เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Book Reviewไอตี๋นักอ่าน
THE LITTLE BOOK of COMMON SENSE INVESTING


  • เนื่องจากผมได้รับเงินมาก้อนหนึ่งจากทางบ้านให้นำไปลงทุนผมจึงเป็นมือใหม่หัดลงทุนมาสักระยะ ผ่านตลาดหุ้น และกองทุนรวม ด้วยเหตุนี้ก่อนที่ผมจะลงเงินจริงๆ จึงเริ่มต้นผมจึงหาเรื่องอะไรทำนองนี้มาอ่านเพื่อเพิ่มความรู้ด้วยการเปิดGoogle แล้วพิมพ์ว่า investingbook recommendation แล้วผมก็ไปเจอกับtop 10 books จากเว็บInvestopedia อ่านคำแนะนำแต่ละเล่มแล้วลองไปหาอ่านปกหลังดูว่าเล่มไหนน่าสนใจ ผมก็ได้เล่มนี้มา The LittleBook of Common Sense Investing เขียนโดยคุณ JohnC. Bogle เป็นผู้ก่อตั้ง และอดีตประธานของVanguard Group เผยแพร่ตั้งแต่ปี 2007 กันเลยทีเดียว

    ในปี 2014 คุณปู่ Warren Buffetได้แนะนำในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นไว้ว่า  ratherthan listen to "siren songs" of advisors, "investors – large andsmall – should instead read Jack Bogle’s The Little Book of Common SenseInvesting."

    ประมาณว่าแทนที่จะฟังคำแนะนำของผู้แนะนำการลงทุน นักลงทุนไม่ว่าจะรายเล็ก และรายใหญ่ ควรไปอ่านหนังสือเล่มนี้แทน!!


  • หลังจากอ่านจบอย่างรวดเร็วเพราะคำศัพท์ และการเขียนไม่ได้อ่านยากมากนัก รวมถึงได้รับความรู้พร้อมรบในตลาดเลย

    เนื่องจากจะอธิบายเหตุผลว่าทำไม ควรเลือกลงทุนในกองทุนดัชนีซึ่งสอดคล้องกับชื่อหนังสือสุดๆ Common Sense

     

    ผมชอบเรื่องหนึ่งในบทแรก เขาเล่าเป็นนิทานว่า

    ครอบครัวGotrocks

                การอุปมานี้เป็นเรื่งอราวใน version ของคุณ John Bogle ที่ปรับแต่งจากคุณปู่Warrant Buffett กล่าวไว้ในรายงานประจำปี 2005

     

                ...กาลครั้งหนึ่ง

    มีครอบครัวที่ร่ำรวยครอบครัวหนึ่งถูกขนามนามว่า Gotrocks สืบกันมาหลายชั่วอายุคน และมีพี่น้องหลายพันคน

    ได้ลงทุนเป็นเจ้าของหุ้นทุกตัวในสหรัฐอเมริกา (100%of pie)

    แต่ละปีก็เก็บเกี่ยวผลตอบแทนของการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของกำไรที่บริษัทนับพันแห่งสร้างได้ และเงินปันผลที่แจกจ่าย

    สมาชิกแต่ละคนในครอบครัวจึงร่ำรวยมากขึ้น เพราะว่าการลงทุนของพวกเขาได้รับผลตอบแทนทบต้นในช่วงหลายทศวรรษจึงสร้างความมั่งได้อย่างมหาศาล

    ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน มีผู้ช่วย 2-3 คนซึ่งพูดเก่งโผล่เข้ามาในเนื้อเรื่อง แล้วชักชวนลูกพี่ลูกน้องในครอบครัวGotrocks ว่า

    คุณสามารถได้รับผลตอบแทนมากกว่าญาติๆ ของพวกคุณนะ

    ผู้ช่วยเหล่านี้โน้มนาวลูกพี่ลูกน้องให้ขายหุ้นของบริษัทบางแห่ง ให้กับสมาชิกคนอื่นในครอบครัว และซื้อหุ้นของบริษัทอื่นจากพวกเขาเป็นการแลกเปลี่ยน

    ซึ่งผู้ช่วยก็ได้จัดการธุรกรรม(Transaction) และในฐานะนายหน้า(Broker) พวกเขาได้รับค่าคอมมิชชั่นสำหรับบริการของพวกเขา

    ความเป็นเจ้าของบริษัทจึงถูกจัดแจงใหม่ในหมู่สมาชิกครอบครัว

    อย่างไรก็ตามที่น่าแปลกใจ คือ ความมั่งคั่งของครอบครัว ลดลง!!

    ทำไม!?

    นั่นก็เพราะว่าผลตอบแทนบางส่วนถูกช่วงชิงไปโดยผู้ช่วยที่จู่ๆ ก็โผล่มา

    ที่ทำให้เรื่องแย่ลงอีกก็คือ สิ่งที่เพิ่มเข้ามานอกเหนือจากภาษีที่ต้องจ่ายให้กับเงินปันผลที่ได้รับ มันก็คือภาษีจากส่วนต่างกำไร (Capitalgain tax) 

    การแลกเปลี่ยหุ้นไปๆ มาๆ ทำให้เกิดภาษีส่วนนี้ ซึ่งทำให้ความมั่งคั่งของครอบครัวลดลงไปอีก

    ลูกพี่ลูกน้องจึงตระหนักได้ในทันทีว่าแผนของพวกเขา ทำให้อัตราการเติบโตความมั่งของครอบครัวลดลง พวกเขารับรู้แล้วว่าการเลือกหุ้นรายตัวนั้นประสบความล้มเหลว

    เลยสรุปกันว่าพวกเขาจำเป็นต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ มาช่วยเลือกหุ้นที่เหมาะสมให้พวกเขา

    ดังนั้นพวกเขาจึงได้จ้างผู้ช่ำชองการเลือกหุ้น MoneyManager (ผู้จัดการพอร์ตหลักทรัพย์ของนักลงทุนครับ)

    มีผู้ช่วยเพิ่ม!

    ผู้จัดการเหล่านี้ก็เก็บค่าธรรมเนียมสำหรับบริการของเขาเช่นกัน

    ผ่านไปหนึ่งปี เมื่อครอบครัวได้ประเมิณความมั่งคั่งก็พบว่า...ผลตอบแทนลดลงไปอีก

    ลูกพี่ลูกน้องเลือกหุ้นที่ดีให้ตัวเองไม่ได้ และเมื่อมันไม่ได้ผล พวกเขายังเลือกผู้เชี่ยวชาญที่ไม่สามารถทำได้ด้วย

    ลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งพูดขึ้น

    ทำไงกันดี?”

    เนื่องจากไม่มีใครขัดขวางความล้มเหลวทั้ง 2 ครั้งก่อนหน้านี้ พวกเขาจึงตัดสินใจจ้างผู้ช่วยเพิ่ม

    พวกเขาจ้างinvestment consultants และfinancial planners เพื่อดูว่าใครจะเป็นผู้เลือกหุ้นที่เหมาะสม

    และแน่นอนที่ปรึกษาเหล่านั้นย่อมบอกว่าพวกเขาทำได้

    เพียงแค่จ่ายค่าธรรมเนียมสำหรับบริการของเรา

    ผู้ช่วยคนใหม่ให้ความมั่นใจแก่ลูกพี่ลูกน้อง

    และทุกอย่างจะดี

    อนิจจา ด้วยค่าใช้จ่ายพี่เพิ่มขึ้น ความมั่งคั่งของครอบครัวก็ร่วงหล่นลงอีกครั้ง

    ในที่สุดทั้งครอบครัวมานั่งลงด้วย และทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีสมาชิกบางคนเริ่มพยายามoutsmart คนอื่นๆ

    เป็นยังไงบ้าง ญาติๆ ถาม

    จากตอนเริ่มต้นที่ครอบครัวมีความมั่งคั่งทั้งหมด 100% แต่ตอนนี้ลดเหลือเพียง60%”

    สมาชิกที่ชาญฉลาดของพวกเขา ปราชญ์ผู้เฒ่าตอบกลับอย่างนุ่มนวลว่า

    เงินทั้งหมดที่พวกยูจ่ายให้กับผู้ช่วยทั้งหลายเหล่านั้นและภาษีที่ไม่จำเป็น คือการนำเงินออกจากผลกำไร และเงินปันผลทั้งหมดของครอบครัว

    กลับมาที่จุดเริ่นต้นซะกำจัดผู้ช่วยเหล่านั้นแล้วครอบครัวเราจะได้เก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากการเป็นเจ้าของบริษัททั่วสหรัฐอีกครั้ง

    พวกเขาทำตามที่ท่านผู้เฒ่าแนะนำ

    กลับไปใช้กลยุทธ์แบบอยู่เฉยๆ แต่มีประสิทธิภาพ ถือหุ้นทั้งหมดในสหรัฐฯและอยู่นิ่งๆ

    ... และแล้วครอบครัวGotrocks ก็อยู่อย่างมีความสุขตลอดไป

     

     

    ปู่ warren buffet ได้เพิ่มกฎข้อที่ 4 ให้กับ 3 กฎการเคลื่อนที่ของ Sir Isacc Newton

    For investors as a whole, returnsdecrease as motion increases.

    สำหรับนักลงทุนทุกคน ผลตอบแทนจะลดลงเมื่อมีการเคลื่อไหวมากขึ้น เท่ไปไหนครับเนี่ยปู่

     

     


  • ที่เล่ามาเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของหนังสือเล่มนี้

    ในนั้นยังมีข้อมูลอีกมากมายทั้งทาง สถิติ ประวัติศาสตร์ เทคนิคพื้นฐาน สำหรับผมรู้สึกครบมาก บางทีอาจจะเยอะไปสำหรับมือใหม่ด้วยแต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการลงทุนเลยแหล่ะ


    โดยรวมแล้วBogle บอกว่าประวัติศาสตร์ที่ผ่านมากลยุทธ์ที่สุดยอดก็คือ การซื้อหุ้นทุกตัวในประเทศในต้นทุนที่โคตรจะต่ำ ซึ่งวิธีการที่สอดรับที่สุดนั้นง่ายมาก คือ ซื้อกองทุน (ในที่นี้คือ index fund หรือ กองทุนดัชนีนั่นเองที่ประกอบไปด้วยธุรกิจทั้งหมดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และถือไปมันไปตลอดกาล ถ้าในประเทศเราก็SET นะครับ พูดง่ายๆ ก็คือซื้อทุกตัวใน SET นั่นเอง

    ไอ้สิ่งที่เรียกว่าindex fund เนี่ยมันขจัดความเสี่ยงหลายด้านครับไม่ว่าจะเป็น การเลือกซื้อหุ้นรายตัว การเลือก Sector และการเลือกผู้จัดการกองทุนของตัวนักลงทุนเอง ความเสี่ยงเดียวที่จักเหลืออยู่ก็คือ... ความเสี่ยงของตลาด (Only MarketRisk Remain!)



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
ChanWrite (@fb1905763972873)
ตอนนี้ผมลงใน Index Fund เหมือนกัน สบายใจกว่าเลือกหุ้นเองและผลตอบแทนดีกว่าด้วย
@fb1905763972873 ผมยังไม่เคยเลือกหุ้นเองเลยครับ แต่ที่เคยหาอ่าน หาฟัง ค่อนข้างต้องศึกษาเยอะTT