หลังอ่านแปลจีนหลังอ่านของน้ำฝน
คู่กิเลนค้ำบัลลังก์ : เมิ่งซีสือ


  • ชื่อหนังสือ : คู่กิเลนค้ำบัลลังก์ - 麟趾
    ผู้แต่ง : เมิ่งซีสือ - Meng Xi Shi - 梦溪石
    ผู้แปล : ปราณหยก
    สำนักพิมพ์ : Enter Books - เอ็นเธอร์บุ๊คส์
    จำนวนหน้า : 2,133 หน้า (465+533+577+558)
    คำโปรย : โอกาสที่จะพาทุกคนกลับนครหลวงฉางอันและหวนคืนสู่ศักดิ์ฐานันดรเดิมได้ตกลงมาให้คว้าไว้แล้ว!
    รายละเอียด : สิบเอ็ดปีเต็มที่ครอบครัวสกุลเฮ่อถูกเนรเทศให้มาอยู่ในอำเภอเล็กๆ อันแสนกันดาร แม้ 'เฮ่อไท่' หัวหน้าครอบครัวจะมีชาติกำเนิดสูงส่ง เป็นถึงองค์ชายใหญ่ แต่โทษทัณฑ์ที่ต้องรับฐานสมรู้ร่วมคิดต่อแผนการปองร้ายรัชทายาทก็ยากละเว้นจริงๆ
    ในโชคร้ายยังมีโชคดีที่ลูกๆ ของเฮ่อไท่ล้วนเป็นลูกไม้ไกลต้น ไม่มีสักคนที่จะขี้ขลาด โง่เขลา ไม่เอาไหนอย่างผู้เป็นบิดา โดยเฉพาะบุตรชายคนที่สาม 'เฮ่อหรง' มีสติปัญญาเฉียบแหลม คอยคิดการต่างๆ เพื่อครอบครัวเรื่อยมาสิบเอ็ดปีเต็มที่เฝ้ารอ บัดนี้โอกาสที่จะพาทุกคนกลับนครหลวงฉางอันและหวนคืนสู่ศักดิ์ฐานันดรเดิมได้ตกลงมาให้คว้าไว้แล้ว!


    ✿ หลังอ่านของน้ำฝน

    'เมิ่งซีสือ' น้ำฝนได้ยินนักอ่านหลายๆ ท่านบอกว่านิยายเขาสนุก หลังจากลองอ่านเรื่อง #มังกรอำพราง ไปเมื่อปีที่แล้วจบ ก็จิ้มซื้อเรื่องนี้ต่อเลย (แต่เพิ่งอ่านช่วงนี้ เขินจัง) เพราะอยากรู้ว่า ถ้าไม่ใช่ Yaoi นิยายของเมิ่งซีสือจะออกมาแบบไหน แล้วก็ถือว่าเป็นการอ่านแจ่มใสที่แปะหัว Enter Books เรื่องแรกเลยด้วย

    ตอนอ่านก็ปิดโหมดสาววายเหมือนตอนอ่านนิยายชายหญิงปกติ ทุกครั้งที่อ่านนิยายปกติก็จะเป็นแบบนี้ แต่ไม่รู้ทำไมยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกเหมือนปุ่มเปิดปิดความวายของตัวเองเสีย แล้วเสียในแบบที่จะเข้าไปสู่เขตแดนของ Incest นิดๆ 

    ไม่น๊า~~~~~~~~~~

    แล้วคำว่าคู่กิเลนค้ำบัลลังก์ก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย แต่อ่านไปอ่านมารู้เรื่องเลย คู่ที่เป็นคู่จริงๆ 

    บ้าบอ~~~~~~~~

    กลับมาเข้าสู่โหมดปกติกันก่อน (หัวเราะ)

    เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของครอบครัวองค์ชายใหญ่ที่ถูกเนรเทศไปอยู่ชายแดนด้วยข้อหาที่ยากจะแก้ตัวและความฝันที่เสด็จพ่อผู้เป็นฝ่าบาท เป็นจักรพรรดิของแผ่นดินจะยกโทษให้แล้วได้กลับสู่เมืองหลวงก็ดูเหมือนจะเลือนลาง

    ทั้งครอบครัวเดินทางออกจากเมืองหลวงในแบบที่ไม่มีสมบัติติดตัว ไม่มีแม้แต่คนช่วยเหลือก็ทำให้ครอบครัวที่ใหญ่กลับมีจำนวนที่เล็กลง คนป่วยก็ตายจาก คนที่ทนลำบากไม่ไหวก็จากไป เหลือเพียงเขาที่เป็นหัวหน้าครอบครัว อนุภรรยา 1 คน ลูกชาย 6 คนและลูกสาวอีก 1 คน

    ทั้งหมดใช้ชีวิตร่วมกันในบ้านหลังเล็ก กัดฟันสู้แม้โดนคนกลั่นแกล้ง หาวิธีเอาตัวรอดในแบบที่พอจะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นหาของป่ามาประทังชีวิต พอมีเหลือก็เอาไปขาย ให้คนพี่ไปแอบฟังการเรียนการสอนแล้วกลับมาสอนน้องๆ มีชีวิตอยู่ในลักษณะนี้จนลูกชายคนโตได้พบภรรยาและให้กำเนิดหลายชาย 

    จนเวลาผ่านไป 11 ปี

    เรื่องเกิดที่ตรงนี้ค่ะ!

    ระหว่างที่ครอบครัวขององค์ชายใหญ่ที่ถูกเนรเทศใช้ชีวิตอยู่ด้วยความอบอุ่น แต่ก็ยังเฝ้าฝันถึงอดีต ปรารถนาอยากจะกลับไปอยู่เมืองหลวง ส่วนตัวละครหลักของเรื่องคือคุณชายสาม ลูกชายคนที่สามขององค์ชายใหญ่ ที่ถึงแม้ขาจะไม่สามารถเดินเหินเหมือนคนปกติได้ แต่รูปโฉมสง่างาม มีความขี้เล่นนิดๆ และฉลาดก็อยากจะรื้อคดีของมารดาที่ถูกใส่ร้ายจนมีคดีบาปติดตัว ก็ทำให้ครอบครัวได้กลับเข้าสู่เมืองหลวงได้อีกครั้ง

    เล่าเท่านี้พอ

    จะบอกว่า เรื่องนี้สนุกมาก สนุกในแบบที่ทำให้ลุ้นไปกับเรื่องราวในแต่ละจุดแต่ละตอนได้ตั้งแต่เล่มแรกและช่วงแรกของเรื่องเลย! นิยาย 4 เล่มจบที่น้ำฝนเคยอ่านผ่านตามาส่วนใหญ่จะแบ่งเป็นช่วงปูควาสัมพันธ์ เกริ่นนำตัวละคร ผูกปม แล้วค่อยมาถึงจุดพีคแล้วก็คลามปม จบ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่แบบนั้น มาถึงหน้าแรกก็วางปมใหญ่ให้เห็นเลย ไม่มีเกริ่นนำ ไม่มีร่ายยาว ไม่มีสร้างความสัมพันธ์ เปิดเรื่องมาก็โหมโรงใส่ แล้วก็สู้รบกันแบบไม่ให้ตั้งตัว ลุ้นไปทุกหน้ากระดาษ แล้วไม่แผ่ว ไม่เคยแผ่ว ดุเดือดตลอด แล้วพีคขึ้นเรื่อยๆ ตามประสบการณ์และสถานการณ์ที่ตัวละครในเรื่องเจอ แม้แต่ช่วงสุดท้ายของเล่ม 4 ก็ไม่ให้ได้พักหายใจหายคอ ลุ้นและติดจากเล่มแรกๆ มายังไง ช่วงเล่มท้ายๆ ก็ลุ้นไปมากกว่านั้น อ่านจนตามัวเพราะวางไม่ลงจริงๆ

    ความไม่แผ่วนี้ ขอยกนิ้วให้เลย

    นักเขียนแทรกพื้นเพ แทรกนิสัย และแทรกเรื่องราวในอดีต รวมถึงความสัมพันธ์ต่างๆ ให้ได้รู้ผ่านการเล่าเรื่องและการกระทำของตัวละคร ตอนอ่านก็จะเห็นถึงลักษณะนิสัย การจำยอม การไม่ยอมใคร และอื่นๆ ของตัวละครแต่ละตัวได้ผ่านการตัดสินใจ การพูดและการนึกคิดของเขา และทุกตัวละครมีการพัฒนาอย่างมีมิติ มีความเป็นมุนษย์ ในอดีตเขาเป็นแบบนี้ และเมื่อเขาอยู่ในอีกมุม อยู่ในอีกจุด เปลี่ยนวิถีชีวิต เปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบข้าง รวมถึงเปลี่ยนความเป็นอยู่ ด้วยพื้นนิสัยเขาเป็นอย่างไร เขาก็จะยังคงเป็นแบบนั้น แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคืออะไร มีการเปลี่ยนความคิดไปแบบไหน และส่งกระทบต่อยังไง ต่อใคร แบบไหนก็เห็นได้อย่างชัดเจน 

    แถมไม่ลำเอียงเข้าข้างตัวละครเอกแต่อย่างใด ทุกคนมีการทำผิด คิดพลาด มีผิดใจ มีโต้เถียงและมีให้ปรับความเข้าใจ และนักเขียนไม่ถนอมตัวละครเลย จะหักก็หัก จะตัดก็ตัด ทำเอาน้ำฝนสะเทือนใจไปหลายรอบ ตอนที่พี่น้องทะเลาะกันทั้งในมุมของคนนอกครอบครัวและคนในครอบครัวที่พยายามประสานรอยร้าวจนรู้สึกอึดอัด น้ำฝนก็อินตามไปด้วย ยิ่งตอนคุณชายสามกับคุณชายห้าที่สนิทกันมากกว่าพี่น้องคนอื่นๆ ผิดใจกัน แล้วมาเจอกันอีกครั้งก่อนปรับความเข้าใจกันก็อยากจะร้องไห้ตามคุณชายห้า โฮฮฮฮ

    เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว ระหว่างพี่น้องในเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ลุ้นที่สุด ไม่ว่าจะระหว่างพ่อกับลูก ระหว่างภรรยากับสามี ระหว่างพี่กับน้อง ทุกความสัมพันธ์ ทุกการกระทำ และทุกปมของเนื้อเรื่องก็เล่นกับความรู้สึกและเล่นกับความสัมพันธ์หมด เจ็บปวดไปทุกผู้ทุกคน ตั้งแต่เล่มแรกจนถึงเล่มจบ ไม่มีช่วงไหนเลยที่ปมของเรื่องไม่ได้ขยี้ซ้ำเรื่องความสัมพันธ์ 

    และในเมื่อเป็นเรื่องราวของครอบครัวองค์ชายใหญ่ ก็หนีไม่พ้นเรื่องสงคราม ทหาร การชิงบัลลังก์ การแย่งที่ดินทำกิน การโกงกินของข้าราชการ และการผลัดแผ่นดิน มีแทรกเรื่องวังหลังมาบ้าง แต่ทุกเรื่องราวที่จุดเชื่อมต่อกัน และเป็นเหตุเป็นผลกันชัดเจน จากจุดเล็กไปหาจุดที่ใหญ่กว่า จะรอยร้าวๆ เล็กๆ กลายเป็นการแตกแยกที่มาพร้อมกับความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ จากแค่เรื่องราวในบ้านหลังเล็กขององค์ชายใหญ่ที่ถูกเนรเทศ ขยายมาเป็นเรื่องราวในเมืองที่ครอบครัวเขาอยู่โดนทหารกบฏเข้ารุกรานจนต้องออกมาปกป้องเมือง และเมื่อย้ายกลับเข้ามาเป็นครอบครัวใหญ่ก็มีเรื่องราวของครอบครัวของราชสำนัก ลามมาเป็นเรื่องราวของแผ่นดินตัวเอง และขยายออกไปเป็นเรื่องราวของการควบรวมแผ่นดิน

    ไม่รู้น้ำฝนจะอธิบายยังไงให้ทุกคนรู้ว่าเรื่องนี้สนุกจริงๆ ตอนที่ซื้อมาก็ไม่ได้คิดว่าน้องๆ ทั้ง 4 เล่มจะหนาขนาดนี้ (ซื้อแบบไม่ได้ดูจำนวนหน้าและราคา ฮืออ) ตอนจะเริ่มอ่านก็ท้อแท้ในใจ หนาจังเลยพี่ชาย~~~ แต่พออ่านไปอ่านมารู้เลยว่าทำไมหนา แล้วเป็นความหนาที่คุ้มค่าที่จะต้องอ่านในทุกๆ ตัวอักษร บทบรรยายฉากรบกันที่หลายๆ เรื่องที่เคยอ่านมาจะไม่มีอะไรให้จับต้องได้นอกจากฟันคนนู้น ฆ่าคนนี้ แต่เรื่องนี้ทำให้ได้เห็นว่าระหว่างที่เขาตีกัน มีความนึกคิดแบบไหน รอบข้างเป็นอย่างไร ไม่ยืดให้เบื่อ แต่เป็นจุดหลักที่จำเป็นต้องมี ทับใจ~

    อย่างที่น้ำฝนบอกไปว่า นักเขียนไม่ถนอมตัวละคร ไม่เข้าข้างตัวละครหลักและเป็นเรื่องที่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังจะเข้าสู่เขตแดนความ Insent น้ำฝนไม่ได้พูดเล่นๆ 

    ในเรื่องมีตัวละครหญิง แล้วดูเหมือนจะมีแววดอกท้อให้น้ำฝนได้เริ่มลงสีชมพูในใจ แต่เปล่าเลย เป็นดอกท้อที่ไม่ออกดอก เป็นสีชมพูที่เผลอผสมสีผิด อยากจะพุ่งเข้าไปกอดปลอบจริงๆ ทำไมผู้หญิงในเรื่องแต่ละคนถึงได้ดูช้ำใจจากความรักจัง

    ส่วนคุณชายสามของเรื่องนั้น~~~ ถึงจะมีปมเรื่องแม่ผู้ให้กำเนิด มีความพิการที่ตัวเองได้มาจากความโชคร้าย(?) แต่เขามีความคิดและเป้าหมายในสิ่งที่ตัวเองต้องการอยากจะทำ และจะต้องทำให้ได้ โดยสิ่งอื่นรอบตัวกลายเป็นเรื่องรอง แม้แต่ความรักแบบหนุ่มสาว โฮฮฮฮฮฮฮ 

    แต่ก็ใช่ว่าจะไร้รักเลยซะทีเดียว เร่องนี้ชูโรงเรื่องความเป็นครอบครัว คุณชายสามเลยมีคุณชายห้าคอยอยู่ใกล้ๆ เป็นพี่น้องที่เกิดจากคนละแม่ แต่เคียงข้างกันในแบบที่ใจสื่อถึงกันได้ ความน่ารักของเรื่องอยู่ที่ตรงนี้ค่ะ เดี๋ยวจะเข้าใจกันไปก่อนว่ามีแต่รบรากันอย่างเดียว โมเมนต์ของความน้องที่ห่วงพี่ชายกับความพี่ชายขี้แกล้งที่ชอบเนี่ยมีให้รู้สึกเอ็นดูอยู่เรื่อยๆ จนน้ำฝนเกือบจะเอาขาเข้าไปอยู่ในโซน Insent น้องห้าของพี่สามจะดูแลกันให้คนอ่านอย่างน้ำฝนอิจฉากันทำไมก่อนนนนนนน บางทีก็ทำเอาอยากจะมองบนด้วยความหมั่นไส้จริงๆ 

    แต่ทุกคน! เรื่องนี้ไม่ใช่นิยายวายแน่นอนค่ะ!! แค่เฉียดๆ เท่านั้น //แค่กๆๆ (เสียงไอ) 

    จัดว่าเป็นนิยายมิตรภาพลูกผู้ชายจริงๆ 

    และที่สำคัญคือ สนุก!

    สนุกจนไม่รู้จะหาไหนมาบอกแล้ว รู้แล้วว่าทำไมมีแต่คนพูดถึง ดีใจที่ตัวเองตัดสินใจซื้อมาอ่าน ไปหาอ่านกันเถอะ 

    จบการบอกเล่าเก้าสิบที่ตรงนี้

    ต่อไปขอบ่นหน่อย

    น้ำฝนเพิ่งเคยอ่านนิยายของ Enter Books เรื่องแรก แต่ในความเข้าใจว่าอยู่ภายในเครือเดียวกับแจ่มใส ที่มีมาตรฐานการทำหนังสือที่ดีมากๆ เลยไว้ใจในหนังสือที่ได้มาทุกเล่ม แต่ตอนที่อ่านเล่มแรกก็ช็อคเพราะเปิดมาที่หน้า 28 แล้วเจอหน้าว่าง เนื้อหากำลังดุเดือดเลยทีเดียวแต่ต้องมาขัดเพราะเปิดมาเจอนห้าว่าง ตกใจนึกว่าเจอหนังสือหน้าหาย เลยแชทไปถามสำนักพิมพ์เพื่อขอเปลี่ยนเล่ม แล้วทราบมาว่า "หน้าไม่ได้ขาดหายนะครับ เป็นความตั้งใจในการขึ้นบทใหม่จะกำหนดให้อยู่ด้านขวาตลอดครับ

    อยากจะร้องไห้

    เพราะเมื่อนับดูทั้งหมดของ 4 เล่ม มีหน้าว่างรวมกันอยู่ที่ 91 หน้า เล่มหนึ่ง 17 หน้า เล่มสอง 17 หน้า เล่มสาม 38 หน้า เล่มสี่ 19 หน้า 

    น้ำฝนรู้สึกเสียดายหน้ากระดาษมาก ถ้าทางสำนักพิมพ์ตั้งใจจัดรูปเล่มในลักษณะนี้ก็ไม่ควรทิ้งหน้าว่างเป็นกระดาษเปล่า เพราะทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ว่าหน้ากระดาษหาย เนื่องจากเมื่อจบบทก็ไม่ได้มีเส้นคั่น ถ้าจะสกรีนลายน้ำเป็นลายภาพปกก็น่าจะตอบโจทย์การจัดรูปแบบกระดาษในลักษณะนี้มากกว่าจะปล่อยหน้าว่างๆ เปล่าๆ ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด

    แต่ถ้ามองในอีกมุม ด้วยการลองคิดเล่นๆ ว่า  4 เล่มคือ 1 ชุด มีหน้าว่าง 91 หน้า ถ้าคำนวณว่าเรื่องนี้ขายได้ 10 ชุด 91 คูณ 10 เท่ากับมีหน้ากระดาษเปล่าๆ ว่างๆ แบบไม่ได้พิมพ์ลายอะไรอยู่ 910 หน้า ถ้าเอา 910 หน้ามารวมเล่มกันจะนิยายเล่มหนาๆ 2 เล่ม

    คิดแค่เรื่องหน้าเปล่าๆ อย่างเดียวนะคะ ส่วนหน้าที่เป็นโฆษณาขอไม่นำมาคำนวณ แต่ขอพูดหน่อยว่าไม่แน่ใจว่าทำไม 4 เล่มถึงมีการแทรกโฆษณาไม่เท่ากัน

    //ถอนหายใจ

    น้ำฝนคิดว่าไม่ควรปล่อยกระดาษให้ว่างหรือเปล่า นอกจากเปลืองกระดาษแล้ว ยังทำให้เกิดความเข้าใจผิดคิดว่าหนังสือไม่สมบูรณ์ด้วย จุดนี้เป็นจุดที่ทำให้รู้สึกไม่ค่อยดี อยากให้สำนักพิมพ์พิจารณาตรงนี้สักนิด

    ไม่แน่ใจว่า เรื่องอื่นๆ ใน Enter Books มีการพิมพ์และจัดรูปแบบกระดาษแบบที่ปล่อยให้ว่างในลักษณะนี้ไหม ถ้าใช่ น้ำฝนว่าจะรออ่านแบบ eBook ดีกว่า ไม่อยากซื้อเล่มเก็บแล้ว 

    เฮ้ออออ



    P.S.
    → เหลือรัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่กับพันสารทที่ยังไม่ได้อ่าน แล้วทาง everY พิมพ์พันสารทฉบับปรับปรุงมาใหม่แล้ว ซื้อ!! //นับเหรียญในกระปุกหมู


    More.
    → Goodreads

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in