ตะลอนเวียดนามใต้ 6 วัน 5 คืน หมื่นเดียวก็เที่ยวได้mmTm
#Day1 Ho Chi Minh 31/12/19
  • จุดเริ่มต้นของทริปนี้เกิดจากการที่เพื่อนบ่นอยากกินเฝอลงทวิตเตอร์ เราเลยไป reply ว่าไปเวียดนามสิ (งง ง่ายมาก) รู้ตัวอีกทีก็หารีวิวอ่านอย่างจริงจังและวางแผนว่าจะไปเที่ยวกันช่วงปิดเทอม ซึ่งกว่าจะตกลงกันได้ว่าจะไปเวียดนามเหนือ กลาง หรือใต้ดี ก็ใช้เวลานานเป็นเดือน ๆ หาข้อมูลและอ่านรีวิวเยอะมาก ๆ ก็เลือกไม่ได้สักทีเพราะที่นี่ก็น่าไป ที่นั่นก็สวย จนสุดท้ายพวกเราก็ตัดสินใจกันได้สักทีว่าจะไป 'เวียดนามใต้' ทั้งหมด 4 เมือง คือ โฮจิมินห์ ญาจาง ดาลัด และมุยเน่ ใน 6 วัน 5 คืน หลายคนถามว่าเวียดนามมีอะไรให้เที่ยวไปตั้งเกือบอาทิตย์ รีวิวนี้จะเป็นเหมือนบันทึกความทรงจำของเรามากกว่า เราจะมาเล่าแบบละเอียดเลยว่าเวียดนามมีอะไรให้ทำเยอะม๊ากกกกก และทำให้เราหลงรักประเทศนี้ไปเลย


    *ทริปนี้เราไปกัน 2 คนนะคะ ค่าใช้จ่ายก็จะหารกันหมดทุกอย่างเลย ตกคนละเกือบ 1 หมื่นบาท เดี๋ยวเราจะสรุปให้ว่าในแต่ละวันเราใช้ไปเท่าไหร่ บอกก่อนว่าทริปนี้เป็นทริปที่(พยายาม)ประหยัดสุด ๆ


    เราบินจากดอนเมือง ไฟลท์ 07.40 น. และถึงสนามบิน Tan Son Nhat ในเมืองโฮจิมินห์ 09.15 น. ผ่าน ตม. มาแบบชิว ๆ เราแลกเงินจากไทยไปคนละประมาณ 5,000 บาทเป็น USD แล้วค่อยไปแลกเป็น VND ที่สนามบินอีกทีเพราะมีคนบอกว่าคุ้มกว่า ได้มาประมาณ 7 ล้านนิด ๆ เราได้กำเงินล้านแล้วทุกคน ! ! ! จากนั้นก็ไปซื้อซิม vinaphone ร้านสีฟ้าซ้ายมือสุด (ก็ตามรีวิวอีกนั่นแหละ) ลากกระเป๋าออกจากสนามบินแล้วเลี้ยวขวาไปขึ้นรถบัสสีเขียวสาย 152 ที่จอดอยู่ตรงข้าม Burger King เรากับเพื่อนคุยกันตั้งแต่อยู่บนเครื่องแล้วว่าทริปนี้เราจะมีสติ เราจะไม่โดนโกง (หรือถ้าโดนก็อย่าให้รู้ตัวแล้วกัน5555) เพราะอย่างนั้นระหว่างทางที่เดินไปขึ้นรถบัสไม่ว่าจะมีแท็กซี่หรือใครก็ตามเรียกเราเราก็ไม่หยุด เดินดุ่มๆๆๆ ไปขึ้นรถบัส บอกกระเป๋าว่าจะไปฟามงูหลาวเพื่อจะไปซื้อตั๋วรถนอนไปญาจางคืนนี้ พอได้เวลารถบัสออกจากสนามบินเท่านั้นแหละ เราสัมผัสได้ถึงความเป็นเวียดนามเลย รถมอเตอร์ไซค์ซิกแซกยั้วเยี้ยเต็มไปหมด เสียงแตรที่ดังทุกวินาที ย้ำว่าทุกวินาที แต่เสียงที่น่าปวดหัวกว่าคือเสียงไฟเลี้ยวของรถบัสที่นั่ง เหมือนมีรถหวอมาจ่อข้างหูตลอดเวลา

    เมื่อถึงที่หมายแล้วเราก็ตามหา Futa Bus กัน เปิด Google Map เดินกันให้ว่อนเพราะมันขึ้นมาให้ตั้งหลายที่ เรามารู้ทีหลังว่าเจ้า Futa นี่เขามีทั้งบริการส่งของ ทั้งรถทัวร์ นู่นนี่นั่นเต็มไปหมดทำให้เราเข้าออฟฟิศของ Futa ทีไรก็ไม่ใช่ที่ ๆ ซื้อตั๋วรถสักที ในที่สุดเราก็เจอหลังจากเดินหานานเกือบชั่วโมง คนเวียดนามใจดีนะ ถามทางเขาก็พยายามจะช่วยสุดแม้จะสื่อสารไม่ค่อยเข้าใจ เราก็อาศัยเปิดแมปให้เขาดูเขาก็ชี้ ๆ ทางมา พอเราซื้อตั๋วรถทัวร์แล้วก็เดินหาที่ฝากกระเป๋ากันอีก กว่าจะเก็บของเสร็จก็ปาไปเที่ยงกว่า เราก็เลยตั้งใจไปหาอะไรทานเป็นมื้อกลางวันกันแล้วก็เดินเที่ยวรอบ ๆ เมืองเพื่อรอเวลาขึ้นรถตอน 1 ทุ่ม

    แน่นอนว่ามื้อแรกในเวียดนามก็ต้องเป็นเฝอเจ้าดังอย่าง Pho 2000 แถวตลาดเบญถั่น ร้านอยู่ชั้น 2 ข้างล่างเป็น cafe ไม่ไกลจากที่ฝากกระเป๋าและที่ขึ้นรถทัวร์ไปญาจางคืนนี้มากนัก 

    ป.ล. ระวังบันไดร้านเฝอกันด้วยนะทุกคน ขั้นบันไดมันวนแล้วพื้นที่ให้เหยียบน้อยมาก เพื่อนเราลงไปวัดมาแล้ว

    เฝอเนื้อ (Pho Bo) น้ำซุปรสชาติเฉย ๆ เส้นรู้สึกมีกลิ่นสาบนิด ๆ แต่ของทอดจานนั้นอร่อยมากกกๆๆๆๆ เต็ม 10 ให้ 100 ข้างในเป็นหมูสับ กุ้ง หอมกลิ่นเครื่องเทศไม่ก็กระเทียมรากผักชี กลมกล่อมมาก ห่อด้วยแป้งที่เอาไว้ห่อแหนมเนืองอะ เราไม่รู้มันเรียกว่าอะไร แล้วก็ไม่รู้ว่าเมนูนี้ชื่อว่าอะไรด้วย555555 เห็นแค่คำว่า shrimp ก็จิ้มมาเลย


    ขอเล่าย้อนกลับไปก่อนจะมาถึงร้านเฝอนิดดดนึง ก็อย่างที่รู้ว่าเวลาเดินข้ามถนนในเวียดนามเนี่ยรถเขาจะไม่หยุด ถ้าเราเดินข้ามเราต้องเดินต่อไปเรื่อย ๆ ห้ามหยุดเพราะเดี๋ยวรถจะหลบเราเอง แอดเวนเจอร์มาก ๆ แล้วตอนนั้นเราจะเดินข้ามถนนและเห็นว่ามีคนจีน 3 คนกำลังข้ามเราก็เลยข้ามไปกับเขาด้วย ในขณะที่เขาเดินอยู่ฝั่งขวามือเราและรถก็วิ่งมาจากทางด้านขวา เราเห็นผู้ชายจีนโดนคนขับมอเตอร์ไซค์ผลักหน้าอกแรงมาก ตอนแรกเรานึกว่าเขาผลักเพราะกลัวชนรึเปล่าแต่เราเห็นสร้อยทองติดมือคนขับมอเตอร์ไซค์มาด้วย สรุปคือเขาโดนกระชากสร้อยกลางเมืองเลย welcome to Ho Chi Minh ค่า หลังจากเจอเหตุการณ์อันน่าหวาดกลัวตั้งแต่ที่เท้าแตะเวียดนามได้ไม่ถึง 3 ชั่วโมงมันทำให้เราระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิม 10 เท่าตัว จับกระเป๋าแน่นเลย แล้วเราก็เจอฝรั่งแปลก ๆ เราด้วย เดินสวนกันแล้วเขาชี้มาที่กางเกงแล้วพูดใส่เราว่าเกิดอะไรขึ้นกับกางเกง!!! ด้วยใบหน้าที่หัวร้อนสุด ๆ เราก็ เอิ่ม งง ก็แค่กางเกงยีนส์เข่าขาดไหม แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกลับไปนะ รีบ ๆ เดินห่างออกมา


    ท้องอิ่มแล้วก็ได้เวลาทัวร์ชะโงกเมือง เราไป Ho Chi Minh Fine Arts Museum เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ข้างในมีหลายห้อง แบ่งเป็นโซนตามยุคสมัย บรรยากาศร่มรื่น 


    Saigon Opera House



    Saigon Central Post Office



    Notre Dame 

    วันที่เราไปเขาปิดแหละ อดเข้าไปเลย



    Ho Chi Minh Square

    ตรงนี้ตอนเราไปเขากำลังจะจัดงานเคาท์ดาวน์กันด้วย เป็นลานกว้าง ๆ คล้ายเซ็นทรัลเวิร์ลบ้านเรา

    คาเฟ่อพาร์ทเมนท์อันโด่งดัง

    พอประมาณ 5 โมงเย็นเราก็เดินกลับไปตรงร้านที่ฝากกระเป๋าเพื่อที่จะไปอาบน้ำก่อนขึ้นไปนอนบนรถทัวร์ เจอเรื่องพีคอีกแล้ว ก่อนเราเดินออกมาเที่ยวรอบเมืองเพื่อนเราถ่ายป้ายหน้าร้านที่ฝากกระเป๋าไว้เผื่อลืม พอตอนเย็นเราเดินกลับมาปรากฏว่าหาร้านฝากกระเป๋ากันไม่เจอ! เรากับเพื่อนคิดว่ามาถูกซอยแล้วแต่ไม่รู้ทำไมไม่เจอป้ายร้านสักทีเราเลยซูมดูรูปป้ายร้านข้าง ๆ ที่ถ่ายติดมา สรุปว่าร้านมันก็อยู่ตรงนั้นแหละแต่เขาเปลี่ยนป้ายหน้าร้าน แง แล้วมาเปลี่ยนเอาวันนี้อะนะ

    อาบน้ำเสร็จก็เดินไปรอรถทัวร์ตรงที่ที่เราซื้อตั๋วกัน แวะซื้อ banh mi หรือขนมปังเวียดนามที่มีขายแทบจะทุก ๆ สิบก้าวในโฮจิมินห์ กับชานมไข่มุกเป็นมื้อเย็นก่อนขึ้นรถ

    ขนมปังแข็งมาก ข้างในมีกระเทียมเจียว แตงกวา ผักชี แล้วก็เหมือนจะเป็นปลากระป๋อง(ที่รสชาติเหมือนไม่ใช่ปลากระป๋อง)จากไทยเพราะเห็นจากในตู้หน้าร้าน เราว่าสิ่งนี้คือเมนูที่ไม่อร่อยที่สุดจากทั้งหมดที่ลองในเวียดนามแล้วนะ5555

    1 ทุ่มก็มีคนเรียกให้ขึ้นรถบัสคันเล็ก ตอนแรกตกใจมากเพราะคิดว่าจะต้องนั่งคันนี้ไปจนถึงญาจาง แต่สุดท้ายถามพี่คนเวียดนามเบาะหลังถึงรู้ว่าเป็นแค่ shuttle bus เดี๋ยวต้องไปต่อคันใหญ่ที่เป็นรถนอนอีกที โล่งอกมาก ข้างทางแสงสีเสียงจัดเต็มมากเพราะเป็นคืนวันที่ 31 คนแน่นทุกร้าน ดูน่าสนุกมาก แต่เรา 2 คนต้องไปนอนเคาท์ดาวน์บนรถทัวร์ *กระซิก ๆ*


    อยากอวยรถนอนที่เวียดนามม๊ากกก ราคาถูกมาก ประมาณ 300 ทั้ง ๆ ที่ระยะทางไกลแสนไกล มี wifi มีผ้าห่ม หมอนรองคอ แจกน้ำ 1 ขวดกับผ้าเย็น ก่อนขึ้นรถต้องถอดรองเท้าใส่ถุง ตอนจอดแวะให้เข้าห้องน้ำก็มีรองเท้าแตะมาวางให้หน้าประตู สะดวกสบายมาก แล้วพอเป็นรถนอนก็ยืดขาได้ นอนทั้งคืนก็ไม่เมื่อย อยากให้ที่ไทยมีรถแบบนี้บ้างเลย


    จบแล้วสำหรับวันแรกในเวียดนามที่โฮจิมินห์ เราว่าโฮจิมินห์เป็นเมืองที่วุ่นวายมาก ตอนที่เพิ่งเข้าเมืองมาปวดหัวกับเสียงในท้องถนนมากแต่พออยู่ไปมันก็แอบชิน ได้เดินข้ามถนนบ่อย ๆ จนรู้สึกว่ากลับไทยไปต้องเป็นเซียนข้ามถนนแน่ อโศกหรอ มาเลยพี่พร้อม และเนื่องจากเราและเพื่อนกลัวการโดนโกงจนขึ้นสมองเลยพยายามทำตัวให้ไม่เหมือนนักท่องเที่ยว แต่ก็มีพนักงานหลาย ๆ คนที่พูดภาษาไทยใส่เราชวนให้เข้าร้านอาหาร5555 ไม่เนียนตั้งแต่ลากกระเป๋าแล้ว จากที่เราอยู่ในโฮจิมินห์แค่ครึ่งวันก็เห็นว่าไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่ ที่เห็นบ่อยคือเขาชอบเอาขยะมาทิ้งกองตรงท่อที่ฟุตบาทกัน แต่ถ้าเป็นย่านห้าง หรือที่ไฮโซ ๆ หน่อยเช่นแถวโฮจิมินห์สแควร์ตรงนั้นไม่มีนะ ฟุตบาทก็เรียบกริบ ต่างกันราวฟ้ากับเหว ก็เหมือนกรุงเทพฯแหละเนอะ แต่แลนด์มาร์คบ้านเขาออกแนวยุโรป สวยดี


    สรุปค่าใช้จ่าย (ต่อคน) 

    ตัด 0 ออก 3 ตัวคูณ 1.3 จะได้เป็นสกุลเงินบาทโดยประมาณ ณ วันที่ไป

    • ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ 2,675 บาท
    • ซิม 100.000 VND
    • รถบัสสาย 152 10.000 VND
    • รถนอนไปญาจาง 225.000 VND
    • ค่าเข้า fine arts museum 30.000 VND
    • ฝากกระเป๋า+อาบน้ำ 60.000 VND
    • อาหาร 210.000 VND

    รวมใช้ไป  635.000 VND หรือประมาณ 826 บาท (ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน)





เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in