Fictober #โทรุกะliving_doll
Day 17 :「Ring」



  • I am not the kind of boy
    Who should be rudely bargin' in on a white veil occasion
    But you are not the kind of boy, Who should be marryin' the wrong girl

    แจกันและช่อดอกไม้สีสันสดใสที่มีทั้งความงามและความหมายถูกจัดวางไว้ในมุมต่างๆ อย่างสวยงาม รูปภาพตั้งแต่สมัยเด็กจนถึงภาพพรีเวดดิ้งของเจ้าบ่าวและเจ้าสาววางเรียงรายอยู่มุมนู้นมุมนี้ของงาน เสริมให้งานมงคลครั้งนี้ดูน่ารักขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

    แขกเหรื่อในงานเริ่มเยอะมากขึ้น แม้ทางเจ้าภาพจะบอกว่าเป็นงานเล็กๆ แต่ด้วยทางครอบครัวของทั้งสองฝ่ายต่างมีชื่อเสียงและทางตัวเจ้าบ่าวเองก็มีเพื่อนเยอะพอสมควรทำให้ในงานคราคร่ำไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา

    เสียงเพลงหวานๆ จากวงเครื่องสายที่มุมหนึ่งของงานลอยตามลมมาคลอกับบรรยากาศน่าชื่นมื่น ที่นั่งในโบสถ์ถูกเติมจนเกือบเต็ม ใกล้จะได้เวลาเริ่มพิธีแล้ว

    ยามาชิตะ โทรุอยู่ในชุดสูทสีกรมท่าดูภูมิฐาน เสริมให้คนที่ใครๆ ต่างก็บอกว่าหล่ออยู่แล้วดูหล่อมากขึ้นไปอีก คนตัวสูงยืนอยู่ข้างๆ เรียวตะ น้องชายนอกไส้ที่วันนี้แต่งตัวดูดีไม่แพ้กัน แค่ยืนนิ่งๆ ก็เรียกสายตาจากแขกในงานได้ตลอดไม่เว้นแม้กระทั่งเพื่อนเจ้าสาวที่ยืนซุบซิบกันอยู่ตรงมุมหนึ่งของงาน

    "มิเชลกับยัยหนูล่ะ?" เขาถามหาน้องสะใภ้กับหลานสาวที่ตอนแรกเดินควงแขนเจ้าน้องชายเข้ามาในงาน แต่ตอนนี้กลับหายไปทั้งสองคน

    "ทากะจะให้ยัยหนูเป็นเด็กโปรยดอกไม้ ส่วนอากิโตะคุงจะเป็นเด็กถือแหวนน่ะพี่ ตอนนี้โทโมะก็ช่วยดูอยู่ข้างใน"

    โทรุพยักหน้า แต่ในใจกลับรู้สึกปั่นป่วน


    บอกตรงๆ นะ...

    เขาไม่อยากให้งานนี้เกิดขึ้นเลย


    ย้อนกลับไปเมื่อเดือนก่อน

    "พ่อครับ! ผมไม่อยากแต่ง" ทากะกระแทกตัวลงบนโซฟา มีสีหน้าหงุดหงิด ข้างๆ กันมีโทรุที่นั่งนิ่งๆ แต่ภายในใจก็รู้สึกไม่ต่างกัน

    "นั่นสิครับลุงโมริ แบบนี้มันคลุมถุงชนชัดๆ"

    "ทากะ 31 แล้วโทรุคุง ฉันทำเพื่อลูกชายของฉันนะ" นายใหญ่ของบ้านนั่งไขว่ห้าง ใบหน้าละม้ายคล้ายทากะแย้มยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่โทรุรู้สึกหมั่นไส้เสียเหลือเกิน "ถ้าอายุมากกว่านี้ แก่ไปใครจะดูแลลูกชายของฉันล่ะ อีกอย่างฉันก็อยากเลี้ยงหลานนะ"


    โทรุสบถ 'เหอะ' ในใจ


    เขานี่ไงคนดูแลทากะ!

    อยู่ด้วยกันมาเกินครึ่งชีวิตแล้วด้วย!


    "ผมไม่อยากแต่ง" ทากะหัวเสีย และคนเป็นพ่อก็รู้ดี

    "ทางผู้ใหญ่คุยกันหมดแล้ว ทุกอย่างถูกเตรียมขึ้นหมดแล้วด้วย เหลือแค่แกกับเจ้าสาวไปลองชุดกับถ่ายพรีเวดดิ้ง" ถ้วยชาถูกยกขึ้นจิบอย่างสบายใจ "งานแต่งจะมีอีกใน 1 เดือนข้างหน้า หึหึ ฉันล่ะตื่นเต้นจริงๆ"


    "พ่อ!/ลุงโมริ!"


    ก็นั่นแหละ...

    ทากะยังปฏิเสธไม่ได้ แล้วคนนอกอย่างเขาจะทำอะไรได้ ได้แต่ขับรถพาหมอนั่นกับยัยเจ้าสาวขับรถทั้งไปลองชุดทั้งถ่ายพรีเวดดิ้ง

    และเจ้าหล่อนก็เหมือนจะดูออก เพราะในวันที่เขากำลังนั่งรอทากะเข้าไปเปลี่ยนชุด ยัยนั่นเดินเข้ามาหาเขาแล้วพูดประโยคหนึ่งที่ทำเอาเขาหงุดหงิดไปเป็นสัปดาห์


    "ยังไงทาคาฮิโระคุงก็ต้องแต่งงานกับฉัน ยามาชิตะซังน่ะ ตัดใจซะเถอะค่ะ"


    โอเค... โทรุคิดว่าเธออยากเปิดศึกกับเขาแน่นอน

    และสาบานว่าเสียงหัวเราะแหลมๆ ของเธอยังติดอยู่ในหัวเขาอยู่เลย


    สยอง...


    โทรุนั่งซึมกระทืออยู่ม้านั่งแถวกลางๆ ข้างๆ มีมาซาโตะกับเรียวตะที่คุยอะไรกันสักอย่าง บางทีหมอนั่นก็หันมาคุยกับเขา แต่เขาก็ถามคำตอบคำ ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์มาตอบอะไรใครเพราะอีกไม่ช้าพิธีก็จะเริ่ม

    สักพักพี่ใหญ่ของวงอย่างโทโมยะก็เดินเข้ามาหา สีหน้าเหนื่อยๆ ของคุณพ่อลูกสองทำเอาอีกสองคนถึงกับเลิกคิ้ว

    "ทำไมทำหน้าอย่างนั้นโทโมยะ ยัยหนูไม่ได้ซนจนเกินไปใช่มั้ยเนี่ย?" เรียวตะถามติดตลก แต่คนถูกถามกลับส่ายหน้า

    "เปล่าหรอก" โทโมยะถอนหายใจ ก่อนจะหันมาทางเพื่อนตัวสูง "โทรุ ทากะอยากเจอนายน่ะ"


    โทรุก้าวเดินอย่างรีบร้อนจนแทบจะเป็นวิ่ง ผ่านโทโมฮิโระและฮิโรกิตรงประตูข้างโบสถ์ ทั้งสองคนเอ่ยเรียก แต่เขาไม่มีเวลาหยุดทักทายในตอนนี้ เขาต้องรีบไปหาทากะ

    "พี่โทรุ จะไปไหนครับ---อ่าว" ฮิโระกิเกาหัวแกร่กๆ หันไปมองพี่คนรองที่ยักไหล่ให้

    "ไปหาพี่ทากะล่ะมั้ง"


    สองขาพาเขามาจนถึงห้องที่ติดป้ายไว้ว่า 'เจ้าบ่าว' ใจเขาเต้นรัว รู้สึกเหมือนเพิ่งไปขึ้นไลฟ์ติดต่อกันมาสิบรอบ 

    ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ซักพักจนกระทั่งฉุกคิดได้ว่าทากะกำลังรอเขาอยู่ ทั้งที่จริงแล้วเขาก็แค่ตื่นเต้นกับการเผชิญหน้ากับทากะและไม่สามารถหยุดจินตนาการว่าเขานั้นเป็นเจ้าบ่าวเสียเอง


    พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทกัน


    จริงๆ นะ


    ก๊อกๆ


    "เข้ามาเลยครับ" สิ้นเสียงทากะเอ่ยอนุญาต มือหนาบิดลูกกุญแจก่อนจะค่อยๆ เปิดเข้าไป

    ทากะในชุดทักซิโด้สีขาวที่เขาเป็นคนเลือกให้ยืนกอดอกพิงหน้าต่างเหม่อมองไปยังลานกว้างที่อีกไม่นานก็จะกลายเป็นพิธีแต่งงานของตน เสียงเพลงสนุกสนานดังลอดมาให้ได้ยินแต่ไม่ได้รู้สึกมีอารมณ์ร่วมเลยสักนิด


    ใช่.. เขาไม่ได้อยากแต่งซักหน่อย


    "ทากะ" ขายาวก้าวเข้าไปใกล้ และทันทีที่ทากะหันมาโทรุก็รวบร่างบอบบางเข้ามากอดจมอก

    "โทรุ..." ทากะซุกใบหน้ากับอกกว้าง ปากอิ่มเริ่มเบะและเป็นสัญญาณว่าอีกในไม่ช้าเจ้าตัวเล็กจะเริ่มงอแงให้เขาฟัง "ไม่อยา---"

    "ไม่อยากแต่ง ใช่มั้ย?" โทรุกอดคนตัวเล็กหลวมๆ โยกตัวปลอบ และมือข้างที่ว่างจะลูบลงบนศรีษะเพื่อนสนิทอย่างอ่อนโยนเหมือนโอ๋เด็ก นั่นคือวิธีปลอบโยนทากะโดยคนที่สนิทกันมาครึ่งชีวิตอย่างเขา

    "อื้อ ไม่อยากแต่งเลยว่ะ"


    เออ... ฉันก็ไม่อยากให้แต่ง


    "จะยกเลิกตอนนี้รึไงฮึ?" เขาเคาะกำปั้นลงบนหน้าผากมนเบาๆ มองสำรวจใบหน้าที่ดูจะอิดโรยหน่อยๆ ขอบตาคล้ำใต้ตาบ่งบอกว่าทากะคงจะนอนไม่หลับทั้งคืน

    "ไม่อยากแต่ง... ทำไงดีโทรุ" ดวงตากลมมองเขาด้วยแววตาอ้อนวอนและอับจนหนทาง

    ถ้าผ่านพ้นวันนี้ไปโดยเขาไม่ทำอะไร เขาคงต้องเสียทากะไป และคนตัวเล็กก็จะไม่มีความสุขตลอดชีวิต


    คิดสิโทรุ ...คิด


    ก๊อกๆๆ


    "ทากะคุง ได้เวลาเข้าพิธีแล้วค่ะ"


    "โทรุ" ทากะเขย่าแขนเร่ง สีหน้าแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด


    "ฉันว่าฉันคิดออกแล้ว" มือหนาจัดการจัดทักซิโด้ของทากะให้เข้าที่ โทรุกระตุกยิ้มมุมปาก "แต่นายต้องไปเข้าพิธี "

    "อะไรนะ?"

    "นายแค่ยืนอยู่เฉยๆ แล้วทำตามฉันก็พอ" โทรุจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโต "และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามตอบว่า 'ตกลง' เด็ดขาด"

  • โทรุไม่ใช่ผู้ชายที่แบบจะพรวดพราดเข้าไปพังงานแต่งของเพื่อนสนิทตัวเอง

    และแน่นอนว่าทากะก็ไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่แบบว่าจะต้องมาแต่งงานกับผู้หญิงที่เขาไม่ได้รัก




    เสียงออร์แกนเริ่มบรรเพลงขึ้น ทากะยืนอยู่บนแท่นพิธี เพื่อนตัวเล็กของเขาดูเหมาะกับชุดทักซิโด้สีขาวสะอาดตาเอามากๆ เพียงแต่ว่าเจ้าสาวของทากะจะต้องเป็นเธอคนนั้น

    เหอะ

    ภาพต่อมาคือว่าที่เจ้าสาวที่สุดแสนนนนนจะน่ารักของทากะในชุดฟูฟ่องยาวเป็นหางนกยูงกำลังเยื้องย่างผ่านซุ้มดอกลิลลี่สีขาวเข้ามา เธอควงแขนพ่อของเธอ และในตอนที่เธอกำลังเดินผ่านโทรุ สาบานเลยว่ายัยนี่แอบเบ้ปากใส่เขา

    โอ้โหแม่คุณ...

    โทรุไม่ได้แอบหวังให้เธอเดินสะดุดชายกระโปรงตัวเองเลยนะ ไม่เลยสักนิด...

    ดวงตาคมมองทากะที่ยื่นมือให้ว่าที่เจ้าสาวจับ หมอนั่นเงยมองเขาครู่หนึ่ง รู้หรอกน่าว่าทากะหวังให้ที่ตรงนั้นเป็นเขาแทนน่ะ


    บาทหลวงเริ่มทำพิธีกรรมอะไรสักอย่างที่โทรุไม่ได้สนใจมากนัก สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ทากะ เขามองแค่แผ่นหลังของทากะคนเดียว


    และพิธีสำคัญที่สุดก็เริ่มขึ้น

    "มาซาโอมิ ฮิคาริ" บาทหลวงเริ่มเอ่ยคำมั่นสัญญาสำหรับเจ้าสาว "คุณจะรับโมริอุจิ ทาคาฮิโระเป็นสามีของคุณไหม คุณสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อเขา ทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามไข้และสบายดี จะรักเขาและให้เกียรติเขาชั่วชีวิตของคุณหรือไม่?"

    เจ้าสาวคนสวยยิ้มหวาน "รับค่ะ"

    "โมริอุจิ ทาคาฮิโระ" และก็ถึงคราวของทากะ "คุณจะรับมาซาโอมิ ฮิคาริเป็นภรรยาของคุณไหม คุณสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อเธอ ทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามไข้และสบายดี จะรักเธอและให้เกียติเธอชั่วชีวิตของคุณหรือไม่?"


    "..."

    แต่เจ้าบ่าวกลับนิ่งเงียบ



    และคุณเจ้าสาวเริ่มเลิ่กลั่กเมื่อว่าที่เจ้าบ่าวของเธอยืนนิ่ง เธอสะกิดแขนคนที่ยืนนิ่งไม่ไหวติง

    ทุกอย่างในโบสถ์กลายเป็นความเงียบงันเมื่อเจ้าบ่าวไม่ยอมตอบรับคำสาบานเสียที ทุกคนในงานเงียบสนิท แม้แต่เพลงออร์แกนก็หยุดบรรเพลง

    และฝ่ายที่เหยียดยิ้มก็คือโทรุ

    "พูดสิทาคาฮิโระคุง สวมแหวนลงมา" ปากสีแดงสดของเจ้าสาวขมุบขมิบเป็นคำสั่ง ทากะหันไปมองข้างหลัง


    พ่อกับโทรุนั่งอยู่คนละแถว แต่ทั้งสองคนกำลังมองมาทางนี้


    'พูดสิทากะ' พ่อของเขาเอ่ยออกมาเป็นคำพูดไร้เสียง และทากะก็เริ่มเหงื่อตก 

    "พูดสิทากะ" โมริ ชินอิจิออกคำสั่งจนเกือบจะเหมือนตะโกนใส่ลูกชายคนโต


    "พูดเลยๆๆๆ / สาบานเลยๆๆๆ / สวมแหวนเลยๆๆ "

    และพอได้ยินพ่อของเจ้าบ่าวพูดแบบนั้น พวกแขกก็เริ่มตะโกนเสียงดังเซ็งแซ่


    พูดบ้าอะไรล่ะโว้ยย!


    โทรุสบถคำหยาบในใจอย่างหงุดหงิด

    "จะพูดคำสาบานหรือจะเงียบอย่างนี้ตลอดไปทาคาฮิโระคุง?" บาทหลวงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเอ่ยถามเขา ทากะกำมือแน่น "หากต้องการ ก็จงสวมแหวนลงไปเสีย"

    เขาหันไปมองหาโทรุ สายตาปะทะกับดวงตาคู่คมและรอยยิ้มบนมุมปาก ริมฝีปากคู่นั้นกำลังเหยียดเป็นรอยยิ้มร้าย ประโยคไร้เสียงถูกเอ่ยออกมาช้าๆ


    "อย่า พูด นะ"


    คนตัวเล็กกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มือที่ถือแหวนสั่นและชื้นไปด้วยเหงื่อ แววตาขอร้องให้ช่วยถูกส่งมาให้


    โอเค โทรุคิดว่านี่แหละโอกาสสุดท้ายของเขาแล้ว


    "ผมขอคััดค้านงานแต่งงานครั้งนี้ครับ!"

    ร่างสูงผุดลุกยืนขึ้นท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของแขกเหรื่อ มาซาโตะยกมือขึ้นกุมขมับ ส่วนโทโมยะและเรียวตะยิ้มร่าตบเข่าฉาดด้วยความถูกใจ

    ต้องงี้สิวะหัวหน้าวงพวกเขา!

    ท่ามกลางทุกสายตาที่จับจ้องมาและสายตาของโมริ ชินอิจิที่จ้องเพื่อนสนิทลูกชายอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ แววตาแปลกๆ เคลือบแคลงจากทุกๆ คนในห้องทำเอาโทรุเหงื่อตก

    แต่ตอนนี้สายตาเขาเห็นแค่ทากะคนเดียวเท่านั้น


    อ่า... ขอบอกอีกที ขอย้ำอีกหนแล้วกันว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายประเภทนั้น แบบที่จะพังงานแต่งของเพื่อนสนิทของตัวเองน่ะนะ

    และทากะก็ไม่ใช่ผู้ชายทีี่จะต้องมาแต่งงานกับผู้หญิงผิดคนเพราะถูกคลุมถุงชนแบบนี้ด้วย


    ลมหายใจถูกสูดเข้าลึก และโทรุก็ตะโกนบอกคนที่อยู่อีกฟากของโบสถ์

    "อย่าสาบานเลยนะทากะ ออกไปกับฉันเหอะ นะ"

    และในขณะที่ผมยังรอคำตอบอยู่ บาทหลวงยืนงง ยัยเจ้าสาวก็เริ่มหน้าบึ้ง ส่วนลุงโมริน่ะเหรอ?

    "สวมแหวนลงไปเดี๋ยวนี้ทากะ สาบานออกมาซะ อย่าไปฟังไอ้เด็กนี่มาก!"

    และคนในงานก็เริ่มส่งเสียงเชียร์

    "สวมแหวนเลย / สาบานเลยซี่"

    โทรุเห็นปากสีแดงสดคู่นั้นพึมพำว่า "พูดคำสาบานสิทาคาฮิโระคุง!"

    เธอเขย่ามือทากะและกระทืบเท้าอย่างเอาแต่ใจ

    เห็นไหม.. บอกแล้วว่าเธอน่ะไม่เหมาะกับทากะหรอก

    หึ



    "ไม่ต้องรออะไรแล้วทากะ วิ่งมาหาฉันนี่มา"




    ดวงตาสองคู่สบกัน

    และในวินาทีนั้น ทากะกำแหวนและปล่อยมือของเจ้าสาว

    "ผมไม่รับครับ"

    โทรุยิ้ม ท่ามกลางเสียงฮือฮาของคนในงาน โดยเฉพาะมาซาโตะ โทโมยะและเรียวตะที่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

    คนตัวเล็กวิ่งลงมาจากแท่นพิธี ปล่อยให้เจ้าสาวยืนเคว้งอยู่ตรงนั้น ทากะหยุดอยู่ตรงหน้าเขา เงยมองคนตัวสูงและรอยยิ้มบนใบหน้าน่ารักนั่นเต็มไปด้วยความโล่งใจ

    "ฉัน---ฉันขอไปเปลี่ยนชุดก่อน เราไปเจอกันที่ประตูหลังโบสถ์นะ"

    "ไม่ทันแล้วทากะ" โทรุตอบแล้วพยักเพยิดไปทางลุงโมริที่กำลังแหวกฝูงชนมาทางนี้

    "โทรุ ทำไงดี" ทากะเขย่ามือเขาด้วยความร้อนรน พ่อของคนตัวเล็กดูโกรธจัดมากๆ

    ก็แหงล่ะ เขาเล่นป่วนงานแต่งลูกชายตัวเองซะขนาดนั้น

    "โทรุ รับ!"

    เรียวตะโยนกุญแจรถมาอย่างรู้กัน เขาขยิบตาให้น้องชายต่างสายเลือดหนึ่งทีแล้วคว้ามือทากะออกวิ่งไปข้างหลังโบสถ์



    โทรุพาทากะวิ่งออกมาจากงาน ณ หลังประตูโบสถ์หลังนี้ รถยนต์ของเรียวตะจอดอยู่ตรงนั้น พวกเขาจัดการล็อคประตูหลังเพื่อกันคนของพ่อทากะตามมา

    "ไปกัน"

    แต่คนตัวเล็กดึงแขนเขาเอาไว้ รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าน่ารักนั่นทำโทรุใจเต้นตึกตัก

    "ฉัน---ฉันแค่อยากจะบอกว่า" ทากะสูดลมหายใจเข้าลึก "ขอบใจนะ ฉันโคตรดีใจเลยที่นายอยู่ตรงนั้น"

    ทากะเขย่งขาขึ้นหอมแก้มอีกคน โทรุหัวเราะแล้วดึงร่างบางเข้ามากอดจมอก

    "คิดว่าฉันจะยอมให้นายแต่งงานกับคนอื่นเหรอ" กล่องแหวนที่เก็บไว้มานานถูกหยิบออกมาจากกระเป๋าเสื้อ "ฝันไปเหอะ นายต้องแต่งกับฉันเท่านั้นโว้ย"

    แหวนเงินเกลี้ยงถูกสวมลงบนนิ้ว ทากะเงยหน้ามองเพื่อนสนิทด้วยความดีใจ และโทรุก็จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น นัยน์ตาสีเข้มกลมโตที่เขาหลงไหลมานาน

    "พูดเลยทากะ พูดว่านายจะรับฉันเป็นคู่ชีวิตของนาย"

    ทากะหัวเราะออกมา รอยยิ้มอ่อนหวานเหมือนลูกกวาดและฝ่ามือเล็กแต่อบอุ่นราวกับพระอาทิตย์ยามเช้า


    และในตอนที่ริมฝีปากของทากะขยับ


    "รับครับ"


    นี่ไง

    ผมคือผู้ชายประเภทนั้น คนที่ทากะควรจะแต่งงานด้วย

    :)


    So don't say yes, run away now, I'll meet you when you're out of the church at the back door
    Don't wait or say a single vow, You need to hear me out
    And they said, "speak now"
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in