รีวิ๊ววหนังสือออPimtian
รีวิวหนังสือ Fevre Dream By George R.R. Martin ช่วงเวลาที่ทิวาและราตรีจับมือกัน
  • Title : Fevre Dream (เรือรัตติกาล)
    Author : George R.R. Martin ผู้เขียน Game of Thrones




    ขอเกริ่นก่อนว่ารีวิวของเราจะลำเอียง เพราะเราขี้อวย5555555 ถ้าเราชอบเรื่องไหนมากเป็นพิเศษเราจะอวยเก่งมาก เพราะฉะนั้น การรีวิวนี้จะเป็นการรีวิวจากความคิดเห็นและความรู้สึกของเราเป็นส่วนใหญ่นะคะ หลายๆคนอาจจะไม่ได้มีความเห็นหรือความชอบเหมือนเรา 

    โดยปกติแล้วเราไม่ค่อยชอบเรื่องแฟนซีที่เกี่ยวกับแวมไพร์ซักเท่าไหร่ และเพราะไม่ค่อยอ่านเลยไม่มีความรู้เรื่องแวมไพร์มากเท่าไหร่

    Fevre Dream เป็นนิยายแนวแฟนตาซี เล่าถึงเรื่องแวมไพร์และมนุษย์ จริงๆก็ไม่แน่ใจว่าควรเรียกว่าแวมไพร์หรืออะไร เพราะเขาบอกว่าพวกเขาไม่ใช่แวมไพร์ แต่ถ้าจะให้ใกล้เคียงที่สุด ก็คงมีคำว่าแวมไพร์ที่สามารถอธิบายผู้คนในเรื่องได้

    เรื่องย่อ: ในเรื่องจะเป็นsettingช่วงปี1857เป็นต้นไป ตัวหลักก็คือ แอ็บเนอร์ มาร์ช เป็นเจ้าของบริษัทเรือไฟ ซึ่งกำลังถังแตกเพราะเรือไฟที่มีอยู่เกือบทั้งหมดชนน้ำแข็ง จมบ้าง เขาเหลือเรือเพียงลำเดียวซึ่งเป็นเรือเก่าๆและแทบจะทำรายได้ให้เขาไม่ได้เลย แต่จู่ๆ ชายปริศนา โจชัวร์ ยอร์ก ก็มายื่นข้อเสนอให้มาร์ช สัญญาว่าจะสร้างเรือไฟที่ดีกว่า หรูกว่า เร็วกว่า ลำไหนๆ และจะเอาชนะเรือเอคลิปส์ให้ได้ ทั้งคู่จะมาเป็นหุ้นส่วนกัน ยอร์กเป็นคนออกเงินทุนในการต่อเรือ ส่วนมาร์ชก็คุมการเรือ มาร์ชจะคุมเรือตอนกลางวัน และยอร์กจะคุมเรือตอนกลางคืน เป็นเรือที่มีกัปตันสองคน แต่ข้อแม้ของยอร์กคือ ห้ามแอบเนอร์ มาร์ช ตั้งคำถามกับการกระทำของเขาเด็ดขาด ทั้งเรื่องที่เขาจะออกมาเฉพาะเวลากลางคืน เรื่องการกระทำแปลกๆของเขา หรือพาใครขึ้นมาบนเรือก็ห้ามถาม  แต่มาร์ชก็ตอบตกลงแม้ว่าจะสงสัยก็ตาม มาร์ชไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่รู้ถึงความอันตรายที่ตนเองจะพบเจอในอนาคตอันใกล้นี้เลย

    เราว่าแวมไพร์เรื่องนี้ต่างจากแวมไพร์ทั่วๆไปที่เรารู้จักกันนิดหน่อย ในเรื่องนี้แวมไพร์ไม่กลัวกระเทียม ไม่กลัวเครื่องเงิน มีเงาในกระจก ไม่ได้กระหายเลือดตลอดเวลา แต่ก็ไม่สามารถควบคุมการกระหายได้หากเวลามาถึง ไม่ได้เปลี่ยนคนที่ถูกกัดให้กลายเป็นแวมไพร์ ออกมาอยู่กลางแดดได้นิดหน่อย แวมไพร์แข็งแกร่งมากๆจากที่เรากล่าวไป แต่ก็อ่อนแอเหมือนกัน แบบงงๆ 

    เราประทับใจมากเลยกับความคิดของโจชัวร์ ยอร์ก มันไม่เหมือนกับแวมไพร์ตนไหนในเรื่องเลย อาจจะเพราะเติบโตท่ามกลางมนุษย์ด้วยมั้ง ทั้งคู่เป็นหุ้นส่วนที่ดีมาก เคารพกันและกันสุดๆ มาร์ชคืออดทนมากๆ เป็นเราคงบุกเข้าไปถามโจชัวร์ตั้งแต่วันแรกที่ขึ้นเรือ ส่วนโจชัวร์ก็นิ่งสงบมากๆ

    ในส่วนของลักษณะนิสัยของตัวละครคือ ยอร์กกับมาร์ชต่างกันมากๆเลย มาร์ชเป็นคนห้าวๆ คิดช้า เขาชอบบอกว่าตัวเองโง่ แต่เราว่าเขาฉลาดนะ แค่คิดช้าไปหน่อย ส่วนโจชัวร์คือฉลาดมากๆ แต่บางทีการตัดสินใจของเขามันรอบคอบไปหน่อยน่ะ อาจเพราะเขามีเพื่อนๆของเขาที่ต้องรับผิดชอบอยู่ บางครั้งเรารำคาญมาก55555

    เราว่าพล็อตเรื่องโอเคเลยนะ บางทีแอบยืดๆไปหน่อย เน้นการบรรยาย ส่วนใหญ่บรรยายความงดงามของเรือไฟ ความน่ากลัวและสวยงามของแม่น้ำทั้งหลาย เราเหมือนเข้าไปยืนบนเรือกับเขาเลย ประทับใจ แต่ด้วยความที่บรรยายเยอะ อาจจะแอบๆเบื่อกันหน่อย ช่วงแรกๆไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ ความสนุกอยู่ตอนกลางเรื่อง ตื่นเต้นมากๆ ส่วนตอนท้ายนั้น *Spoil alert* มีคนตายค่ะ เราว่าตายง่ายไปหน่อย แต่เป็นการตายที่สมเหตุสมผลที่สุดแล้วล่ะค่ะ

    นอกจากเรื่องแวมไพร์ก็มีเรื่องทาสผิวดำด้วย ต่างคนต่างแนวคิดแหละ มาร์ชไม่ชอบการที่เห็นทาสถูกกดขี่ แต่ก็ไม่ได้ไปมีส่วนร่วมกับการประท้วงให้อิสรภาพแก่ทาส เขามองว่ามันไร้สาระเพราะผู้ประท้วงก็คลั่งศาสนา แต่มาร์ชปลดปล่อยทาสมาคนนึงด้วยนะคะ(ถ้าจำไม่ผิด) และเขาก็รังเกียจการที่เห็นทาสถูกล่ามโซ่ด้วย ยอร์กก็เหมือนกัน บางคนก็ไม่ได้คิดว่าทาสเป็นคนด้วยซ้ำ เราไม่แน่ใจว่าเรื่องทาสนี่เขาพยายามเปรียบกับแวมไพร์และมนุษย์หรือเปล่า คือเราคิดไม่ค่อยออก ก็น่าเป็นตรงที่แวมไพร์บางตนมองว่ามนุษย์อายุสั้น เป็นแค่เหยื่อของพวกเขา ไม่ได้สลักสำคัญอะไรนัก จะหลอกใช้ก็ได้ จะฆ่าก็ไม่เป็นไร มองมนุษย์เป็นเพียงปศุสัตว์ คนละชนชั้นกับพวกเขา ประมาณนี้มั้งคะ

    โดยส่วนตัวแล้วเราชอบเรื่องนี้มากๆ อาจจะมีติๆไปบ้างแต่ชอบจริงๆ เป็นแนวแฟนตาซีที่ระทึกและตื่นเต้นมาก ทุกอย่างสมเหตุสมผล สิ่งที่ชื่นชอบมากๆเลยคือ ภาษา ผู้แปลแปลออกมาเข้าใจง่ายมากๆ แถมสวยด้วย เราคิดว่านะ เห็นภาพชัดเจน ส่วนตัวเรื่อง เราชอบตรงที่ถึงแม้จะไม่มีความรู้เรื่องเรือไฟ แม่น้ำ แวมไพร์ บทกวี หรืออะไรก็ตามก็สามารถเข้าใจและตามได้ทัน ซึ่งดีมากๆ ไม่รู้จะอวยอะไรแล้วจริงๆค่ะ อยากให้ทุกคนลองไปอ่านนะคะ

    ปล.อยากเล่าอะไรนิดๆ คือเราไม่ได้ตั้งใจซื้อเรื่องนี้เลยแม้แต่นิดเดียว พี่ที่อยู่ตรงบู๊ตงานนิยายแนะนำให้ซื้อเพราะเขาเห็นหนังสือที่เราเลือกไว้ เราก็หยิบเล่มFevre Dream ใส่ตระกร้าเลยค่ะ พรหมลิขิตมากๆ ขอบคุณพี่คนนั้นจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีวันได้อ่านหนังสือที่ชอบขนาดนี้ แงงง
    ปล.2 เขียนรีวิวครังแรกเลยค่ะ พ้อยท์หลักคืออยากแชร์หนังสือที่ชอบ แล้วก็อยากลองกลับมาอ่านดูด้วยค่ะว่าเราในอดีตกับเราในปัจจุบันจะคิดยังไงกับหนังสือเล่มเดิม ขอให้ชอบนะคะะะะ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in