เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Book Reviewไอตี๋นักอ่าน
LEONARDO DA VINCI


  • จริงๆแล้วผมคิดอยู่นานมากว่าจะซื้อเล่มนนี้มาอ่านดีมั้ยเพราะคิดว่าชีวประวัติคงจะน่าเบื่อ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นด้วยความชอบ Leonardo มากๆเพราะเคยอ่านหนังสืออีกเล่มหนึ่งชื่อ รหัสคิด ดา วินซีซึ่งนำเสนอเกี่ยวกับระบบการคิดของเขาอีกทั้งหน้าปกหนังสือเล่มนี้ทำออกมาได้ดึงดูดมือผมสุดท้ายแล้วรู้ตัวอีกทีก็จ่ายเงินไปเป็นที่เรียบร้อย 55555

    หนังสือเล่มนี้เขียนโดยคุณ Walter Isaacson มีผลงานการเขียนชีวประวัติผู้เปลี่ยนโลกอย่าง SteveJobs และ Einstein ได้รับการแปลที่อ่านง่ายจากดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ

    แบบสั้นๆ : สนุกกว่าที่คิด ไม่น่าเบื่อเลย ได้รับแนวคิดของ Leonardo แบบเต็มๆ พร้อมทั้งรายระเอียดชีวิตทั้งด้านดีและไม่ดี ผลงานหลากหลายสาขาของเขาไม่ว่าจะเป็นด้าน ศิลปะ วิศวกรรม กายวิภาคศาสตร์ ฯลฯ พร้อมภาพประกอบผลงานที่สวยงามซึ่งมีทั้งความเป็นมาและความหมายมากมาย สิ่งที่น่าจะได้รับมากที่สุดคงจะเป็นบทเรียนต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตของเขา

    แบบระเอียด : หลายๆ คนคงคุ้นเคยกับผลงานภาพเขียนอย่าง ภาพอาหารค่ำมื้อสุดท้ายและ โมนาลิซา ซึ่งผู้สร้างก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... Leonardo DaVinci นั่นเอง

    บุรุษผู้ใฝ่รู้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยที่สุดในประวัติศาสตร์

    เขาคนนี้เกิดในช่วงยุคฟื้นฟูศิลป์วิทยา หรือเรอแนซ็องส์(Renaissance)นั่นแหล่ะ เป็นบุตรนอกสมรสระหว่างชาวนา(แม่) กับครอบครัวชนชั้นกลาง(พ่อ) ที่ทำงานเป็นเสมียนตราช่วงชีวิตของเขานั้นมีการเดินทางไปมาระหว่างเมือง ฟลอรเรนซ์ กับ มิลานจากนั้นได้ไปเยือนโรมัน และซี้แหงแก๋ที่ฝรั่งเศษ   

    ผลงานส่วนใหญ่ของเขาในฐานะศิลปินเกิดขึ้นที่ฟลอเรนซ์และมิลาน แต่เนื่องด้วยเขาเป็นคนที่อยากรู้อยากเห็น ช่างสังเกตุ ทำให้เกิดความสนใจในสิ่งต่างๆ และหมกมุ่นอยู่กับมันว่าสิ่งนั้นๆ ทำงานอย่างไร รวมถึงทำไมมันจึงเป็นเช่นนั้นนำไปสู่การค้นหาคำตอบทางวิทยาศาสตร์ จึงเป็นเหตุให้เกิดแนวคิดมากมายทั้งยังทำให้เขาทำงานหลายๆ ชิ้นไม่เสร็จด้วยเพราะว่าเมื่อเริ่มงานชิ้นนึง แล้วเกิดแนวคิดใหม่ๆ เขามักใช้เวลาจมอยู่กับแนวคิดนั้นๆ และศึกษามันอย่างลึกซึ้ง 

    สิ่งเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าตัว Leonardo มีความสามารถมากมายหลายด้านนอกเหนือจากงานด้านศิลปะไม่เพียงแค่นั้นความสุดยอดของเขาคือ การเชื่อมโยงความรู้ข้ามสาขา เพื่อสร้างสรรค์ผลงานผ่านการผสานความรู้ต่างๆอย่างภาพ วิตรูเวียนแมน (ที่มีผู้ชายยืนกางแขนในวงกลมกับสี่เหลี่ยม)ซึ่งเกิดจากการผสานศิลปะ และวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกันเพื่อตอบคำถามหน้าปวดหัวที่เขาตั้งขึ้นมาว่า“เราอยู่ตรงไหนในความเป็นระเบียบอันยิ่งใหญ่ของเอกภพ เกิ้น>0< ส่วนรายระเอียด.....ต้องไปอ่านนะ


    ตัวอย่างผลงานที่ผมชื่นชอบ

    รอมบิคิวบอกตาอีดรอน (Rhombicuboctaherdon)

    เป็นภาพวาดรูปทรงเรขาคณิตที่มีสามเหลี่ยมด้านเท่าแปดหน้าถูกล้อมด้วยสี่เหลี่ยมจัตุรัส ภาพนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เขากำลังสนใจ และศึกษาคณิตศาสตร์ด้านเรขาคณิตเพื่อตอบแทนความพยายามของเพื่อนนักคณิตศาสตร์ที่พยายามสอนเขาจึงวาดภาพประกอบหนังสือที่เพื่อนเขากำลังเขียน

     

    หนึ่งในภาพเกี่ยวกับการศึกษากายวิภาคของมนุษย์


    ไม่เพียงแค่คนครับมี กายวิภาคม้าด้วย!!!


    เอาแค่นี้พอครับ เพราะมันเยอะ และสวยงามมากถ้าชอบบอกเลยว่า ต้องมีนะ

    สรุป Leonardo มีความสามารถหลากหลายด้านนอกเหนือจากงานศิลปะที่เห็นๆกัน ไม่ว่าจะเป็น วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม กายวิภาคศาสตร์ ธรณีวิทยา พฤษศาสตร์การไหลของน้ำ และอีกเยอะ5555 แถมยังเชื่อมโยงความรู้ข้ามสาขาได้ด้วย จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะแต่เอาเข้าจริงความอัจฉริยะของเขาก็เหมือนคนทั่วๆไป ไม่ได้เทพเหนือจินตนาการอย่าง Einstein แต่สิ่งที่เขามีมากกว่าพวกเราก็คือความสนใจใฝ่รู้และการสังเกตุธรรมชาติรอบตัวแบบลึกซึ้งซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะทำกัน 

    (ผมด้วย) ><

    เขามักตั้งคำถามแบบอิสระเหมือนเด็กอายุต่ำกว่าสิบขวบ(เช่น การหาวคืออะไร หรือทำไมต้องฟ้าเป็นสีฟ้า) และไม่แยกการทำงานด้านศิลปะออกจากวิทยาศาสตร์แต่อย่างใดเพื่อที่จะตอบสนองความหลงใหลการรู้ในทุกสิ่งเกี่ยวกับโลกใบนี้

    สุดท้ายขอจบด้วยคำคมที่ผมชอบของเขา

     

    “Learn how to realize that everything connects to everything else.”

    -Leonardo Da Vinci

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in