MY LIFE IS WRITEPurin
32 & 365
  • กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

    มีชายหนุ่มรูปงามเจ้าของคฤหาสถ์หลังใหญ่ อาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆ คนหนึ่ง เขามีพร้อมทั้งทรัพย์สิน เงินทอง บริวาร ชาติตระกูล 

    สาวๆ ทุกคนในเมืองหมายปองจะเป็นเจ้าของหัวใจชายหนุ่มผู้นี้

    ทว่าชายหนุ่มมิเคยเหลียวแลสาวใดที่ขี้ริ้วขี้เหร่ เขาสนใจแต่หญิงงามเท่านั้น

    กระทั่งวันหนึ่ง มีีหญิงสาวหน้าตาอัปลักษณ์ มอบของขวัญที่นางถักทอขึ้นด้วยหัวใจให้แก่เขา ทว่าเขาปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ทำให้สาวน้อยผู้นั้นเจ็บปวดเป็นอย่างมาก 

    ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวไปด้วยโทสะ

    นางสาปแช่งเขา ขอให้เขาตาบอด ไม่สามารถมองเห็นแสงสว่างใดๆ ได้ไปจวบจนฤดูใบไม้ผลิจะหวนกลับ

    ทันใดนั้นดวงตาของชายหนุ่มรูปงามก็ถูกปิศาจแห่งรัตติกาลช่วงชิงไปทันที

    นับแต่นั้น ชีวิตของเขาก็ตกต่ำลงเป็นอย่างมาก ผู้คนที่เคยรักกลับรังเกียจ มองเขาเยี่ยงขอทานข้างถนน ชายหนุ่มเป็นทุกข์จนผ่ายผอม ซูบเซียว หมดสิ้นซึ่งภูมิฐานอันสูงส่ง

    ทว่าในความมืด กลับมีใครคนหนึ่งจุดคบเพลิงให้แก่เขา 

    ใครคนนั้นไม่ใส่ใจว่าชายหนุ่มจะตาบอดและด้อยค่าเพียงใด เขาคอยดูแล ป้อนข้าว ป้อนน้ำ อ่านหนังสือให้ฟัง พาออกไปเดินย่ำผืนหญ้านุ่มและสูดกลิ่นแดดหอม 

    ใครคนนั้นคอยกระซิบเล่าถึงฤดูกาลที่ผันผ่าน ใบไม้ที่เปลี่ยนสี จากเขียว เป็นเหลือง เป็นแดง

    ใครคนนั้นจุดเตาผิงให้เขายามเหมันต์ และไม่เคยเหนื่อยหน่ายที่จะอธิบายรูปร่างของเกล็ดหิมะทีละเกล็ดอย่างตั้งใจ คอยปะชุนเสื้อผ้าที่ขาดแหว่งให้เขา และอยู่เคียงข้างไม่ห่าง

    ชายหนุ่มผู้มืดบอดตกหลุมรักใครคนนั้นอย่างสุดหัวใจ เขาสาบานในค่ำคืนที่พร่างไปด้วยดาวและหยาดน้ำค้าง ว่าเมื่อใดที่เขากลับมามองเห็นอีกครั้ง เขาจะครองรักและทะนุถนอนใครคนนั้นไปจนตราบสิ้นลมหายใจ

    ทว่าใครคนนั้นปฏิเสธ และกล่าวว่า หากยามใดที่เทพอพอลโล่ได้มอบแสงสว่างคืนให้แก่ท่าน เมื่อนั้นเขาจะหายลับไปในราตรีกาล และไม่หวนกลับมาอีก

    ชายหนุ่มได้ฟังก็เกิดความงุนงงเป็นอย่างมาก หรือใครคนนั้นที่คอยเฝ้าดูแลเขาจะเป็นเทพธิดาจำแลงกาย? เราสองจึงไม่อาจร่วมรักกันได้

    จากเช้า จรดเย็น 

    จากวัน เป็นเดือน เป็นปี 

    แม้ว่าชายหนุ่มจะคอยมอบสัญญาให้เท่าใด ใครคนนั้นก็คอยแต่จะปัดมันทิ้งอย่างไร้เยื่อใยเสียทุกครั้ง

    กระทั่งในที่สุด ใครคนนั้นจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเศร้าสร้อยว่ากับชายหนุ่มว่า

    ย่อมได้ หากท่านตั้งใจจริงเช่นนั้น ข้าก็จะไม่ไป

    ชายหนุ่มดีใจมาก เขาตั้งตานับวันคืนที่จะได้ดวงตากลับคืน และเพื่อที่จะได้อยู่คู่กับใครคนนั้นที่เขารักสุดหัวใจ

    และแล้ว เมื่อดอกทิวลิปเริ่มผลิบานอีกครั้ง ดวงตาของชายหนุ่มก็กลับมามองเห็นดั่งเดิม 

    สิ่งแรกที่เขาเห็น คือใบหน้าอันบูดเบี้ยวอัปลักษณ์ ดวงตาที่ดำมืดราวกับไร้แสงใดส่องถึง ผิวกายแห้งกร้านไม่ต่างไปจากผืนดินที่ไร้น้ำหล่อเลี้ยง ฟันที่หนาซ้อนกันจนดูละม้ายคล้ายลา 

    ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยคราบน้ำมูกและน้ำตา ขอบตาแดงช้ำ บวมปูด ช่างเป็นภาพที่ชวนขนลุกจนมิอาจมีผู้ใดกล้าเหลียวมอง

    เขากลัวเหลือเกินว่า เมื่อชายหนุ่มกลับมามองเห็น เขาจะต้องถูกทิ้ง

    ทว่าชายหนุ่มกลับสวมกอดเขาอย่างไม่นึกรังเกียจแม้แต่น้อย พร้อมมอบแหวนทองคำสลักอันปราณีตหาใดเทียบได้ให้กับเขา

    ทำไมกันล่ะ? ใครคนนั้นถาม ชายหนุ่มยิ้ม เขาพูดด้วยน้ำเสียงอันนุ่มนวลและเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่

    ทำไมน่ะหรือ? เขาตอบ

    เจ้ามีเพียง 32 ทว่าไม่อาจเทียบได้เลยกับ 365 ที่เจ้ามอบให้ข้า

    และหลังจากนี้มันจะไม่ใช่เพียง 365 แต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็น 366  367  368  และอาจไปถึงหนึ่งพัน

    ทว่า 32 ที่เจ้ามี ไม่นานมันจะลดลง เป็น 31  30  29  28  และไม่นานมันจะเป็นศูนย์

    ความรักที่เจ้ามอบให้ข้า มันจะเพิ่มขึ้นทุกวัน ในขณะที่ร่างกายของเจ้า จะเน่าเปื่อยผุพัง และค่อยๆ สลายไปทีละเล็กละน้อย กระทั่งไม่เหลือสิ่งใดอีก

    เช่นนั้นแล้ว ทำไมข้าจึงจะต้องใส่ใจตัวเลขอันน้อยนิด ที่มันจะต้องลดลงอย่างแน่นอนนั่นด้วยเล่า

    และทั้งสองก็ได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป

    จบ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Piti Pui (@pitipui)
โอ้ยซึ้งอ่ะ ... เรื่องจริงมันจะรับกันได้เหรอฟร่ะ!!!