หนังวันนี้มีเรื่องมาเล่า | Story TellingRulestheWorld
"หนึ่งก้าว" สำคัญที่กว่าจะมาเป็น 1917
  • เข้าใกล้โค้งสุดท้ายก่อนเวทีงานประกาศรางวัลออสก้าร์ครั้งที่ 92 จะมาถึงแล้วครับ หลายคนก็คงจะกำลังคาดการณ์ต่าง ๆ นานาว่า เรื่องใดจะกลายเป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปีนี้ จากทั้งหมด 9 เรื่องที่ได้เข้าชิง ม้ามืดที่มาแรงมาก ๆ คงหนีไม่พ้น เรื่องที่เข้าฉายทายสุดแต่กลับมาแรงแซงเกือบทุกรางวัล ตั้งแต่การคว้าภาพยนตร์ดราม่ายอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยมจากหลายเวที ทั้งบนเวทีลูกโลกทองคำและล่าสุดอย่างเวทีสมาคมผู้กำกับแห่งอเมริกา อย่างเรื่อง 1917

    ย้อนกลับไปในปี 2017 จุดกำเนิดเริ่มต้นในย่างก้าวแรกของ1917 เกิดขึ้นในช่วงที่ผู้กำกับ ฯ อย่าง แซม เมนเดส เสร็จจาก Spectre และกำลังหาโครงการหนังที่เขาไม่เคยทำมาก่อน ซึ่งหลังจากการอ่านร่างบทที่ส่งมาให้เขาก็ค้นพบว่า ไม่มีหนังเรื่องใดน่าสนใจพอเลย

    พิพปา แฮร์ริส โปรดิวเซอร์ของเรื่อง จึงบอกให้ แซม ลองเขียนบทสักเรื่องนึง แม้เขาจะไม่เคยเขียนบทมาก่อนเลย แต่พิพปาก็ยืนกรานให้ลองเขียนดู “หนังเรื่องนี้เป็นเหมือนโครงการหนังที่แซมอยากจะสร้างมาก เป็นสิ่งที่อยู่ในหัวของเขามาตลอดหลายปีและเขาก็หาทางเพื่อจะสร้างมันมาโดยตลอด” – พิพปา กล่าว

    ในช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเดียวกันกับที่ เมนเดส เพิ่งให้กำเนิดลูกสาวอย่าง ฟีบี้ เขาจึงใช้เวลาช่วงนึงดูแลลูกสาวและพลางเขียนบทไปด้วย ไอเดียตั้งต้นของเรื่องจึงไม่ใช่ใครที่ไหนไกลจาก แซม นอกจากคุณปู่ของเขาอย่าง อัลเฟรด ฮัลเบิร์ต เมนเดส ที่เคยรับใช้เป็นทหารในกองพันรบที่ 1 รักษาพระองค์ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 1917 และทำหน้าที่ส่งสาส์นระหว่างหน่วยรบในช่วงเวลาสู้รบนั้น

    ซึ่ง เมนเดส มักจะไปเยี่ยมคุณปู่ที่ตรินิแดดอยู่บ่อยครั้งและได้ฟังเรื่องราวของปู่อัลเฟรดที่เล่าถึงวีรกรรมในสนามเพลาะท่ามกลางสมรภูมินั้น เขาค้นพบว่า เรื่องราวนั้นมันไม่โรแมนติคหรือไม่ก่อให้เกิดอารมณ์เลยด้วยซ้ำ มันไม่มีทั้งวีรกรรมฮีโร่หรือความกล้าอยู่เลย แต่มันเป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยโชคและโอกาสเสียมากกว่า

    “ผมมีความคิดคร่าว ๆ ว่า ทำไมเราไม่ให้คนดูถูกผูกติดกับประสบการณ์ของชายหนุ่มที่แตกหักไม่มั่นคง ในเรื่องราวที่รู้สึกระทึกขวัญจนเรารู้สึกจริงแบบวินาทีต่อวินาที มันอาจจะดูเหนือจริงในการเล่าเรื่องไปบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องยากจริง ๆ”

    ระหว่างที่เมนเดสร่างบทหยาบ ๆ ความยาวร่วม 20 หน้าเสร็จในช่วงปี 2018 ซึ่งครอบคลุมถึงแก่นเนื้อหาของเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่เขาก็ไม่ได้อะไรเพิ่มเติมหลังจากนั้น เขาจึงได้อีกก้าวสำคัญด้วยการรับ คริสตี้ วิลสัน-แครนส์ นักเขียนบทชาวสก็อตที่เขาเคยร่วมกันในซีรี่ย์ Penny Dreadful มาแล้วเพื่อช่วยสานต่อในสิ่งที่เขาร่างไว้

    “ในช่วงที่แซมบอกฉันว่า เรื่องทั้งหมดจะเกิดขึ้นภายใต้ลองเทควันช็อต ซึ่งนั้นเป็นการตัดสินใจแรก ๆ ของเรื่องเลย ฉันจึงจัดการหาหนังสงครามที่ถ่ายทอดแบบลองเทคหรือถูกเขียนบทเพื่อเป็นลองเทค ซึ่งมันไม่มีเลยสักเรื่องเดียว ฉะนั้นเราจึงต้องคิดค้นโครงสร้างบทและการเล่าเรื่องนี้ ขณะที่เรากำลังเขียน มันคือเรื่องราวของวีรบุรุษแต่มันไม่ได้เดินตามแบบอย่างของเรื่องราวแบบดั้งเดิมอื่น ๆ เลย” วิลสัน-แครนส์ กล่าว

    การรับ วิลสัน-แครนส์ มาช่วยเขียนบทหนังสงครามที่เต็มไปด้วยตัวละครเพศชายนั้น สำหรับ เมนเดส นั้นคือเขาอยากเปิดรับมุมมองอื่น ๆ ต่อโลกมากขึ้น ไม่ใช่มุมมองของชายผิวขาวที่มองโลกแบบเดียวกับเขา และให้เครดิตเธอที่เข้ามาช่วยบทหนังจนเสร็จอีกด้วย

  • “เรื่องราวทั้งหมดเป็นการเดินทางของตัวละคร 2 คนและผมอยากให้คนดูได้สัมผัสประสบการณ์ที่ไม่เคยได้รับมาก่อนและผมอยากให้พวกเขาไม่รู้จักทั้ง 2 ตัวละครนั้นเลย มันเป็นความรู้สึกที่ดีเยี่ยมที่ผมได้สร้างหนังที่ยิ่งใหญ่ระดับนี้และได้แนะนำนักแสดง 2 คนที่ถือว่าเป็นหน้าใหม่ของวงการนี้”

    เมนเดส พูดถึง 2 นักแสดงนำอย่าง จอร์จ แม็คเคย์ และ ดีน-ชาร์ลส แชปแมน ที่รับบทนำในเรื่อง โดยด้าน เมนเดส กล่าวว่า แม็คเคย์ มีบางอย่างที่เขามองหาอยู่ ส่วน แชปแมน เป็นนักแสดงโดยสัญชาติญาณที่วิเศษมาก ๆ

    เรื่องราวที่แสนจะเรียบง่ายของ 1917 อย่างการนำสาส์นจากแนวจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งภายในเวลา 8 ชั่วโมงและทั้งสองคนต้องแข่งกับเวลาเพื่อช่วยชีวิตคนหลายพันคน ด้วยเรื่องราวของมิตรภาพที่ทั้งสองต่างช่วยเหลือกันทำภารกิจที่ทั้งคู่ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ด้วยซ้ำ และ เมนเดส ก็เข้าใจทันทีที่ว่า วิธีที่จะถ่ายทอดเรื่องราวนี้คือ การเล่าตามเวลาจริง ทุกย่างก้าวที่ตัวละครเดินไปแลุะได้สัมผัสในทุกลมหายใจของพวกเขา ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญอย่างยิ่งและมันก็ไม่มีทางใดเล่าเรื่องราวเหล่านี้ได้ดีไปกว่า การถ่ายทำแบบลองเทคต่อเนื่อง (One Continuous Shot)

    ดังนั้นในเรื่อง กล้องจึงจับภาพอยู่กับสองตัวละครของเรื่องเสมอ และในการถ่ายทำก็ได้กล้องดิจิตอลอย่าง Arri Alexa ที่ถูกปรับแต่งให้เบาลง ผ่านการแนะนำของ โรเจอร์ ดีกินส์ ผู้กำกับภาพของเรื่อง ที่มีผลงานออสก้าร์อย่างการกำกับภาพใน Blade Runner 2049 มาแล้ว เพื่อถ่ายทำฉากลองเทคต่าง ๆ เหล่านั้นให้สะดวกยิ่งขึ้น

    “ณ ช่วงแรกที่ผมได้คุยกับ แซม เกี่ยวกับไอเดียของการถ่ายลองเทคแบบนั้น มันจะทำให้คนดูดำดิ่งไปเรื่องได้จริง ๆ แต่ผมไม่ชอบใช้ของไฮเทคอะไรพวกนี้หรอก นอกจากมันจำเป็นต้องใช้จริง ๆ เมื่อมีภาพยนตร์แบบนี้เกิดขึ้น มันก็มักจะมีเทคโนโลยีบางอย่างที่เหมาะกับการถ่ายทำแบบนี้พอดี” ดีกินส์ กล่าว

    หลายช่วงเวลาของการถ่ายทำ กล้อง Arri นี้จึงถูกตากล้องเดินตามตัวละครและสักพักก็เกี่ยวสลิงกับเครนผ่านทุ่งโล่งเล็ก ๆ และก็ถูกปลดสลิงเพื่อให้ตากล้องถือและวิ่งตามตัวละคร จากนั้นก็โดดขึ้นรถจี๊บวิ่งตามฉากความยาว 400 หลาและโดดลงจากรถแล้ววิ่งอ้อมมุม ไปตามเส้นทางที่หนังขีดเขียนไว้

    “ในการทำหนังแบบนี้มักจะมีตัวช่วยเสมอแบบ เราอาจตัดต่อตรงนี้ช่วย หรือ ตัดฉากนี้ออกไปเลย แต่สำหรับหนังเรื่องนี้ไม่มีอะไรแบบนั้นเลย ทุกท่วงท่าของการเคลื่อนกล้องและทุกกลไกในฉากจะต้องประสานเข้ากับสิ่งที่นักแสดงกำลังทำอยู่ขณะนั้น” – เมนเดส กล่าว

    จอร์จ แม็คเคย์ ผู้รับบท พลทหาร วิลเลี่ยม สกอฟิลด์ ที่เป็นหนึ่งในพลทหารที่ต้องวิ่งไปส่งข่าวกองพันที่ 2 เพื่อที่จะยุติการโจมตี ก็ได้เปิดเผยว่า การถ่ายทำท้าทายมากจริง ๆ มันเป็นเสมือนการแสดงละครเวทีอยู่ตลอดในทุก ๆ เทค มีหลายอย่างในฉากที่เกิดขึ้นและเขาต้องแสดงให้จนจบฉากนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

    “เราซ้อมบททุกอย่างเป็นเวลา 6 เดือนก่อนถ่ายทำ เหมือนคุณได้ซ้อมเดิมในทุกฉากของทั้งเรื่อง คือคุณคงรู้ว่า ปกติมันจะมีการตัดต่อที่ช่วยในส่วนที่คุณอาจจะแสดงหลุดจากจังหวะในฉากไปบ้าง แต่จังหวะในแต่ละฉากของเรื่องมันกำหนดความยาวของแต่ละฉาก ฉะนั้นทุกอย่างต้องทุกวัดออกมาอย่างดี”

    “เราเลยออกไปซ้อมกัน เราออกไปเริ่มซ้อมบทบนพื้นที่โล่งเป็นเวลา 6 เดือนก่อนถ่ายทำคุณรู้ไหม แล้วมันไม่มีสนามเพลาะอะไรเลย มีแค่กลุ่มคนขี้โมโหสวมโค้ทและกำลังถือบทมองมาที่เราอยู่” – แม็คเคย์ กล่าว

    เพราะฉะนั้นอีกก้าวที่สำคัญก็คือการวางแผนก่อนถ่ายทำ 1917 เมนเดส เผยว่า ความท้าทายในการเตรียมพร้อมถ่ายทำหนังเรื่องนี้ยากกว่าหนังธรรมดาที่เขาเคยทำถึง 5 เท่าตัว เขาต้องวัดทุกก้าวของตัวละครอย่างจริงจังและส่งสองนักแสดงนำเดินพูดซ้อมบทในที่โล่งกว้าง

    “ทั้งฉากต้องมีความยาวเทียบเท่าพื้นที่นั้น ๆ และพื้นที่นั้นไม่มีทางยาวเกินไปกว่าความยาวของฉาก และฉากก็ไม่มีทางยาวเกินไปกว่าความยาวพื้นที่นั้น ฉะนั้นคุณต้องซ้อมทุกประโยคในบทบนสถานที่จริง และเราก็เหมือนได้ทำละครเวทีเลย เพราะสถานที่ของฉากเกิดขึ้นรอบจังหวะของบทสนทนาเหล่านั้น” – เมนเดส กล่าว

    ผู้ออกแบบงานสร้างของเรื่อง เดนนิส แกสเนอร์ รับหน้าที่สร้างฉากเหล่านั้น ทำการวาดโครงร่างของฉากที่อยู่ในบท โดยเฉพาะสนามเพลาะที่มีความยาวร่วมไมล์ เพื่อให้มันมีความยาวเท่าบทสนทนาเหล่านั้น

    “นี่เป็นงานที่ออกแบบก้าวมาอย่างดีจริง ๆ ฉะนั้นทุกฉากในทุก ๆ นิ้วต้องถูกคำนวนมาแล้ว มันเป็นงานที่ทุ่มเทแรงอย่างน่าอัศจรรย์ ทุก ๆ ฉากที่เราไปสร้าง นั่นคือ จำนวนปัญหามากมายที่เราต้องแก้ไขกัน เรามีสถานที่เหล่านั้นจากพื้นที่โล่งและคุณต้องสร้างฉากจากสิ่งเหล่านั้นขึ้นมา” – แกสเนอร์ กล่าว

    ซึ่งฉากในบทเหล่านั้นมีแต่ฉากภายนอกเสียส่วนใหญ่ เรื่องราวจึงเดินหน้าไปพร้อมกับตัวละครท่ามกลางทิวทัศน์และภูมิทัศน์ภายนอกไปเรื่อย ๆ การถ่ายทำหนังเรื่องนี้จึงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของวันโดยต้องคำนึงถึงความต่อเนื่องของการถ่ายทำอีกด้วย มันจึงไม่มีทางที่ต้องใส่แสงเข้าไปเพิ่มในฉาก นอกจากใช้แสงแดดธรรมชาติ ฉะนั้นถ้าในฉากที่ฟ้ามัวและมีแดดโผล่มา พวกเขาก็ต้องรอและถ่ายทำทันทีที่เมฆผ่านเข้ามาบังดวงอาทิตย์

    “เหมือนหนังเรื่องนี้นั่งอยู่บนมือของพระเจ้าเลย” เมนเดส พูดถึงการถ่ายทำที่แสนลำบากเรื่องนี้ อีกด้านนึงคือ โรเจอร์ ดีกินส์ ที่ยืนอยู่เคียงข้างปรึกษาถึงการถ่ายทำกับ เมนเดส เสมอ และถือส่วนสำคัญในการถ่ายทำนี้และคอยให้ข้อมูลที่สะดวกต่อการถ่ายทำ ทุกย่างก้าวที่ตัวละครเดินหน้าไปก็สำคัญพอ ๆ กับทุกย่างก้าวที่ตากล้องต้องจับภาพฉากเหล่านั้น

    “เมื่อใดก็ตามที่ผมได้ถ่ายหนัง ผมอยากจะให้ผู้คนได้สัมผัสและเข้าไปอยู่ในโลกนี้ ไม่ว่ามันจะเป็นโลกเหนือจริงหรือโลกที่สมจริงแบบ 1917 นี้ คุณจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่า มันชวนให้ดำดิ่งมากแค่ไหน เทคนิคที่ใช้มันดึงดูดคุณมากขนาดไหน จนกว่าคุณจะได้ดูในโรงภาพยนตร์จริง ๆ” ดีกินส์ กล่าว

  • หนึ่งในนักแสดงสมทบอย่าง แอนดรูว สก็อตต์ ก็พูดถึงความยากในการถ่ายทำแบบลองเทคด้วยว่า ในฉากหนึ่งที่เขาต้องเข้าแสดงและสูบบุหรี่ไปด้วย อุปสรรคที่ใหญ่สุดกลับไม่ใช่บทสนทนาที่ยาวเหยียดหรือสภาพอากาศแต่กลับเป็นไฟแช็กที่เขาต้องใช้จุดบุหรี่

    “คุณจะได้ในอย่างที่เห็นในเรื่อง แต่สิ่งที่ท้าทายของการถ่ายทำนี้อย่างแน่นอนก็คือ ถ้าคุณทำพลาดระหว่างในฉากความยาว 10 นาทีในช่วงนาทีสุดท้ายของฉากนั้น คุณต้องกลับไปเริ่มถ่ายใหม่หมดตั้งแต่ต้น ต่อให้คุณทำดีแค่ไหนก็ตาม ฉะนั้นคุณต้องสร้างสมดุลย์ให้มัน หากไฟแช็กอันนึงจุดไม่ติดสักทีและมันดันอยู่ในฉากที่คุณแสดงได้ดีแค่ไหน คุณก็ต้องเริ่มใหม่หมด นั่นแหล่ะคือความท้าทายและเป็นความตื่นเต้นที่ได้ทำจริง ๆ ครับ”

    หรือนักแสดงนำอย่าง ดีน-ชาร์ลส แชปแมน ก็บอกด้วยซ้ำว่า ในหลายช่วงของการถ่ายทำ เขาเหมือนเป็นบ้าไปเลย “มีบางวันหลังจากผมถ่ายฉากความยาว 6 นาทีและสิ้นเสียง “คัท” บางทีผมก็ลืมไปเลยว่า ผมเป็นใคร และผมกำลังเป็นตัวละครนั้น”

    นอกจากนี้ในการถ่ายทำลองเทคสุดหิน จอร์จ แม็คเคย์ ยังพูดถึง สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้อย่างการที่จะต้องเริ่มต้นถ่ายทำใหม่หมดในฉากนั้น เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้นอีกด้วยคำว่า เมื่อความผิดพลาดเกิด ก็จำเป็นต้องถ่ายใหม่

    “ใช่ มีแน่นอน ไม่แปลกหรอก หลายครั้งเหมือนกันที่ผมเป็นคนพลาดเอง แบบในฉากความยาว 7 นาทีแล้วมันผ่านไปสัก 6 นาที จู่ ๆ ปืนไรเฟิลก็ร่วงจากไหล่เฉยเลย หรืออะไรก็ตามที่เกิดขึ้นอย่างน่าเสียดายแบบนั้น”

    ซึ่งแน่นอนรวมถึงฉากใหญ่อย่างการวิ่งฝ่าสมรภูมิท่ามกลางทหารที่วิ่งไปโจมตีฝั่งเยอรมัน จอร์จ ก็พูดว่า ฉากนั้นไม่มีทางสะดุดได้เลย ต่อให้เขาวิ่งชนนักแสดงตัวประกอบฉากในเรื่องก็ตาม และบอกด้วยว่า นั้นไม่ใช่สิ่งที่ทีมงานหรือเขาตั้งใจให้เกิด

    “นั่นแหล่ะ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นระหว่างถ่ายทำ คือเราไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนั้น คือเรากำลังถ่ายกันอยู่ ถึงจุดที่ตัวละครของผมไม่มีทางเลือกนอกจากต้องวิ่งฝ่าสมรภูมินี้ไป ขณะที่กำลังโจมตีกำลังเกิดขึ้น และแน่นอน เราซ้อมกันหลายอาทิตย์ แต่เราก็ซ้อมกันโดยไม่มีใครมาวิ่งชนเรา จนถึงวันจริง คุณก็วิ่งไปชนคนนั้นคนนี้บ้าง แต่ข้อสำคัญคือคุณห้ามหยุดจนกว่าเขาจะสั่งให้หยุด… คือผมแค่ต้องเชื่อมั่นนะ แบบที่ถึงยังไง คุณต้องวิ่งต่อไป”

    “สำหรับผมการดึงคนให้มีส่วนร่วมกับเรื่องคือสิ่งสำคัญและนั้นคือสิ่งที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดที่เราตัดสินใจถ่ายทำแบบนี้และเมื่อทุกอย่างจบลง คุณหวังว่าจะสร้างสักอย่างที่พิเศษพอที่คนจะรู้สึกส่วนตัวกับมัน เมื่อคุณทำสำเร็จแล้วล่ะก็ มันจะดูสวยงามและชวนให้มีความสุขมากจริง ๆ” – เมนเดส กล่าวปิดท้าย

    1917 เป็นตัวเต็งสำคัญบนเวทีประกาศรางวัลออสก้าร์ครั้งที่ 92 ในขณะนี้ และเดินหน้าคว้ามาแล้ว 63 รางวัลทั่วโลก (ณ เวลาที่เขียนบทความนี้) รวมถึงรางวัลสำคัญที่ค่อนข้างการันตีอย่าง รางวัลสมาคมผู้อำนวยการสร้างแห่งสหรัฐอเมริกา PGA Awards , รางวัลสมาคมผู้กำกับแห่งสหรัฐอเมริกา DGA Awards และ ลูกโลกทองคำ

    1917 มีกำหนดเข้าฉายในไทยวันที่ 30 มกราคมนี้ สามารถไปพิสูจน์ความยอดเยี่ยมกันได้ทุกโรงภาพยนตร์ครับ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in