FLOWERS AND INKsavedbywolf
โพสต์นี้มีเนื้อหาที่อาจไม่เหมาะสมกับเยาวชน HYDRANGEA ดอกไม้แห่งหัวใจอันด้านชา (จบ)
  • HYDRANGEA

    'ดอกไม้แห่งหัวใจอันด้านชา'




    Hashtag - #ดอกไม้ของไคฮุน
    - ความหมายของดอกไม้มีการปรับแต่งให้เข้ากับเนื้อเรื่องค่ะ –
    * ฟิคเรื่องนี้ เป็นฟิคที่แปลงมาจากฟิคสั้นในโปรเจคหนึ่งที่เราเคยทำ เราคุยกับคนทำโปรเจคเรียบร้อยแล้ว ถ้าอ่านแล้วคุ้นๆ ไม่ต้องตกใจนะคะ



    How many secrets can you keep?

    ไฮเดรนเยีย ... ดอกไม้สีฟ้าอมม่วง

    มีทั้งความหมายในเชิงบวกและเชิงลบ

    ในเชิงบวก ไฮเดรนเยียหมายถึง ‘คำขอบคุณ’

    ขอบคุณที่ยังอยู่ตรงนี้ ขอบคุณที่เข้าใจและยอมรับในกันและกันเสมอ

    กลับกัน ในเชิงลบ ดอกไฮเดรนเยีย หมายถึง ...


    ‘ดอกไม้แห่งหัวใจอันด้านชา’


    สวยงาม บอบบาง แต่ยิ่งใหญ่ในความรู้สึก


    Do you want me to crawling back to you?

    จงอิน เป็นผู้ชายที่ไม่ได้มีอะไรดีเลย นอกจากหล่อและรักเซฮุนมาก

    จงอินมีเซฮุนเป็นแสงสว่างนำทางเพียงอย่างเดียวในชีวิตบัดซบของตัวเอง

    ส่วน เซฮุน ก็เป็นเด็กหนุ่มที่แสนจะธรรมดา ...

    ชีวิตประจำวันของเขา เรียบง่าย วนเวียนอยู่แต่ที่เดิม ซ้ำไป ซ้ำมา


    ถ้าหากจงอินมีเซฮุนเป็นศูนย์กลางของชีวิต ...

    ชีวิตของเซฮุนก็คงหมุนรอบจงอินเพียงคนเดียวเช่นกัน




    โอ เซฮุน ยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ใบหน้าง่วงงุนผสมกับความอ่อนล้าจ้องมองตัวเองผ่านเงาสะท้อนในขณะที่มือขยับขึ้นจัดเนกไทชุดนักศึกษาของตัวเองเงียบๆ เด็กหนุ่มอ้าปากหาววอด ดวงตาปรือลงทำท่าจะปิดแหล่ ไม่ปิดแหล่ระหว่างควานมือหาเข็มขัดหนังสีน้ำตาลบนโต๊ะเครื่องแป้งข้างๆไปด้วย ก่อนร่างสูงโปร่งจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อจู่ๆก็มีท่อนแขนแข็งแรงสอดเข้ามาโอบเอวดึงเข้าไปแนบชิดกับอกอุ่นโดยไม่รู้ตัว

    ริมฝีปากแดงจัดเผยรอยยิ้มโชว์เขี้ยวเล็กๆและปล่อยให้อีกฝ่ายขโมยกอดได้อย่างหน้าตาเฉย เขาก้มหน้าก้มตาใส่เข็มขัดโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ เด็กหนุ่มเลิกคิ้วเมื่อได้ยินเสียงจุ๊บเบาๆแถวต้นคอก่อนคนทำจะซบหน้าผากลงกับลาดไหล่ของเขาแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงกวนประสาทเป็นที่สุด

    “อ่อนเอ๊ย ...”

    คนโดนกอดนิ่งไปสักพักและเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะร่วนดังตามมาอยู่ข้างหู เซฮุนจึงถองข้อศอกกลับไปด้านหลังเต็มแรงเป็นการตอบกลับ วินาทีถัดมาเสียงหัวเราะจึงเงียบหายไปกลายเป็นเสียงร้องโอดโอยขึ้นมาแทนที่

    เซฮุนยิ้มอีกครั้ง ...

    “เป็นไง! ยังอ่อนอยู่ม้ะ?”

    จงอินชักสีหน้าก่อนร่างสูงใหญ่จะเดินกลับไปโถมตัวลงกับเตียงอย่างเดิม ถึงแม้ใบหน้าคมเข้มของอีกฝ่ายจะงอง้ำดูไม่สมอายุแต่สายตากลับเรียกร้องความสนใจไม่ยอมละออกจากร่างโปร่งของคนที่ยืนแต่งตัวเลยแม้แต่น้อย เซฮุนทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ราวกับไม่ใส่ใจอาการของคนรัก แต่กลับแอบมองคนที่เดินไปนอนแผ่บนเตียงราวกับแมวขี้เกียจผ่านกระจกเงาบานใหญ่ด้วยความขบขัน

    จงอินหันไปซุกหน้าลงกับหมอนพลางครางยาวออกมาจนเด็กหนุ่มได้แต่ส่ายหัวด้วยความเหนื่อยใจ เมื่อแมวขี้เกียจตัวที่ว่ากวักมือเรียกให้เดินเข้าไปหาด้วยท่าทางเอาแต่ใจเป็นที่สุด และนาทีถัดมา เซฮุนก็เป็นฝ่ายยอมแพ้จนได้ ท่อนขาเรียวยาวเดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างเตียงพลางลดตัวนั่งลงเคียงข้างร่างของคนที่นอนอยู่ มือขาวจัดยกขึ้นลูบผมบริเวณท้ายทอยของอีกฝ่ายเล่นเบาๆแล้วจงอินก็หันหน้ากลับมาหาพลางใช้ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าเขานิ่ง

    “วันนี้ไม่ต้องไปเรียนหรอก อยู่ด้วยกันได้ไหม...”

    เซฮุนถอนหายใจ ... ปัญหาโลกแตก เรื่องนี้อีกแล้ว

    “ไม่เอา จะทำแบบนั้นได้ไงพี่จงอิน เสียดายตัง ค่าเทอมไม่ใช่ถูกๆ”

    จงอินทำเสียงล้อเลียนในลำคอก่อนจะค่อยขยับๆตัวมานอนหนุนตัก แล้วดึงมือของคนพูดมาจูบมาหอมเสียยกใหญ่ “... บอกกี่รอบแล้ว เราไม่ได้ลำบาก มึงบ้าเรียนก็เรียนอย่างเดียวไปเหอะ งานพิเศษไม่ต้องทำ มาอยู่บ้านนี่ จะอะไรนักหนา”

    เซฮุนส่ายหน้าแล้วจึงดึงมือออกมาตีปากอีกคนด้วยแรงที่ไม่เบานัก ชายหนุ่มร้องโวยวายขึ้นมาทันที ก่อนที่จงอินจะผุดลุกขึ้นดึงร่างสูงโปร่งลงไปนอนเกลือกกลิ้งบนเตียงด้วยกันอีกรอบ

    “สู้ใช่ไหม?” ฝ่ามือหนากดข้อมือทั้งสองข้างของคนที่นอนหอบเพราะแรงดิ้นด้วยความไม่ยอมไว้กับที่นอนอย่างแรง จากนั้นจึงขยับขึ้นมาทาบทับใช้ทั้งตัวกักเซฮุนเอาไว้ไม่ให้พยศได้อีก “ไอ้ห่า ฟาดมาได้! ถ้าปากกูแตกขึ้นมาทำไง”

    “ดี จะได้เอาเลือดชั่วออกบ้างไง”

    เซฮุนตอบพร้อมหัวเราะขึ้นมาเสียงดัง ใช้ดวงตาพราวระยับจ้องมองใบหน้าบูดบึ้งของแฟนหนุ่มด้วยความชอบใจและเสียงหัวเราะแบบไม่ไว้หน้ากันเลยสักนิดก็ทำให้จงอินยิ่งงอนหนักเข้าไปใหญ่ คิ้วเข้มเลิกขึ้นใส่อีกฝ่ายเป็นการเตือนทางอ้อม แต่คนที่กำลังจะโดนทำโทษยังคงไม่รู้ตัว เซฮุนนอนยิ้มหลังจากที่ได้แกล้งคืนบ้าง ก่อนจะกลายเป็นฝ่ายร้องลั่นเมื่อจงอินยกมือขึ้นฟาดตรงแก้มก้นแบบเน้นๆแล้วลดตัวลงมาใช้ทั้งปากทั้งจมูกฟัดนัวเนียหน้ากับคอของเขายกใหญ่

    “พี่จงอิน! พอแล้ว เดี๋ยวเสื้อยับ”

    เด็กหนุ่มเอ็ดขึ้นมาเสียงดัง ร่างโปร่งยื้อข้อมือหลุดจากการเกาะกุมจนได้ แล้วเปลี่ยนมาดันไหล่อีกฝ่ายออกจากตัว จงอินงึมงำตอบรับในลำคอเบาๆแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจเสียงของคนรักพูดเท่าไหร่นัก ฝ่ามือของชายหนุ่มกำลังค่อยๆเลื่อนลงไปลูบไล้อยู่กับต้นขาเรียวยาวภายใต้กางเกงนักศึกษา อีกทั้งริมฝีปากยังไล่จูบไล่หอมราวกับคนตายอดตายอยาก สะเปะสะปะไปทั่วหน้าและลำคอขาวจัดก่อนจะจบด้วยการวนกลับมาหอมแก้มเซฮุนแบบเน้นๆฟอดใหญ่จนศีรษะของเด็กหนุ่มจมลงไปกับหมอน

    “ค่อยเปลี่ยนใหม่ก็ได้ ไม่ดิ้นดิ”

    เซฮุนตอบกลับมาโดยการฟาดมือลงกับแผ่นหลังของจงอินดังป้าบ!

    “พี่เอาจริงป่ะเนี่ย ไว้ค่อยทำตอนกลางคืนได้ไหม เดี๋ยวผมไปเรียนสายอ่ะ”

    “มาขนาดนี้แล้ว ก็ต้องเอาจริงดิ ใครเขาเอาเล่นๆกันวะ ขาดเรียนไปวันเดียวไม่หลุดตำแหน่งลูกรักอาจารย์หรอก ... อ่อนเอ๊ย”

    “ไม่ต้องมาประชด ยังไงผมก็เรียนจบ พี่นั่นแหละ แปดปีจะจบหรือเปล่า”

    จงอินเบ้หน้าก่อนร่างสูงใหญ่จะยอมปล่อยอีกคนเป็นอิสระแล้วพลิกตัวนอนคว่ำหันหน้าหนีไปทางอื่น เซฮุนดีดตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงทันที แต่สายตากลับมองร่างของตัวขี้เกียจด้วยความอ่อนใจ เด็กหนุ่มโน้มตัวลงไปกอดแผ่นหลังของจงอินเพราะต้องการง้องอนในที่สุด ริมฝีปากแดงสดแตะเบาๆบนปลายคางบุ๋มของอีกฝ่ายแล้วพูดต่อ

    “ทำไมยังไม่ลุกไปอาบน้ำ วันนี้มีเรียนเช้าไม่ใช่เหรอ”

    “ไม่มี ... จำผิดแล้ว”

    “อาทิตย์ที่แล้วยังมีเลย อาทิตย์นี้จะไม่มีได้ยังไง ขี้โกหก!”

    จงอินเงียบไปสักพักก่อนจะถอนหายใจยาว “อาทิตย์ที่แล้วกูไปรับจ๊อบมาตอนเช้า มีเรียนแค่ตอนบ่าย”

    คราวนี้ ฝ่ายที่หน้างอกลับเป็นเซฮุนบ้าง เด็กหนุ่มยกมือขึ้นเสยผมลวกๆระหว่างลุกเดินไปหน้ากระจกเพื่อจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เรียบร้อยตามเดิม “ตามใจพี่เหอะ แต่ผมถามจริงๆนะ พี่เอาเงินที่ไหนมาซื้อของแพงๆใช้ เสื้อผ้า ของเล่นฟุ่มเฟือยเต็มห้อง ไหนจะของที่ซื้อมาให้ผมอีก ผมรู้นะว่ามันแพงมาก ... งานพิเศษอะไรจะทำเงินได้ขนาดนี้ ผมทำงานทั้งปียังซื้อรองเท้าที่พี่ใส่ไม่ได้เลย”

    “กูก็บอกมึงตั้งหลายรอบแล้วไงเซฮุน งานกูน่ะเงินดี มึงจะระแวงอะไรกูนักหนา เดี๋ยวชานยอลมันมาห้อง มึงไปถามมันเลยว่ากูทำอะไร ที่ไหน ยังไง ทำงานกูก็ทำอยู่กับมัน มึงอ่ะคิดมาก”

    “เออ! ถามแค่นิดเดียวทำไมต้องใส่กลับมาเป็นชุดด้วย” เซฮุนหน้างอแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้นยิ่งกว่าเดิม ร่างสูงโปร่งเดินไปหยิบหนังสือเรียนยัดใส่เป้ลวกๆก่อนจะยกกระเป๋าพาดบ่าแล้วหันมามองคนที่ยังนอนขี้เกียจอยู่บนเตียงอีกรอบ “แล้วอย่าให้รู้นะ ... ว่าแอบพากันไปสักเพิ่มหรือเอาเงินไปแทงบอลอีก ช่วยกันทำมาหากินนี่ไม่เคยว่า แต่อย่าชวนกันไปทำอะไรไม่ดี ถ้าจับได้อีกครั้งล่ะก็ ... จะด่าให้เสียหมาทั้งคู่เลย คอยดู”

    “โอ๊ย ขี้บ่นชิบหายเลยโว๊ย ... ทิ้งแม่งไปหาเด็กเอ๊าะๆดีกว่า”

    จงอินแกล้งตะโกนออกมาเสียงดัง แต่ใบหน้าหล่อจัดกลับยิ้มกว้างระหว่างมองร่างโปร่งของอีกฝ่ายเดินสะพายเป้หน้าง้ำไปที่ประตูห้อง เซฮุนยกมือปลดล็อคก่อนจะหันกลับมามองคนรักตาหวานแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่หวานยิ่งกว่า ... “สันดานแบบนี้ ใครเขาจะเอา”

    จงอินหัวเราะก๊ากในทันที ... ชายหนุ่มไหวไหล่พลางนอนกระดิกเท้าราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร “มึงไงจ้ะ ที่รักของพี่ ... อ้อ ตังค่าขนม ป๋าทิ้งไว้ให้ในเป้นะเหมียว”

    เซฮุนหัวเราะตอบกลับมาเบาๆ เด็กหนุ่มเปิดประตูกว้างแล้วเดินออกไป ก่อนหัวกลมๆจะผลุบกลับเข้ามาอีกครั้งราวกับเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองลืมอะไรเอาไว้ ร่างสูงโปร่งยกมือขึ้นโบกลาจงอินด้วยรอยยิ้มน้อยๆ แล้วจึงยืนพิงกรอบประตูอยู่ทางด้านนอก จากนั้นน้ำเสียงแหบเป็นเอกลักษณ์จึงตอบกลับมาด้วยความยียวนไม่แพ้กัน

    “ถึงจะคบกันมาตั้งนาน แต่ขอร้องล่ะ หยุดพูดจาแล้วก็ทำหน้าตาเสร่อๆแบบนั้นสักทีเหอะพี่ เห็นแล้วจะอ้วก ... บ๊ายบายนะ”






    ทันทีที่ร่างของเซฮุนหายลับไปจากสายตา รอยยิ้มก็หายออกไปจากใบหน้าหล่อเหลาทันที พร้อมๆเสียงเตือนว่ามีข้อความเข้าในโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น จงอินถอนหายใจพลางเหลือบตามองนาฬิกาบนผนัง ก่อนฝ่ามือแข็งแรงจะหยิบมันขึ้นมาพลางอ่านข้อความเข้าจากเพื่อนรักในที่สุด

    ... ชานยอล

    ‘จงอิน มึงอยู่ไหนวะ!! เซฮุนขึ้นรถไปเรียนเมื่อกี้ ลงมาได้แล้วไอ้ห่า กูรออยู่ที่เดิม ให้ไวด้วย … ชานยอล’
    จงอินเบ้ปากแล้วตอบข้อความกลับไปง่ายๆ

    ‘เออ!’

    จากนั้นร่างสูงใหญ่จึงลุกขึ้นจากที่นอน เดินไปเลื่อนรูปวาดถูกๆซึ่งติดอยู่บนผนังออกแล้วดึงถุงซิปล็อคสุญญากาศ ... ของดีส่งตรงจากคิวบา ออกมาจากที่ซ่อน ยัดใส่ลงในเป้ แล้วเลื่อนรูปวาดปิดเอาไว้อย่างเดิม ชายหนุ่มผิวปากเป็นทำนองเพลงรักหลังจากที่ได้ยินมันแว่วๆผ่านโทรทัศน์เมื่อคืนระหว่างกวาดสายตาตรวจสอบความเรียบร้อยอยู่สักพัก แล้วจึงใส่ชุดนักศึกษา คว้าของใช้ส่วนตัว จบด้วยกุญแจห้อง
    เดินผิวปาก ล้วงกระเป๋าลงไปข้างล่างทันที

    เรื่องของเรื่องก็คือ ...

    เซฮุนมักจะสงสัยเกี่ยวกับเงินเป็นฟ่อนที่เขาหามาได้ง่ายๆอยู่เสมอ

    แต่จงอินก็หาคำตอบเอาตัวรอดได้ทุกครั้ง ...

    เขายอมรับว่าตัวเองเป็นพวกชอบความสุขสบาย อะไรที่เงินซื้อได้ จงอินไม่เคยเกี่ยงที่จะหามันมา โดยเฉพาะสิ่งไหนที่เขาคิดว่ามันจะทำให้เซฮุนมีความสุข อย่างน้อยไอ้เด็กหน้าเหวี่ยงของเขาก็ไม่ต้องอายใครที่มีจงอินคนนี้เป็นแฟนก็แล้วกัน ถึงแม้มันจะหมายความว่าตัวเขาต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ตาม

    ดวงตาคมกวาดมองหารถคันคุ้นตาของเพื่อนรักเมื่อลงมายืนอยู่ที่ใต้ตึกได้ ไม่นาน รถคันดังกล่าวก็โฉบมาจอดใกล้ๆกับทางเท้าด้านหน้าอย่างรวดเร็ว จงอินเปิดประตูเข้าไปนั่งด้านในทันที ก่อนผู้ชายสองคนในรถจะพยักหน้าเป็นเชิงรู้กัน ชานยอลหัวเราะอยู่ในลำคอแล้วจึงออกรถ ขับไปยังจุดหมายที่นัดลูกค้าเอาไว้ ในขณะที่จงอินกำลังนั่งคิดอยู่เงียบๆถึงเงินก้อนที่กำลังจะได้และของขวัญชิ้นใหม่เพื่อเอาใจเซฮุนโดยเฉพาะ

    “มึงชิมผงล็อตนี้ยังวะ เด็ดเหมือนเดิมไหม ... ถ้าเกรดตกมันไม่ซื้อนะเว้ย ไอ้พวกห่านี่มันเขี้ยว สายกูที่แนะนำไอ้พวกนี้มาให้ บอกว่าไอ้ตัวหัวหน้านี่เคี้ยวยากมาก”

    จงอินหัวเราะก่อนจะตอบชานยอลไปตามตรง ...

    “เออ ส่งมาจากเจ้าเดิม คราวนี้มีผสมนิดหน่อย แต่เราก็เปิดของดีให้มันชิมดิวะ แม่งไม่รู้หรอก”

    ชานยอลกรอกตาเป็นคำตอบ ... ก่อนจะดึงของดีที่ว่าออกมาวางบนโต๊ะในโกดังเก่าๆนอกชานเมือง รอเวลาที่จะแลกเปลี่ยนมันกับลูกค้าใหม่ซึ่งมีเพื่อนสายเดียวกันแนะนำมาให้อีกที จงอินตั้งท่าจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่เสียงประตูเลื่อนเปิดกลับดึงความสนใจจากคนทั้งคู่ไปเสียก่อน

    ทันใดนั้น ผู้ชายห้าหกคนก็เดินเข้ามาในโกดัง พวกเขาล้วนสูงใหญ่ ใบหน้าเรียบนิ่งแต่กลับแฝงความอันตรายเอาไว้อย่างชัดเจน กลุ่มคนมาใหม่แต่งตัวด้วยเสื้อยืดสีดำโชว์กล้ามเนื้อช่วงแขนกับกางเกงยีนส์ขาดๆดูคล้ายกันไปหมดและพวกเขาล้วนแต่มีรอยสักดูน่าขนลุกเป็นรูปนักบุญถือปืนกับระเบิดประดับอยู่บนท้องแขนทั้งสองข้าง

    แต่มีอยู่คนหนึ่งซึ่งโดดเด่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด ผู้ชายคนนั้นมีผิวสีแทนเข้มๆ ใบหน้าผสมกันอย่างลงตัวระหว่างความหล่อน่ารักของเด็กหนุ่มและความคมเข้มของผู้ชายโตเต็มวัย รูปร่างสูงชะลูดอย่างไม่น่าเชื่อและอะไรบางอย่างก็ทำให้จงอินแน่ใจว่าไอ้ขี้เก๊กนี่คือตัวหัวหน้าอย่างแน่นอน

    “ยาอยู่ไหน?”

    ไอ้ตัวหัวหน้าถามออกมาอย่างไม่รีรอ น้ำเสียงทุ้มต่ำและใบหน้าหล่อเหลาของมันเรียบเฉยแต่แววตากลับฉายแววข่มขู่โดยไม่คิดจะปิดบังเลยแม้แต่น้อย ... จงอินมองตอบกลับไปด้วยความไม่กลัวเกรงก่อนจะเขย่ากระเป๋าเป้ในมือเป็นเชิงบอกให้รู้

    “สามกิโลอยู่ในกระเป๋า ส่วนที่อยู่บนโต๊ะให้ชิมก่อน”

    “ไม่ต้องชิมหรอก เขาว่ามึงขายของแท้จากคิวบาเท่านั้น แต่ถ้ามึงกล้ายัดไส้ขายกู ... กูค่อยตามไปฆ่ามึงทีหลังก็ได้”

    ผู้ชายตรงหน้าตอบเรียบๆโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย ฝ่ามือของมันลูบเล่นอยู่ที่รอยสักบนท้องแขนก่อนจะส่งซิกให้ลูกน้องที่พามาด้วยเคลื่อนไหว ทันใดนั้นผู้ชายคนหนึ่งก็รีบปรี่เข้ามาทำท่าจะดึงเป้ในมือจงอินออกไป เด็กหนุ่มเบี่ยงตัวหลบแล้วรีบส่ายหัวเป็นเชิงห้ามทันที

    “แล้วเงินกูล่ะ?”

    ไอ้ตัวหัวหน้าชี้มือไปทางกระเป๋าที่ลูกน้องอีกคนของมันถืออยู่ ลูกน้องคนนั้นพยักหน้าเป็นเชิงรู้งานก่อนจะเปิดกระเป๋าให้จงอินเห็นเงินเป็นฟ่อนวางเรียงอยู่ด้านในแล้ววางมันลงบนพื้นตรงหน้าของดีลเลอร์หน้าใหม่ทั้งสองคน

    “แบงค์ย่อยทั้งหมด ไม่มีของใหม่ ไม่เรียงเบอร์ ไม่มีรอยให้ตามได้ ส่งมาจากใต้ดินล้วนๆ”

    จงอินพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจก่อนจะโยนกระเป๋าเป้อย่างส่งๆและมันก็ลอยละลิ่วไปตกอยู่ตรงกลางวงของผู้ชายชุดดำอย่างประจวบเหมาะห่างจากปลายเท้าของไอ้ตัวหัวหน้าไปไม่ถึงฟุต ...

    บรรยากาศในโกดังนิ่งไปพักใหญ่และเมื่อจงอินรู้ตัวอีกทีทั้งตัวเองและชานยอลก็ลงไปนอนคลุกฝุ่นอยู่กับพื้นโดยมีฝ่ามือใหญ่ของผู้ชายชุดดำกดลำคอเอาไว้ บังคับให้หน้าแนบลงไปติดพื้นด้วยแรงมหาศาล วินาทีถัดมาไอ้ตัวหัวหน้าก็ค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ ร่างสูงโปร่งของมันย่อตัวลงนั่งยองข้างๆก่อนจะเอื้อมมือมาดึงผมให้ศีรษะของจงอินแหงนขึ้นอย่างแรง

    “คงไม่มีใครสอนมารยาทให้พวกมึงสินะ ไอ้เด็กเวร”

    จงอินลืมตาจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยความโกรธแค้นพลางเม้มปากด้วยความไม่พอใจ แสดงออกอย่างชัดเจนว่าถึงตกเป็นรองแต่เขาก็ไม่มีวันยอมให้ข่ม ... ไอ้ตัวหัวหน้าเลิกคิ้วให้กับท่าทางนั้นก่อนจะหันไปยิ้มมุมปากให้กับลูกน้องของมัน จากนั้นหลังมือเน้นๆซึ่งประดับไปด้วยแหวนเงินวงใหญ่ก็ฟาดผัวะเข้าให้เต็มๆบนซีกหน้าด้านซ้ายของจงอิน

    “มึงกร่างใส่ผิดคนแล้ว ทีหลังอย่าโยนของใส่พวกกูอีก ... ไม่อย่างนั้น คราวหน้า กูจะเป็นคนตัดมือมึงด้วยตัวเอง กูชื่อ ไค จำไว้ให้ดีล่ะ ไอ้พวกกระจอก”

    แล้วดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความแค้นของจงอินก็ได้แต่มองตามหลังไอ้ผู้ชายตัวสูงกับพวกของมันเดินออกไปด้วยความโกรธแค้น ชายหนุ่มพยุงตัวเองลุกขึ้นมานั่ง ปลายนิ้วโป้งแตะลงบนมุมปากช้ำเลือดเบาๆก่อนจะร้องซี้ดออกมาด้วยความแสบ เขาขมวดคิ้วแล้วถุยลิ่มเลือดลงบนพื้น ในขณะที่ชานยอลลุกขึ้นมาพยุงร่างของเพื่อนรักให้ลุกขึ้นยืนไปพร้อมๆกัน จงอินเก็บกระเป๋าเงินที่พวกมันทิ้งไว้ให้ก่อนจะเดินไปนั่งรอบนรถแล้วสบถกับตัวเองซ้ำๆด้วยความเจ็บใจ

    “ไอ้เหี้ยเอ๊ย!”

    ชานยอลเดินกลับเข้ามาประจำที่คนขับพลางมองใบหน้าของอีกฝ่ายที่โกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงด้วยความกังวล “จงอิน”

    “อะไร?”

    “มึง ... ปล่อยให้เรื่องมันจบไปเหอะ กูพอรู้จักชื่อเสียงของไค ... ไอ้ห่านั่นไม่ธรรมดานะเว้ย”

    จงอินหัวเราะก่อนจะจับแผลตรงมุมปากของตัวเองอีกครั้งแล้วเงียบไปพักหนึ่ง “มันเก่งเพราะเอาลูกน้องมาด้วยหรอก ลองให้มันมาเจอกับกูตัวต่อตัวดิ ...”

    “หัวเราะทำเหี้ยอะไร กูจริงจัง” ชานยอลตอบ

    “ไร้สาระน่ะ ...”






    สองวันต่อมา ...

    เซฮุน ยืนนิ่งอยู่ภายในลิฟต์ระหว่างมือเรียวทั้งสองข้างกำลังกดโทรศัพท์ยิกๆ เขาส่งข้อความจิกให้จงอินกลับบ้านทุกๆห้านาทีก่อนเด็กหนุ่มจะถอนหายใจ เมื่อคนรักไม่ตอบกลับเป็นคำพูดแต่ดันส่งรูปขวดโซจูวางเรียงกันมาเป็นคำตอบ เด็กหนุ่มหน้าง้ำแล้วเดินออกจากลิฟต์ก่อนจะยืนก้มหน้าก้มตาอยู่หน้าห้องเพื่อควานหากุญแจภายในกระเป๋าเป้

    และเมื่อใบหน้าอ่อนเยาว์เงยขึ้น

    ดวงตากลมโตกลับเบิกกว้าง เพราะประตูห้องของเขากับจงอินนั้นเปิดแง้มอยู่ เซฮุนหันรีหันขวางมองไปรอบๆทันทีแต่กลับไม่มีอะไรผิดปกติแต่มันจะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อเขากับจงอินไม่เคยสะเพร่าถึงเพียงนี้ หรือว่าจงอินอาจจะกินเหล้ากับเพื่อนอยู่ในห้องกัน

    “พี่จงอิน!!”

    เซฮุนตะโกนเรียกคนรักเสียงดัง แต่นี่มันก็เพิ่งสองทุ่มกว่าเอง ทำไมวันนี้จงอินถึงกลับบ้านเร็วผิดปกติ ...
    เด็กหนุ่มคิดอยู่ในใจเงียบๆก่อนฝ่ามือเรียวจะดันประตูให้เปิดอ้าออก ทันใดนั้นอากาศเย็นบาดผิวก็โชยวูบออกมาจากห้องปะทะเข้ากับใบหน้าอย่างรวดเร็ว

    นี่ลืมปิดแอร์ด้วยงั้นเหรอ?

    เซฮุนชะโงกหน้าเข้าไปมองในห้องแล้วเอื้อมมือคลำสะเปะสะปะหาสวิตช์ไฟ ร่างสูงโปร่งยังคงลังเลที่จะเดินเข้าไปเพราะเขากลัวความมืดยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด มือเรียวดันประตูห้องให้เปิดกว้างตั้งใจจะใช้แสงสว่างจากทางเดินช่วยให้ดวงตามองเห็นอะไรได้บ้าง เด็กหนุ่มถอนหายใจแล้วส่ายหัวออกมาทันที เมื่อหันไปเห็นรองเท้าผ้าใบที่เขาคิดว่าน่าจะเป็นของจงอินถอดอยู่หน้าประตูห้องนอน เซฮุนเดินเข้ามาในห้องเต็มตัวแล้วปิดประตูลงกลอนก่อนจะยืนนิ่งอยู่ในความมืดครู่ใหญ่

    ไฟก็เปิดไม่ติด แถมห้องยังเงียบอย่างกับป่าช้า

    นี่มันผิดปกติ ผิดปกติไปมากทีเดียว

    จงอินต้องหาเรื่องแกล้งเขาอีกแน่ๆ คราวนี้ถ้าจับได้จะด่าให้จ๋อยสนิทเลยคอยดู รู้ทั้งรู้ว่าเขากลัวความมืดก็ยังจะเล่นอะไรพิเรนทร์อีก

    นี่ถ้าเขาไม่ได้รักไอ้บ้านี่จนถอนตัวไม่ขึ้นล่ะก็ ...

    เสียงกอกแกกดังมาจากห้องนอนตามมาด้วยเสียงหัวเราะของใครสักคนดังผสานขึ้นมาเบาๆ ทำเอาเซฮุนสะดุ้ง ฝ่ามือกำแน่นอยู่กับเป้ของตัวเองโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าตื่นๆหันมองไปรอบตัวผ่านความมืด แต่เขากลับไม่เห็นอะไรเลยสักอย่าง

    ไอ้บ้าจงอิน!! มันเล่นหลอกผีใส่เขาอีกแล้ว

    “จงอิน ... อยู่ไหนอ่ะ!!?”

    เซฮุนตะโกนร้องถามเสียงดังแล้วเดินไปแปะตัวกับผนังห้องด้านหนึ่งพลางใช้ฝ่ามือควานหาสวิตช์ไฟสำรองภายในห้อง ความมืดสนิททำให้เด็กหนุ่มเริ่มตัวสั่นจากความกลัวที่ไม่รู้สาเหตุ เพราะมันเหมือนกับมีบางอย่างแปลกๆอยู่ในห้องด้วย บางอย่างที่ไม่ใช่สัมผัสอันแสนคุ้นเคยของเขาและจงอิน

    “ไอ้พี่จงอิน!! อย่าเล่นแบบนี้ มันไม่ตลกเลยนะ ผมกะ- ”

    ในจังหวะที่เซฮุนดีดตัวออกจากผนังแล้วกำลังจะย้อนกลับออกไปห้องนอก ทันใดนั้น ท่อนแขนของใครสักคนก็พุ่งเข้ามาจากทางด้านหลัง ล็อคคอเขาเอาไว้แน่น แสงสว่างวาบขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่งภายในห้อง แต่เซฮุนกลับไม่มีเวลาหันกลับไปมองด้านหลังด้วยซ้ำ แล้วดวงตาตื่นกลัวก็ไม่เห็นอะไรอีกเลยนอกจากรอยสักบนท่อนแขนของผู้บุกรุกกับผ้าสีขาวตรงหน้า

    เด็กหนุ่มอ้าปากจะตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ วินาทีถัดมาผ้าชุ่มน้ำอะไรบางอย่างที่เขาเห็นก่อนหน้านี้กลับย้ายมาปิดทั้งปากทั้งจมูกของเขาในทันที พร้อมๆกับฝ่ามือปริศนาที่จู่ๆก็ตรึงร่างของเขาเอาไว้จนแทบขยับตัวไม่ได้ ก่อนจะหมดสติไป เซฮุนฝืนลืมตาขึ้นอย่างยากเย็นเพื่อมองใบหน้าของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งจู่ๆก็โผล่ออกมาจากเงามืด

    ผู้ชายคนนั้น ท่าทางอันตรายอย่างเห็นได้ชัด รอบตัวของเขาเต็มไปด้วยบรรยากาศดำทะมึน ...

    ใบหน้าหล่อเหลาแต่กลับฉายแววเย็นชา มีกลิ่นแฝงแววคุกคามโชยออกมาจากตัวอย่างชัดเจน แล้วผู้ชายคนนั้นก็เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับรอยยิ้มโรคจิตบนใบหน้า แล้วเซฮุนก็เห็นมัน ...

    ท่อนแขนสีแทนถูกถมด้วยน้ำหมึกจากรอยสักจนเกือบเต็มพื้นที่ท้องแขน มันเป็นรอยสักรูปนักบุญที่มีใบหน้าอ่อนโยนเปี่ยมไปด้วยความเมตตามากที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น แต่นักบุญคนนี้กลับมีปืนและระเบิดอยู่ในมือแต่ละข้าง ... น่ากลัว เขาเกลียดรอยสักแปลกๆแบบนี้ มันน่าขนลุกและเซฮุนก็มั่นใจว่าผู้ชายที่ยืนล้อมเขาอยู่ในห้องนี้ ไม่ได้พากันสักเล่นๆเพื่อความสวยงามอย่างแน่นอน

    “ไง ... กูชื่อ ไค เป็นเพื่อนรักคนใหม่ของจงอิน ที่จริงวันนี้กูตั้งใจมาคุยกับแฟนมึง แต่พอเห็นท่าทางของมึงแล้ว กูคิดว่าคุยกับมึงเป็นการส่วนตัวน่าจะง่ายกว่า”

    และนั่นก็เป็นประโยคสุดท้ายที่เด็กหนุ่มได้ยิน ใบหน้าตื่นๆส่ายไปมาด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง เมื่อไคเดินเข้ามาใกล้ ฝ่ามือของชายหนุ่มยกขึ้นมาแตะเบาๆตรงข้างแก้ม แล้วเซฮุนก็รู้สึกเหมือนว่าจู่ๆร่างกายของเขากลับไม่มีแรงต่อต้านอะไรเลย เปลือกตาทั้งสองข้างทำท่าจะปิดลงอย่างช้าๆ

    แต่ในจิตสำนึกเขากำลังตะโกนประโยคสุดท้ายออกมาดังลั่น

    “จงอิน ... ช่วยด้วย”

    เซฮุนพยายามเบือนหน้าหนีก่อนดวงตาปรือปรอยจะหันไปเห็นรูปคู่ของเขากับจงอินบนตู้โชว์ เขาจ้องมันเขม็งด้วยความหวังสุดท้ายจากนั้นไม่ถึงห้าวินาที เด็กหนุ่มก็สลบเหมือดไปในอ้อมแขนของคนแปลกหน้าทันที






    วินาทีที่เด็กหนุ่มค่อยๆรู้สึกตัวตื่นขึ้น เซฮุนก็ได้แต่ครางออกมาด้วยความรู้สึกที่ ... มันบอกไม่ถูก เขารู้แต่เพียงว่าเขาปวดหัวจนแทบระเบิด เขาไม่เคยมึนถึงขนาดที่ต้องลงไปนอนนิ่งๆกับเตียงเลยสักครั้ง เปลือกตาบางกะพริบถี่ๆและเมื่อมันปรับสภาพเข้ากับความมืดสลัวภายในห้องได้แล้ว จากนั้นเซฮุนถึงได้รู้ตัวว่าเขาไม่ได้อยู่ในบ้านของตัวเองอีกต่อไป ประสาทรับรู้ทุกอย่างของเขาเริ่มกลับมาในตอนนั้นเอง

    และแล้วร่างโปร่งบางก็เริ่มตื่นตระหนกอย่างห้ามไม่อยู่

    เขาไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน กับใคร หรือเพราะอะไรด้วยซ้ำ!

    ราวกับทุกอย่างยังเลวร้ายไม่พอ ในตอนที่เด็กหนุ่มตัดสินใจที่จะลุกขึ้นนั่ง เขากลับพบว่าข้อมือข้างหนึ่งถูกมัดติดไว้กับเสาเตียง เซฮุนหวาดผวาขึ้นมาทันที เด็กหนุ่มผุดลุกขึ้นนั่งแล้วพยายามกระชากเชือกออกสุดแรงเกิดแต่มันกลับไม่หลุด หนำซ้ำยิ่งกระชากแรงมากเท่าไหร่มันก็ยิ่งรัดข้อมือเขามากขึ้นเท่านั้น ทันใดนั้น เงามืดก็ทาบเข้ามาจากทางด้านหลังและมันก็บังแสงสลัวๆจากสายตาของเขาไปจนหมดสิ้น

    เซฮุนหันขวับกลับไปทันที ... ไค

    “จงอินมันรสนิยมดีเหมือนกันนี่หว่า ...”

    น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาแผ่วเบา ดวงตาของเด็กหนุ่มเบิกกว้างทันทีที่อีกฝ่ายทรุดตัวนั่งลงบนเตียง ร่างโปร่งบางเขยิบถอยหลังไปชนกับหัวเตียงโดยอัตโนมัติระหว่างมองไคตาไม่กะพริบด้วยความหวาดระแวง

    “คุณจับผมมาทำไม!”

    ไคเลิกคิ้วให้กับคำถามของคนตรงหน้า ดวงตาคมไล่กวาดมองท่าทางของอีกฝ่ายเงียบๆก่อนจะหยุดเชื่อมอยู่กับริมฝีปากแดงฉ่ำของเซฮุนในที่สุด ชายหนุ่มนิ่งไปสักพักก่อนจะเขยิบเข้าไปใกล้อีกนิดแล้วพูดต่อ “นี่แกล้งโง่หรือไม่รู้จริงๆวะ? แฟนมึงเอายาของปลอมมาผสมขายให้กู ตอนแรกกูกะจะลากมันมาซ้อมเป็นค่าเสียเวลา แต่พอกูเห็นมึง กูก็เปลี่ยนใจ”

    “ขายยา ... คุณหมายถึงยาอะไร?”

    ไคหัวเราะราวกับขบขันกับคำถามโง่ๆของเขาซะเต็มประดา

    แล้วมันก็กระจ่างชัดในตอนนั้นเอง เซฮุนเหมือนจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดขึ้นมาในทันที มันสมเหตุสมผลสำหรับสิ่งที่เขาเฝ้าสงสัยในตัวจงอินตลอดมา เงินเป็นปึกๆในกระเป๋าสตางค์หรือเรื่องที่จงอินไม่เคยใช้บัตรเครดิตจ่ายค่าอะไรเลยสักครั้ง ไม่ว่าของสิ่งนั้นจะราคาเท่าไหร่ก็ตาม จงอินจะใช้แต่เงินสดเสมอแล้วเขาก็ได้รับรู้ในตอนนี้นี่เองว่าทำไม

    จงอินใช้เงินสดก็เพื่อไม่ให้ใครก็ตามสามารถตรวจสอบถึงที่มาของเงินก้อนนั้นๆได้นั่นเอง ...

    และความจริงที่ว่าก็ทำให้เซฮุนช็อกไปตั้งแต่ยังไม่ได้คำยืนยันจากปากของไคด้วยซ้ำ

    “ยังต้องให้บอกอีกเหรอ? รู้แค่ว่าของที่แฟนมึงขายเป็นของอย่างดี คนแย่งกันซื้อจนหามาปล่อยกันแทบไม่ทันเชียวล่ะ”

    “ไม่จริง!!” เซฮุนดูโกรธจัดขึ้นมาในทันที ใครก็ไม่มีสิทธิ์มาว่าจงอินแบบนี้เพราะเขาไม่มีวันยอม เด็กหนุ่มลืมความกลัวทุกอย่างแล้วใช้มือข้างที่ว่างอยู่ผลักอกอีกฝ่ายอย่างแรง “ไม่จริง! คุณโกหก! จงอินไม่ได้ทำอะไรแบบนั้น เขาไม่มีวันทำเข้าใจไหม!!”

    “ปากดีเหมือนแฟนมึงเลยสินะ แบบนี้ต้องจับละลายพฤติกรรมสักหน่อย”

    “ไอ้เลว!”

    ชายหนุ่มหัวเราะอีกครั้ง แต่มันกลับทำให้เซฮุนเริ่มกลัวคนตรงหน้าขึ้นมาอย่างจริงจัง เมื่อจู่ๆผู้ชายคนที่ยืนหลบอยู่ตรงมุมห้องก็เดินเข้ามายื่นยาเม็ดเล็กๆให้ไค ฝ่ามือกร้านข้างหนึ่งตรึงใบหน้าตื่นกลัวสุดขีดของเด็กหนุ่มเอาไว้ ส่วนอีกข้างก็ถือยาเม็ดนั้นแล้วหมุนมันเล่นด้วยปลายนิ้ว ร่างสูงใหญ่โน้มตัวเข้าใกล้อย่างช้าๆ ใบหน้ายียวนยกยิ้มกวนประสาทก่อนจะชิงจังหวะที่เซฮุนเผลอยัดยาลงลำคอของคนที่โดนล็อคตัวไว้กับเตียงทันที

    ไคยกมือขึ้นมาปิดทั้งปากทั้งจมูกของเซฮุนไว้แน่นจนอีกฝ่ายไม่มีทางเลือกต้องยอมกลืนยาเข้าไปในที่สุด เจ้าของเสียงต่ำๆที่ทำให้เด็กหนุ่มขนลุกไปทั้งตัวด้วยความรู้สึกแปลกๆหัวเราะออกมาเหมือนพวกโรคจิตก่อนฝ่ามือที่ตรึงใบหน้าอ่อนเยาว์เอาไว้จะปล่อยออก แล้วยื่นไปรับขวดน้ำจากลูกน้อง ไคเปิดฝาขวดให้ราวกับผู้ใหญ่ใจดีแต่จากนั้นไม่นาน น้ำเน้นๆกลับไหลลงคอรวดเดียวจนมันกระฉอกเปรอะไปทั่วบริเวณ
    ไคยิ้มก่อนจะปล่อยเซฮุนเป็นอิสระ “ขังมันไว้ในนี้แหละ กูจะไปส่งข่าวให้สุดที่รักมันรู้ก่อน แล้วค่อยกลับมาเล่นด้วยทีหลัง”

    ผู้ชายท่าทางน่ากลัวสามสี่คนเดินออกจากห้องไปในทันที ไคลุกไปยืนยิ้มโรคจิตอยู่ข้างเตียงพลางโน้มตัวลงมองคนที่นอนหมอบอยู่กับที่นอน ฝ่ามืออุ่นตบแก้มเรียกสติของเด็กหนุ่มด้วยแรงที่ไม่เบานัก เซฮุนปัดมือที่กำลังแตะใบหน้าของตัวเองออกในทันทีพลางจ้องอีกฝ่ายกลับไปตาขวาง

    ไคนิ่งไปสักพักก่อนจะยักไหล่ราวกับไม่ถือสาหาความอะไร แต่วินาทีถัดมา น้ำที่เหลืออยู่ครึ่งขวดกลับสาดมาเต็มๆบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม คนทำหัวเราะสะใจด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำก่อนจะเดินล้วงกระเป๋าออกไปนอกห้องและทิ้งให้เซฮุนนอนสำลักจนตัวโยนอยู่บนเตียงโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเลยสักนิด






    “เซฮุนมันหายหัวไปไหนทั้งคืนวะ!!”

    “มึงใจเย็นก่อน มันอาจจะออกไปหาเพื่อนมันก็ได้”

    น้ำเสียงของชานยอลเอ่ยปลอบเพื่อนรักด้วยความกังวลไม่ต่างกันระหว่างมองจงอินกำลังเดินวนไปวนมากดโทรศัพท์โทรหาคนรักไม่ยอมหยุด ชายหนุ่มไม่ได้หยุดฟังเสียงของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความหงุดหงิด เป็นห่วงสารพัดและไหนจะจมอยู่กับลางสังหรณ์ไม่ดีแบบแปลกๆของตัวเองด้วย

    “เป็นไปไม่ได้ เซฮุนไม่มีเพื่อน ชีวิตมันมีแต่กู … มันไม่เคยหายไปเป็นวันๆแบบนี้ หายไปไหนของมันวะ! กูเป็นห่วงจะตายห่าอยู่แล้ว แม่ง!”

    “เออๆ งั้นมึงคอยโทรหามันอยู่บนห้องนี่แหละ เดี๋ยวกูลงไปถามเจ้าของหอให้ ...ใจเย็นๆ”

    จงอินพยักหน้าพลางโบกมือไล่ร่างของเพื่อนสนิทแบบส่งๆก่อนจะกดโทรออกไปที่เบอร์ซึ่งจำได้จนขึ้นใจอีกครั้ง “เออ ฝากด้วยนะเว๊ย”

    ชานยอลหายไปพักใหญ่ก่อนร่างสูงๆนั่นจะวิ่งพรวดกลับเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด จงอินมองตามมือของอีกฝ่ายเมื่อเพื่อนรักยื่นกระดาษซึ่งปริ้นท์ภาพใบหน้าของไคในกล้องวงจรปิดมาตรงหน้า “เวรแล้ว จงอิน! กูลงไปขอยามดูกล้องวงจรปิดมา เป็นมันจริงๆ มันเอาพวกมาหลอกเซฮุนออกไปด้วย ไอ้ห่าไคมันลักพาตัวเซฮุนไปแล้ว!”

    จงอินยืนอึ้งกับข้อมูลที่เพิ่งได้รับรู้ ...

    ฝ่ามือที่ถือโทรศัพท์ปล่อยเครื่องมือสื่อสารลงบนพื้นโดยไม่รู้ตัว เขาไม่มีแรงแม้กระทั่งจะหยิบรูปภาพนั้นมาดูอีกครั้ง เพื่อความแน่ใจในสิ่งที่ชานยอลเพิ่งบอกด้วยซ้ำ

    “ไม่มีทาง ...” ร่างของชายหนุ่มทรุดลงไปนั่งกับพื้นอย่างช้าๆ เพราะรู้ดีว่าคนบริสุทธิ์อย่างเซฮุน ... ยิ่งมันไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยแล้ว คนแบบนี้ตกไปอยู่ในกำมือของคนแบบเขา คนแบบไค จะเป็นยังไง
    ดวงตาของจงอินเลื่อนลอยราวกับคนไม่มีสติก่อนน้ำเสียงสั่นๆจะตะโกนออกมาดังลั่น “เหี้ยเอ๊ย!! กูจะทำยังไงวะ กูจะทำยังไง กู ... กูเสียมันไปไม่ได้ กูเสียเซฮุนไปไม่ได้”

    ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือของจงอินซึ่งกำลังนอนนิ่งอยู่บนพื้นก็กะพริบเตือนข้อความเข้า ชานยอลเป็นคนไปถึงตัวเครื่องก่อนคนแรก ชายหนุ่มคว้ามันเอาไว้อย่างรวดเร็วแล้วส่งต่อให้กับเพื่อนรักด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังว่าคนที่ติดต่อกลับมาอาจจะเป็นเซฮุน จงอินกดเปิดข้อความที่ว่าอย่างรวดเร็ว มันมีเพียงประโยคสั้นๆที่ส่งมาจากเบอร์ปลายทางแปลกๆซึ่งเขาไม่รู้จักพร้อมกับคลิปเสียงสั้นหนึ่งชุด
    ชายหนุ่มกลั้นหายใจก่อนเปิดอ่านข้อความก่อนเป็นอย่างแรก


    ‘นี่เป็นของตอบแทนเล็กๆน้อยๆจากการที่มึงกล้ายัดไส้ผงขายให้กู ... ไค’


    ความรู้สึกไม่ดีและความเป็นห่วงเซฮุนอย่างรุนแรงถาโถมเข้ามาในจิตใจอย่างรวดเร็ว

    ขอเถอะ ... ขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น ให้มันผ่านไป เขาจะยอมคุกเข่าลงต่อหน้าไคก็ได้

    แต่ขอ อย่าให้มันเป็นข่าวร้าย ...

    อย่าให้มีอะไรลากเซฮุนเข้าไปเกี่ยวด้วยเลย

    จงอินกดปุ่ม ‘PLAY’ ด้วยปลายนิ้วสั่นๆอย่างห้ามไม่อยู่

    เสียงเตียงกระแทกกับผนังเป็นจังหวะดังขึ้นมาเป็นอย่างแรก แล้วตามมาด้วยเสียงกรีดร้อง ... เสียงที่จงอินคนนี้ จำได้ขึ้นใจไม่มีวันลืม ... เสียงของสุดที่รักเพียงคนเดียวในชีวิต

    เสียงของโอเซฮุน!

    “จงอิน ช่วยผมด้วย ... ช่วยด้วย!!”

    เสียงคุ้นเคยดังลอดออกมาจากลำโพงที่เปิดค้างไว้ แม้กระทั่งในตอนนี้ ตอนที่เสียงร้องดังลั่นผสมกับเสียงเตียงกระแทกผนังอย่างแรง จงอินไม่รู้สึกถึงอะไรอย่างอื่นเลย นอกจากความรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังจะตายลงไปอย่างช้าๆ

    เซฮุนจะเป็นยังไงบ้าง จะโดนพวกมันทำอะไรไม่ดีใส่หรือเปล่า จะมีใครรู้ไหมว่าไอ้อ่อนของเขามันกลัวความมืดยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด เขาไม่อยากจะคิดถึงสภาพในตอนนี้ของเซฮุนเลย แต่ความคิดร้ายๆกลับแล่นปราดเข้ามาในสมองไม่ยอมหยุด

    ตั้งแต่คบกันมา นอนด้วยกันอยู่ทุกคืน ได้สัมผัสกันและกันมาไม่รู้กี่ครั้ง แต่เซฮุนไม่เคยร้องด้วยน้ำเสียงแบบนี้ออกมาเลยสักครั้งเดียว เสียงร้องปนสะอื้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ทรมานจนจงอินทนฟังมันอีกรอบไม่ได้ ที่สำคัญเซฮุนเอาแต่เรียกหาเขาให้ไปช่วยอยู่ทุกวินาที มันดังก้องอยู่ในหูเขาซ้ำๆและมันจะเป็นสิ่งที่จงอินทำใจให้อภัยตัวเองไม่ได้ สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

    ไม่ต้องบอก เขาก็รู้ ... ว่าเสียงทั้งหมดเกิดขึ้นจากอะไรและใครเป็นคนกระทำ

    แล้วจู่ๆก็มีเสียงอย่างอื่นดังแทรกเข้ามา น้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงอินเองก็จำได้ขึ้นใจเช่นกัน เขาได้ยินมันครั้งแรกในตอนที่แก้มแนบลงไปกับพื้นโกดังเปื้อนฝุ่นก่อนเจ้าของเสียงมันจะกระชากหัวเขาขึ้นมาเพื่อที่จะได้ซัดหลังมือเน้นๆบนลงใบหน้าของเขาด้วยความสะใจ

    “ได้ยินชัดไหม จงอิน?”

    แล้วไคก็หัวเราะ ...

    หลังจากนั้นไม่ถึงสิบวินาที คลิปเสียงก็ตัดจบไปในขณะที่เซฮุนสะอื้นแล้วกรีดร้องดังยิ่งกว่าเดิม
    จงอินวางมือถือไว้กับพื้นอย่างช้าๆราวกับยังไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเพิ่งได้ยินมันไป ชายหนุ่มเงยหน้ามองเพื่อนคนที่รู้ใจเขามากที่สุด ชานยอลเดินมานั่งตรงหน้าแล้ววางมือบนบ่าเขาด้วยความเห็นใจ เพราะเราต่างก็ผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ ทั้งจงอินและชานยอลเองก็รู้กันโดยไม่ต้องบอกว่าเสียงที่ได้ยิน มันคือเสียงจากกิจกรรมแบบไหน


    “กูจะฆ่ามัน ...”


    พวกเขาสบตากันอยู่เงียบๆครู่หนึ่ง แล้วชานยอลก็พยักหน้า ก่อนจะยื่นกระดาษแผ่นเล็กซึ่งมีที่อยู่สั้นๆมาตรงหน้า จงอินมองตาม เขากำหมัดแน่นแล้วค่อยๆลุกขึ้นยืนพร้อมกับเดินไปหยิบปืนพกและกล่องกระสุนจากที่ซ่อนของตัวเอง ชานยอลเดินตามมาติดๆพลางหยิบปืนอีกกระบอกไปเหน็บไว้ใต้เสื้ออย่างรู้งาน ฝ่ามือใหญ่ของเพื่อนรักตบลงบ่าตึงเครียดของจงอินอีกรอบ

    “กูให้สายช่วยสืบให้ ... ที่อยู่ของพวกมันอยู่แถวๆชานเมืองนอกโซลอีกที”

    จงอินบีบมือที่วางให้กำลังใจบนบ่าของตัวเองแน่นก่อนจะหันไปมองใบหน้าของเพื่อนรักคนเดียวในชีวิต “ไปกันเถอะ มึงพร้อมไหม?”

    “มึงรอคนอีกสักห้านาที พวกมันกำลังบึ่งรถมาช่วย”

    “ใคร?”

    “เอ็กโซดัส เพื่อนเก่าของเราไงวะ ...”

    จงอินยิ้มแล้วเดินนำชานยอลออกมาจากห้อง

    “รอกูนะเซฮุน ... กูกำลังจะไปพามึงกลับบ้านแล้ว”






    เซฮุนครางออกมาอย่างไม่รู้สาเหตุ ...

    เมื่อจู่ๆเขาก็เกิดมีอารมณ์ขึ้นมาอย่างรุนแรงซึ่งมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในตอนนี้ ร่างโปร่งนอนบิดตัวเข้าหาผ้าห่มแล้วกอดมันเอาไว้ ใบหน้าอ่อนเยาว์ขึ้นสีระเรื่อ ลมหายใจหอบหนักและมันก็เริ่มยากลำบากขึ้นไปทุกที ข้อมือข้างหนึ่งของเขายังคงถูกผูกติดอยู่กับหัวเตียง เซฮุนหนีบขาทั้งสองข้างเข้าหากันแน่นเพื่อหวังว่ามันอาจจะช่วยบรรเทาความรู้สึกของเขาได้บ้าง

    แต่มันกลับไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย หนำซ้ำมันยิ่งทำให้เขามีอารมณ์ยิ่งกว่าเก่าซะอีก

    “พวกคุณเอาอะไรให้ผะ ... ผมกิน ...”

    ผู้ชายคนที่นั่งเฝ้าเขาอยู่ในห้องผุดลุกขึ้นทันที ก่อนจะเดินไปเปิดประตูแล้วตะโกนเรียกชื่อไคดังลั่น เซฮุนซุกใบหน้าลงกับหมอนในตอนที่เขาได้ยินเสียงเปิด ปิดประตูอีกครั้ง ตามมาด้วยเสียงเดินลงส้นเท้าหนักๆ มันเข้ามาใกล้เรื่อยๆแล้วจึงหยุดลงอยู่ตรงข้างเตียง

    “ไค ยาน่าจะออกฤทธิ์เต็มที่แล้ว”

    ใครสักคนโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วแกะเชือกที่ผูกข้อมือของเขาไว้ออก ข้อมือเรียวตกลงกระทบที่นอนทันที เซฮุนไม่มีแรงแม้กระทั่งจะหันไปมองด้วยซ้ำ เด็กหนุ่มครางฮือขึ้นมาราวกับโลกหมุน เมื่อผู้ชายคนนั้นดึงเขาให้ลุกขึ้นนั่งก่อนจะลากลงมาจากเตียง แล้วเขาก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำที่จำได้จนขึ้นใจพูดขึ้นมา

    “เอาไปไว้ในห้องกู”

    เซฮุนพยายามขืนตัวออกจากแรงดึงทันทีเพราะถึงแม้ร่างกายของเขาจะไม่มีแรงต่อต้าน แต่สติเขายังครบถ้วน เขารู้ดีว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเองเพราะเขาเองก็ทำมันกับจงอินมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่ที่ไม่เหมือนกันก็คือครั้งนี้เขาไม่เต็มใจเลยสักนิด ในขณะที่ยังมึนงงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น รู้ตัวอีกทีร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มก็ถูกโยนลงกับเตียงหลังใหญ่ราวกับเป็นตุ๊กตายัดนุ่น

    “จุ๊ จุ๊ ... จงอินมันมีของดีอยู่กับตัวนี่หว่า ถึงว่า ... มันไม่ยอมเปิดตัวมึงในวงการ”

    ถึงแม้จะมีอารมณ์จนแทบบ้าแต่น้ำตาเม็ดโตกลับไหลกลิ้งลงมาจากหางตา เมื่อไคจับร่างอ่อนปวกเปียกให้นอนหงายแล้วแทรกร่างเข้ามาอยู่ตรงหว่างขาของเด็กหนุ่มพอดิบพอดี

    “... อย่าทำกับผมแบบนี้”

    “อย่าลีลาน่ะ ... แข็งจนจะเป็นหินอยู่แล้ว”

    เด็กหนุ่มเบือนหน้าหนีทันทีที่อีกฝ่ายโน้มริมฝีปากเข้ามาใกล้ จากแค่นอนน้ำตาไหลกลายเป็นว่าคราวนี้เซฮุนสะอื้นออกมาอย่างสุดจะทนเพราะฝ่ามืออุ่นร้อนกับท่อนแขนที่เต็มไปด้วยรอยสักสกปรก ตอนนี้มันกำลังกดข้อมือของเขาให้แนบลงกับผืนเตียงบังคับให้อยู่นิ่งๆในขณะที่ริมฝีปากเฝ้าไล่จูบ ไล่กัดอยู่ตรงซอกคอขาวจัด

    “จะทำอะไร หยุดนะ”

    วินาทีถัดมา กางเกงที่เขาใส่ติดตัวมาด้วยก็ลอยลงไปอยู่ที่พื้น เซฮุนมองตามมันด้วยแววตาตื่นตระหนกก่อนร่างสูงโปร่งจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อฝ่ามือของอีกคนเลื่อนมากอบกุมอยู่ที่แก้มก้น น้ำเสียงแหบพร่าก็ได้แต่ร้องด้วยความตกใจเมื่อมีบางอย่างแทรกเข้ามาในร่างกายโดยที่เขายังไม่พร้อม เซฮุนหลุดเสียงสะอื้นน่าอาย มันไม่ได้ถึงขั้นเจ็บปวดแต่มันอึดอัดจนแทบกระอักในตอนที่มีอารมณ์จนไม่สนอะไรทั้งนั้นและเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะต้องรับมือกับไคอย่างไรอีกต่อไป

    “ทำไมมึงแน่นขนาดนี้วะ อย่าบอกนะว่าจงอินไม่เคยเอามึงเลย?”

    ดวงตาหวานฉ่ำน้ำของเซฮุนหรี่ลงด้วยความรังเกียจสุดหัวใจและไคก็เห็นปฏิกิริยานั่นทุกอย่าง แต่ชายหนุ่มกลับส่งยิ้มโรคจิตที่ทำให้เขาขนลุกไปทั้งกายตอบกลับมาแทน ฝ่ามือข้างหนึ่งยกขึ้นมาตรึงใบหน้าแดงก่ำเอาไว้แล้วก้มลงมาบดจูบในที่สุด เด็กหนุ่มครางน้ำเสียงสั่นพร่า

    แบบนี้เขารับไม่ได้ ... เขารับไม่ไหว

    ทั้งจูบที่เป็นส่วนตัวจนเกินไปเพราะตลอดมาเขาเฝ้าหวงเอาไว้ให้จงอินแค่คนเดียวหรือเรียวนิ้วซึ่งกำลังชอนไชอยู่ในร่างกายอ่อนปวกเปียกของเขาไปพร้อมกัน

    “ได้โปรด ปล่อยผมไปเถอะ”

    น้ำเสียงสั่นๆเอ่ยกระซิบอ้อนวอนด้วยความหวังสุดท้าย ...

    เมื่อไคย้ายมาจับข้อพับเข่าของเขาแล้วดันขึ้นจนสุดพร้อมกับเสียงรูดซิปกางเกง

    “ได้โปรดไค … อย่า”

    ไคโน้มตัวลงมาจูบเบาๆตรงข้างแก้มเปื้อนน้ำตาแล้วแทรกตัวเข้ามาในทันทีจนสุดทาง จมลึกอยู่ในความอุ่นร้อนซึ่งกำลังตอดรัดร่างกายแปลกปลอมด้วยความตื่นตระหนก เซฮุนกรีดร้องเสียงหลง ครั้งนี้เขาไม่ได้เจ็บปวดแค่ทางร่างกาย แต่จิตใจของเขาก็โดนไคทำลายย่อยยับไม่ต่างกัน

    หมดแล้ว ... หมดสิ้นทุกอย่าง

    ไคทำลายตัวตนของ โอ เซฮุน ลงไปในวินาทีที่ชายหนุ่มฝังลึกอยู่ในร่างกายเขาด้วยความเป็นสุข ชายหนุ่มครางยาวก่อนจะฝังใบหน้าชื้นเหงื่อลงกับไหล่ของเซฮุนในระหว่างที่ผลักตัวตนของตัวเองเข้าสู่ร่างกายแตกสลายของอีกคนไม่ยอมหยุด ทั้งรุนแรงแบบไม่ยั้งและล้ำลึกเกินไปอย่างน่ากลัว

    “ชอบไหม ... ระหว่างกูกับแฟนมึง ใครทำให้มึงความสุขมากกว่ากัน?”

    เพียงแค่ประโยคคำถามง่ายๆแต่มันกลับทำลายตัวตนของ เซฮุนลงไปในทันที

    “ไอ้สารเลว...”

    ท่อนแขนเรียวโอบรอบต้นคอของอีกฝ่ายไว้เป็นหลัก ในขณะที่ฝ่ามือซึ่งตรึงอยู่บนสะโพกบังคับให้เขากระแทกลงสวนกับจังหวะที่อีกฝ่ายกระแทกขึ้นรับ ...

    เซฮุนสะบัดหน้าครางเสียงดังพลางปลดปล่อยอีกครั้งได้อย่างน่าอายที่สุด ไคมองใบหน้าสุดเซ็กซี่ ยามที่เด็กหนุ่มเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงโดยไม่รู้ตัว แล้วกอดเอวของคนที่กำลังควบอยู่บนหน้าตักพลางดึงรั้งร่างของอีกฝ่ายเข้ามากอดเอาไว้แน่น ร่างสูงโปร่งหมดแรงในที่สุด เซฮุนซบหน้าลงกับบ่าของชายหนุ่มอย่างไม่มีทางเลือกก่อนฟันคมๆจะกัดเข้าให้ที่ลาดไหล่เปล่าเปลือยเมื่อเขารู้สึกถึงสิ่งที่อีกคนเพิ่งปล่อยใส่ร่างกายเขาไปเมื่อครู่

    สกปรก

    เขารู้ตัวว่าสู้ไม่ได้ ... ไม่มีทางสู้เลยสักนิด

    ไคดันร่างอ่อนปวกเปียกให้นอนลงบนเตียงแล้วตัวเองก็ตามมาทาบทับจากทางด้านหลัง ท่อนขาสองคู่เกี่ยวพันกันจนแทบจะแยกไม่ออกว่าเป็นของใคร ในขณะที่เซฮุนหอบหายใจเข้าปอดอย่างแรงแล้วนอนนิ่ง เขาไม่รู้สึกอะไรอีกเลย นอกจากเจ็บจนชาไปหมดทั้งตัวกับน้ำอุ่นๆที่กำลังค่อยๆไหลออกมาจากช่องทางด้านหลังอย่างช้าๆ

    หลังจากตักตวงจากเขาไปเต็มที่แล้วไคก็หลับอย่างเป็นสุขไปในที่สุด ...

    เซฮุนนอนนิ่งไม่ขยับอยู่อย่างนั้นพักใหญ่เพื่อให้แน่ใจว่าคนข้างหลังจะไม่ตื่นขึ้นมาแล้วย่ำยีเขาอีกรอบ ฟันคมกัดริมฝีปากจนบวมช้ำเอาไว้แน่นในระหว่างที่ปล่อยให้น้ำตาร้อนๆไหลลงอาบแก้มอีกครั้งหลังจากทนกลั้นมันมานาน ใบหน้าอ่อนเยาว์ที่เคยสดใสบัดนี้กลับหม่นหมองและซีดเผือด

    เซฮุนนอนมองท้องฟ้าสดใสภายนอกผ่านหน้าต่างที่เปิดกว้างด้วยความหมดอาลัยตายอยาก



    เมื่อไหร่จะมาสักที ... พี่จงอิน






    คิดถึง ... กูคิดถึงมึงที่สุดเลยว่ะ

    ทำไมวะ ... ทำไมกูเพิ่งมารู้ตัวว่ากูรักมึงมากขนาดนี้

    มึงเคยทำให้โลกกูเปลี่ยนสีไปแล้วครั้งหนึ่งตอนที่มึงเดินหน้าโง่เข้ามาในชีวิต

    แต่ในครั้งนี้ ... ครั้งที่มึงโดนกระชากออกไปจากอก ... มันทำให้โลกเหี้ยๆของกูพังครืนลงมา

    และมันคงไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิม ... เพราะมันคงไม่ใช่โลกที่มีแค่มึงกับกูอีกต่อไป


    จงอินยกบุหรี่ขึ้นจุดต่อกันเป็นมวนที่สาม ใบหน้าหล่อจัดโทรมสภาพดูไม่ได้ ขอบตาแดงช้ำในขณะที่ภายในมีน้ำตาอุ่นๆคลออยู่ตลอดเวลา ชายหนุ่มพ่นควันออกจากปากเป็นทางยาวแล้วยืนจ้องเขม็งไปที่หลังคาบ้านหลังหนึ่งซึ่งซ่อนอยู่ในพงต้นไม้ลิบๆ เขามองด้วยสายตาเจ็บแค้น มองอยู่อย่างนั้น มองด้วยความแน่ใจว่าพรุ่งนี้เขาจะถล่มบ้านหลังนั้นให้เละคามือ ให้สมกับที่มันทำลายเซฮุน

    บุหรี่มวนที่สามหมดไปอย่างรวดเร็ว จงอินถอนสายตาออกจากบ้านหลังนั้นในที่สุด ชายหนุ่มทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้นอกระเบียงห้องพักโรงแรม ในขณะที่ความคิดยังจมอยู่กับความเป็นห่วงและเสียงร้องของคนรักที่ไม่ว่าจะทำยังไง จงอินก็ลืมมันไปไม่ได้สักที แต่หูกลับได้ยินเสียงเพื่อนที่ร่วมเดินทางมาช่วยเขาในครั้งนี้ ปรึกษาแผนการกันอยู่ในห้องด้วยความเคร่งเครียดตลอดเวลา

    ชายหนุ่มเองก็ถอนหายใจด้วยความรู้สึกหนักอึ้งไม่ต่างกัน

    “จงอิน ...”

    เขาหันกลับไปมองยังต้นเสียงแต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ดวงตาแดงก่ำมองสบกับเพื่อนรักเงียบๆในขณะที่ชานยอลมองตอบกลับมาด้วยใบหน้าเห็นอกเห็นใจอย่างชัดเจน เพราะมันคงรู้ดีที่สุดว่าในตอนนี้เขารู้สึกยังไง

    “พรุ่งนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น กูอยากให้มึงใจเย็นๆนะเว๊ย ... กูรู้ว่ามึงอยากฆ่ามัน กูจะปล่อยให้มึงทำแต่หลังจากที่เราเอาเซฮุนออกมาได้แล้ว จำไว้ว่าความปลอดภัยของเซฮุนคือสิ่งที่สำคัญที่สุด มึงเข้าใจในสิ่งที่กูพยายามจะพูดไหม?”

    จงอินพยักหน้า ...

    “กูรู้ว่ามึงแค้น ... แต่ถ้าเราพลาด กูคิดว่ามันไม่น่าจะปล่อยเซฮุนเอาไว้เหมือนกัน”

    และคำพูดตรงไปตรงมาของชานยอลก็กระแทกความรู้สึกข้างในของเขาราวกับโดนก้อนอิฐหนักๆทุบหัวเลยทีเดียว ชายหนุ่มน้ำตาไหลในตอนนั้นเอง ด้วยความรู้สึกเป็นห่วงแบบที่ไม่เคยห่วงใครมากเท่านี้มาก่อน อีกทั้งยังกดดันสารพัด อึดอัดจนแทบจะระเบิด เครียดจนคิดอะไรไม่ออก แต่มันเทียบอะไรไม่ได้เลยกับความรู้ผิดที่กัดกินหัวใจของเขาอยู่ตลอดเวลา ... ไม่รู้ป่านนี้เซฮุนจะเป็นยังไงบ้าง

    “พรุ่งนี้กูต้องเอาเซฮุนกลับมาให้ได้ ... กู คง ... ถ้าไม่มีมัน กูทนอยู่ไม่ได้ว่ะชานยอล”

    แล้วจงอินปล่อยโฮออกมาในที่สุด ...

    ชานยอลนิ่งไปพักใหญ่ก่อนฝ่ามือใหญ่ของเพื่อนรักจะดึงร่างซึ่งกำลังสั่นไปทั้งตัวเข้ามากอดแล้วตบบ่าให้กำลังใจหนักๆอยู่สองสามที จงอินหลับตาลงแล้วปล่อยตัวเองให้อ่อนแอต่อหน้าคนอื่นเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เซฮุนโดนจับตัวไป เขาปล่อยให้ความรู้สึกผิดต่อคนรักกัดกินหัวใจจนเหวอะหวะและให้ชานยอลเป็นผู้ร่วมรับรู้มันในคืนนี้

    เขาจะร้องไห้เป็นครั้งสุดท้าย แล้วพรุ่งนี้เขาจะกลับมาเป็นคนเดิม คนที่แบกรับภาระไว้ทุกอย่าง คนที่เข้มแข็งกว่าเดิมเพื่อชีวิตดีขึ้นของ โอ เซฮุน ในอนาคต ...






    เซฮุนก้าวเท้าออกมาจากห้องน้ำหลังจากเพิ่งได้ชำระร่างกายอีกครั้ง ...

    ริมฝีปากแดงฉ่ำเม้มแน่น หัวคิ้วขมวดเข้าหากันในทุกๆย่างก้าวเพราะมันเหมือนเข็มพันเล่มทิ่มแทงเข้ามาบนร่างกายอันบอบช้ำของเขาพร้อมกัน ในตอนที่อารมณ์ถึงจุดสูงสุดท่อนล่างของเขาเหมือนจะชาไปเลย แต่หลังจากนั้นเมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างกลับเป็นปกติแล้ว

    มันเจ็บยิ่งกว่าตอนจงอินแสดงความรักกับเขาครั้งแรกซะอีก

    เด็กหนุ่มคิดกับตัวเองคนเดียวเงียบๆแล้วรอยยิ้มบางก็ผุดขึ้นมาบนริมฝีปาก ...

    คิดถึงจงอินอีกแล้ว อะไรๆก็ดูเหมือนจะมีแต่ความทรงจำของจงอินอยู่เต็มไปหมด ...

    เซฮุนอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อมองใบหน้าและดวงตาบวมช้ำของตัวเองในกระจกพลางลูบมือไปตามเสื้อยืดเนื้อดีกับกางเกงผ้าสวมใส่สบายของใครบางคนที่วางทิ้งไว้ให้เขาบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าในห้องน้ำ

    เซฮุนหันไปมองเตียงยับยู่ยี่ของเจ้าของห้องในตอนที่เดินออกมาจากห้องน้ำก่อนจะแปลกใจเมื่อผ้าปูที่นอนถูกเปลี่ยนเป็นที่เรียบร้อยและหลายอย่างในห้องนี้ดูสะอาดสะอ้านขึ้นเป็นกองหลังจากเขาเข้าไปอาบน้ำเพียงยี่สิบนาที แม้แต่กลิ่นบุหรี่ กลิ่นอับก็จางลงไปมากทีเดียว

    ก็ดี ให้ตัวเขาสกปรกคนเดียวก็พอแล้ว

    เสียงเปิดประตูดังขึ้นมาในตอนที่เด็กหนุ่มทรุดลงนั่งตรงปลายเตียงพอดี เซฮุนหันขวับไปมองเจ้าของห้องที่แท้จริงกำลังเดินตรงเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้มโรคจิตที่เขาเกลียดแสนเกลียด ไคกวาดสายตามองร่างสูงโปร่งของอีกฝ่ายด้วยความพอใจเพราะเซฮุนไม่เหมาะที่จะใส่อะไรเลยนอกจากเสื้อผ้าของเขา

    แม้กระทั่งในตอนที่ไอ้เด็กปากดีนี่นั่งเฉยๆและใช้เพียงสายตาสื่อสารกับเขาเพียงเท่านั้น เสื้อยืดเบสบอลแขนสามส่วนกับกางเกงวอร์มซึ่งในตอนที่เซฮุนลุกขึ้น ไคแทบจะไม่ต้องเสียเวลาจินตนาการเลยสักนิด ในเมื่อเนื้อผ้ามันแนบกับบั้นท้ายพอดีจนเห็นเป็นเส้นโค้งอย่างชัดเจน

    แล้วยิ่งสีผิวขาวจัดเหมือนหิมะแบบนี้ รออีกสักพักให้หายพยศสักหน่อยจะจับสักลายสีสดๆ ท่าจะเอ็กซ์น่าดู

    “มานี่”

    เซฮุนส่ายหัวด้วยความดื้อรั้น ในขณะที่ไคก้าวเข้าหา เด็กหนุ่มกลับลุกแล้วเดินถอยหลังไปเรื่อยๆ จนในที่สุดแผ่นหลังของร่างสูงโปร่งก็ชนกับผนังดังปั่ก เซฮุนหน้าตื่นในตอนที่รู้ว่าตัวเองหนีไปไหนไม่รอด แต่อีกฝ่ายกลับไม่หยุดก้าวเท้าเข้าหาจนอยู่ห่างไปไม่ถึงฟุต ทันใดนั้นไคก็ยกมือขึ้นสูง เขาสะดุ้งเฮือกแล้วงอตัวหลบ ยกแขนขึ้นบังใบหน้าและศีรษะในทันที ปฏิกิริยาอัตโนมัติของคนที่ยืนสั่นอยู่ทำให้ไคอดหงุดหงิดไม่ได้ ชายหนุ่มสบถอยู่ในลำคอก่อนจะถอยห่างไปยืนอยู่อีกฝั่งแทน

    “อี้ชิง พาออกไปกินข้าวในครัว ถ้าพูดไม่รู้เรื่อง บอกมันว่าคืนนี้ไม่ต้องนอน กูจะจับมันลองยาตัวใหม่”

    ดวงตาสั่นไหวฉายแววตื่นกลัวในคำพูดของอีกฝ่ายอย่างปิดไม่มิด เด็กหนุ่มได้แต่มองร่างสันทัดของผู้ชายอีกคนสลับกับเจ้าของน้ำเสียงทุ้มต่ำเงียบๆ เซฮุนก้มหน้าลงในทันทีที่ชายหนุ่มตวัดสายตาข่มขู่มองเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนไคจะเดินออกจากห้องไปด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์เต็มที

    ผู้ชายที่ชื่อ ‘อี้ชิง’ เดินเข้ามาใกล้ ฝ่ามือแข็งแรงกระชับแน่นอยู่ที่ต้นแขนของเด็กหนุ่มแล้วดึงร่างเซฮุนออกมาจากกำแพง ถึงแม้จะมีรอยสักขนาดใหญ่ดูน่ากลัวอยู่บนท้องแขนเหมือนของไคไม่มีผิดเพี้ยน แต่อะไรบางอย่างในตัวอี้ชิงกลับบอกเขาว่าผู้ชายคนนี้จะไม่ทำร้ายเขา

    “ได้ยินคำสั่งก็ทำตามซะ ถ้าไม่อยากโดนแบบเมื่อคืนอีก ลงไปกินข้าวดีๆอย่าให้เขาต้องขึ้นมาตามอีกรอบ”

    เซฮุนนิ่งไปสักพักก่อนจะพยักหน้าด้วยความยินยอม ปล่อยให้อีกฝ่ายดึงแขนเขาออกจากห้อง แล้วเด็กหนุ่มก็ได้แต่ตะลึงงันอยู่ตรงนั้นเพราะบ้านหลังนี้ดูสวยอย่างไม่น่าเชื่อ ตรงกันข้ามกับห้องสีดำสนิทราวกับขุมนรกของไคสิ้นดี ถึงแม้ตัวบ้านจะสวยงามเพียงใดแต่ความจริงเขารังเกียจเจ้าของมันสุดหัวใจ เพราะฉะนั้นความหรูหรา สะดวกสบายนั้นมันเทียบไม่ได้เลยกับห้องเช่าเล็กๆแต่เขากลับมีความสุขทุกวินาทีที่ได้ยืนอยู่ในนั้นกับจงอิน

    อี้ชิงพาเขามาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะกินข้าวขนาดหกที่นั่งในห้องที่ดูเหมือนจะเป็นห้องครัว ไคนั่งอยู่ก่อน แล้วฝ่ามือของอี้ชิงก็ดันร่างของเซฮุนให้นั่งลงเคียงข้างคนที่คล้ายจะเป็นเจ้านายตัวเองในที่สุด ดวงตากลมโตกวาดมองทุกอย่างรอบๆห้อง ภาพวาดหน้าตาประหลาด กองจานชามที่ยังไม่ได้ล้างและบุหรี่ที่เพิ่งจุดใหม่ๆวางอยู่บนที่เขี่ยทางด้านขวาสุดของโต๊ะ

    “กินๆเข้าไป เดี๋ยวจะตายห่าไปซะก่อน” ถ้วยซุปสาหร่ายร้อนๆกับข้าวสวยเลื่อนมาตรงหน้า เซฮุนกลืนน้ำลายดังเฮือก ในขณะดวงตาของเด็กหนุ่มจ้องควันซึ่งลอยจากปากถ้วยซุปไม่กะพริบ

    “ไม่กิน ... ไม่หิว” เด็กหนุ่มตอบกลับเสียงเบา บังคับตัวเองอย่างสุดความสามารถที่จะดึงศักดิ์ศรีเฮือกสุดท้ายของตัวเองไว้ให้ได้

    ไคเลิกคิ้วก่อนจะส่งเสียงออกมาดัง หึ! คล้ายกับการเยาะเย้ยเขากลายๆแต่เซฮุนไม่สนใจมันอีกต่อไปแล้ว จิตใจเขาจดจ่ออยู่กับกลิ่นหอมฉุยของซุปสาหร่ายและข้าวสวยร้อนๆตรงหน้า ดวงตาลอกแลกเหล่มองไปทางด้านขวาและทันเห็นถ้วยกิมจิกับไก่ทอดราดซอสวางอยู่ทางฝั่งของไค เขากลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง ใครๆก็รู้ว่าเซฮุนยอมตายได้เพื่อไก่ทอด

    แต่เขากินมันไม่ได้ เขาละอายใจจนเกินกว่าจะแตะต้องอะไรที่เป็นของไคทั้งนั้น

    ถ้าเขายอมกิน นั่นก็เท่ากับส่วนหนึ่งของ เซฮุนได้ยอมศิโรราบให้กับไคอีกครั้งแล้ว

    เซฮุนยอมไม่ได้ เขาไม่กิน

    “มึงรู้ไหม ยิ่งมึงเป็นแบบนี้ กูยิ่งอยากเอาชนะ ...”

    ไคพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ชายหนุ่มวางตะเกียบลงกระแทกกับโต๊ะแล้วลุกยืนขึ้นทันที ดวงตาคมดุไม่แม้แต่จะปราดมองใบหน้าเจื่อนสนิทของเด็กหนุ่มแต่อย่างใด ร่างสูงเดินดุ่มๆไปคว้าเสื้อแจ็คเก็ตขึ้นมาสวมทับเสื้อยืดธรรมดา แล้วจึงหันกลับมาจ้องคนที่นั่งอยู่เงียบๆอย่างเปิดเผยในระหว่างที่ไคกำลังพับแขนเสื้อขึ้นเพื่อโชว์รอยสักให้เห็นอย่างชัดๆทั้งสองข้าง

    เซฮุนเบือนหน้าหนีอย่างรวดเร็ว เขาเกลียดรอยสักนี้จับใจ

    “อี้ชิง เอามันให้อยู่นะ กูจะออกไปข้างนอกสักพัก ถ้ามันไม่ยอมกินจับกรอกปากได้เลย”

    เด็กหนุ่มเม้มปากในระหว่างมองร่างสูงชะลูดของไคเดินจากไปพร้อมกับผู้ชายอีกกลุ่มหนึ่งเดินตามหลังไปด้วย ดวงตาแดงก่ำหันกลับมามองอาหารตรงหน้าอีกครั้ง แล้วเสียงกระแอมก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะ เซฮุนเงยหน้ามองอี้ชิงทันทีและได้แต่นิ่งอึ้งเมื่ออีกฝ่ายวางแก้วน้ำและนมสดลงบนโต๊ะ ก่อนผู้ชายคนนั้นจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วเริ่มตักข้าวสวยเข้าปาก ซดน้ำซุปเสียงดังโดยไม่พูดอะไรสักคำ ภาพตรงหน้าทำเซฮุนตาพร่าไปหมดและได้แต่จ้องมองอี้ชิงกินข้าวอยู่แบบนั้น

    “กินเถอะ เขาออกไปทำงานแล้ว อย่าทำอะไรให้มันยุ่งยากนักเลย”

    เด็กหนุ่มนิ่งไปสักพักก่อนฝ่ามือเรียวจะค่อยๆเลื่อนมาวางไว้บนโต๊ะ แล้วคว้าช้อนมาถือไว้ กำมันแน่นอยู่ชั่วขณะหนึ่ง จนในที่สุดเซฮุนก็พ่ายแพ้ต่อความหิว เขาตักน้ำซุปคำแรกเข้าปาก รสชาติอ่อนๆของน้ำต้มซึ่งผ่านการเคี่ยวมาอย่างดีทำให้ร่างกายเขารู้สึกดีขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ ข้าวสวยคำที่สองจึงตามมาในไม่ช้า

    จนในที่สุด เขาก็เลิกนับว่ารสชาติของอาหารที่เขากำลังเคี้ยวอยู่ในปากคือคำที่เท่าไหร่ เซฮุนกินข้าวด้วยความรู้สึกสบายใจและปลอดโปร่งอย่างเหลือเชื่อ เพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องกล้ำกลืนฝืนทนเพราะมีไคนั่งอยู่ร่วมโต๊ะด้วย เด็กหนุ่มยกนมสดขึ้นจิบด้วยใบหน้าที่สดชื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะหันไปหยิบไก่ทอดชิ้นโตเข้าปาก โดยไม่ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มบางๆบนริมฝีปากของผู้ชายอีกคนที่นั่งร่วมโต๊ะด้วยเลยสักนิด






    เซฮุน รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกทีในตอนสายของอีกวัน ความรู้สึกแรกที่รับรู้คือเขาปวดเมื่อยไปทั้งตัว ทุกตารางนิ้วบนร่างกายมันเจ็บไปหมด เจ็บเหมือนร่างจะแยกออกจากกัน ก่อนจะตามมาด้วยความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ สกปรกและน่าขยะแขยงเพราะไคยังคงฝังส่วนหนึ่งของร่างกายไว้ในตัวเขาตั้งแต่เมื่อคืน ท่อนแขนข้างหนึ่งยังพาดอยู่บนตัวทำราวกับตัวเองเป็นเจ้าของเขาอย่างไรอย่างนั้น เซฮุนก้มลงมองท่อนแขนที่ว่านั่นก่อนจะเบือนสายตาหนีอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นรอยสักรูปนักบุญถืออาวุธบนท้องแขนสีแทนอย่างเต็มตา

    เขาเกลียดมัน

    เซฮุนเม้มปากแล้วค่อยๆสไลด์สะโพก ยกร่างให้หลุดพ้นจากอีกฝ่าย เสียงครางเบาๆหลุดออกจากลำคอเพราะความแสบผสมกับความอึดอัดแล่นปราดไปทั่วร่าง ฟันคมๆกัดลงบนริมฝีปากอย่างแรงเมื่อดันร่างตัวเองจนเกือบจะหลุด ..

    เกือบจะหลุดออกจากกันอยู่แล้วเชียว ถ้าไคไม่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแล้วกระแทกกลับเข้ามาในร่างกายของเขาอีกครั้งด้วยความเอาแต่ใจ อย่างแรงแบบเน้นๆทีเดียวจนมันจมลึกเข้ามายิ่งกว่าในตอนแรก ร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มไถลไปกับที่นอนแต่ฝ่ามืออุ่นร้อนกลับคว้าเอาแผ่นขาวจัดดึงเข้าไปชิดกับแผ่นอกสีแทนเอาไว้ได้ทัน

    เซฮุนร้องลั่นด้วยความเจ็บ ... ทั้งเจ็บทั้งจุก

    “ฮึก!”

    “ตื่นแล้วเหรอ?”

    ไอ้สารเลว ...

    เขาไม่ตอบและได้แต่เบือนหน้าหนีทันที เมื่ออีกฝ่ายซุกใบหน้าลงกับหลังคอแล้วไล่จูบไล่หอมราวกับกำลังหลงใหลอะไรในตัวเขานักหนา เด็กหนุ่มนอนนิ่งไม่ขัดขืนเลยแม้แต่น้อย วินาทีนี้เขาไม่สนด้วยซ้ำว่าไคจะทำอะไรกับร่างกายของเขาบ้าง ... เพราะในความคิด เซฮุนเอาแต่เรียกหาจงอินอยู่ทุกลมหายใจ
    สิ่งที่ไคได้ไปในตอนนี้ จงอินเองก็เคยได้มันไปหมดแล้ว

    แต่สิ่งที่จงอินมีอยู่กับตัว ไคจะไม่มีวันได้มันไป ...

    เพราะมันคือหัวใจอันจงรักภักดีต่อเจ้าของเพียงคนเดียวในชีวิต

    วินาทีถัดมา เซฮุนก็ได้แต่ดึงทึ้งผ้าปูที่นอนด้วยมือทั้งสองข้าง ซบใบหน้าลงกับหมอนแล้วกัดมันเอาไว้ให้แน่นที่สุดในชีวิต ก่อนจะสะดุ้งเมื่อแผ่นอกเย็นๆโน้มลงมาแนบกับแผ่นหลังชื้นเหงื่อของเขา เนื้อแนบเนื้อ แนบแน่นจนแทบไม่มีช่องว่าง เซฮุนปล่อยใจไปหาจงอินอีกครั้ง 

    ในขณะที่สะโพกของเขาถูกยกสูงขึ้นโดยน้ำมือผู้ชายคนเดิม ไคกระแทกร่างเข้าหาเป็นจังหวะโดยไม่มีออมแรงแม้แต่น้อย น้ำเสียงแหบต่ำครางอยู่ในลำคอเพราะความสุขสม แต่เซฮุนกลับครางเพราะนึกถึงใบหน้าของคนรักและความแสบที่แล่นปราดขึ้นมาจากหัวเข่าทั้งสองข้างซึ่งถูอยู่กับผ้าปูที่นอนตามแรงส่งจากด้านหลังเท่านั้น

    สิบห้านาทีถัดมา มันก็จบลงอีกครั้ง ...

    ไคถอนตัวออกมาจากช่องทางอุ่นร้อนในที่สุด เซฮุนยังคงนิ่งค้างอยู่ท่าเดิมและปล่อยให้สิ่งที่อีกฝ่ายปล่อยทิ้งไว้ในตัวเขาไหลลงมาตามซอกขาช้าๆแล้วร่างอ่อนปวกเปียกก็ล้มพับลงกับเตียง น้ำตาร้อนๆไหลอาบแก้มพร้อมกับเสียงสะอื้น ร่างกายสั่นสะท้านและได้แต่กอดตัวเองเอาไว้แน่น เพราะในโลกใบเล็กๆของเขาซึ่งขังตัวตนของโอ เซฮุนเอาไว้ ข้างในมันเอาแต่ร้องเรียกหาจงอินจนแทบจะขาดใจ

    “จงอิน …”

    เขาละเมอออกมาโดยไม่รู้ตัวและมันก็ทำให้ไคนิ่งไปพักหนึ่งก่อนน้ำเสียงทุ้มๆจะตะโกนออกมาดังลั่นห้อง

    “นี่มึงยังไม่เข้าใจใช่ไหม มันไม่มาแล้ว! จงอินไม่มีวันมารับมึงออกไปจากที่นี่ มึงได้ยินกูไหมเซฮุน!!”

    “ . . . ”

    ปฏิกิริยาตอบรับของเด็กหนุ่มมีแต่อาการนิ่งเงียบ เฉยชา หมดอาลัยตายอยาก และมันก็ทำให้ไคโมโหขึ้นมาในที่สุด ฝ่ามือแข็งแรงจับข้อศอกของคนที่นอนหันหลังให้แล้วกระชากให้เซฮุนหันหน้ากลับมาอย่างแรง ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าสีระเรื่อของอีกฝ่ายนิ่ง จ้องมองดวงตาสีน้ำตาลสดที่บัดนี้คลอไปด้วยน้ำใสๆเต็มหน่วย

    ไคมองมันอยู่พักใหญ่ จนในที่สุดก็เป็นฝ่ายทนไม่ได้เอง ในเมื่อเซฮุนเอาแต่นิ่งเงียบราวกับตุ๊กตาไร้ชีวิต ร่างสูงฮึดฮัดพลางสบถออกมาหลายคำ ผลักร่างของอีกคนให้พ้นสายตาแล้วลุกยืนขึ้น

    เขายืนมองคนที่หงายลงไปนอนกับเตียงคล้ายกับว่ากำลังรอให้เด็กหนุ่มพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่ก็ไม่มีเสียงใดๆหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากแดงสดนั่นเลย จนเขาตัดสินใจเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ แล้วจึงออกมาอีกครั้งด้วยใบหน้าสดชื่น ร่างกายดูสะอาดสะอ้านไปทั้งตัวยกเว้นรอยสักสีสดบนท่อนแขนแข็งแรงที่ไม่ว่ายังไง เซฮุนก็ทนมองมันอย่างเต็มตาไม่ได้สักที ขายาวก้าวดุ่มๆไปที่ตู้เสื้อผ้าแล้วดึงเสื้อกับกางเกงพร้อมกับผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นโยนใส่คนที่นอนนิ่งไม่สนใจโลกบนเตียงด้วยความหงุดหงิด

    “ตอนนี้มึงเป็นของกู ทำใจให้ชินซะ แล้วเลิกนอนเน่าเป็นผักสักที มันน่าสมเพช!”

    เงียบ ...

    เซฮุนหลับตาลงแล้วไม่ยอมตอบโต้อะไรอีก ...

    ทุกวินาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้า ตอนนี้แม้แต่การหายใจสำหรับเขามันก็ยังลำบากเพราะไม่ว่าเขาจะมองโลกในแง่ดีแค่ไหน แต่ไคก็พูดถูก ไม่มีวี่แววการมาของจงอินเลยแม้แต่น้อย เปลือกตาของเด็กหนุ่มลืมขึ้นในที่สุด เซฮุนพึมพำอะไรบางอย่างออกมาในตอนที่พยายามประคองตัวเองลุกขึ้นนั่งแล้วหยิบผ้าที่อีกฝ่ายโยนให้ ค่อยๆไล่เช็ดตั้งแต่ใบหน้า ลำคอ ท่อนแขน ลำตัวจนเลยไปถึงช่องทางด้านหลังซึ่งยังคงบวมช้ำด้วยความนิ่งเฉยราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร ในเมื่อทุกการกระทำของตัวเองมีสายตาร้อนแรงแผดเผาจ้องมองอยู่ตลอดเวลา

    ทันใดนั้น เสียงระเบิดและเสียงปืนก็ดังขึ้นมาติดๆกันหลายครั้ง

    ไคผุดลุกขึ้นทันทีพร้อมกับเสียงคนโกลาหลวุ่นวายอยู่ข้างนอก ร่างสูงโปร่งก้าวยาวๆไปหยิบปืนพกจากที่ซ่อนแล้วไปยืนหลบอยู่ในมุมมืดหลังประตูบานใหญ่ แล้วเสียงหัวเราะใสกังวานของคนที่นั่งหมดสภาพอยู่บนเตียงก็ดังขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เซฮุนเงยหน้ามองไคในที่สุด ดวงตากลมโตมองสบกับคนที่ยืนถือปืนอย่างไม่กลัวเกรงแล้วค่อยๆลุกขึ้นยืนก้มเก็บเสื้อผ้าด้วยความลำบาก จากนั้นจึงหยิบมันขึ้นมาใส่ทีละชิ้นอย่างเชื่องช้าแล้วเดินตรงไปที่ประตูด้วยความเด็ดเดี่ยว

    “จะไปไหน?”

    ไคถลาเข้ามาดึงแขนของอีกฝ่ายเอาไว้อย่างรวดเร็วแล้วดึงให้ไปยืนหลบมุมอยู่ด้วยกัน ใบหน้าหล่อเหลาดูเคร่งเครียดขณะที่เสียงวุ่นวายด้านนอกยังคงดังต่อเนื่อง เซฮุนยิ้มเป็นครั้งแรกตั้งแต่โดนจับตัวมา

    ยิ้มหวานด้วยความดีใจสุดชีวิต

    “จงอินมาแล้ว ... ในที่สุดเขาก็มา ...”

    ไคมองใบหน้าของเบี้ยล่างที่อยู่ๆก็ลุกขึ้นมาราวกับมีชีวิตใหม่ด้วยความตกตะลึง แต่ฝ่ามือกลับยิ่งรั้งร่างของอีกคนเอาไว้ให้นานที่สุด

    “มันจบแล้ว คุณได้ทุกอย่างจากผมไปแล้ว” เซฮุนพูดแล้วเงียบไปพักหนึ่ง ดวงตาอ่อนเชื่อมมองสบกับดวงตาคมดุของอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมหลบด้วยความเจตนา “แฟนผมมาที่นี่เพื่อมารับผมกลับไป แล้วเขาก็จะฆ่าคุณ ... เขาจะฆ่าคุณกับมือแน่ๆไค”

    แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้ตอบอะไรกลับไป เสียงปืนก็ดังขึ้นรัวใกล้ๆสองนัด จากนั้นประตูไม้บานใหญ่ก็ถูกถีบเข้ามาอย่างแรง เซฮุนร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อไคดึงร่างของเด็กหนุ่มให้พ้นจากแนวขอบประตู ร่างสูงโปร่งลงไปนอนขดกับพื้นอย่างรวดเร็วและเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง

    เขาก็เห็นจงอิน ... ภาพที่สวยงามที่สุดในชีวิตของเซฮุน

    “เซฮุนอยู่ไหน!”

    คนรักของเขากำลังยืนถือปืนเล็งตรงมาที่ร่างของไคอย่างแน่วแน่ ...

    “กูถามว่าแฟนกูอยู่ที่ไหน!!”

    วินาทีนั้น เซฮุนลืมความเจ็บ ร่างของเด็กหนุ่มพยายามจะคลานกลับไปหาคนรัก แต่ก่อนที่จะได้ทำแบบนั้นกลับมีแรงกระชากที่ต้นแขนดึงเขากลับไปที่เดิม เขาร้องตะโกนหาจงอินสุดชีวิต แต่ทุกครั้งที่เขาขยับตัวไคกลับยิ่งลงแรงดึงเขากลับไปมากขึ้นเท่านั้น

    “โอ๊ย!! จงอิน! ผมอยู่นี่! จงอิน!!”

    แล้วจู่ๆไคก็หัวเราะ เซฮุนหวาดผวาโดยไม่รู้ตัวเพราะเขาเข้าใจเสียงหัวเราะโรคจิตนั่นเป็นอย่างดีและในวินาทีถัดมา ร่างของเด็กหนุ่มก็สั่นไปทั้งกายเมื่อเขารู้สึกถึงปลายกระบอกปืนเย็นๆของคนที่กำลังยืนล็อคตัวเขาอยู่ทางด้านหลังแนบอยู่กับขมับของตัวเอง

    “ถ้าอยากได้นักก็รีบมาเอามันกลับไป ... แต่ถ้ามึงขยับเข้ามาใกล้มากๆมือกูอาจจะลั่น เป่าหัวสุดที่รักของมึงกระจุยก็ได้นะ”

    จงอินถึงกับชะงักไปเกือบนาที

    “มึงอย่า ... มึงอย่าทำแบบนั้น ปล่อยมันไป มันไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย”

    ไคยิ้มและเขาก็ได้ยินเสียงคลิ๊กดังอยู่ข้างหู

    เซฮุนสะอื้นด้วยความกลัวออกมาในที่สุด

    จงอิน ได้โปรดช่วยผมด้วย

    “จงอิน ...”

    ผู้ชายตรงหน้าของเขาเบิกตากว้าง จงอินถึงกับนิ่ง ทำอะไรไม่ถูกไปเลยเมื่อดวงตาของชายหนุ่มเห็นน้ำตาซึ่งไหลลงอาบแก้มของเซฮุนช้าๆระหว่างมองสบกับคนรักด้วยแววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกกลับไปไม่ต่างกัน แล้วริมฝีปากที่เขาคุ้นเคยมาตลอดในช่วงหลังกลับโฉบเข้ามาจูบซับไปตามใบหน้า

    ในขณะที่ไคมองสบตากับจงอินตลอดเวลา เซฮุนปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามใจชอบ เด็กหนุ่มไม่กล้าขยับตัวแม้แต่นิดเดียวเพราะปลายกระบอกปืน ในตอนนี้มันกลับย้ายไปเล็งอยู่ที่จุดตายบนร่างของจงอินแทน ไคค่อยๆลากร่างของเขาไปใกล้หน้าต่างแล้วน้ำเสียงทุ้มอันเป็นเอกลักษณ์นั่นก็กระซิบเบาๆอยู่ข้างหู

    “ต่อให้มึงหนีไปที่ไหน มึงก็ไม่มีวันหนีกูพ้น แล้วกูจะกลับมาหามึงเซฮุน”

    ฝ่ามือที่กระชับด้ามปืนเอาไว้ในมือยกสูงขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนมันจะกระแทกเข้ากับหลังคอของเด็กหนุ่มเต็มแรงโดยที่เซฮุนยังไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ ร่างสูงโปร่งของเซฮุนทรุดลงกระแทกพื้น สลบเหมือดไปในทันที ไคหันกลับไปมองจงอินที่ยังคงยืนนิ่งด้วยความตกตะลึง ร่างสูงยกยิ้มเยาะบนใบหน้าแล้วจึงหันหลังกระโดดลงจากหน้าต่างหนีไปอย่างรวดเร็ว

    “กูจะฆ่ามึง!!!!”

    จงอินตะโกนด้วยความแค้นจัด ชายหนุ่มวิ่งพรวดไปที่หน้าต่างแล้วชะโงกหน้าไปมองพลางรัวกระสุนใส่ร่างของไคไม่ยั้ง อีกฝ่ายกระโดดลงบนรถจิ๊บซึ่งเปิดกว้างไว้รออย่างสวยงามก่อนใบหน้ายียวนนั่นจะยกยิ้มด้วยความเป็นต่ออีกครั้ง แล้วตะโกนกลับมาเสียงดังลั่นไม่แพ้กัน

    “แล้วกูจะกลับมาทวงของๆกูคืน!”

    จงอินลดมือลงก่อนจะปาปืนลงบนพื้นพลางจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยความอาฆาตระหว่างมองไฟท้ายรถซึ่งกำลังขับหนีไปอย่างรวดเร็วในความมืด

    “กูสาบาน กูจะเป็นคนฆ่ามึงด้วยตัวเอง …”

    จากนั้น เขาจึงรีบพุ่งลงไปที่พื้นแล้วช้อนร่างของเซฮุนขึ้นมากอดเอาไว้แน่น น้ำตาลูกผู้ชายไหลลงมาอย่างช้าๆเมื่อสังเกตเห็นรอยแดงเป็นจ้ำๆที่ไอ้สารเลวนั่นทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้า ชานยอลวิ่งพรวดเข้ามาในห้องก่อนชายหนุ่มจะชะงักไปครู่หนึ่งแล้วจึงเข้ามาช่วยจงอินพยุงร่างของคนที่สลบไม่ได้สติเข้าไปในนอนยาวอยู่บนเบาะหลังของรถที่ขับมารอ

    จงอินกระโดดตามเข้ามาทันที ฝ่ามือของชายหนุ่มดึงร่างอ่อนปวกเปียกของเซฮุนขึ้นมากอดหอมด้วยความรักพร้อมกับพึมพำอยู่ซ้ำๆว่า ‘กูขอโทษ กูขอโทษ’ ไม่ยอมหยุด

    แต่เซฮุนก็ไม่ยอมตื่นขึ้นมาตอบอะไรจงอินกลับไปสักคำ

    ชานยอลมองเพื่อนรักผ่านกระจกหลังด้วยความเวทนา นึกสงสารเซฮุนจับใจที่ต้องมาเป็นแพะรับบาปแทนจงอินในเรื่องที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนก่อ ชีวิตดีๆของเด็กคนหนึ่งต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายแบบนี้ แม้ใบหน้าในยามหลับใหลของคนที่พูดถึงจะดูสงบราวกับกำลังฝันดี ร่างของเด็กหนุ่มดูบอบช้ำเมื่อมองด้วยตาเปล่าจากภายนอก

    แต่จิตใจเล่า ใครจะไปรู้ว่าโอ เซฮุน พบเจออะไรมาบ้าง

    นอกจากเจ้าตัวที่เป็นฝ่ายรู้ทุกอย่างดีที่สุด ...






    I’M CRAWLING BACK TO YOU.


    ในที่สุดทุกอย่างก็กลับไปเป็นปกติ

    ยกเว้นว่าคราวนี้ จงอินไม่ได้มีความลับกับเซฮุนอีกต่อไป ...

    เซฮุน ไม่ได้มีแฟนเป็นนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ

    แต่ โอ เซฮุน มีแฟนเป็นดีลเลอร์ค้ายาซึ่งกำลังรุ่งสุดขีดในวงการใต้ดินของโซล

    จงอินก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองให้เป็นผู้ชายธรรมดาเมื่อกลับมาบ้านเพื่อเขาอีกต่อไป

    แต่จงอินเป็นตัวของตัวเองได้ทุกที่ ทุกเวลาและเซฮุนก็รักในสิ่งที่จงอินเป็นอย่างไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น
    เพียงแต่ว่าเซฮุนลืมมันไม่ได้ ...


    ซึ่งจงอินก็รู้ซึ้งถึงความจริงข้อนั้นเป็นอย่างดี สองอาทิตย์ผ่านไป ...

    หลังจากเหตุการณ์ที่เขาโดนลักพาตัวผ่านไป จงอินก็กลายมาเป็นผู้ชายขี้หวง ขี้ปกป้องแถมยังใส่ใจจนเกินกว่าเหตุ ชายหนุ่มยังโทษตัวเองอยู่ตลอดเวลาสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นกับเขา แต่จงอินกลับจมไม่ลง หยุดธุรกิจเล็กๆของตัวเองไม่ได้ จงอินพูดอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าใครจะเข้ามาทำร้าย
    และไม่ว่าจะเหลือเศษเสี้ยวของโอ เซฮุน คนเดิมแม้เพียงแค่เสี้ยวเดียว

    แต่จงอินคนนี้ก็ยังจะรักและรอเวลาที่เศษเสี้ยวพวกนั้นจะต่อกันติดเป็นสุดที่รักของเขาคนเดิม

    แม้ลึกๆแล้ว เราทั้งคู่กลับรู้ดีว่าเราไม่สามารถกลับไปจุดที่เราเคยเป็นเหมือนเดิมได้อีกต่อไป

    เซฮุนรู้ดี เขาเองก็กลับไปอยู่ในจุดที่ทั้งชีวิตมีเพียงแค่จงอินคนเดียวไม่ได้เหมือนกัน จงอินบูชาเงินเป็นพระเจ้าและมีเขาเป็นรักเดียวในชีวิต แต่เซฮุนมีเพียงจงอินเป็นที่ยึดเหนี่ยว มีเสียงทุ้มต่ำอันเป็น
    เอกลักษณ์ ใบหน้าสีแทนคมเข้มและรอยสักที่เขาเคยเกลียดแสนเกลียด ...

    แต่ตอนนี้เขากลับมองตามรอยสักเล็กๆของจงอินตาไม่กะพริบ

    ซึ่งมันก็คอยตามหลอกหลอนอยู่ในฝันทุกคืน ...

    ความคิดของเขามันทรยศต่อความรู้สึกที่มีต่อจงอินอย่างควบคุมไม่ได้ เพราะเมื่อได้ลองแล้ว การเปรียบเทียบระหว่างผู้ชายสองคนก็ตามมาโดยอัตโนมัติ จูบเคล้าน้ำตาของไคขมปร่าราวกับได้ลิ้มรสของยาพิษ แต่มันกลับดึงดูดเหยื่อหน้าโง่เข้าหา นิ้วของไอ้สารเลวนั่นเรียวยาวและมันก็สวยเกินกว่าที่เซฮุนจะมองข้ามมันไปได้ ยิ่งในยามที่มันสอดแทรกอยู่กับเรือนผมของเขาดึงให้ใบหน้าเปื้อนน้ำตาแหงนขึ้น

    แล้วดวงตาสองคู่ก็สบกันเงียบๆผ่านความมืดสลัวภายในห้องเหม็นอับที่มันจับเอาเขาไปขังเอาไว้
    และเมื่อเวลาใดที่เขากรีดร้องชื่อของจงอินออกมา

    ไคกลับไม่เคยห้าม แต่มันยิ่งทำให้เขาตระหนักอยู่ตลอดเวลาว่าผู้ชายคนที่กำลังตักตวงความสุขจากร่างกายบอบช้ำของตัวเองนั้นคือใคร

    ไคเหมือนคนหิวกระหาย ไม่รู้จักพอและรักทุกวินาทีที่เซฮุนยอมหมอบอยู่ใต้ร่างโดยไม่ขัดขืนอะไรสักอย่าง มันอาจจะเริ่มด้วยเสียงตะโกนด่าทอ ต่อมามันจะกลายเป็นเสียงห้าม แล้วตามมาด้วยเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ แต่สุดท้ายแล้ว มันมักจะจบด้วยเสียงสะอื้นของคนหนึ่งคนกับเสียงครางยาวด้วยความสุขสมของอีกฝ่าย

    เขาไม่ได้ขัดขืนอีกต่อไป หลังจากที่เขาทำใจยอมรับได้ในที่สุดว่าทุกอย่างระหว่างโอ เซฮุนกับคิม จงอินจะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิม เด็กหนุ่มนอนนิ่งบนเตียงและปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามใจชอบ ดวงตาอ่อนเชื่อมมองเพดานเหนือหัวสั่นคลอนไปมาจากแรงกระแทก มือทั้งสองโดนกดแนบอยู่กับที่นอน ขาทั้งสองข้างแยกกว้างแนบกับร่างสูงใหญ่ของไค

    ดวงตาหลับลงด้วยความละอายเมื่อในที่สุดทุกอย่างก็เดินทางมาจนถึงตอนจบ ไคได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ เซฮุนกัดปากจนเลือดซิบและหันหน้าหนีไปทางอื่นอย่างอดไม่ได้ เมื่อริมฝีปากที่เขาเกลียดแสนเกลียดของอีกคนก้มลงไปดูดแรงๆที่ด้านในต้นขาซึ่งยังคงเปิดกว้างของเขาจนมันขึ้นรอยช้ำเป็นดวงๆ

    “มันเคยแสดงความเป็นเจ้าของมึงแบบนี้ ...” ไคถามขึ้นมาในความเงียบหลังจากที่ร่างสูงลุกขึ้นมาใช้ทั้งตัวทาบทับคนที่ยังนอนนิ่งเป็นตุ๊กตาอีกรอบ “มันทำแบบที่กูทำกับมึงหรือเปล่า?”

    เซฮุนไม่ตอบในทีแรกเพราะเขารู้ซึ้งดีว่า ‘มัน’ ที่ไคพูดหมายถึงใคร

    “จงอินไม่จำเป็นต้องทำเพราะไม่ว่ายังไงผมก็เป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น”

    ถูกต้องแล้ว

    จงอินไม่จำเป็นต้องทิ้งร่องรอยอะไรเอาไว้เพราะยังไงเราทั้งคู่ก็รู้ดีที่สุดว่า เราต่างเป็นของกันและกัน
    จงอินเป็นของเซฮุนและเซฮุนก็เป็นของจงอินอย่างไร้ข้อกังขา

    ไคนิ่งไปพักหนึ่งก่อนน้ำเสียงทุ้มจะหลุดหัวเราะออกมา “ปกป้องกันดีจริงๆ ถ้างั้นคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม ถ้ากูจะฝากความรักไปถึงจงอิน ... ผ่านตัวของมึง”

    เด็กหนุ่มนอนนิ่งไม่ขัดขืนอะไรสักอย่าง เมื่อฝ่ามือของอีกคนจับมั่นอยู่ที่ข้อพับเข่าทั้งสองข้างของเขาแล้วดันขึ้น วินาทีต่อมาเพดานก็สั่นไหวอย่างรุนแรงอีกรอบ เซฮุนสะอื้นเมื่อฝ่ามือที่ว่าย้ายมาประคองใบหน้าของเขาเอาไว้แล้วบังคับให้อยู่นิ่งๆก่อนใบหน้าเย็นชาราวกับรูปปั้นจะก้มลงมาเชื่อมริมฝีปากของเราทั้งคู่เอาไว้ด้วยกัน

    ฆ่าผมเถอะ

    ฆ่าผมให้ตาย

    จะเอาอะไรไปก็ได้

    แต่ไม่ใช่จูบที่ลึกซึ้งจนหัวใจไม่รักดีมันสั่นไหวไปหมดแบบนี้

    อย่างน้อยก็ช่วยเหลือเศษซากของผมเอาไว้ให้จงอินบ้าง

    “ไม่ ... อย่าจูบ ...”

    เซฮุนได้แต่อ้อนวอนด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเพราะเขาคิดอะไรไม่ออกอีกต่อไปแล้ว ไม่รู้จะทนไปได้อีกนานแค่ไหน ไม่รู้เมื่อไหร่จงอินจะมาช่วย ไม่รู้แม้กระทั่งเรื่องราวทั้งหมดนี่มันจะจบลงยังไง เพราะแม้แต่ส่วนที่ลึกและเป็นส่วนตัวที่สุด พื้นที่ที่เคยเป็นของจงอินแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ไคก็สัมผัสมันมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนและมันก็กำลังค่อยๆลบล้างสัมผัสของผู้ชายคนเดียวที่เคยได้แตะต้องร่างกายของเขาให้จางลงไปอย่างช้าๆ






    และเมื่อจงอินเห็นความรักที่ไคจงใจฝากไว้บนร่างกายของเขา ชายหนุ่มไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ก่อนวินาทีถัดมาเซฮุนจะจมอยู่ในอ้อมกอดอันคุ้นเคยและรู้สึกปลอดภัยที่สุดในชีวิต จากนั้นจงอินก็เริ่มร้องไห้พร้อมกับอ้อนวอนขอให้เขายกโทษให้ซ้ำๆ เซฮุนได้ยิ้มกว้างแล้วบอกว่า ‘ไม่เป็นไร’ ก่อนจะเริ่มร้องไห้ตามจงอินไปในที่สุด

    คืนนั้นจบด้วยการนอนกอดกันร้องไห้กับจงอินเป็นครั้งแรกตั้งแต่คบกันมาและเซฮุนก็ไม่เคยรู้สึกดีเท่านี้มาก่อนในชีวิต

    เช้าวันต่อมา

    เด็กหนุ่มถูกปลุกให้ตื่นด้วยสัมผัสแผ่วเบาบนต้นขาทั้งสองข้าง เซฮุนสะลึมสะลือตื่นก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นกลุ่มผมสีบลอนด์สว่างกำลังก้มๆเงยๆอยู่แถวช่วงกลางลำตัวของตัวเอง มันคลับคล้ายคลับคลากับผู้ชายคนนั้นอย่างน่าประหลาด เขาทำท่าจะกรีดร้องแต่เมื่อผู้ชายคนที่ว่าเงยหน้าขึ้นมา

    เซฮุนกลับเห็นจงอินและเส้นผมสีน้ำตาลยุ่งๆของคนรักแทน เด็กหนุ่มถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วยกแขนกอดไหล่จงอินเอาไว้ เขาเงยหน้าขึ้นมามองสบตากับอีกฝ่ายเงียบๆแล้วเขาก็เห็นรอยจูบสีแดงประปรายอยู่บนหน้าท้องของตัวเอง

    อันที่จริง จงอินแทบจะไม่เคยทิ้งรอยไว้บนตัวเขาเลย นอกจากเวลาเมากลับบ้านแล้วเผลอเลยเถิดทำรักกันแรงๆเท่านั้น มันอาจจะไม่น่าเชื่อ แต่จงอินเป็นพวกไม่ชอบความรุนแรงโดยเฉพาะเรื่องบนเตียงหรืออะไรที่มันเกี่ยวกับตัวเขา คนรักไม่เคยต้องทำให้เซฮุนเจ็บตัวเลยสักครั้งและเรื่องรอยจูบมันก็มีน้อยครั้งมากเพราะชายหนุ่มไม่อยากให้คนอื่นมองเขาไม่ดี

    ในสายตาคนอื่น จงอินเหมือนจะเป็นคนที่ไม่ได้เรื่อง ไม่มีดีอะไรสักอย่าง แต่มีสิ่งหนึ่งที่เซฮุนมั่นใจในตัวจงอินตลอดมาก็คือ จงอินรักเขา รักด้วยการแสดงออกตรงๆทื่อๆ รักด้วยความจริงใจแบบไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น

    “พี่จงอิน ...” เซฮุนเรียกอีกฝ่ายเบาๆ ดวงตาปรือปรอยมองใบหน้าหล่อจัดของอีกฝ่ายไม่วางตาก่อนน้ำเสียงแหบพร่าจะเอ่ยพูดต่อหลังจากเงียบกันไปพักหนึ่ง “ลบรอยสกปรกที่ไม่ใช่ของพี่ออกไปที ... ลบออกไปให้หมด”

    อึดใจต่อจากนั้น เด็กหนุ่มจึงได้แต่ครางลั่นก่อนจะสำลักอากาศเข้าไปอึกใหญ่ เมื่อจงอินจับตัวเขาให้พลิกนอนคว่ำแล้วดึงสะโพกขาวจัดให้ลอยเด่นอยู่กลางเตียง เซฮุนอ้อนวอนทุกวินาทีให้จงอินยิ่งแสดงความรักกับตัวเองมากเข้าไปอีก ใบหน้าแดงก่ำแนบอยู่กับผืนเตียงในขณะที่ตัวไถลไปตามแรงส่งจากทางด้านหลังด้วยความเป็นสุข

    เซฮุนร้องเรียกชื่อของจงอินซ้ำๆแล้วสายตาของเด็กหนุ่มก็ตรึงอยู่ที่ท่อนแขนแข็งแรงซึ่งท้าวอยู่กับพื้นเตียงด้านข้าง ขนาบศีรษะทั้งสองข้างของเขาเอาไว้ โดยไม่รู้ตัวเด็กหนุ่มยื่นหน้าเข้าไปจูบตามท้องแขนของจงอินซ้ำๆ

    ท่อนแขนที่ไม่มีรอยสักน่าขนลุกเหมือนของใครบางคน

    และเมื่อชายหนุ่มรู้สึกถึงจูบชื้นๆบนท้องแขนของตัวเอง จงอินจึงจับเซฮุนเปลี่ยนทิศทาง บังคับให้เขามองเงาของเราทั้งคู่ในกระจกข้างเตียงด้วยใบหน้าตื่นตระหนก บังคับให้เซฮุนพูดถึงไค ในตอนที่จงอินกระหน่ำกระแทกใส่ช่องทางด้านหลังของเขาไม่ยั้ง

    บังคับให้บอก ... บอกทั้งหมดแม้กระทั่งเสียงร้องแบบไหนที่ลอดผ่านริมฝีปากสวยของเซฮุนออกมา ในตอนที่ไอ้สารเลวนั่นชื่นชมร่างกายของตัวเอง เซฮุนสะอื้นเมื่อถูกจงอินผลักดันความรู้สึกไปจนถึงที่สุด เขาคิดว่าตัวเองรับไม่ไหวแต่สุดท้ายจงอินก็จับมือพาเขาข้ามเส้นบางๆนั้นมาอย่างง่ายดาย

    จนในที่สุด ทุกอย่างก็จบลง จงอินยอมปล่อยมือออกจากสะโพกของเด็กหนุ่มแล้วพลิกตัวไปอีกทาง เซฮุนทรุดลงไปนอนขดกับที่นอนทันทีแล้วกอดตัวเองเอาไว้แน่น ก่อนฝ่ามือแข็งแรงจะเป็นฝ่ายจับร่างอ่อนปวกเปียกให้นอนหงายแล้วก้มลงมาจูบซ้ำๆบนริมฝีปากด้วยความรักสุดหัวใจ

    ไคอาจจะทำลายตัวตนของ โอ เซฮุน จนย่อยยับและเหลือเพียงเศษซากที่แตกสลายเอาไว้ให้กับจงอิน
    แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไคไม่รู้ ... ไม่ว่าเซฮุนจะกลายเป็นอะไรก็ตาม

    แต่ในตอนสุดท้าย จงอินจะเป็นฝ่ายคลานกลับมาหาเซฮุนเสมอ


    เพราะโอ เซฮุนคือบ้านหลังเดียวของจงอิน ... ตลอดไป






    “เซ ... เซฮุน .. ฮุน ... เซฮุน!!!”

    ฝ่ามือปริศนากระชากสายหูฟังออกจากหูของคนที่นั่งนิ่งอยู่บนม้านั่งภายในสวนสาธารณะอย่างแรง ...

    เด็กหนุ่มตกใจผวาสะดุ้งจนตัวโยนก่อนจะหันขวับกลับไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว เซฮุนยกมือทาบอกด้วยความเสียขวัญพลางมองจงอินด้วยสายตาหวาดระแวงอย่างแท้จริงก่อนมันจะเปลี่ยนเป็นโล่งใจในที่สุด ฝ่ามือแข็งแรงคว้ามือข้างนั้นของเด็กหนุ่มมากุมไว้แล้วลดตัวลงนั่งเคียงข้างอย่างรวดเร็ว ใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มมีแววกังวลฉายชัดก่อนมันจะเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยเมื่ออีกฝ่ายหันกลับมามอง

    “บอกว่าเวลาอยู่คนเดียวไม่ให้ใส่หูฟังเปิดเพลงจนกลบเสียงอื่นหมดไง ... มันอันตราย บื้อเอ๊ย”

    “พี่ด่าใครบื้อวะ!”

    จงอินไม่ต่อล้อต่อเถียงอะไรอีกแต่ชายหนุ่มกลับหัวเราะเบาๆเป็นคำตอบแล้วยกมือที่กุมกันอยู่กับอีกคนขึ้นมาจูบเมื่อเซฮุนต่อยกลับมาบนต้นขาแบบเน้นๆ เกิดความเงียบระหว่างทั้งคู่ในช่วงขณะหนึ่ง คนอายุน้อยกว่าทิ้งศีรษะพิงไหล่อีกคนโดยไม่พูดอะไร จงอินมองคนรักด้วยความพิจารณา เงินปึกใหญ่จากการแลกเปลี่ยนสินค้าเมื่อครู่และของขวัญสำหรับเซฮุนที่เพิ่งตัดสินใจซื้อยังคงนอนนิ่งอยู่ในกระเป๋า

    ชายหนุ่มลอบถอนหายใจในที่สุด ฝ่ามือแข็งแรงปล่อยออกจากการเกาะกุมกับอีกฝ่าย เซฮุนผงกหัวขึ้นมามองนิดหน่อยแต่ก็เลือกที่จะเงียบเมื่อฝ่ามือที่ว่าค่อยๆเลื่อนไปโอบเอวดึงร่างของตัวเองเข้ามาแนบชิด จงอินนั่งพิงพนักเก้าอี้ไปทั้งตัวโดยมีร่างของเด็กโข่งซุกซบอยู่ด้านข้างด้วยความสบายอกสบายใจ ริมฝีปากอิ่มแตะเน้นๆบนกระหม่อมของเซฮุนไปหนึ่งที

    แล้วทั้งคู่ก็เงียบกันอีกครั้ง

    “กูรักมึงนะเซฮุน ... รักมาก รักเท่าที่คนแบบกูจะรักใครได้ ...”

    เซฮุนเงียบแต่เด็กหนุ่มกลับกอดร่างของอีกฝ่ายแน่นยิ่งกว่าเดิม

    “กูขอโทษที่ทำให้มึงต้องมาเจอเรื่องเหี้ยๆ ...”

    “ ... ”

    “เรามาเริ่มใหม่กันได้ไหม?”

    ถึงกับอึ้งกันไปพักใหญ่ ก่อนเซฮุนจะเป็นฝ่ายหยิบแหวนทองคำขาวเกลี้ยงๆที่จงอินวางไว้บนต้นขาขึ้นมาดู เด็กหนุ่มมองมันอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นดวงตาแดงก่ำของเด็กโข่งจึงเลื่อนขึ้นสบกับคนที่มองมาอย่างลุ้นกับคำตอบอยู่ก่อนแล้ว จงอินบีบฝ่ามือเรียวซึ่งกำลังสั่นเบาๆของอีกคนไว้แน่นแล้วพูดต่อ

    “ถ้ายอม ... แล้วจะให้เลี้ยงหมาในห้องได้ไหม?”

    จงอินส่ายหน้าทันที ...

    “ทำไมอ่ะ!”

    “ไม่ได้ ไม่มีเวลาดูแลหรอก”

    “ ... ”

    “ให้กูเป็นคนดูแลมึงตลอดไป กูเป็นคนดีสำหรับคนอื่นไม่ได้ แต่ให้กูเป็นคนดีสำหรับมึงคนเดียวได้ไหม ชีวิตของมึงที่เหลือให้กูจะรับผิดชอบมันเอง ... นะ”

    และนาทีต่อมา ร่างสูงโปร่งก็โถมเข้ากอดจงอินเสียเต็มรัก เซฮุนสะอื้นฮักอย่างกลั้นไม่อยู่ ท่อนแขนกอดคอของคนที่ใช้คำพูดหยาบคายขอให้เราเริ่มต้นกันใหม่ได้อย่างหน้าด้านๆ แต่มืออีกข้างหนึ่งก็กำแหวนเอาไว้แน่นที่สุดในชีวิตเช่นกันแล้วพยักหน้ากับซอกคอของจงอินไปพร้อมกับเสียงสะอื้นด้วยความดีใจ
    ชายหนุ่มพ่นลมออกจากปากด้วยความโล่งอกก่อนจะกอดร่างของอีกคนแน่นกลับไปไม่ต่างกัน

    “ขอบคุณมากนะมึง ... พี่ ... ขอบคุณจริงๆ”

    ทันใดนั้น แรงสั่นกับหน้าจอมือถือที่จู่ๆก็สว่างวาบขึ้นมาจากทางด้านหลังของเซฮุนดึงความสนใจของจงอินไปในที่สุด

    สายตาคมเต็มไปด้วยความหวาดระแวงระหว่างมองเบอร์โทรแปลกๆ ... เบอร์เดียวกับที่คอยโทรก่อกวนเขา ตั้งแต่รับเซฮุนกลับมา ฝ่ามือแข็งแรงดันร่างของเด็กหนุ่มออกด้วยความแนบเนียนก่อนจะชะโงกหน้าเข้าไปจูบเบาๆบนสันจมูกของอีกฝ่าย ในขณะที่ฝ่ามือล้วงเข้าไปใต้เสื้อยืดตัวโคร่งของตัวเองแล้วกำด้ามปืนเอาไว้ด้วยความเตรียมพร้อม

    “เซฮุน มึงฟังกูให้ดีนะ ... ถ้ากูบอกให้วิ่ง มึงห้ามหยุดอย่างเด็ดขาด วิ่งตรงออกไปด้านหลังสวนสาธารณะ ถ้าเห็นรถกูมึงรีบขึ้นไปเลย ชานยอลรออยู่ในนั้น ...”

    และวินาทีนั้นเอง

    เซฮุนดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างผ่านน้ำเสียงสั่นๆที่จงอินพยายามจะสื่อ ดวงตาฉ่ำน้ำมองตามฝ่ามือของคนรักที่บัดนี้ถือปืนอยู่อย่างเปิดเผย เด็กหนุ่มมองตามสายตาของจงอินในที่สุดและเขาก็เห็นรถแข่งสีดำสนิทซึ่งพ่นลายนักบุญบนกระโปรงรถเป็นสัญลักษณ์กำลังวิ่งเข้ามาจอดอยู่ด้านหน้าสวนสาธารณะสามสี่คัน

    จากนั้นไม่นาน ผู้ชายหลายคนพากันกรูลงมาจากรถก่อนจะค่อยๆแหวกทางให้ร่างสูงของคนที่เดินตามลงมาหลังสุด


    ไค


    เซฮุนจ้องผู้ชายคนนั้นตาไม่กะพริบ ... ก่อนจะรู้สึกตัวเมื่อได้ยินเสียงจงอินสั่งออกมาอีกครั้ง

    “ต่อให้กูล้ม มึงต้องวิ่งต่อไปเรื่อยๆ หาชานยอลให้เจอแล้วมึงจะปลอดภัย ... จำไว้ ถึงกูตายต่อหน้ามึงก็ห้ามหยุดวิ่ง ...”

    “พี่ต้องวิ่งไปพร้อมกับผม”

    “แล้วมึงพร้อมยัง?”

    เซฮุนพยักหน้าพลางมองร่างสูงของคนที่เดินมาลิบๆด้วยแววตาหวาดผวาก่อนจะวางมือลงบนฝ่ามือของจงอินซึ่งยื่นมารอรับในที่สุด ชายหนุ่มบีบมือเขาแน่นแล้วพยักหน้า

    ใบหน้าหล่อเหลายื่นเข้ามาจูบเบาๆบนริมฝีปากแดงฉ่ำเป็นครั้งสุดท้าย

    “จงอิน สัญญานะ อย่าปล่อยมือผมไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ...”

    “สัญญาด้วยชีวิตกูเลย!”

    เซฮุนยิ้ม เปลือกตาบางปิดลงแล้วนับหนึ่งถึงสามในใจเงียบๆก่อนจะออกวิ่งสุดชีวิตไปกับคนรักในที่สุด!






    ในยามที่เราหลงรักใครสักคนจนหมดใจ

    เรามักจะตื่นตัวกับการมีตัวตนของเขาเสมอ

    ทั้งการปรากฏกาย กลิ่น รูปลักษณ์ หรือสัมผัส


    เรารู้สึกได้โดยที่ไม่ต้องบอก คือ เขา

    เขาที่อยู่ตรงนั้นและมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

    ถ้าหากเรารักใครสักคน

    แล้วเราจะหาเขาไม่เจอ





    THE END



    Talk : เรื่องนี้จบแบบปลายเปิดนะคะ

    สุดท้าย จะไคหรือจะจงอิน

    คนอ่านอยากให้จบอย่างไร ตามใจจินตนาการเลยค่ะ ♥


    ถ้าอยากให้กำลังใจกัน อย่าลืมติดแทก #ดอกไม้ของไคฮุน

     หรือ คอมเม้นท์ได้ที่ด้านล่างนะคะ

    รัก (ถึงแม้จะเขียนช้ามากก็ตาม) 


    เขียนโดย LONEWOLF

    Twitter hashtag: #ดอกไม้ของไคฮุน

    -  Thank You  -



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
again_missing (@again_missing)
อ่านไปได้แต่สถบว่า ไม่นะน้องฮุนของพี่ไป
หน่วงมากครับสงสารน้องมากกกก ไคก็น่ายิงหัวจริงๆ
neenongjaanaja (@neenongjaanaja)
อิมแพคมากๆๆๆแล้วก็หน่วงมากๆ โกดไคมาก!! ไม่มีวันความรักกันไม่ได้!! สู่ขิตไป มันบาป แกไม่มีวันที่ดือได้!! (สำเนียงหนูรัตน์) จงอินคือที่ดือ ตอนขอน้องเริ่มต้นใหม่คือหนุร้องไห้เลยอ่ะ มันแบบ อิมแพคมาก แงง อธิบายไม่เก่ง ละก็อีกตอนที่รู้สึกมันตื้นตันใจคือตอนที่น้องให้จงออนลบรอยแย่ของไค คือสงสารทั้งน้องสงสารทั้งจงอินเลย จริงๆถ้าเป็นเราคงจมอยู่กับเรื่องแย่ๆแบบนี้ไปอีกนาน น้องคือเก่งมาก ที่ผ่านมาได้ ส่วน ตอนจบนี่ลุ้นมากว่าเค้าจะรอดไหม กุมมือลุ้นมาก
mylegbigclub39 (@mylegbigclub39)
น้องงง บอบช้ำหมดแล้ว สงสารอะทำไมต้องมาเจอคนใจร้าย จงอินก็เลวที่ขายยาแต่ไคก็เลวกว่าที่ลากเอาเซฮุนมาเกี่ยวด้วย โกรธมากๆ จงอินรีบมาช่วยเซฮุน
cvlsaaj (@cvlsaaj)
โอ้โห ใจสลายมากๆๆๆๆๆ ไคคือเลวมาก แง สงสารน้อง ทำไมน้องต้องมาเจองี้ เอาจริงๆ จงอินนนน เนี่ยไม่น่าเล่นกับพวกนี้เลยอ่ะ น่ากลัวมาก โฮร แล้วแววดราม่ามาแต่ไกล ตอนจบจะปวดใจไหมนะ ไม่อยากให้น้องเป็นอะไร แค่นี้ก้อยากจะร้องไห้แล้ว วงวารน้อง;——-;
patchar03358207 (@patchar03358207)
สงสารน้อง พี่จงอินรีบไปช่วยน้องเรวว