุ่น เรียบง่าย สบายตา บ่งบอกถึงตัวตนของคุณป๋าได้อย่างชัดเจน

    จงอินฮยองพาเขาเข้าไปในบ้านก่อนจะดันร่างของเด็กหนุ่มให้ลงไปนั่งบนโซฟาหนังที่นุ่มอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วเดินจากไป เซฮุนนั่งมึนงงอยู่สักพัก สายตาส่ายล่อกแล่กกวาดมองหาเจ้าของบ้าน ใบหน้าตื่นตระหนกเหมือนกับเด็กที่ถูกทิ้งให้อยู่ในสนามเด็กเล่นเพียงคนเดียว ก่อนเด็กหนุ่มจะทำใจกล้าลุกขึ้นเดินหาเจ้าของไปทั่วบ้าน จนมาเจออีกฝ่ายยืนหันหลังง่วนทำอะไรสักอย่างอยู่ตรงเคาน์เตอร์หินอ่อนในห้องครัว

    โอ้โหหห นี่ถ้าไม่เห็นกับตา เขาจะไม่มีวันเชื่อเลยเหอะ ว่าเวลาคุณป๋าใส่ผ้ากันเปื้อนลายธรรมดาๆทับเสื้อโปโลสีพื้นเรียบๆ ทำไมถึงดูน่ากินกว่าอาหารที่จงอินฮยองตั้งใจทำให้เขาอีกล่ะ ฮอลล สติ ... เซฮุน สติ!

    เด็กหนุ่มอมยิ้มก่อนจะค่อยๆย่องเข้าไปหาคุณป๋าอย่างเงียบเชียบ มือเรียวยังไม่ทันยกขึ้นแตะไหล่ ชายหนุ่มก็หันกลับมาในทันทีคล้ายกับรู้ตัวว่าถูกแอบมองอยู่นานแล้ว ท่อนแขนแข็งแรงตวัดเอวเข้ามาในอ้อมกอดแน่นพร้อมๆกับที่เซฮุนวาดแขนออก ยกขึ้นโอบรอบลาดไหล่และมอบจุมพิตร้อนแรงเป็นการทักทาย

    ดวงตาคมพราวระยับไปด้วยความเอ็นดูเมื่อเซฮุนดันตัวชายหนุ่มออกช้าๆหลังจากบดเบียดริมฝีปากเข้าด้วยกันจนแทบหมดลมหายใจพลางซุกหน้าลงกับบ่าด้วยความเขินอายทั้งๆที่ยังเกาะร่างของคุณป๋าไม่ยอมปล่อย จงอินยิ้มกว้าง ยกฝ่ามือลูบหัวเขาเบาๆในขณะที่รับเสื้อแจ็คเกตตัวหนาของเด็กหนุ่มไปพาดไว้บนพนักพิงเก้าอี้ในห้องครัวอย่างสุภาพบุรุษคนหนึ่งพึงกระทำต่อคู่เดทของตัวเอง

    อาหารเย็นฝีมือของจงอินฮยองเป็นเพียงอาหารง่ายๆธรรมดา แต่ก็ทำเขาอิ่มจนตื้อไปหมด แต่ที่ไม่ธรรมดาก็คือ มื้อนี้มีเครื่องดื่มเป็นไวน์แดงปี 1970’s หนึ่งในคอลเล็กชั่นเครื่องดื่มหายากจากห้องเก็บไวน์ที่บุผนังด้วยไม้โอ๊คหอมกรุ่นอยู่ในชั้นใต้ดินของบ้านและมันก็เหมือนกับว่าทั้งคู่ต้องการดื่มเพื่อสร้างอารมณ์ร่วมเพียงนิดหน่อย

    เพราะเขาคิดว่า ทั้งตัวเองและอีกฝ่ายต่างก็รู้ดี

    อะไรที่กำลังจะเกิดขึ้นในคืนนี้ มันคงถึงเวลาแล้วแหละ

    จงอินฮยองไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อตัวเขาอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อตัวเขาเองก็เต็มใจที่จะเป็นของคุณป๋าขึ้นมาจริงๆและจะไม่ปฏิเสธว่าตัวเองก็ต้องการชายหนุ่มไม่ต่างกัน

    รู้ตัวอีกทีเขาก็โดนดึงจนตัวลอย สมองขาวโพลนไปหมดไม่รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองบ้าง ริมฝีปากแดงฉ่ำเบียดชิดเฝ้าเคล้นคลึงไม่ยอมห่าง สองแขนเรียวยกขึ้นโอบไหล่กว้างเอาไว้เป็นหลัก พร้อมกับตวัดขารัดเอวจงอินเอาไว้แน่น ในขณะที่ชายหนุ่มพาเดินอย่างทุลักทุเลตรงเข้าไปยังห้องนอน ก่อนที่เสื้อผ้าทั้งสองชุดจะปลิวว่อนตกอยู่รอบๆเตียง เหลือแต่เนือแนบเนื้อแต่เมื่อมันโน้มลงมาแนบชิดทั้งกาย
    หัวใจดวงเล็กๆก็เต้นแรง ร้อนผ่าวไปหมด ... จนทำให้เซฮุนแทบบ้า

    จงอินฮยองยังคงอ่อนโยนจนวินาทีสุดท้ายระหว่างที่เตรียมความพร้อมให้กับเขา บางทีมันอาจจะเบาเกินไปด้วยซ้ำ ชายหนุ่มสัมผัสร่างกายของเขาราวกับกลัวมันจะแตกสลายลงไปต่อหน้าต่อตา เขาอยากจะตะโกนบอกคุณป๋าเหลือเกิน ว่าเด็กน้อยคนนี้ไม่ได้บริสุทธิ์ใสซื่อขนาดนั้น

    และเมื่อนิ้วยาวๆของคุณป๋าหมุนวนราวกับหาอะไรบางอย่างจนเจอจุดอ่อนในร่างกายของเขา ก็ทำเอาเซฮุนอ่อนระทวยไม่สามารถคิดอะไรไร้สาระต่อไปได้อีก ริมฝีปากแดงสดอ้าออกหอบเอาอากาศเข้าปอดถี่รัว เด็กหนุ่มหลับตาแน่น ขาเรียวทั้งสองข้างเปิดอ้าชันขึ้นเผยตัวตนเร้นลับให้อีกฝ่ายเห็นจนหมดเปลือก
    ปากคอสั่นพูดอะไรออกมาไม่เป็นประโยคได้แต่นอนร้องครวญครางเพียงเท่านั้น ในตอนที่เขาเปิดรับตัวตนของจงอินเข้ามา มันเจ็บจนแทบจะทนไม่ไหว ก็แน่ล่ะ ... อวัยวะภายในร่างกายมันก็ต้องแปรผันตามขนาดตัวอยู่แล้ว แต่มันก็ไม่ได้เจ็บถึงขนาดที่จะไม่มีความสุขไปกับบทรักแสนอ่อนโยนของคุณป๋า เพราะจังหวะที่ชายหนุ่มดันตัวเข้าหาในตอนแรกเป็นเพียงแรงส่งเบาๆเท่านั้น

    ทว่าในตอนที่จงอินฮยองขยับเปลี่ยนมุมกระแทกเจอจุดที่ ... เอ่อ ยังไงดีล่ะ เอาเป็นว่า มันทำให้ตัวเขาบิดด้วยความเสียวไปจนถึงปลายเท้าเลยล่ะ สลับกับส่งเสียงร้องครางเรียก ‘ฮยองๆ’ ไม่ยอมหยุด

    ขาเรียวสั่นระริกแนบอยู่กับสีข้างของร่างสูงใหญ่เมื่อชายหนุ่มจับยึดสะโพกมนเอาไว้แน่นพลางกระแทกเน้นย้ำไปที่ส่วนที่ลึกที่สุดของเด็กหนุ่มซ้ำๆ จนเซฮุนได้แต่ครางลั่นห้องก่อนจะปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้นภายใต้ฝ่ามืออุ่นร้อนที่เอื้อมมาช่วยเขาจนไปถึงฝั่งฝันเป็นคนแรก ก่อนที่อีกฝ่ายจะหันไปสนใจตัวเองและเร่งเครื่องตามเขามาติดๆ

    เช้าวันต่อมา

    เปลือกตาบางกระพริบลืมขึ้นช้าๆพบว่าตัวเองนอนอยู่คนเดียวบนเตียงหลังใหญ่ มันอดรู้สึกผิดหวังขึ้นมาไม่ได้ เขาไม่ใช่เด็กสาวอายุสิบแปดที่ยังคงนั่งเพ้อฝันว่าหลังจากผ่านค่ำคืนที่เป็นของกันและกันครั้งแรก เขาจะตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่ในอ้อมกอดของคนรัก

    ก็จริงอยู่ ... แต่ถ้าจะบอกว่าเขาไม่เคยฝันถึงความคิดว่านั่นเลย มันก็คงจะเป็นไปไม่ได้

    แต่เมื่อจู่ๆจมูกไม่รักดีดันได้กลิ่นอาหารเช้าหอมฉุยขึ้นมา ...

    ไม่รู้ทำไม เขาถึงได้ยิ้มกับตัวเองอย่างกับคนบ้า

    คุณป๋า ตื่นมาทำอาหารเช้าให้ด้วยอ่ะ! แม้อยากจะทิ้งตัวลง นอนเกลือกกลิ้งกับที่นอนนุ่มๆของจงอินมากขนาดไหน แต่กระเพาะของเขามันก็เรียกร้องให้หาอะไรเข้าปากหลังจากที่เมื่อคืนสูญเสียพลังงานไปจนหมด

    เซฮุนรีบลุกออกจากเตียง หันซ้ายหันขวามองหาอะไรที่พอนำมาสวมใส่ได้ก่อนจะเดินขาลากเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำ เขาหมุนตัวไปมา พลางจ้องร่างของตัวเองในกระจกจนลูกกระตาแทบถลนออกมานอกเบ้า มองเสื้อโปโลสีเทาเรียบๆของจงอินฮยองที่เมื่อเวลามันย้ายมาอยู่บนร่างของตัวเอง ตัวเสื้อมันหลวมนิดหน่อยก็จริงแต่ชายเสื้อด้านหลังกลับแทบจะยาวปิดแก้มก้นไม่มิด

    ช่วยไม่ได้นี่นะ ที่เขาดันสูงพอๆกับคุณป๋า ...

    แต่ก็ช่างเถอะ นายไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่ โอ เซฮุน อีกอย่างมันก็เป็นสิ่งที่เขาอยากทำมาตลอดด้วย แลกเสื้อกันใส่หลังจากมีเซ็กส์มาราธอนกันมาทั้งคืน ... น่ารักจะตาย!

    เมื่อจงอินฮยองสังเกตเห็นเขาเดินเก้ๆกังๆเข้ามาหาโดยที่สวมเสื้อของชายหนุ่มเพียงตัวเดียวปล่อยท่อนล่างขาวกระจ่างอวดสายตาคมกริบ ก็ถึงกับอึ้งไปพักใหญ่กันทั้งคู่ แต่พอคุณป๋ารู้สึกตัวกลับใช้สายตาหวานๆที่เขาเพิ่งเห็นมันอยู่เมื่อคืนอย่างชัดๆ กวาดมองไปทั่วร่างกาย แถมยังทำท่าอย่างกับจะกระชากร่างเขาขึ้นไปนอนแผ่บนเคาน์เตอร์หินอ่อนและจัดการซ้ำเข้าให้อีกรอบมันตรงนั้น

    ซึ่งเซฮุนาก็ไม่ได้ว่าอะไรถ้าหากจงอินจะทำขึ้นมาจริงๆแต่ชายหนุ่มกลับทำเพียงกล่าวอรุณสวัสดิ์เบาๆพร้อมกดจูบลงบนพวงแก้มดัง จุ๊บ! แล้วจึงหันกลับมายื่นแก้วน้ำส้มคั้นสดๆกับจานแพนเค้กราดด้วยคาราเมลกับวิปครีมให้กับเขาด้วยสีหน้าเคอะเขินเต็มที

    แหมมมม ฮยองงงงงงงงง ... ผมมากกว่ามั้งที่ต้องเป็นฝ่ายทั้งเขินทั้งอายเนี่ย

    ตั้งแต่ที่โรงหนังแล้วนะครับ! ตัวเองมาเต๊าะเค้าเองแท้ๆ แล้วยังมีหน้ามาหน้าร้อนแก้มแดงใส่ไม่หยุดอีก แต่ว่าเวลาคุณป๋าเขินหูแดงเหมือนเด็กหนุ่มเอ๊าะๆ จนตีสีหน้าใส่เขาไม่ถูกเนี่ย มันน่ารักสุดๆไปเลย ...

    น่ารักจริงๆนะ ถ้าไม่ติดว่าเขาโตจนเลยวัยติดตุ๊กตามาแล้วจะวิ่งเข้าใส่แรงๆแล้วจับฟัดให้หายอยากเลย คอยดู!






    หลังจากผ่านค่ำคืนอันแสนหวานกับคุณป๋ามาแล้ว

    หลังจากนั้น การไปไหนมาไหนด้วยกันมักจะจบวันด้วยการที่เขาไปนอนเล่นอยู่ที่บ้านของจงอินฮยองเสมอและมันก็แทบจะกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปเสียแล้ว ภาพของชายหนุ่มหน้าตาดี แต่ดูมีอายุ แต่งตัวภูมิฐาน นั่งรอใครสักคนอยู่ภายในรถคันหรูที่มักจะจอดนิ่งอยู่แถวๆลานจอดรถหน้าตึกเรียนของคณะนิเทศศาสตร์ เป็นภาพที่สร้างความประหลาดใจแก่นักศึกษาที่พบเห็นเพียงครั้งแรก

    แต่ในตอนนี้น่ะเหรอ ชินกันหมดแล้วแหละ

    ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ใกล้ชิดขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง การมีอยู่ของจงอินฮยองทำให้เขามีความสุข อบอุ่น หัวใจพองโตมากๆเสียจนแทบจะลืมไปแล้วว่าเรื่องของเรามันเริ่มต้นมาจากอะไร เขามักจะวิ่งลงจากรถของคุณป๋าตั้งแต่มันยังไม่จอดสนิทดีด้วยซ้ำ ถลาเข้าไปเปิดประตูบ้านก่อนจะทิ้งตัวนอนแผ่อย่างแรงลงบนโซฟาหนังที่นุ่มมากๆจนเขานึกถูกใจมันอย่างที่สุด

    จากนั้น ชายหนุ่มจึงเดินตามเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มๆปล่อยข้าวของทุกอย่างในมือทิ้งลงบนพื้น ทำตัวเหมือนกับเด็กประถมที่เพิ่งกลับมาจากโรงเรียนตามเขามาติดๆ แล้วโถมตัวนอนทับเขาเสียอย่างนั้น ทับมาทั้งตัวจริงๆจนกระดิกตัวไม่ได้แทบจะหายใจไม่ออก จงอินฮยองมักจะแกล้งนอนทับเขานิ่งๆอยู่อย่างนั้นเกือบห้านาที ก่อนจะดึงเขาเข้าไปกอดไว้จนเซฮุนจมหายเข้าไปในความอบอุ่น

    เสียงทุ้มๆก็มักจะเอ่ยถามเรื่องราวที่เขาต้องพบเจอมาตลอดทั้งวันแล้วนอนฟังเงียบๆ ทั้งเรื่องเรียน เรื่องเพื่อน อาหารการกิน สัพเพเหระ หรือแม้กระทั่งถามเขาด้วยเสียงอ่อนเสียงหวานจนเขานึกหมั่นไส้ว่า
    ‘เซฮุนอ่า ... วันนี้คิดถึงผมบ้างรึเปล่า?’ 

    โอยยยยยยยยย แล้วคิดว่าโอ เซฮุนคนนี้จะทำยังไงล่ะ ...

    ก็นอนกัดปาก ฟินตัวแตกอยู่บนหุ่นแน่นๆที่เขาคอนเฟิร์มแล้วว่าแซ่บถึงใจของจริงน่ะสิ! 

    แต่เดี๋ยวก่อน นั่นน่ะ มันเมื่อก่อน

    ส่วนตอนนี้น่ะเหรอ ถ้าจะมามัวเขินกันอยู่มันก็ไม่ใช่แล้วแหละ ในเมื่อทั้งเห็น ทั้งสัมผัสกันมาทุกซอกทุกมุมขนาดนี้แล้วล่ะก็ เขาก็แค่ผงกหัวขึ้นมาตอบคำถามพร้อมกับยิ้มหวานเอาใจคนแก่(ที่แรงดีไม่มีตก) แล้วค่อยๆขยับไปนั่งทับบนหน้าท้องที่กล้ามขึ้นเป็นลอนๆก่อนก้มลงไปจูบปากอิ่มของคุณป๋าดังจ๊วบ!เพื่อ ‘ยืนยัน’ กับชายหนุ่มจริงๆว่าเขาน่ะ คิดถึ๊งงงง คิดถึงคุณป๋าที่สุดเลย

    หลายอาทิตย์ต่อมา

    ในขณะที่เขามักจะไปนอนค้างกับคุณป๋าบ่อยๆจนเกือบจะเรียกได้ว่า นอนกอดกันกลมแทบทุกคืนและตู้เสื้อผ้าครึ่งหนึ่งของจงอินฮยองก็เต็มไปด้วยเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัวของเขามากมาย ในคืนวันอาทิตย์ที่เขากับชายหนุ่มมักจะชอบใช้เวลาดินเนอร์อย่างไม่เป็นทางการด้วยกันเงียบๆสองคนที่โต๊ะตัวเล็กหน้าโทรทัศน์ซึ่งกำลังฉายหนังแอคชั่นอย่างที่อีกฝ่ายชอบดู

    กินไป จิบไวน์ไป คุยไปจนอิ่ม แล้วจึงค่อยลากตัวเองมานั่งซบกับร่างสูงใหญ่บนโซฟาตัวโปรดดูหนังด้วยกันเงียบๆดื่มด่ำกับบรรยากาศอบอุ่นอย่างกับนิยายในฝัน แต่อยู่ดีๆวันนี้คุณป๋ากลับมาแปลก ทั้งๆที่เวลาดูหนังจงอินฮยองจะไม่ค่อยวอกแวกสักเท่าไหร่ ยิ่งถ้าเป็นเรื่องที่ชายหนุ่มชอบมากๆแล้วด้วย แทบจะไม่ละสายตาออกจากจอทีวีเลยด้วยซ้ำ

    แล้ววันนี้เป็นอะไร?

    ดูเลิ่กลั่กอยู่ไม่สุขเหมือนกำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่

    เด็กหนุ่มหายสงสัยเมื่อมือของอีกฝ่ายเอื้อมมาจับมือของเขาไปกุมไว้แน่น ชายหนุ่มนิ่งไปพักใหญ่แล้วค่อยๆวางคีย์การ์ดกับกุญแจที่เขาคุ้นตาดีเพราะใช้มันเปิดเข้าบ้านของคุณป๋าเป็นประจำใส่มือของเขาแบบเนียนๆ ก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู

    เซฮุนนั่งอึ้งอยู่สักพัก เมื่อได้ยินจงอินรัวคำพูดจนเขาแทบจะฟังไม่ทันจับใจความไม่ได้ใส่หน้าเต็มๆ

    ‘ผมให้เก็บไว้นะเซฮุนอ่าจะได้เข้ามารอเวลาที่ผมไปรับคุณที่มหาลัยไม่ทัน’

    ห๊า!!!!!!!!!! ให้กุญแจบ้านมันหมายความว่ายังไง แปลว่าเขามาหาคุณป๋าได้ตลอดเวลางั้นเหรอ?

    แปลว่าจงอินฮยองกำลังไว้ใจและต้องการจะแชร์ชีวิตร่วมกับเขา ... ใช่ไหม?

    “ฮยอง ไม่กลัวผมขโมยของเอาไปขายหมดบ้านเหรอครับ ให้ทั้งกุญแจทั้งคีย์การ์ดเลยนะ”

    จงอินหัวเราะเสียงใส ส่ายหัวเป็นคำตอบพร้อมก้มลงมาจูบริมฝีปากแดงฉ่ำด้วยความมันเขี้ยว “ผมควรจะต้องกลัวด้วยเหรอ? ในเมื่อคุณอยากได้อะไร แค่เอ่ยปากขอ ผมก็พร้อมจะหามาให้คุณทุกอย่างเลย”

    โบร้มมมมมมมมมมมม ...

    โอ๊ย ทำไมจงอินฮยอง แอทแทคเขาได้ตลอดเวลาเลย ไม่ไหวแล้วนะ ไม่ไหวแล้ว

    โอ เซฮุนสติออบซอต่อเนื่องไม่เว้นวันหยุดราชการ นี่มันหมายความว่ายังไงงงงงงงงง ยังไง

    ชัดเจนแบบมึนๆอีกแล้วนะคุณป๋า รักผมแล้วใช่ไหมละ หลงผมด้วยใช่ไหม ตอบผมมาเดี๋ยวนี้นะ

    ทำไมนายถึงเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลกขนาดนี้ห๊ะ โอ เซฮุน

    เขาน้ำตาคลอ ก่อนจะส่งยิ้มให้ชายหนุ่มคนที่ดึงเขาขึ้นมาจากความบัดซบทั้งหลายทั้งแหล่ ยิ้มทั้งปากและตา ยิ้มหวานที่สุดในชีวิตเฮงซวยๆตั้งแต่ครอบครัวล้มละลายและพ่อโดนจับเข้าคุกไปด้วยข้อหาโกงภาษีประชาชน ยิ้มแบบที่ไม่เคยยิ้มให้ใครมาก่อน ยิ้มที่แสดงออกชัดเจนว่าเขาตื้นตันและมีความสุขต่อการกระทำของ ‘คนรัก’ มากขนาดไหน






    เซฮุนพบว่าชีวิตของเขาแฮปปี้ขึ้นมากขนาดไหนเมื่อมีจงอินเข้ามามีบทบาทในชีวิตร่วมไปกับเขาแทบทุกอย่าง

    โปรดอย่าเข้าใจผิด ตอนนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับเงินอีกต่อไปแล้ว

    เขาเลิก ... เลิกอย่างเด็ดขาดสำหรับอาชีพที่เคยทำ แต่ก็ยอมรับนะว่าที่ตัวเองอยู่สุขสบายได้ในทุกวันนี้เพราะมีคนเลี้ยง เพียงแต่สถานะผู้ชายที่เข้ามาดูแลรายจ่ายทุกอย่างในชีวิตเปลี่ยนจาก ‘ลูกค้า’ กลายมาเป็น ‘คนรัก’ อย่างเต็มตัว

    แต่จงอินฮยองกลับชอบให้เขาเรียกชายหนุ่มว่า ‘ฮยอง’ อยู่แบบเดิม ไม่รู้ทำไม เคยถามแต่อีกฝ่ายก็ดันไม่ยอมตอบ แล้วยิ่งเวลาที่ ... เอ่อ ที่เขาต้องครวญคราง หลุดเสียงร้องออกมาดังลั่นห้อง เวลาแบบนี้ยิ่งร้องเรียก ‘ฮยอง’ ซ้ำๆ ชายหนุ่มยิ่งชอบ ชอบจนเขานอนเป็นผักไม่สบายอยู่เป็นอาทิตย์ ... ก็เคยมาแล้ว

    จงอินฮยองเฝ้าดูแลเขาเป็นอย่างดี ชายหนุ่มปฏิบัติกับเขาอย่างเท่าเทียมราวกับเขายังเป็น ‘คุณเซฮุน’ คนเดิม ถึงแม้ชายหนุ่มจะไม่เคยรู้มาก่อนก็เถอะ คุณป๋าใส่ใจอยู่เสมอ อย่างวันนี้ก็โดดงานมาดูเขาเต้นประกอบเพลงต๊อกต๋อยของคณะด้วยซ้ำ

    เซฮุนตื่นเต้นมากจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ เมื่อเห็นคนคุ้นเคยนั่งเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางที่นั่งคนดู แค่ใบหน้าหล่อเหลายิ้มกว้างตลอดเวลา ทำท่าทางภูมิใจราวกับเป็นพ่อมาเชียร์ลูกชายที่เพิ่งขึ้นเวทีแสดงความสามารถของโรงเรียนเป็นครั้งแรก อยู่ตรงที่นั่งแถวหน้าสุดในมือมีช่อดอกลิลลี่จัดผสมกับดอกกุหลาบสีขาวแบบที่เขามักจะพูดลอยๆอยู่เสมอว่าชอบ

    ด้านข้างเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขาที่นั่งไขว่ห้างทำหน้ามึน โดยมีดอกไม้ช่อใหญ่ของคุณป๋าที่กำลังบังใบหน้าจนเกือบจะมองไม่เห็น แต่เมื่อมองจากมุมนี้เขาว่า มันก็ทั้งน่ารักแล้วก็ตลกดีเหมือนกัน

    เมื่อการแสดงจบลง

    ผู้คนทยอยออกจากหอประชุมไป เหลือเพียงจงอินฮยองและเพื่อนสนิทของเซฮุนที่เดินเข้ามาหาและยื่นดอกไม้ช่อเบ้อเริ่มมาให้ ถึงแม้มันจะน่าอายนิดหน่อยที่ทุกคนต่างมองมาเหมือนเขาเป็นตัวประหลาด โดยเฉพาะเวลาที่เขายังอยู่ในชุดต้นไม้ตลกๆกับเมคอัพที่ทำให้ใบหน้าของเซฮุนกลายเป็นสีเขียวสด

    ถึงแม้จงอินฮยองจะขำออกมาในตอนแรกเมื่อเห็นเขาชัดๆก็ตาม

    แต่ระหว่างการแสดง(ที่เซฮุนทำเพียงแค่ยืนโง่ๆและโบกกิ่งไม้ปลอมไปมาในอากาศเท่านั้น) เขาก็มักจะเผลอหันไปสบกับดวงตาคมกริบเพื่อขอกำลังใจตลอดเวลา ในตอนนั้นสิ่งที่เผยออกมาจากแววตาของชายหนุ่มมันไม่ได้เป็นการล้อเลียนหรือตลกขบขันอีกต่อไป

    แต่กลับเป็นแววตาที่แสดงออกมาว่า อีกฝ่ายรักและภูมิใจในตัวเขามากขนาดไหน ... ไม่ว่าเขาจะเป็นอะไรก็ตาม

    ชายหนุ่มอมยิ้ม ดวงตาคมพราวระยับไปด้วยประกายตาแห่งความสุข มองใบหน้าที่จะยิ้มก็ไม่ยิ้ม จะบึ้งก็ไม่บึ้งของเซฮุนไม่วางตา พลางก้มลงมาจูบเบาๆบนพวงแก้มสีเขียวด้วยความนึกรักอย่างไม่คิดรังเกียจเพื่อความแสดงยินดี

    โอยยย อย่านะ นายจะมาอ่อนไหวอะไรตอนนี้ โอ เซฮุน!

    น้ำตาบ้านี่ก็ทำท่าจะไหลลงมาอยู่ได้ กะอีแค่เขาเป็นต้นไม้มันจะน่าภูมิใจอะไรนักหนา ทำอย่างกับเขาได้แสดงเป็นโรมิโอแล้วได้รางวัลออสการ์อย่างนั้นแหละ ตื่นเต้น อยู่ไม่สุขอย่างกับตัวเองไปยืนอยู่บนเวทีแทนเขา คุณป๋าอ่ะ! จะหล่อ จะแสนดีไปถึงไหน

    แล้วแบบนี้ ผมจะไปไหนรอดล่ะครับ






    ไม่รู้ทำไม จู่ๆถึงอยากจะไปเซอร์ไพรส์คุณป๋าถึงที่ทำงาน

    ขาเรียวก้าวเข้ามาในบริษัทแบบโฮม ออฟฟิศขนาดใหญ่ ในอ้อมกอดของเด็กหนุ่มมีข้าวกล่องสำหรับสองที่ ซึ่งเขาตั้งใจทำมาให้จงอินฮยองได้ลองชิมบ้าง มีทั้งแซนด์วิชไก่งวงรมควันกับน้ำซุปมิโซะใส่สาหร่ายที่เอาไว้ซดให้คล่องคอกับกิมจิที่เขาแอบใส่ปลาหมึกลงไปด้วย(อันนี้เป็นความเอาแต่ใจส่วนตัวไม่เกี่ยวกับคุณป๋าแต่อย่างใด)กับน้ำชาเขียวเย็นหอมๆที่เขาย่องไปขโมยมาจากคอลเล็กชั่นชาในตู้ของคุณป๋าเอามาแอบชงแบบมั่วๆให้ชายหนุ่มดื่ม

    เซ็ทอาหารกลางวันแบบมั่วๆมึนๆตามสไตล์ของโอ เซฮุน ที่ไม่ได้มีความเข้ากันเอาเสียเลย ตะวันออก ตะวันตกปนกันจนมั่วไปหมด แต่ช่างเถอะ เพราะยังไงเขาก็รู้ว่าจงอินฮยองจะต้องกินโดยไม่ปริปากบ่นอยู่แล้ว

    เมื่อเขาเปิดประตูไม้หนาหนักตามที่พนักงานต้อนรับคนสวยบอก ...

    เซฮุนก็แอบงงนิดหน่อยว่าทำไม เขาถึงได้เดินเข้ามาหาท่านนักเขียนคนดังได้อย่างง่ายดายนัก เพราะในตอนที่เธอสังเกตเห็นเขาเดินเข้ามา หญิงสาวก็รีบปรี่เข้ามาหาราวกับรู้จักว่าเขาคือใคร เป็นอะไรกับเจ้านายของเธอ พลางเอ่ยต้อนรับพร้อมกับรอยยิ้มด้วยความยินดีก่อนจะเดินนำเขาเข้ามาในบริษัทจนมายืนอยู่ในห้องกว้างที่เต็มไปด้วยกระดาษมากมายเกลื่อนอยู่ตามพื้น

    สีหน้าของจงอินฮยองเมื่อมองมาที่เขาอย่างงงๆเป็นอะไรที่ ... เลอค่ามาก

    ใบหน้าหล่อเหลาแสดงออกถึงความงงงวย ตกใจ สงสัยและสุดท้ายคือความตื่นเต้นดีใจอย่างปิดไม่มิดเมื่อมองเห็นร่างของเด็กหนุ่มยืนส่งยิ้มมาให้จากกลางห้อง คุณป๋าผุดลุกยืนขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะก้าวยาวๆเดินเข้ามารวบร่างของเขาเอาไว้ในอ้อมแขนพลางพึมพำอยู่ข้างๆใบหูว่า ‘เหนื่อย เหนื่อย เหนื่อย’ ซ้ำๆไม่ยอมหยุด

    ฝ่ามือใหญ่ดึงกล่องอาหารกลางวันออกจากมือของเขา ไม่ปล่อยให้สายตาซุกซนของเด็กหนุ่มได้สำรวจห้องทำงานของตัวเองจนทั่วด้วยซ้ำ จงอินก้าวเข้ามาดันตัวเขาขึ้นและจูบริมฝีปากแดงฉ่ำด้วยความหิวกระหายยังไม่ทันได้เอ่ยปากทักทาย แต่เอาเถอะ เป็นไงเป็นกัน สู้อยู่แล้ว ชายหนุ่มผ่อนร่างของเขาลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ หลังจากกวาดทุกอย่างลงจากโต๊ะด้วยความรวดเร็ว

    เฮ้ออออ ... ข้าวเขิวไม่ต้องกินมันแล้ว จนได้สินะ!

    จงอินเอื้อมมือมาปลดกระดุมกางเกงยีนส์ของเขาออก ก่อนจะดึงรูดทีเดียวจนมันไปนอนกองอยู่บนพื้นพร้อมกับกางเกงชั้นในอย่างเร่งรีบ ริมฝีปากร้อนผ่าวก็เอาแต่เฝ้ากดจูบ ขบเม้มลงบนต้นคอขาวซ้ำๆจนเซฮุนได้แต่นอนครางเสียงสั่น เล็บคมๆจิกลงบนบ่าอย่างแรงเมื่ออยู่ดีๆนิ้วเรียวยาวที่เขาเคยนึกชมว่ามันสวยกลับกำลังแทรกผ่านเข้ามาในร่างพร้อมกับหมุนควงอย่างช้าๆ

    ตอนนี้เขากับอีกฝ่ายไม่เหลือเสื้อผ้าสักชิ้นติดกายแล้ว ไม่รู้โดนลอกคราบไปตั้งแต่ตอนไหน แต่ที่แน่ๆ ไอ้นิ้วบ้านี่มันกำลังทำเขาปั่นป่วนไปหมด ไหนจะสายตาคมกริบที่วันนี้มันเร่าร้อนมากกว่าปกติจนเขาแทบจะไม่กล้าสบตาชายหนุ่มตรงๆ เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากจนช้ำ พยายามกลั้นเสียงครางสะอื้น เมื่อจงอินใช้ฟันคมๆทั้งกัด ทั้งดูดที่ต้นคอเขาซ้ำๆ

    จนเขาแน่ใจว่าเดี๋ยวมันต้องขึ้นเป็นรอยเด่นหลาอวดสายตาชาวบ้านแน่ๆ เขาไม่อยากจะบ่นอะไรแล้ว มันก็ทั้งเจ็บทั้งเสียวนั่นแหละ และก็เป็นตัวเขาเองที่ชอบให้คุณป๋าแสดงความเป็นเจ้าของแบบนี้ด้วย ก่อนเสียงหวานจะร้องลั่นห้องเมื่อชายหนุ่มถอนนิ้วออกไม่บอกกล่าวแล้วดันตัวตนเข้ามาแทนที่ เซฮุนถึงกับน้ำตาซึม สะอื้นฮักๆบีบรัดโอบกระชับตัวตนของอีกฝ่ายภายในร่างกายเอาไว้แน่น จนได้ยินเสียงทุ้มครางยาวออกมาบ้าง

    วันนี้เกิดหมั่นเขี้ยวอะไรเขาขึ้นมาอีกล่ะ คุณป๋า

    อยู่ดีๆอยากจับฟัดก็ฟัด แถมฟัดแบบไม่ออมแรงเลยด้วย มันเจ็บนะ! เบาๆหน่อยสิ เห็นผมไม่ว่าอะไร ใส่มาซะเต็มแรงเลยนะ ได้โปรดลืมผู้ชายคนนั้นที่เปิดซิงผมไปเถอะครับ ... เขาตายไปแล้ว โอ๊ยยย !! 

    มือใหญ่จับต้นขายกขึ้นพาดบ่าและโน้มลงมากักตัวเด็กหนุ่มไว้ในอ้อมแขนอย่างไม่บอกไม่กล่าวอีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลาคลอเคลียอยู่กับริมฝีปากแดงฉ่ำไม่ห่าง ก่อนจะเดินหน้าขยับเต็มแรงราวกับอดทนอดกลั้นอยู่นาน กระแทกเอา กระแทกเอา จนเซฮุนถึงกับสะบัดหน้าหนีปล่อยเสียงครวญครางออกมาดังลั่น ยกแขนขึ้นกอดร่างสูงใหญ่เอาไว้ไม่ให้ตัวเองไถลไปตามแรงกระแทก เขารู้ตัว เขาจะทนได้อีกไม่นาน เมื่อจงอินขยับเจอมุมเดิมๆที่คุ้นเคยแล้วกระแทกซ้ำๆเรียกเสียงๆให้เปล่งเสียงร้องและอ้อนวอนอย่างสุขสม

    เด็กหนุ่มสั่นไปหมดทั้งตัวตามแรงปรารถนา ใบหน้าบิดเบี้ยวตามแรงอารมณ์ด้วยความเสียวซ่าน ริมฝีปากบางๆอ้าออก หอบเอาอากาศหายใจเข้าปอดถี่ๆ กรีดร้องออกมาอย่างไม่มีเสียง เมื่อจงอินดันตัวขึ้น มือจับเข้าที่ข้อเท้าขาวข้างหนึ่งก่อนกดจูบหลายครั้ง ดวงตาคมกริบเฝ้ามองใบหน้าเด็กหนุ่มตาเยิ้ม 

    มองอยู่อย่างนั้น มองจนเขารู้ตัว หันกลับมาสบตากับชายหนุ่ม ราวกับถูกดึงดูดด้วยแรงที่มองไม่เห็น ทันใดนั้นจงอินฮยองกลับอ้าปากแล้วจึงกัดเข้าที่ข้อเท้าขาวๆของเด็กหนุ่มเต็มแรง จนเซฮุนครางลั่น กระตุกสั่นไปทั้งกาย ปลดปล่อยความสุขสมออกมาทุกหยดหยาดโดยที่ยังไม่ได้แตะต้องตัวเองแม้แต่นิดเดียว 

    จงอินเร่งเครื่องกระแทกตามเขามาติดๆพร้อมกับเสียงคำรามในลำคออยู่ข้างหู ก่อนจะโถมตัวลงกอดร่างตรงหน้าเอาไว้แน่น เด็กหนุ่มยกแขนขึ้นกอดตอบ ฝ่ามือลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังกว้างด้วยความรักใคร่ระหว่างที่ทั้งสองคนพยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ ใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มซุกอยู่กับซอกคอขาวชื้นเหงื่อที่เต็มไปด้วยรอยรักมากมาย

    คุณป๋าไล่ริมฝีปากไปตามรอยแดงที่เริ่มกลายเป็นรอยช้ำในบางจุดเบาๆอย่างต้องการปลอบประโลม เพราะจงอินฮยองเองก็คงรู้ดีว่าเขาเจ็บ

    แต่ก็ยังชอบทำ ....

    แต่ว่าอะไรที่ทำให้ชายหนุ่มมีความสุข เขาก็ยินดีทำให้คุณป๋าเช่นกัน 

    ชายหนุ่มยังคงตะครองกอดร่างของเขาเอาไว้ในอ้อมกอดแน่น เมื่อเห็นว่าเซฮุนยังคงนอนหายใจแรงอยู่ ก่อนจะก้มลงกระซิบพึมพำประโยคเรียบๆที่ทำให้เขารู้สึกว่า ... ตัวเองเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลก 

    “You saved me.”

    “No,” 

    เซฮุนยิ้มแบบที่เขาคิดว่าหวานที่สุดในชีวิตให้จงอิน ก่อนจะเอื้อมทั้งสองข้างประคองใบหน้าของชายหนุ่มเอาไว้ กระซิบอีกครั้งด้วยความรู้สึกล้ำลึกไม่ต่างกัน


    YOU saved me.” 





    ♡  THE END  



    Talk : ถ้าอยากให้กำลังใจกัน อย่าลืมติดแทก #ดอกไม้ของไคฮุน

     หรือ คอมเม้นท์ได้ที่ด้านล่างนะคะ

    รัก (ถึงแม้จะเขียนช้ามากก็ตาม) 


    เขียนโดย LONEWOLF

    Twitter hashtag: #ดอกไม้ของไคฮุน

    -  Thank You  -






Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
iamzkdl96 (@iamzkdl96)
ทำไมฮยองอบอุ่นได้ขนาดนี้ เขินตั้งแต่ต้น(ที่เค้าเจอกัน)จนจบ น้องเซฮุนโชคดีจังที่มาเจอจงอิน/ แล้วก็เป็นฟิคที่ภาษาสวยมากเลย ปกติชอบอ่านฟิคแบบข้ามๆ;-; แต่อันนี้อ่านทุกตัวอักษรเลยชอบมากค่ะ
mylegbigclub39 (@mylegbigclub39)
ฮือออ เพิ่งได้มาอ่าน จงอินเป็นคนที่เข้าหาน้องแบบอบอุ่นมากๆ รู้ว่าน้องทำเพื่อนเที่ยวก็ไม่รังเกียจแถมยังพัฒนาความสัมพันธ์กันอีก แสนดีที่หนึ่งของน้องฮุน
somjuphalidha (@somjuphalidha)
บรรยากาศความรักอบอวนมากกกกกก
คนมีความรักนี่เขาแค่มีกันและกันก็เติมเต็มทุกอย่างให้กันได้นี่ดีจริงๆเลย อยากรู้เลยว่าคุณจงอินฮยองไปได้เบอร์น้องมาได้ไง เข้ามาแบบไม่ได้หวังเรื่องนั้นกับน้อง แถมยังบริสุทธิ์ใจอีกต่างหาก อ่านลื่นไหลไม่ติดขัดใดๆ เรื่องนี้มันคุ้นๆ เลือนๆ แต่ ดีใจที่ได้อ่านมากๆค่าาา