My First Storyaksornadviser
รีวิว อักษรปีหนึ่ง by aksornadviser
  • ปีหนึ่งในอักษรศาสตร์ก็จบไปแล้วเนาะ :) โล่งมากกกกก แต่ก็รู้สึกใจหายเหมือนกัน นี่เราจะเป็นรุ่นพี่แล้วหรออ y.y พอกลับมานั่งนึกย้อนดูตั้งแต่ตอนเข้ามาใหม่ๆจนมาถึงวันนี้ อักษรให้อะไรเราเยอะมากๆเหมือนกันนะ

    การเรียนมหาลัยปีแรกในชีวิต ในคณะนี้ มันทั้งเศร้า ทั้งสนุก มีทั้งจุดที่มีความสุขที่สุดและจุดที่ feel downที่สุด เป็นปีที่ร้องไห้เยอะมากที่สุดกับการเรียน เป็นครั้งแรกที่เราอายที่จะบอกคะแนนกับเพื่อนๆ แต่ก็เป็นครั้งแรกที่เปิดโอกาสทางความคิดเรามากๆ 

    ย้อนกลับไปตอนเป็นสาวมัธยมวัยใส วันที่รู้ผลว่าสอบเสร็จ นั่งร้องห่มร้องไห้ดีใจ กรี๊ดแตกลั่นบ้าน ไปเปิดอ่านรีวิววิชาเรียน การเรียนในคณะนี้ แต่ละคนก็บอกว่า หนักมากกกกกก ไม่ได้หลับไม่ได้นอน อ่านเยอะเว่อร์ ส่วนอีนี่ก็พูดกับตัวเองว่าอาจจะเว่อร์ไป พี่เขาพูดเกินไปรึเปล่าวะ ยังไงก็ทำได้แน่นอน ตัดภาพมาตอนเรียนจริงๆ ก็ตามอย่างที่รุ่นพี่พูดไปเลยจ้าาา เกือบตายเหมือนกัน แต่ก็ไม่ตาย เห็นไหม คณะนี้อาจจะเรียนหนักมากๆ เหนื่อย ท้อ แต่ถามว่าผ่านมันมาได้ไหม เออ มันก็ผ่านมาได้เหมือนคนอื่นหนิ :) 

    เข้ามาอยู่จริงๆ การที่มโนมาเองตลอดว่ากฎอักษรเคร่งมาก ค้นพบว่าไม่จริง....5555555 อะไรจะชิวขนาดนี้ฮืออออ รองเท้าpeppermintใส่มาอาทิตย์เดียว หลังจากนั้นเดือนนึงใส่ไปรเวทมาตรึม อ้าวละอีนี่ทำไง ก็ทำบ้างสิคะ 55555555 

    สภาพแวดล้อม สังคม ก็อย่างที่บอกไปตลอดว่ามันขึ้นอยู่กับตัวบุคคล แต่ที่เจอมาก็มีแต่ดีๆทั้งนั้น เพื่อนๆน่ารักมาก ประทับใจที่สุด อาจารย์ก็เช่นกัน ที่นี่ทำให้เรารู้ว่านิยามคำว่าอาจารย์จริงๆมันยังไง ทุกคนดูตั้งใจมอบความรู้ให้มาก หลายๆคนดูทันสมัย ตามเหตุการณ์บ้านเมือง เอาง่ายๆคือ โชคดีมากที่ได้มาเจอกับสังคมที่น่ารัก(+โรงอาหารที่อร่อย)ขนาดนี้ :) 

    กิจกรรมปีหนึ่งก็เยอะมากกกกก หลายๆคนบอกว่าค่ายตั่งต่างๆ รับน้องบ้านต่างๆ มันคือโอกาสที่เราจะพบรัก แต่ตอนนี้ผ่านมาปีนึงแล้วยังหารักแท้ไม่เจอซักคนเลย y.y แต่เจอรักแท้ที่มาเป็นรูปแบบเพื่อนมากกว่า ยิ่งตัวเราเองมาอยู่หอด้วย ไกลบ้าน เหงามากแต่สิ่งหลักๆที่ทำให้เราแฮปปี้ก็คือเพื่อนล้วนๆเลยแหละ :D

    เข้ามาใหม่ๆ ชีวิตปีหนึ่งก็ยังเป็นวัยใสน่ารักๆ เรียนวันแรก เอ๊ะ นี่ต้องขออนุญาตอาจารย์เข้าห้องนำ้รึเปล่า ต้องขออนุญาตออกห้องรึเปล่า กระโปรงต้องยาวประมาณไหนคะ เอานำ้ไปกินในห้องได้รึเปล่า มีมาหมด ระแวงไปหมด ตัดภาพมาตอนนี้บอกร้านตัดกระโปรงว่า ขอตัดให้สั้นที่สุดเท่าที่ทำได้ค่ะ 555555555 

    ชีวิตเปลี่ยนไปมากๆจากมัธยม อยู่ที่นี่ต้องรับผิดชอบตัวเองหมด เรื่องส่งงาน อาจารย์ไม่มีทวงงาน การเข้าเช็คe-mailบ่อยๆก็เป็นเรื่องที่จำเป็น ขี้เกียจแค่ไหนก็ต้องทำ งานไฟไหม้มีมาตลอด แต่ชั้นก็ส่งครบทุกงานนะ 5555555555

    หลายๆคนอยากรู้ถึงช่วงสอบ 5555555 ก็ขอนิยามคำเดียวว่านรก แต่เป็นช่วงไฟไหม้นะ ที่เรียกว่านรกจริงๆ แต่ถ้าเราอ่านทันก็ไม่ถึงขนาดนรก ยิ่งเวลาสอบfinal อักษรนี่พี่เขาชอบการยัดตารางสอนให้เด็กสอบติดกันสามวัน ก็คือตายไปเรยยยยย ยิ่งวิชาหนักๆพร้อมกันนี่คือ ได้แต่สวดคาถาเดาข้อสอบพระอินทร์ถึงเช้า ถามว่าเหนื่อยมั้ย มันเป็นช่วงที่เหนื่อยมากๆๆเลย ความเครียดสะสมมากๆ แต่พอทุกอย่างจบ เราก็เอามาเล่าเป็นเรื่องตลกๆ เรื่องนึงได้ มันก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตเนาะ มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราต้อง deal with ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ความหนักของการสอบ แต่เราก็ผ่านมาได้หนิ การสอบก็เป็นแบบนี้ตลอด แต่ถามว่าการสอบเกิดขึ้นตลอดมั้ย ก็ไม่นะ มันก็เป็นแค่ช่วงสั้นๆ ช่วงหนึ่งในชีวิตเอง 

    พอสอบเสร็จก็แทบกรี๊ดดดีใจ เตรียมเที่ยว แฮปปี้ แต่ก็ยังต้องมานั่งคิดเรื่องเอก-โทที่จะเข้าอีก คิดหนักเหมือนกันนะ ตอนนี้ก็ให้เกรดทำนายเอก-โทเราไปละกัน ส่วนช่วงนี้ก็ขอทำตัวให้ชิวที่สุดละกันนะ ❤️
  • มารีวิววิชาเรียน ปีหนึ่งเทอมหนึ่ง :) 
    ปล. อันนี้เป็นความเห็นและประสบการณ์ของเราได้นะคะ มองผ่านความรู้สึกเราเนาะ บางวิชาคนอื่นอาจจะบอกว่าดีหรือไม่ได้ ยังไงก็อย่าเพิ่งมองวิชานั้นๆจากความเห็นของเรา100เปอร์เซ็นเนอะ อยากให้มาเจอเองดีกว่า ;)
    ปล. อาจมีคำหยาบบ้างเด้อ

    1 ... The use of the Thai language หรือที่รู้จักกันในนามของ วิชาไทยแลง
    พอตอนเข้าละรู้ว่าต้องมีวิชานี้ สิ่งแรกที่เห็นคือทำใจ ...555555 เพราะไม่ได้ชอบภาษาไทยขนาดนั้น เรียนแรกๆไม่รู้ว่าเรียนอะไรบ้าง คือผ่านมาค่อนข้างนาน แต่ที่รู้ๆคือมีคำราชาศัพท์ที่จำแทบตาย ออกไม่ถึงครึ่งของข้อสอบ.. ได้แต่ปลงกับตัวเองแล้วถามว่าจำมาทำไมเยอะแยะะะะะะะะ ส่วนมากสอบมิดเทอมจะเป็นพวกหลักภาษา ส่วนไฟนอลจะเป็นพวกเรื่องสั้น กลอน ขอเรียกวิชานี้ว่าบุญเก่า ซึ่งบุญเก่าวิชานี้เราน้อยมากกกกกก ละนี่ได้เรียนเซคกับเด็กโครงการพิเศษไทย คือตายไปเร้ยยยย เก่งกันมาก ตอบอาจารย์ในห้องตลอด แต่อินี่คือเงียบจนอาจารย์น่าจะไม่รู้ว่าอยู่ในห้อง คะแนนแต่ละงานก็ค่อนข้างตำ่ตม โดยเฉพาะการเขียนเรียงความ พออาจารย์ส่งงานกลับพร้อมคะแนนนี่คือไม่กล้าแม้กระทั่งมองคะแนนหรืออ่านเรียงความที่ตัวเองเขียนอีกรอบ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะได้น้อยที่สุดในห้อง 5555555 ก็เป็นโมเม้นที่อยากทั้งตลกและร้องไห้กับตัวเองมากๆ ส่วนงานอื่นก็คะแนนแย่ไม่แพ้กัน 55555 ส่วนข้อสอบนี่เรารู้สึกว่าเราชอบของไฟนอลมากกว่ามิดเทอมเพราะเราไม่ได้ชอบหลักภาษาขนาดนั้น แต่เอาง่ายๆก็คือยากทั้งสอง แต่ข้อสอบไฟนอลเราเขียนมั่วๆได้ 555555 

    อาจารย์น่ารักมากกกกก เราได้เรียนกับอาจารย์นำ้ (เขียนชื่อจริงอาจารย์ไม่ถูก เลยไม่กล้าเขียนแงง) อาจารย์ดูวัยรุ่น และสอนดีมากๆ ใจดีกับเด็กๆทุกคน อาจารย์ช่วยเด็กตลอด เอาง่ายๆคือประทับใจอาจารย์มากที่สุด คือตอนเรียนวิชานี้คะแนนเราแย่ + คะแนนสอบแย่เหมือนกัน แต่พอเกรดออกได้ B กรี๊ดเลย ไม่ใช่ไรงงมากว่าเอ๊ะทำไมชั้นได้เยอะขนาดนี้ ก็ได้แต่ขอบคุณอาจารย์รัวๆๆ ถ้าไม่มีอาจารย์หนู
    คงไม่มี B ในวันนี้ค่ะ ;---;

    สิ่งที่ได้จากวิชานี้ก็เยอะเหมือนกันนะ เห็นคะแนนน้อยแบบนี้ก็ได้อะไรจากวิชานี้ค่อนข้างเยอะเหมือนกันนะ สิ่งที่สังเกตได้คือ เวลาเขียนอะไรจะถามตัวเองตลอดว่าอันนี้เป็นทางการหรือเปล่า คำฟุ่มเฟือยไหม รู้สึกเรียงประโยคได้ดีขึ้น ใช้คำราชาศัพท์ได้ดีขึ้น สรุปรวมๆคือ อาจารย์น่ารัก วิชามีประโยชน์ แต่ถ้าถามว่าอยากกลับไปเรียนอีกไหม ขอบอกว่าไม่ เพราะเราไม่อิน55555555

    2 ... Reasoning (การใช้เหตุผล)
    วิชานี้เวลาคิดถึงมันก็ได้แต่ กรี๊ดดดด กรี๊ดดด กรี๊ดดด ไม่ใช่อะไร คือมันเป็นวิชาที่ ฟหกดเ้ดหก เพราะเราแทบไม่ได้อะไรจากวิชานี้เลย นอกจาก fallacy ที่ค่อนข้างสนุกและอิน เอาจริงๆอาจจะเพราะเราเจออาจารย์ที่ค่อนข้างแย่ คือสอนไม่รู้เรื่องมากๆ เหมือนเขามีอารมณ์ติสของตัวเอง คือสงสารทั้งตัวเราและเพื่อนในเซคเพราะอาจารย์แย่(จริงๆ) วิชานี้แทบจะออกห้องก่อนตลอด ไม่ก็ไม่เข้าเรียนเพราะมีค่าเท่ากันหมดสำหรับเรา 55555555 เอาจริงๆ เรารู้สึกว่าวิชานี้มันค่อนข้างสอนอะไรได้หลายๆอย่างมากๆ แต่เสียดายตรงที่เราเจอคนสอนไม่ดี มันเลยทำให้เราต่อต้านที่จะเรียนมัน ก็เลยทำให้เป็นวิชาที่แย่สำหรับเราไปเลย เหมือนฝันร้ายทำให้แอนตี้วิชาปรัชญาเลยย้ายไปเรียนมนุษย์และศาสนาแทนในเทอมสอง แต่มันให้อารมณ์คล้ายกับหนีเสือปะจรเข้เลยค่ะคุณ (เดี๋ยวมารีวิววิชานี้) 555555

    ตอนสอบ โดยที่เซคเราอาจารย์สอนไม่ดี แต่ข้อดีของอาจารย์คนนี้คือ ออกข้อสอบง่ายกว่าเซคอื่น คือมันอาจจะยากในสายตาเรา แต่ในสายตาของเซคอื่นมันถือว่าง่ายกว่าของเค้ามากๆๆ แต่ถามว่าทำได้มั้ย ก็ขอตอบว่าไม่ได้ 55555 ;----; ส่วนมิดเทอมก็ได้ไปเกือบตำ่สุดในห้อง 555555 ส่วนไฟนอคถือว่าได้อยู่ เพราะเขียนคำตอบแบบออกทะเลมากๆ มีอะไรก็เขียนมา คือชั้นไม่สนใจแล้ว ขอแค่เขียนเยอะๆก็พอ (ลืมบอกว่าข้อสอบไฟนอลเปิดหนังสือได้) ส่วนข้อสอบทั้งสอง ก็แจกสมุดมาให้เขียนทั้งนั้นจ้าาาาาาา ตอนแรกก็กลัว แต่อยากบอกน้องๆว่าอย่าไปกลัวมัน เพราะสมุดคำตอบนี้มันทำให้เราสามารถเขียนอะไรลงไปได้เยอะมากๆ และวิชานี้มันเปิดด้านความคิด ความเห็นของเรา คือมีอะไรก็เขียนเถอะ สรุปคือสมุดคำตอบนี้มันทำให้เราสามารถเขียนมั่วๆๆไปเยอะมาก ออกเขื่อน ออกทะเล ออกประเทศ คือเขียนจนอาจารย์งงแน่นอน สุดท้ายก็ได้เกรด C มา ถามว่าเศร้ามั้ย ตอบเลยว่าไม่ เพราะเราดีใจค่ะ 5555555 นึกว่าจะติด F คือลุ้นมากๆ ออกมาแบบนี้ก็โล่งเลยยฮือออ บุญแล้วว

    สิ่งที่ได้ก็ได้ fallacy ซึ่งถือว่าใช้ในชีวิตประจำวันได้เยอะมากกกก เวลาเจอคนเขียนเหตุผลหรือเจอคนที่ย้อนแย้งในชีวิต เราสามารถจับผิดได้ ยิ่งเพจหรือโฆษณาในfacebook นี่เจอfallacy บ่อยมากก สิ่งสำคัญสุดคือ มันทำให้ชั้นสามารถเถียงกับแม่ได้ 55555 ล้อเล่น แต่หมายถึงสามารถเถียงให้คนจนมุม หรือกลายเป็นคนเถียงเก่งขึ้น ประมาณน้านน เอาจริงๆก็คือถ้าตั้งใจเรียน+เจออาจารย์ที่ดีกว่านี้คงได้อะไรกว่านี้มากๆ เพราะวิชานี้ถือว่าเป็นวิชาที่เนื้อหาน่าสนใจพอสมควร

    3 ... ENGLISH I
    วิชานี้ก็ตามชื่อเลยเรียนอังกฤษ เนื้อหาก็ที่เราๆเคยเรียนมาเลย grammar บลาๆ แต่ในระดับที่ซับซ้อนขึ้นและยากขึ้น เพื่อนแต่ละเซคก็จะมีเก่งแน่นอน เรื่ิองนี้ต้องชินนะคะ 555555 นอกจากนั้นยังมีเขียน writing ด้วยเด้ออ นี่จากคนที่ไม่ชอบเขียนก็ต้องมานั่งเขียน ทรมานดี แต่ก็สนุกนะเวลาคิดออก 555555555 และยังมีหนังสืออ่านนอกเวลาหรือ external reading ของเทอมแรกอ่านเรื่อง feed ถามว่าอ่านเข้าใจไหม ...... ไม่ เพราะเป็นคนที่นิสัยแย่คือชอบอ่านหนังสือผ่านๆ คืออยากให้จบเร็วๆ จะได้ไปอวดเพื่อนว่า ชั้นอ่านจบก่อนหล่อนนะย่ะ ประมาณนี้ พอวันสอบคะแนนออกเป็นไงหล่ะ คะแนนเ-ี่ยมากกกกกก นี่ขนาดให้เพื่อนสรุปให้ก่อนสอบก็คืิอพัง ละแย่มากคือ ข้อสอบจริงๆคือออกความจำล้วนๆ เช่น ตัวละคร สถานที่ คือมันควรจะตอบได้ แต่อินี่ตอบแทบไม่ได้เลยเพราะอย่างที่บอกคืออ่านผ่านๆ ... ส่วนสอบก็มีหลากหลาย คล้ายๆสอบท้ายบท แต่ในที่นี้คือ เป็นการสอบ writing และ reading , writing นี่ก็สอบตามที่เรียนไม่ว่าจะเป็น pros and cons หรือ example นอกนั้นจำไม่ได้ ให้เวลา1ชม พร้อมกับหัวข้อมาให้เลือก ถ้าเขียนได้ คิดออกก็จะเขียนไปเลย แต่บางครั้งใช้เวลาเกือบ10นาทีกว่าจะเลือกหัวข้อได้ ยิ่งเวลาเขียนคือหัวสมองชุ้นตันมากกกก คิดไรไม่ออก สุดท้ายพอใกล้หมดเวลาคือเขียนจบแบบส้งติงที่ิอาจารย์คงจะขมวดคิ้วตอนอ่าน ส่วน reading ให้เวลา 2 ชม เจ๊นี่ก็ยอมเค้าเลยจ้า สอบครั้งแรกๆก็แบบเออคงจะคล้ายๆ gat เป็นข้อชอยส์ แต่พอสอบ ตึ่งง !! ข้อเขียนจ้าาาา มีข้อกากบาทบ้าง แต่ข้อเขียนนี่ยิ่งบทความหลังๆคือส้งติงมาก เหมือนโดนวางยา ในส่วนที่ถาม main purpose ของเรื่องก็คือข้อเขียน ถามว่าเคยได้คะแนนจากข้อนี้มั้ย ตอบเลยว่าไม่ ...5555 บทความก็ยากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะของเทอมสองบอกเลยว่า อิเวง .. ละก็จะมี listening quiz ที่จะโผล่มาแบบไม่บอกไม่กล่าว ถ้าพลาดก็คือพลาด ถ้าวันไหนมี listening quiz จะดูออกจากการที่นิสิตปีหนึ่งจะวิ่งหน้าตั้งขึ้นห้อง อันนั้นแหละเตรียมในเกียร์หมาเพราะวันนั้นมี quiz แน่ๆ อันนี้ก็เหมือนโดนวางยา คือ quiz แรกๆง่ายมาก ฟังได้เต็ม อวดเพื่อนคริๆ ชั้นได้เต็ม เพื่อนบอกกรูก็ได้ (สรุปคือง่าย) หลังๆคือได้แต่ฟังแบบเหมือนตอนเรียนคณิตศาสตร์(=ไม่รู้เรื่อง) จนถึงครั้งที่ไม่ได้มาเรียนแล้วรู้ว่ามี quiz ก็คือไม่เสียใจ เพราะยังไงก็ได้ศูนย์ 55555555555555555555

    สิ่งที่ได้จากวิชานี้ ไม่รู้สิ แต่สำหรับเราได้เยอะเลยแหละ จากปกติที่เป็นคนไม่กล้าพูด อยู่ที่นี่ไม่รู้ทำไมกล้าพูดขึ้นเยอะมากกกก รู้สึกเขียน writing ดีขึ้นด้วย ที่นี่อาจารย์พยายามให้เด็ก พูด ตอบอยู่ คนไหนที่ขี้อายก็ต้องพูดจ่ะ เพราะจะมี oral presentation เดี่ยว สั้นๆ ง่ายๆ แต่อยากบอกจริงๆว่าไม่ต้องกลัวเลย เพราะตั้งแต่เรียนอิ้งมา ไม่เคยเจออาจารย์คนไหน ดุหรือตำหนิเด็ก ที่พูดไม่ได้เลยย เค้าช่วยดีมากๆ อันไหนเด็กสอบผิดก็จะพูด soft มาก ประมาณนี้ว่าเป็นคำตอบที่ดีนะ แต่..... ประมาณนี้ ส่วนเพื่อนๆ รู้สึกว่าไม่เจอเลยนะ ที่เจอคนดูถูกสำเนียงหรือความรู้ของคนอื่น ยิ่งเวลาเราทำ presentation คือเพื่อนๆให้ความสนใจดีมากก รู้สึกประทับใจทั้งอาจารย์ เพื่อนและเนื้อหาวิชานี้มาก ยิ่งเทอมสองนี่ยิ่งทำให้เรารักวิชานี้ขึ้นไปอีก (เดี๋ยวมารีวิว)
    ปล. ส่วนเรื่องเกรดถ้าเห็นว่าคะแนนน้อยอย่าตกใจ ถึงแม้เราอาจจะทำได้ดี เพราะอย่างที่บอกเลยว่า เพื่อนๆเก่งกันเยอะมากกกเว่อร์ ยิ่งถ้าตัดเกรดอิงกลุ่มนี่ก็......สู้ๆจ้า

    4 ... Res comp skills (หาชื่อเต็ม+หาชื่อไทยไม่ได้)
    วิชานี้หลายๆคนอาจจะไม่รู้จัก เอาง่ายๆมันก็คล้ายๆกับวิชาค้นคว้าวิจัยและทำรายงาน เช่น เรียนทำอ้างอิง ทำรายงาน วิธีหาแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ มันคล้ายๆกับวิชาสำหรับทำวิจัยในอนาคต ซึ่งชีทวิชานี้สำคัญนะ อยากให้ทุกคนเก็บไว้ มันมีประโยชน์มากๆ 

    วิชานี้ พอเข้ามาใหม่ๆก็บับ..... วิชาเ-ี้ยไรวะ คือเวลาส่งงานแต่ละที อินี่ต้องโทรถามเพื่อน ให้อธิบายหลายรอบมากๆ เพราะงง อาจจะเพราะฟังไม่เข้าใจหรือเป็นคนฟังไม่รู้เรื่อง เวลาทำงานทีนึง (หลายคน)ก็ต้องแบกคอมไปทำที่หอกลาง ให้ฟีลแบบบรรณารักษ์เว่อออออออ นั่งพิมพ์คอม+หนังสือวางข้างๆโต๊ะ+กาแฟ ทำให้ดูฉลาดขึ้น100เท่า ส่วนงานแต่ละอย่างนี้ก็งง แต่พอมานั่งคิดจริงๆมันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น แต่มันต้องทำให้ดี ตอนนี้ก็จำค่อยไม่ได้ได้แล้วว่างานเป็นไงบ้าง เพราะก็ยังงงๆอยู่ 5555555555 ส่วนที่พีคๆคือทำอ้างอิง จริงๆคือสนุกและได้ความรู้เยอะมากก คือการทำอ้างอิงนี่มันละเอียดมากเด้อ ส่วนอันอื่นก็จำไม่ได้ และนอกนั้นยังได้เรียนการใช้โปรแกรม word excel ตั่งๆ คือมีประโยชน์มากกกกจริงๆ แต่ตอนนั้นเราก็ไม่ฟังอยู่ดี 55555555

    ส่วนตอนสอบ อยากบอกว่ามิดเทอมได้คะแนนน้อยมากกก เพราะเท555555 เป็นอะไรที่แย่มาก แต่ไม่ชอบจริงๆ (ช่วงแรกๆ) คำถามก็แบบบางข้อถามว่าอยากได้หนังสือแนวนี้ต้องไปห้องสมุดชั้นไหน .... คือบับบบบบ whattttttttt แต่ก็ยอมรับว่าผิดเองที่ไม่ได้ไปฟัง เพราะตอนแรกจะมีบอกทุกอย่างเลย ส่วนข้อสอบไฟนอล แฮปปี้มากก เพราะเปิดหนังสือได้ ให้กระดาษมาเขียนรายงาน แต่!! ไม่ใช่เขียนรายงานเป็นหน้า แต่เป็นการเขียนสารบัญ หน้าปก เขียนอ้างอิง ว่าถูกไหม ก็สนุกดีนะ เปิดๆหนังสือเขียนไป คะแนนเพิ่มเพราะไฟนอลเลย ส่วนอีกอย่างนึงที่อยากจะบอกว่าคืออาจารย์วิชานี้น่ารักมากกกกก ทุกคนเลย คุยกับเพื่อนหลายรอบมากว่าอาจารย์วิชานี้ดีมาก ยกเว้นวิชา y.y คือน่ารักทุกคน ใจดีมาก ฮือประทับใจ โดยเฉพาะอาจารย์นยา (เขียนถูกไหมนะ) ที่เราได้เรียนด้วย น่ารักมากจริงๆ ไม่เคยด่าเลยเวลาทำงานไม่ดี ตอนเรียนวันสุดท้ายมีแจกขนมด้วยประทับใจจจจจ <3 

    สิ่งที่ได้จากวิชานี้ เอาจริงๆ เหมือนจะเป็นวิชาที่น่าเบื่อ อะไรไม่รู้ แต่อยากบอกว่าวิชานี้มันใช้ประโยชน์ได้จริงๆเด้อ ทำให้เรารู้ว่าตลอด 18 ปีในโรงเรียน คือเขียนรายงานผิดหลักหมดเลย 55555555555 นอกจากนั้นยังได้ความรู้ด้านการใช้โปรแกรมตั่งๆ ทำให้ชีวิตสะดวกมากขึ้นม๊ากๆ นั่นแหละ ตอนนี้ก็ยังเก็บชีทไว้ :)

    5 ... Eastern civilization (อารยธรรมตะวันออก)
    วิชานี้ เนื่องจากเราเป็นคนที่อินประวัติศาสตร์อยู่แล้วคือ ชอบมากกกก เรียนหมดเลยทั้ง อินเดีย, จีน, ญี่ปุ่น, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แบ่ง 3-2 ตามไฟนอลและมิดเทอม เริ่มแต่ละประเทศไปเลยละกัน
    อินเดีย - เรียนกับอ.สาวิตรี แอบน่าเบื่อนิดหน่อย ประวัติศาสตร์อินเดียก็สไตล์พุทธๆเลยจ้า ยังโอเคอยู่เพราะก็มีความรู้มาก่อนอยู่แล้ว วิชานี้แทบไม่ได้ฟังเลออออ เพราะอาจารย์สอนแอบน่าเบื่อ นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรรีวิวเพราะหลับ55555555555555
    จีน - อันนี้รักมากกกกก เรียนกับอาจารย์วาสนา หรือหลายๆคนเรียกว่าขุ่นแม่วาสนา อันนี้ต้องได้เรียนนะคะทุกคน ทำให้เราอินจีนไปช่วงเวลาหนึ่งๆเลยอะ แบบอาจารย์สอนสนุกมากกกกก เป็นช่วงที่แบบอยากมาเรียนคลาสนี้ทุกวัน จากที่เราไม่อินกับจีนเลย ตอนนี้ก็รู้สึกว่าจีนมีอะไรน่าสนใจมากๆเลยนะ ตอนมาเรียนแรกๆ อาจารย์ดูดุ แบบใครมาช้าจะเงียบ หรือใครพูดก็จะเคาะไมค์เหมือนเรียนม.ต้น แต่แท้จริงแล้วอาจารย์น่ารักมากเด้ออ อยากให้ได้มาเรียนกันจริงๆ อาจารย์และเนื้อหาแซ่บมาก
    ญี่ปุ่น - อันนี้จำชื่อไม่ได้ ขอโทษค้าจารย์ y.y เนื้อหาสนุกนะ อาจารย์มีสอนน่าเบื่อบ้าง มีง่วงๆบ้าง แต่จะตื่นเวลาที่อาจารย์พูดชื่อบุคคลในปวศ คือชื่อแบบบบบบบบบบบบบบบบบบ edokkkkkkkkkkk จำยากเ-ี้ยยยยยยย คือตอนใกล้สอบนี่จำตายเลยอะ ชื่อแต่ละคนนี่แบบ อะไล๊ แต่ข้อสอบจริงๆออกชื่อคนไม่กี่ชื่อ สรุปคือ กรูจำมาทำม้ายยยยยยยยย จริงๆประวัติศาตร์ญี่ปุ่นสนุกนะ เราชอบอารมณ์ สุนทรียภาพของคนญี่ปุ่นมาก แบบยิ่งเรียนยิ่งรู้ว่าทำไมคนญี่ปุ่นอินธรรมชาติ เออคือเรียนแล้วก็อินไปด้วย รู้สึกอินกับ wabi-sabi ไปช่วงนึง (อยากรู้คือไรไปsearchเน็ตนะค้าบ)
    เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ - เนื้อหามหาศาลเว่อวังทั้งเวียดนาม กัมพูชา อินโดมาหมดเว้นของไทย ก็แล้วแต่คน ส่วนเราก็อินนิดหน่อย คือมันแอบน่าเบื่อ อาจารย์ก็สอนสนุกดี แต่สอนเร็วมากก เพราะเนื้อหาเยอะ อันนี้ไม่ค่อยรีวิวอะไรได้มาก เพราะเราจำไม่ค่อยได้เพราะมันแทบไม่ซึมซับในหัวเราเลย ไม่รู้ทำไม555555 แต่สอบนี่คือ ให้นิยามคำว่าอมความรู้ที่แท้จริง เขียนจนมือหยิก อาจารย์ก็ชอบบอกว่าข้อสอบจะออกแบบไหน เราเลยจำเข้าไปได้ ส่วนข้อสอบจริงๆนั้นเป็นยังไงขอไม่บอกเนาะ อยากให้มาเจอเองดีกว่า ;P

    สิ่งที่ได้ หลักๆสำหรับเราเลยคือได้ความสนุกและทำให้เรารู้ว่าเออสิ่งนี้มันมาได้ไง อ๋อความเชื่อของคนกลุ่มๆหนึ่งมันจากแบบนี้ ทำไมประเทศนี้วัฒนธรรมดูเป็นสากลจัง คือเราไม่รู้ว่าหลายๆคนจะได้อะไรจากวิชานี้หรือตามบางคนที่บอกว่าสุดท้ายก็คือคืนความรู้ให้อาจารย์ แต่สำหรับเราแล้วมันไม่ใช่แค่นั้น การที่เราอินกับเนื้อหา มันก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เราได้จากวิชานี้แล้ว วิชานี้เราว่ามันเป็นวิชาที่มีความขลังในตัวเอง คือมันขึ้นอยู่กับตัวเราเองจริงๆว่าจะได้อะไรจากวิชานี้ แต่สรุปคือแล้วเราชอบ เราเรียนแล้วแฮปปี้ :)

    6 ... ปริทัศน์ศิลปการละคร (introduction to dramatic arts) *ปี dek61 น่าจะไม่มีเรียนแล้ว*
    วิชานี้อาจจะพูดน้อยหน่อย เพราะเราคนนึงที่ไม่อินวิชานี้(เลย) ;-----; ถึงแม้ว่าวิชานี้คนจะชอบกันเยอะมากๆ
    วิชานี้ก็ตามชื่อ เรียนศิลปการละคร การแสดงต่างๆ แต่ในครสเราเราว่ามันเน้นไปทางละครเวที เรียนทั้งประเภทของละคร tragedy อะไรมาหมด ละครเอเชีย การวิจารณ์ละคร มีให้เราไปดูหนังในโรงแล้วมาวิจารณ์ หรือให้ตั๋วดูละครเวทีให้นิสิตไปดู แล้วออกข้อสอบ ส่วนละครเวทีที่ดูนั้น ..... ไม่รู้เรื่องเลยจ้าาาาา ยิ่งอินี่เป็นคนดูอะไรแนวปรัชญาไม่รู้เรื่อง ก็คือบ๊ายยยยยย จริงๆมันก็สนุกนะ ดูแล้วน่าคิด แต่เราไม่คิด555555555 จริงๆวิชานี้มันก็น่าสนใจนะ เพราะปัจจุบันนี้การละครมันมีอิทธิพลมากๆ ดังนั้นมันไม่แปลกที่จะมีวิชานี้ขึ้นมา การเรียนเป็นแบบสามชั่วโมง เรียนวันศุกร์ ใส่ชุดไปรเวทมาได้ แฮปปี้ ส่วนมากอาจารย์ก็ให้ดูละครด้วย สนุกดี แก้เบื่อ ตอนสอบก็เขียนเยอะเหมือนกัน แต่หลายๆคนบอกว่าเป็นวิชาเกทเอ แต่เราว่ามันสำหรับคนที่ชอบมากกว่า ส่วนตัวแล้วคะแนนเราได้น้อย เพราะไม่ค่อยได้อ่าน 555555555 แต่ข้อสอบไฟนอลโอเคอยู่ ข้อสอบปรายเปิดก็มี คือเป็นวิชาที่ข้อสอบเขียนเพลินอะ เขียนได้ตลอด แบบเราคิดแบบไหนก็เขียนแบบนั้น

    ส่วนอาจารย์อยากจะบอกว่าน่ารักมากกกก ทุกคนเลย มีครั้งหนึ่งอาจารย์ที่สอนการวิจารณ์หนัง (ปัจจุบันผู้อำนวยการหอศิลป์ จำชื่อไม่ได้ฮือ ;-;) เอาpantip กระทู้วิจารณ์หนังอันนึงมาให้ดู จำได้ว่าแซ่บมาก คอมเม้นเยอะมาก สรุปอาจารย์เฉลยว่าตัวเองเป็นเจ้าของกระทู้นั้น ฮาแตกเลย 5555555555 หรือมีคลาสให้อาจารย์ร้องเพลงประสานเสียงในห้องประชุมใหญ่ บันเทิงมาก555555 สรุปคืออาจารย์น่ารักทุกคน ^________^

    สิ่งที่ได้ ของเราอาจจะมีไม้มาก แต่เราคิดว่าคนที่ชอบได้แน่นอน เราอาจจะได้แค่ชั่วครู่ ทำให้รู้ว่าเออที่มาของละครแต่ประเภทเป็นงี้ คนสำคัญในอดีตในวงการละคร คือมันทำให้รู้ว่าละครๆเรื่องหนึ่งมันเปลี่ยนแนวคิดหรือการเมือง ประวัติศาสตร์ของคนในประเทศนั้นได้จริงๆนะ แต่อย่างที่บอกเลยว่าเราไม่ได้อินขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าวิชานี้ไม่ควรค่าที่จะมี เพราะมันก็เป็นวิชาที่สำคัญๆวิชาหนึ่ง แต่เหมือนอาจารย์เคยบอกว่าหลังปีเรา (dek61) คงไม่มีแล้ว แต่ยังไงถ้าใครอยากเรียนก็ไปลงได้เนาะ ^^

    อย่างที่บอกเลยว่าอันนี้เขียนจากความรู้สึกเราล้วนๆ อาจจะมีคนไม่เห็นด้วยบ้าง แต่อันนี้มันมาจากมุมมองของเรา และอย่าเพิ่งเชื่อจากมุมมองของเราแบบ100เปอร์เซ็นเนาะ เพราะความคิดหลายๆคนไม่เหมือนกัน :)
    ยังไงครั้งหน้าจะมารีวิวปี1เทอม2 ซึ่งเป็นเทอมที่เราแฮปปี้กับวิชาเรียนมากๆๆ ทุกวิชาเลย ยังไงก็รอดูน้าาาาา :)
    ปล1. อันนี้รีวิวแค่วิชาหลักนะ ส่วนตัวแล้ววิชาเลือกเราลงสเปนไป ถ้าใครอยากให้เรารีวิวมาบอกได้นะ❤️
    ปล2. ถ้าเราลืมรีวิววิชาไหนบอกได้นะ 

    aksornadviser
    21.05.2018
    ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in