หลังอ่านแปลจีนหลังอ่านของน้ำฝน
มังกรผู้พิชิต หงส์คู่บัลลังก์ | เม่ยอวี๋เจ่อ


  • ชื่อหนังสือ : 帝王业 – มังกรผู้พิชิต หงส์คู่บัลลังก์
    ผู้แต่ง : 寐语者 – MeiYuZhe – เม่ยอวี๋เจ่อ
    ผู้แปล : นลิน ลีลานิรมล
    สำนักพิมพ์ : อรุณ
    พิมพ์ครั้งที่ : 1 (กันยายน 2563)
    จำนวนหน้า : 927 หน้า (445+482)
    รายละเอียด : เกมชิงอำนาจครั้งนี้ ใครจะเป็นเจ้า ใครจะเป็นโจร ใครเป็นตัวหมาก และใครเป็นผู้คุมกระดานหมาก

    หวังเซวียน ถือกำเนิดในสกุลทรงอำนาจชะตาสูงศักดิ์เป็นถึงซ่างหยางจวิ้นจู่แห่งเชื้อพระวงศ์เพียบพร้อมด้วยความงาม วาสนา เกียรติยศ และคุณสมบัติที่ใครๆ ต่างอิจฉา แต่เพราะความผันผวนแห่งการแย่งชิงอำนาจในราชสำนัก นางจึงถูกผลักออกไปเป็นหมากทางการเมืองด้วยมือของผู้ที่เป็นญาติที่รักใคร่สนิทชิดเชื้อที่สุดในชีวิตอย่างไม่อาจหลีกหนีชะตากรรม

    เซียวฉี นักรบชาติกำเนิดต่ำต้อย จากนายทหารตำแหน่งเล็กๆ ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดทางการทหาร จนกระทั่งเป็นอวี้จางหวังผู้มีอำนาจในใต้หล้า ควบอาชาหุ้มเกราะลุยทะเลเลือด เหินทะยานสู่ "อำนาจเหนือราชสำนัก"

    การสมรสของทั้งคู่เดิมเป็นเพียงหมากกระดานหนึ่งที่ใช้เป็นข้อตกลงทางการเมือง แต่นึกไม่ถึงว่าหมากตานี้จะนำพาวาสนารักที่มาช้ากว่าเวลา และเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของทั้งคู่ เมื่อต่างต้องก้าวเดินไปในทะเลเลือด ย่อมไม่อาจเดินย้อนกลบไปได้อีก การชิงอำนาจครั้งนี้ ใครจะเป็นเจ้า ใครจะเป็นใจร ใครเป็นตัวหมาก และใครเป็นผู้คุมกระดานหมาก ได้แต่หวังเพียงว่าบุรุษที่จับจูงมือนางจะเป็นผู้ที่พานางพิชิตหนทางที่ต้องแลกด้วยเลือดนี้ไปด้วยกันจวบจนวันสุดท้าย

    หวังเซวียน "หากวันหนึ่งข้าสูญเสียทุกสิ่งไป ไม่เหลืออะไรเลยเจ้าจะยังปฏิบัติต่อข้าเช่นเดียวกับที่เป็นอยู่ตอนนี้หรือไม่ จะอยู่เคียงข้างข้าไปจนแก่เฒ่าหรือไม่" 
    เซียวฉี "ในสายตาข้า เจ้าก็มิใช่อะไรทั้งสิ้น เป็นเพียงผู้หญิงของข้าเท่านั้น!"



    ✿ หลังอ่านของน้ำฝน


    เล่มนี้น้ำฝนได้มาตอนไปเดินเล่น(?)ที่งานหนังสือเมื่อต้นเดือนตุลาคม โดนสะกดจิตจากเพจบ้านอรุณมาพักใหญ่ ขยันโปรยขยันโปรโมทเหลือเกิ๊น พอเจอในงานที่น้องตั้งเด่นอยู่ที่บูธก็หยิบมา คาดหวังมากว่าความหนาของเธอจะไม่ทำร้ายกัน

    แล้วก็ใจชื้นมากเมื่อเปิดอ่านคำนำที่ทางสำนักพิมพ์บอกว่า ถ้าชอบเรื่องลำนำล่มแคว้น ลิขิตลายหงส์ก็น่าจะชอบเรื่องนี้ ก็ตั้งความหวังเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะน้ำฝนชอบเรื่องนั้นมากกกก 

    เธอ~ ยิ่งอ่านก็ยิ่งชอบ อดหลับอดนอนหลายคืนเพราะเรื่องนี้ 

    เล่าเรื่องก่อน

    เรื่องนี้ใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 ในการดำเนินเรื่องโดยเล่าผ่านมุมมองและความคิดของนางเอกในวัย 15 ที่กำลังอยู่ในวัยปักปิ่น เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขในวัยเด็กที่ได้รับความรักและความเอ็นดูจากหวงตี้ (จักรพรรดิ) ที่เป็นน้องชายของมารดา และหวงโฮ่วที่เป็นน้องสาวของบิดา มียายที่เป็นไท่โฮ่ว มีพี่ชายและมีลูกพี่ลูกน้องที่ขี้แกล้งแต่ก็คอยเป็นห่วง ซึ่งนางเอกได้มีความรักในวัยแรกแย้มกับลูกชายคนเล็กของหวงตี้ที่เกิดจากพระสนม และกำลังเฝ้ารอให้เขากลับมาจากการแสดงความกตัญญูไปเฝ้าสุสานหลวงเมื่อสามปีก่อน 

    แต่เรื่องราวกลับเปลี่ยนไป เมื่อนางผ่านพิธีปักปิ่นและเข้าสู่วัยสาว สิ่งที่เฝ้าคอยและวาดฝันไว้กลับไม่เป็นไปตามนั้น อีกทั้งความรักและความเอ็นดูที่ได้รับจากหวงตี้และหวงโฮ่วก็เหมือนจะเปลี่ยนไปด้วย หวงตี้ที่คอยอุ้มนางนั่งตักกลับไม่กล้าสบตา หวงโฮ่วที่คอยยิ้มอย่างใจดีบอกนางว่านางโตแล้วและนางควรเสียสละให้กับวงตระกูล บิดาที่เข้มงวดแต่ไม่เคยที่จะแสดงความรักกลับหักใจส่งนางให้ไปแต่งกับผู้อื่น ทั้งๆที่รู้ว่านางต้องการจะแต่งให้กับผู้ใด มารดาที่พยายามสู้เพื่อนางกลับทำไม่ได้ นางทำได้เพียงแค่ตัดใจกับความฝันวัยเด็กและไหลไปตามแต่ที่ผู้ใหญ่ขีดเส้นไว้ด้วยการแต่งงานการเมืองกับแม่ทัพผู้เกรียงไกรที่ได้บรรดาศักด์เป็นอ๋อง

    ช้ำใจแรกจากการตัดใจจากความรักวัยเด็ก รู้สึกผิดที่ผิดคำสัญญากับเขา และการถูกคนในครอบครัวหักหลัง กลับมาช้ำใจรอบสองเมื่อในวันแต่งงาน ยังไม่ทันได้จบพิธีและเข้าห้องหอ กลับถูกเจ้าบ่าวทิ้งไปกลางทางเพื่อไปรบที่ชายแดน โดยไม่ได้บอกด้วยตัวเองแต่ส่งมาแค่ทหารคนสนิท ศักดิ์ศรีที่นางพยายามกอบกู้มาจากใจบอบช้ำเหมือนถูกย้ำยีอีกครั้ง ไม่รักก็ดี ไม่แคร์ก็ช่าง ผู้คนบอกกล่าวสิ่งใดก็ไม่สนใจ นางไม่สน ขออยู่กับตัวเองตรงนี้ โอบกอดความฝันในวัยเด็กของตัวเอง ไม่สนใจผู้ใด ไม่ว่าจะสามีในนามผู้นั้นหรือครอบครัวของนางก็ตาม

    เวลาผ่านไปสามปี ระหว่างที่กำลังตัดสินใจกลับบ้านไปเยี่ยมมารดานาง กลับถูกจับตัวไปเป็นตัวประกันเพื่อแก้แค้นสามีของนาง และการเดินทางในครั้งนี้ได้เปลี่ยนความรู้สึก ความคิด เปลี่ยนตัวตน รวมไปถึงเปลี่ยนโชคชะตาของนางไปตลอดกาล

    นี่แหละ สั้นๆ 

    อย่างที่บอกไปตอนต้น เรื่องนี้สนุกมาก ตั้งใจจะอ่านชิลๆ ง่วงก็นอน เหนื่อยก็พัก ที่ไหนได้ เงยหน้ามองนาฬิกาคือเที่ยงคืนครึ่งแล้วจ้า อ่านเพลินและวางไม่ลง กว่าจะตัดใจนอนได้แต่ละคืนคือยากมาก 

    เอาน๊า อีกสักตอน

    โอ๊ยๆ ยังไม่ตีหนึ่งขออีกสักตอนแล้วกัน

    ตื่นเช้ามาก่อนไปทำงานก็ขออีกตอนก่อนอาบน้ำ แล้วก็อีกตอนก่อนไปทำงาน ติดนิยายขั้นสุด เป็นแบบนี้ทุกวันจนอ่านจบเรื่อง คิดดูซิว่าติดนิยายขนาดไหน ไม่ได้รู้สึกแบบนี้มาพักใหญ่แล้ว อ่านแล้วไหลได้ตลอด ไม่มีจุดไหนที่ทำให้รู้สึกสะดุดตอนอ่าน ดำเนินเรื่องดี การใช้ภาษาก็ดี มีความจริงจังในทุกจังหวะของการเดินเรื่อง ผูกปมที่ซับซ้อนและสะเทือนอารมณ์ตลอด นักเขียนไม่หวงตัวละครเลย เด็ดทิ้งเหมือนใบไม้ร่วง ที่จากก็จำเป็นต้องจาก ที่เกิดก็จำเป็นต้องเกิด สมเหตุสมผล ทุกตัวละครมีปมของตัวเองและทุกการกระทำของตัวละครมีที่มาที่ไปและผลกระทบชัดเจน การตัดสินใจของนางเอกในแต่ละครั้งก็เหมือนการผูกปมเข้าด้วยกัน ความดาร์กจิตใจคนก็เช่นกัน ชะตากรรมที่เกิดเหมือนมาจากสิ่งที่เคยทำไว้ทั้งนั้น 

    กว่าพระ/นางจะเจอกัน กว่าจะผ่อนคลายกันในแต่ละครั้งและกว่าลงเอยในแบบที่สมปรารถนาก็ตึงกันจนเกือบขาด น้ำฝนเหนื่อยแทนคนทั้งคู่ อะไรจะยากเย็นและคิดหนักกันขนาดนั้น ซีนหวานคือมีในใจนะคะ ท่านอ๋องกับชายาเป็นคนตรงๆ ที่ใจเด็ดทั้งคู่ รักแรงเกลียดแรงด้วย ถึงมองตาก็สื่อใจและรู้ใจกันก็ตาม แต่บทจะหึงจะหวงจะน้อยใจกันก็เอาคนอ่านถอนหายใจ บทเขาจะทะเลาะกันเขาก็ทะเลาะกันแรงอยู่ แต่ไม่ปล่อยไว้นาน เพราะต่างฝ่ายต่างเข้าใจกัน 

    ใช่ว่าจะไม่มีซีนหวานให้พักใจนะคะ มีค่ะ แต่มีในรูปแบบของคนปากหนัก ยกตัวอย่างแล้วกัน คนพี่น้อยใจ คนน้องมาหา จับปกเสื้อปัดฝุ่นให้ คนพี่เขาก็หายน้อยใจแล้วค่ะ ใจอ่อนเก่ง~ ตอนน้องนางป่วย พี่เขานี่ก็แทบจะเลือดขึ้นหน้า ยอมทำทุกอย่างเพื่อน้องนาง เสียอะไรได้ก็เสีย ตัดอะไรได้ก็ตัด เขารักของเขา เป็นความรักในแบบที่ไม่พูดคำหวานแต่แสดงออกให้เห็นทั้งต่อหน้าและลับหลัง ไม่ใช่หนุ่มคลั้งรัก เขาแค่รักของเขาคนเดียว แต่เขามีสิ่งที่ยึดมั่นและต้องการทำให้ได้อยู่ ซึ่งสิ่งนั้นแหละที่พาให้ทุกอย่างเกิดขึ้นค่ะ

    อย่างที่น้ำฝนบอกไปตอนต้นว่า นักเขียนโหดกับตัวละครในเรื่องจริงๆ เพราะเขาโหดกับทุกตัวละคร ไม่มีเอนเอียงเข้าข้างฝ่ายใด แม้แต่พระเอกหรือนางเอกก็ตาม ทุกอย่างเกิดและได้รับมาจากผลของการกระทำทั้งหมด การที่พระเอกเป็นแบบนั้นทำให้ปัจจุบันต้องพบเจอแบบนี้ และการที่นางเอกเป็นแบบนี้ส่งผลกระทบจนต่อสิ่งต่างๆแบบนั้น ยกนิ้วให้กับความใจเด็ดและโหดกับตัวละครจริงๆ 

    น้ำฝนคิดว่า ถ้าเขียนในมุมมองภาพรวมโดยที่ไม่ได้เล่าผ่านมุมของนางเอกอาจจะทำให้นิยายเรื่องนี้หนาและเยอะมากกว่า 2 เล่มจบก็ได้ เพราะรายละเอียดและความซับซ้อนของแต่ละตัวละครค่อนข้างเยอะ

    กระซิบบอกเบาๆว่า ซีนดราม่าของเรื่องทำให้น้ำฝนแค่ซึมๆ เพราะไม่ได้ดราม่าหนักอะไร แต่พอไปอ่านตอนพิเศษแล้วน้ำตาตกเฉยเลย อาจจะเพราะตอนพิเศษมีเรื่องราวของพระเอกหลังจากนั้น และเรื่องราวของเขาคนนั้นที่น้ำฝนเฝ้าอ่านอยู่ หนุบหนับในใจทุกครั้งที่นางเอกกับเขาเจอกันแล้วนางเอกไม่เคยพูดและอธิบายการกระทำอะไรๆให้อีกฝ่ายเลย ฮือออ ปล่อยให้เขาเข้าใจผิดทำไมก่อนนน สงสารทุกคนนนนน //น้ำตาตกแหมะๆ ปาดน้ำตาด้วยความสงสาร 

    ง่ายๆ สั้นๆ ว่า เรื่องนี้ไม่ดราม่า แต่เข้มข้น จบดี จบสมเหตุสมผล แต่ไม่ถึงกับสุขนิยม

    จะบอกว่าอวยก็ได้เพราะชอบจริงๆ ถ้าใครชอบเนื้อเรื่องที่มีความเข้มข้น มีการผูกปมที่ซับซ้อน รับอารมณ์ซึมลึกได้ โอเคกับการอ่านสรรพนามบุรุษที่หนึ่งต้องชอบเรื่องนี้ เป็นอะไรที่ถูกใจใช่เลยมากๆ 

    ไปค่ะ ไปหามาอ่านกัลลลล


    P.S.
    → อ่านเรื่องนี้จบคือต้องพักไปวันหนึ่งเลยกว่าจะมาพิมพ์ได้ ไม่ใช่เพราะเนื้อหาหนักนะ แต่เพราะง่วงนอน ขอนอนก่อน อดนอนไปหลายคืนแล้ว ฮ่าๆ


    More.
    → Goodreads


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in