หลังอ่านแปลจีนหลังอ่านของน้ำฝน
กล่อมเกลาปราชญ์หญิง | เทียนหรูอวี้

  • ชื่อหนังสือ : 一个门客的自我修养 - กล่อมเกลาปราชญ์หญิง
    ผู้แต่ง : 天如玉 - เทียนหรูอวี้
    ผู้แปล : พวงหยก
    สำนักพิมพ์ : แจ่มใส (มากกว่ารัก)
    จำนวนหน้า : 1,083 หน้า (544+539)
    รายละเอียด : มีปลาตัวหนึ่งว่ายตามกระแสน้ำไปจนถึงฤดูร้อน อยู่ๆ มันก็ย้อนกลับไปห้วงน้ำที่เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ... 'อี้เจียง' ก็คือปลาตัวนั้น นางได้ย้อนเวลากลับมาสองพันกว่าปีก่อน กลายเป็น 'ผู้ทรงภูมิหวนเจ๋อ' แห่งสำนักกุ่ยกู่ที่ผู้คนนับถือมากมาย ต้องแสร้งวางตัวสูงส่ง ทั้งที่นางอ่านตัวอักษรไม่ออกแม้แต่ตัวเดียว! เดิมทีศิษย์ของสำนักกุ่ยกู่มีอยู่น้อยนิดและศิษย์ของทุกรุ่นจะต้องห้ำหั่นกันเอง 'กงซีอู๋' ศิษย์พี่ของอี้เจียงเป็นเสนาบดีผู้เก่งกาจแห่งแคว้นฉี ครั้งหนึ่งเขาเคยปฏิเสธรักหวนเจ๋อมาก่อน ถึงขั้นทำให้คนติดคุก ไม่รู้เหตุใดพอเป็นนางมาอยู่ในร่างนี้ ศิษย์พี่ผู้ที่เคยเย็นชากลับตามพัวพันนางไม่เลิก ทางเดียวที่เขาจะยอมล่าถอย คือนางต้องใช้แผ่นดินเป็นเดิมพันแล้วเอาชนะเขาให้ได้!


    ✿ บันทึกหลังอ่าน

    ก่อนจะเล่ายาว ขอพิมพ์บอกตอนนี้ก่อนเลยว่า เรื่องนี้สนุกและถูกใจมาก!

    หลังจากที่ผิดหวังจากเรื่องที่แล้ว ก็ซึมไปพักนึง กะว่าจะพักการอ่านนิยายไปสักอาทิตย์ก่อน ถือว่าพักสายตาไปในตัว แต่ดันไปเห็นโพสเก่าของตัวเองที่พิมพ์บอกไว้ว่า ถ้าเรื่องนี้มาถึงมือแล้วจะลัดคิวอ่าน บวกกับจำได้ว่านักเขียนท่านนี้ทำให้น้ำฝนประทับใจในทุกเรื่องที่เคยอ่านมา เลยบอกตัวเองว่า "อย่าเพิ่งหนีไปพัก หยิบมาอ่านก่อนนนน" 

    แล้วก็อย่างที่บอกไปค่ะ 

    เรื่องนี้ถูกใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ทำให้ใจที่ท้อแท้จากการผิดหวังจากนิยายกลับมาชุ่มชื่นลั่นลาอีกครั้ง เรียกว่ากลับมาติดนิยายแบบจริงจังมาก โหมอ่านอย่างหนัก นอนเที่ยงคืนตีหนึ่งติดกันสามสี่คืน มีการแบก(?)นิยายเล่มละเกือบ 600 หน้าไปที่ทำงานด้วยนะ ถึงจะไม่มีเวลาหยิบมาอ่านแต่เอาไปด้วยก็อุ่นใจ ติดหนักมากจริงๆ 

    มาๆ ก่อนจะอวยไปมากกว่านี้ เล่าเรื่องคร่าวๆ ก่อนดีกว่า

    เรื่องนี้เป็นนิยายข้ามภพ ข้ามยุค ข้ามสมัย (อีกแล้ว) นางเอกเป็นสาวยุคปีสองพัน แต่ด้วยเหตุการณ์อะไรไม่แน่ชัดอยู่ดีๆ อยู่มาอยู่ในร่างของเด็กสาวเอวบางร่างน้อยบอบบางร่างกายอ่อนแอในยุคอดีตที่ย้อนหลังไปกว่าสองพันปี แถมด้วยการลืมตาตื่นมาก็อยู่ในคุก 

    ใช่ค่ะ 

    นางเอกตื่นมาในคุก... 

    เท่านี้ยังพีคไม่พอ ตอนที่ออกจากคุกมาได้ ก็พบว่า ตัวเองมีฐานะเป็นผู้ทรงภูมิจากสำนักที่มีชื่อเสียงที่ใครๆ ต่างก็พาคำนับ จากคนที่ขี้เกียจ ใช้ชีวิตอย่างสบายใจ ไม่สนใจสิ่งใด จะต้องมาเอาชีวิตรอดในยุคอดีต ที่ไม่รู้จักใครสักคน ยังต้องรักษาตัวตนและความเป็นผู้ทรงภูมิไม่ให้คนสงสัย และยังมีศิษย์พี่คนดี(?)อีกคน ที่ตัวเองรู้มาว่า เขาคือคนที่ส่งเจ้าของร่างนี้เข้าคุก และยังมาวอแววุ่นวายกับตัวเองเรื่อยๆ 

    ถ้าถามว่าตั้งแต่ย้อยอดีตกลับมา คนที่นางเอกกลัวและเป็นกังวลมากที่สุดคือพระเอก 

    ส่วนพระเอกเป็นผู้ทรงภูมิที่มีชื่อเสียงมากมาย ใครได้ยินชื่อก็ต่างพากันเคารพ นับถือ ไม่ว่าจะด้วยฐานะ ด้วยตำแหน่ง และบุคคลิกที่ติดจะเย็นชา แต่กับศิษย์น้องคนนี้เหมือนเป็นปริศนาที่เขาแก้ไม่ตก ไม่รู้ทำไมตั้งแต่ออกมาจากคุกก็ทำให้เขาสนใจ อยากจะอยู่คอยสอน คอยบอก คอยสนับสนุนให้เป็นในแบบที่เขาคาดหวังและอยากให้เป็น แตกต่างจากศิษย์น้องก่อนหน้านั้นราวกับคนละคน และยิ่งตาม อยู่พูดคุย เขาก็ไม่แน่ใจแล้วว่า ความตั้งใจเดิมที่อยากจะแค่ขัดเกล้าศิษย์น้องนั้นเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไร

    เล่าแค่นี้เดี๋ยวสปอยล์ ขอตัดมาเม้าท์มอยเลยแล้วกัน

    อย่างที่บอกเนอะ นางเอกย้อนมาอยู่ในยุคอดีต ที่ตัวเองพอจะจดจำรายละเอียดทางประวัติศาสตร์ได้บ้าง แต่ถึงจะรู้ ก็หวังว่าจะไม่เป็นอย่างที่ตัวเองได้รู้มา จนเอาตัวเองไปอยู่ในกระดานหมากที่เป็นเกมการเมืองและสงครามระหว่างแคว้นแบบไม่รู้ตัว 

    จากเดิมที่ไม่รู้ว่าจะอยู่ยังไง ก็ผลักดันตัวเองให้อยู่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การพบปะผู้คน หรือแม้แต่ตัวหนังสือที่ต้องพยายามเรียนรู้ให้ได้มากที่สุด โดยที่ปิดบังผู้คนรอบตัวไม่ให้รู้ว่า นางไม่ใช่เจ้าของร่างที่แท้จริง

    ความประทับใจแรกของเรื่องนี้ คือสิ่งนี้

    นิยายหลายเรื่องที่อ่านผ่านตามา แล้วทำให้ห่อเหี่ยวใจ ใส่การย้อนอดีต ย้อนเวลามาเหมือนเป็นไม้ประดับ แล้วก็ให้นางเอกเก่งเลยแบบทันตาเห็น ซึ่งอ่านแล้วไม่ทำให้อิน แต่เรื่องนี้ทำให้คนอ่านได้อินไปกับความลำบาก การพยายาม ความคิดและการเอาตัวรอดของนางเอกผ่านช่วงเวลาต่างๆ แต่ตั้งลืมตาตื่นแล้วพบตัวเองไม่ได้อยู่ในที่แห่งเดิม จากคนขี้เกียจกลายมาเป็นต้องขยัน จากคนที่ไม่รู้จักใครเลยก็ต้องตีสนิทและหาพรรคพวกให้ตัวเอง จากคนที่อ่านไม่ออกกลับสามารถอ่านตำราจนเป็นขุนนาง จากคนที่ยิ้มแย้มกลายมาเป็นสุขุม นางเอกได้ใจน้ำฝนตรงนี้มาก 

    การย้อนเวลาของเรื่องนี้ไม่ได้มีไว้สวยๆ หรือมีไว้เพื่อเป็นเหตุผลของความไม่สมเหตุสมผลของเนื้อเรื่อง แต่เรื่องนี้ทำให้เห็นว่า นางเอกอยู่ได้ยังไงจากความรู้แต่เดิมที่มีอย่างจำกัด การปรับตัวที่ต้องรีบทำ และการ Mix รวมกันระหว่างอดีตและปัจจุบัน รวมไปถึงเมื่อถึงจุดที่ต้องบอกกล่าวความแปลกประหลาดนี้ จะอธิบายยังไงในสถานการณ์ไหน 

    คือดจีย์มากๆ ไม่ได้อ่านนิยายที่ทำให้รู้สึกเออออไปกับตัวละครมาสักพักแล้ว 

    มาต่อกันด้วยเรื่องความรักของพระนาง

    เรียกได้ว่าเป็นความรักในแบบคนดื้อสองคนมาเจอกัน คนหนึ่งก็สาวในยุคปัจจุบันที่มีรู้สึกนึกคิดและความไม่ยินยอมในหลายๆ อย่าง รวมไปถึงการยึดติดที่ออกจะสุดโต่งไปในบางที กับอีกคนชายหนุ่มผู้ไร้ความรู้สึกจนติดจะเย็นชา มองว่าความรักความชอบเป็นเรื่องที่อาจจะทำให้ตัวเองพัง มองอุดมการณ์มาก่อนเรื่องส่วนตัว และทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองได้มาซึ่งสิ่งที่ตัวเองตั้งใจไว้ 

    คนหนึ่งชอบจนติดจะหลงรัก อีกคนรู้ก็ใช้ความรู้สึกของอีกฝ่ายมาเพื่อประโยชน์ส่วนตน และดุด่าว่ากล่าวว่าความรู้สึกนี้กำลังจะนำความเดือดร้อนมาให้ คนช้ำรักก็หนีจากไป เมื่อมาเจอกันอีกครั้ง ความรู้สึกก็เปลี่ยนไป ต่างฝ่ายต่างเติบโตขึ้น แต่ความขัดแย้งยังคงอยู่ และเมื่อคนดื้อสองคนมาเจอกันด้วยสถานการณ์บางอย่างที่พาไปจนถึงจุดที่แตกหัก ก็ต้องมีคนที่เจ็บและคนที่พัง คนที่เจ็บปวดก็หักดิบตัวเองอย่างใจเด็ด ส่วนอีกคน เมื่อรู้ตัวว่าได้ทำอะไรลงไปและแท้จริงแล้วรู้สึกยังไงก็ค่อยๆ ร้าวและพังจากข้างใน

    นอกจากจะมาลุ้นเรื่องงานบ้านงานเมือง คนอ่านอย่างน้ำฝนยังต้องมาลุ้นด้วยว่าเมื่อไรคนดื้อสองคนจะยอมลงให้กันซะที! กว่าพ่อคนเย็นชาจะรู้ตัวว่าตัวเองไม่ใช่อย่างที่เคยเป็น ความรู้สึกที่มีอยู่ไม่ใช่แค่ความรู้สึกแบบผิวเผิน ก็เกือบจะสายไปแล้ว และกว่าแม่คนดื้อถือทิฐิจะยอมคลายกำแพงใจคลายความระแวงสงสัยและเปลี่ยนความคิดได้ก็เล่นเอาน้ำตาเกือบตก

    ตอนแรกอ่านๆ อยู่น้ำฝนก็กำหมัดให้กับการกระทำของพระเอกหลายอย่าง แต่บทพ่อจะเป็นพ่อพระ จะเป็นชายหนุ่มผู้รู้จักรัก พ่อก็เล่นเอาคนอ่านสงสาร แค่อยากขอนางเอกคืนดี พ่อคุณเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์มาก บุญทุ่มไม่ว่า พ่อคุณเขาเล่นทุ่มทั้งตัว เสี่ยงเป็นเสี่ยง จะอะไรก็ยอมหมด แต่เขาก็เล่นใหญ่ทุกงานนะ ไม่ว่าจะตอนทำนางเอกช้ำใจ หรือตอนง้อ(?) จัดหนักจัดเต็มตลอด

    ส่วนนางเอก น้ำฝนก็โวยวายในใจไปหลายยก โอ๊ยแม่ เมื่อไรจะปล่อยตัวตามสบายได้สักที จะตรากตรำไปทำไม เลิกหนีแล้วไปอยู่กับเขาได้แล้ว จะได้จบๆ กันไป! (หัวเราะ) แต่ก็แอบเอาใจช่วยนางเอกทุกครั้งที่หนีนะ เหมือนบ่นไปลุ้นไป เพราะรู้ว่า ปมในใจของนางเอกนั้นแก้ยาก เพราะแต่ละปมเป็นปมเล็กๆ ที่สะสมจนรวมกันเป็นก้อนใหญ่ จะคลายจะแก้ตรงไหนก็ติดกันไปหมด

    พอจบเรื่องก็แทบจะถอนหายใจ ยอมวางทิฐิกันได้สักที เฮ้ออออ 

    บอกเลยว่า เรื่องนี้ไม่เหมาะกับสายหวาน เพราะฉากหวานมีน้อยมากกกกกกกกก เหมือนรสชาติของขนมชิ้นใหญ่ที่แอบหวานแบบจางๆ ให้นึกภาพคนเย็นชาที่ไม่ค่อยยิ้มมาพูดความรู้สึกจากใจตรงๆ คิดว่าหวานไหมละ... ไหนจะความพูดน้อยต่อยหนักเน้นกระทำไม่เน้นพูดอีก ไม่ใช่ว่าหาหวานไม่ได้ แต่แค่มีน้อยแต่ซึมในใจผ่านความสงสารดีกว่า ฮ่าๆ

    แล้วก็ไม่เหมาะกับคนไม่ชอบเรื่องการรบ การวางแผน การปกครอง เพราะเรื่องแอบหนัก (ทั้งจำนวนหน้าและเนื้อหา) มีการแย่งชิงดินแดน วางแผน มองแผ่นดินเป็นกระดานหมากรุก และเมืองต่างๆคือหมากที่ต้องคิดและวางแผนเพื่อให้ได้มาซึ่งจุดมุ่งหมายของแต่ละเมืองและผู้ที่ชักใย

    และไม่เหมาะกับคนที่ชอบลงเรือรอง (ปาดน้ำตา) เรื่องนี้มีเรือแวะเวียนมาไม่มาก เรือหลักปักธงหลวงเราจะไม่พูดถึง แต่เรือรองมีตีคู่กันมาสองลำใหญ่ๆ สวยหรูดูแพงทั้งคู่ ปกติน้ำฝนก็ไม่มีการลงเรือผิดลำนะ แต่ก็มีแอบคอยลุ้นให้กับเรือรองบ้างในบางที ซึ่งเรือรองที่น้ำฝนแอบเชียร์ไว้ก็มีโมเม้นมาให้พบเห็นบ้าง แอบอมยิ้มให้บ้าง แต่สุดท้ายก็ทำเอาใจร้าวเหมือนกัน ฮือๆๆๆ ไม่น๊า~~~~

    แต่สำหรับน้ำฝน ขอสรุปสั้นๆ จากใจว่า สนุกและชอบมาก! 
    ไปค่ะ ไปหาอ่านกัน ถึงจะหนาไปนิด(?) แต่สนุกจริงๆ น้ำฝนใช้เวลาอ่าน 5 วันในช่วงวันที่ต้องไปทำงานและงานหนักมากด้วยนะ ไม่ได้โหมอ่านนิยายขนาดนี้มานานแล้ว ถึงจะง่วงเพราะนอนน้อย แต่รู้สึกสดชื่นที่ได้อ่านนิยายถูกใจ ลั่นลา~~

    ไปแหละ ขอไปนอนต่อก่อน ง่วงมาก


    P.S.
    → ขอพักตาสักระยะก่อนนะ ทั้งทำงานทั้งอ่านนิยาย ไม่ได้พักตานานๆ จนตาเบลอไปหมดแล้ววว แต่... ใกล้งานหนังสือแล้วนี่นา เฮ้ออออออ 

    More.
    → Goodreads

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in