Fictober #โทรุกะliving_doll
Day 10 :「Book」


  • ตอนที่แล้ว Day 3 :「Lipstick」
    So if you love me, let me know
    We don't have to fall so fast, take it slow

    วิชาเลือกเสรีทำให้พวกเขาทุกคนในชั้นเรียนต้องมานั่งจับเจ่ากันอยู่ในห้องสมุดของโรงเรียน

    ขอบอกไว้ก่อนว่าเขาไม่ได้มาอ่านหนังสือสอบหรือหาความรู้ใส่สมองอะไรเทือกนั้นหรอก โทรุมีชีวิตคู่ขนานกับห้องสมุดมาตลอดจนถึงเร็วๆ นี้และเพราะหนังสือที่กองอยู่ตรงหน้าไม่ได้น่าสนใจเท่าอาหารตาในห้องสมุดเลยสักนิด

    ใส่แว่นด้วยแฮะ

    โทรุนั่งเอามือเท้าคาง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม สายตาทอดมองคนตัวเล็กที่ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสืออยู่โต๊ะถัดไปไม่ไกล

    เอานิ้วดันแว่นด้วย น่ารักจัง...

    แว่นสายตาที่ตกลงมาอยู่ที่ปลายจมูกยามที่ทากะก้มลงอ่านหนังสือ เรียวปากอิ่ม--ที่โทรุมองว่ามันโคตรน่าจูบ-ขมุบขมิบตามตัวอักษรที่อ่าน

    อา... คิดถึงปากแดงๆ วันนั้นจัง


    เสียงออดดังเตือนหมดเวลา และเด็กทุกคนก็เหมือนจะรีบกลับบ้านกันเสียเหลือเกิน ทากะที่รอให้คนอื่นๆ ในห้องออกไปก่อนเสมอเก็บของเข้ากระเป๋าช้าๆ โดยเฉพาะกลุ่มนั้น---กลุ่มของโทรุที่ยังคงนั่งอ้อยอิ่งอยู่ที่โต๊ะ เสียงดังโหวกเหวกตั้งแต่ตอนเข้าเรียนยันเลิกเรียนทั้งๆ ที่มันเป็นห้องสมุด

    ทากะรับรู้ได้ถึงสายตาที่มองมาจากคนๆ นั้น มือเล็กกระชับสะพายกระเป๋าแน่น ตัดสินใจจะลุกออกจากที่นั่งก็ในตอนที่กระดาษกลมๆ ก้อนหนึ่งปามาโดนหัวเขาอย่างจัง

    เสียงหัวเราะขบขันดังขึ้นจากกลุ่มนั้น เขาลูบหัวตัวเองป้อยๆ ก้มหน้าอย่างประหม่า โทรุจะแกล้งอะไรเขาอีกแล้ว

    "เก็บไปทิ้งด้วยสิโมริอุจิ" เสียงของหนึ่งในเพื่อนของคนตัวสูงตะโกนมาทางเขา

    ทากะก้มลงเก็บเศษกระดาษตามคำสั่ง ในขณะที่เงยหน้าขึ้นเขามองไปทางนั้นเพียงชั่วครู่ และนั่นก็เพียงพอแล้วที่ตาสองคู่ได้สบกันก่อนที่เขาจะออกจากห้องไป แต่ก็ไม่มากพอที่จะทันเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความน้อยใจอย่างปิดไม่มิด

    'มีปาร์ตี้บ้านเอเดน เดี๋ยวคืนนี้ไปหาที่หอนะ'

    ลายมือหวัดๆ คุ้นตากับกระดาษที่ยับยู่ยี่ทำทากะเผลอขบริมฝีปาก

    เรื่องคืนนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเขา และเขาก็หลบหน้าโทรุได้เกือบจะหนึ่งอาทิตย์แล้ว

    จะกล้ามองหน้าโทรุได้ยังไงในเมื่อตัวต้นเหตุที่ทำเขาต้องใส่เสื้อคอเต่ามาเรียนหลายวันนั้นยังคงยิ้มระรื่นอย่างไม่รู้สำนึก

    ทากะเลือกจะปัดความคิดฟุ้งซ่านในหัวทิ้งก่อนจะเก็บมันเข้ากระเป๋าสะพายและออกเดินไปตามเส้นทางที่คุ้นเคยดี




    ห้องสมุดชุมชนเคยเงียบเหงายังไงในตอนนี้ก็ยังคงเป็นอย่างนั้นถึงแม้ว่าจะเปิดถึงห้าทุ่มก็ตาม โดยเฉพาะในคืนวันศุกร์ที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะไปปาร์ตี้ให้เมาสุดเหวี่ยงมากกว่าการจมดิ่งไปกับเรื่องราวในหนังสือแบบเขา

    ทากะนั่งอยู่ที่มุมเดิม มีหนังสือหลายเล่มวางอยู่ข้างตัว วันนี้ไม่มีร้องเพลงที่บาร์ คนตัวเล็กเลยนั่งอยู่ที่นี่ตั้งแต่เย็นย่ำจนถึงตอนที่นาฬิกาโบราณบนผนังบอกเวลา 3 ทุ่มเศษๆ และไฟส่องสว่างถูกปิดไปแล้วบางส่วน แต่ทากะยังคงจมอยู่กับหนังสือบทกวีของ Rupi Kaur ที่อ่านเพลินจนไม่อยากจะวาง

    ลืมเวลาของโลกภายนอกไปเสียสิ้น

    ปลายนิ้วเกี่ยวเปลี่ยนหน้ากระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่า แว่นสายตาสะท้อนตัวหนังสือสีดำเรียงราย เขาอ่านมันด้วยความตั้งใจ ซึมซับทุกตัวอักษรและพยายามตีความในทุกๆ บรรทัด

    กลิ่นหมึก กระดาษและเรื่องราวในหนังสือพาทากะไปอยู่ในอีกโลกหนึ่ง

    ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีคนเดินเข้ามาใกล้

    จนกระทั่งมีแรงสวมกอดจากทางด้านหลังที่มาพร้อมกับกลิ่นบุหรี่และแอลกอฮอล์เจือจาง กลิ่นบุหรี่ไฟฟ้ามินต์ ทากะเกือบทำหนังสือหลุดมือในตอนที่ปลายจมูกโด่งแตะเข้าที่ซอกคอ

    "ทาคาฮิโระ" เสียงทุ้มต่ำที่เรียกชื่อเขาและกลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวอีกคนทำทากะใจเต้นรัว "คิดถึง..."

    "ยามาชิตะซัง ปล่อยก่อนครับ ใครมาเห็นเข้ามันจ---" ทากะพยายามประนีประนอมในตอนที่โทรุพาตัวพวกเขาทั้งคู่นั่งลงกับพื้น แผ่นหลังกว้างพิงเข้ากับชั้นหนังสือและท่อนแขนแกร่งยังคงตระกองกอดเอวบางไว้ไม่ยอมปล่อย

    "เรียกชื่อกันสิ.. จะหลบหน้ากันทำไม..." คนเมาขี้น้อยใจเริ่มตัดพ้อต่อว่า "อุตส่าห์ไปยืนรอที่หน้าหอตั้งนาน.. หนาวก็หนาว กุญแจก็ไม่มี"

    "..." ทากะเริ่มคิดหนัก เขามองนาฬิกาที่ยังบอกเวลาไม่ดึกเท่าไหร่แต่ก็ใกล้จะถึงเวลาปิดห้องสมุดแล้ว โทรุบอกว่าไปรอเขาที่หอ... แสดงว่าออกจากปาร์ตี้ตั้งแต่ยังไม่จบงั้นเหรอ

    "ใจร้าย... คิดถึงก็บอกไม่ได้ อยากจับมือ อยากแสดงออก อยากกินข้าวด้วยตอนกลางวัน อยากไปส่งกลับหอทุกวันก็โดนบอกปฏิเสธ"  ใบหน้าคมซุกซบเข้าที่ลาดไหล่เล็ก "ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องอยากซ่อนเรื่องของเราขนาดนั้น"

    "โทรุซังเมาแล้วนะครับ.." ทากะว่าเสียงเบา

    "เพราะฉันเป็นคนเกเรเหรอ หรือเพื่อนฉันแกล้งนาย?" เหตุผลที่ถูกคาดเดาต่างๆ นานาพรั่งพรูออกมาอย่างอัดอั้น "นายไม่ชอบใช่มั้ยหรือนายอายที่จะบอกคนอื่นว่าเป็นแฟนกัน งั้นถ้าฉันเลิกทำตัวไม่ดีนายจะยอมมองหน้าฉันมั้ย?"

    ทากะเงียบให้โทรุพูดและพูดออกมา คนตัวเล็กซ่อนสีหน้าและรอยยิ้มไว้เกือบไม่มิดเพราะเหตุผลคาดเดาต่างๆ จากโทรุจะทำเขาขำไปบ้าง จนกระทั่งโทรุหยุดพูดและความเงียบก็ทำหน้าที่ของมัน

    "โอเค... งั้นฟังผมบ้างนะ" ทากะหันมาเผชิญหน้ากับคนขี้น้อยใจ จากนั่งตักกลายเป็นนั่งคร่อมร่างสูงโดยสมบูรณ์แบบ---ถึงท่านั่งจะดูน่าอายไปสักนิด แต่ประเด็นเล็กๆ น้อยๆ ของความรู้สึกโทรุนั้นสำคัญกว่า "อันดับแรก โทรุซังเมาแล้ว และต้องกลับบ้านไปนอน"

    โทรุเหมือนมีอะไรจะพูด ทากะจรดนิ้วชี้ลงบนริมฝีปากอีกฝ่ายแล้วส่ายหน้า

    "สอง ผมขอโทษที่หลบหน้าแต่เราจะคุยกันเรื่องนี้ตอนที่กลับถึงหอแล้วเข้าใจมั้ยครับ" กลายมาเป็นเด็กดีว่าง่ายทันที คนตัวสูงพยักหน้าหงึกหงัก ดวงตาคมประกายกล้าในยามที่ไล่สายตามองสำรวจใบหน้าน่ารัก

    มือหนาแนบลงบนแก้มขวาในขณะที่แขนอีกข้างยังเกี่ยวรัดเอวบางไว้ไม่ให้ไปไหน ระยะห่างของทั้งคู่เริ่มน้อยลงเรื่อยๆ

    "อยากจูบ" และในตอนที่ราชสีห์ร้องขอ

    "ไม่เห็นต้องขอเลยนี่ครับ" กวางน้อยก็เพียงแค่ตอบรับ

    ริมฝีปากอุ่นแนบลงมา เจ้าตัวเล็กสั่นน้อยๆ ในตอนที่เขาแทรกลิ้นเข้าไปในปาก มือเล็กทั้งสองข้างจิกเข้าไปในแขนเสื้อของเขาแล้วเลื่อนไปคล้องที่คออย่างช้าๆ

    ทากะเผยอปากรับจูบจากคนตัวสูงที่แนบริมฝีปากลงมาครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักพอ จังหวะจูบหนักหน่วงที่เปลี่ยนไปตามฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำเอาลมหายใจทากะติดขัด แว่นสายตาตกลงมาอยู่ที่ปลายจมูก มือหนาซุกซนลูบไล้เอวบางก่อนจะเลื่อนเข้าไปในเสื้อยืดตัวใหญ่ สัมผัสจากฝ่ามือร้อนที่ลากผ่านผิวเนื้อขึ้นไปที่ยอดอกทำทากะเผลอครางเสียงหวาน

    "โทรุซัง อ๊ะ--หยุดก่อนครับ"

    แต่มีหรือที่คนอย่างเขาจะหยุด ยิ่งห้ามก็ยิ่งเหมือนสุมฟืนเข้าไปในกองไฟ โทรุจูบปิดปาก โน้มน้าวให้ทากะโอนอ่อน กลืนเสียงห้ามที่แสนอ่อนหวานลงไปในลำคอ

    คนตัวเล็กหอบหายใจในตอนที่จอมเจ้าเล่ห์ละริมฝีปากเปลี่ยนเป็นใช้ปลายจมูกโด่งลากผ่านลำคอไปยังแอ่งชีพจร ร่างน้อยสั่นสะท้าน ดวงตาปรือปรอยฉ่ำน้ำใต้แว่นตาดูน่ารังแกขึ้นเป็นอีกเท่าตัว

    "พอก่อนครับ..." เสียงนาฬิกาโบราณส่งเสียงเตือนเวลาปิดห้องสมุดดังขึ้นมาเรียกสติ ไฟดวงที่เหลืออยู่เริ่มดับไล่กันมาจากหลังห้อง และทากะก็รู้ว่าอีกไม่นานมาดามเอเลนอร์จะเดินมาทางนี้ ให้เธอเห็นพวกเขาในท่าทางแบบนี้คงไม่ดีแน่

    "ต้องกลับแล้ว ห้องสมุดจะปิดแล้ว"

    "ตรงนี้ไม่ได้เหรอ" ทากะอ้าปากค้าง มองเจ้าคนหน้าด้านเอาแต่ใจที่พูดออกมาได้อย่างหน้าตาเฉยแล้วอยากจะตีปาก แค่นี้ก็ผิดกฏห้องสมุดไม่รู้ตั้งกี่ข้อแล้ว ทั้งส่งเสียงทั้งแอบมาพลอดรัก--อ่า--เขาหมายถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้

    "ไม่ได้ครับ!" ทากะดุเสียงเบา โทรุมองเสื้อตัวใหญ่ไหล่ตกเผยให้เห็นลาดไหล่และผิวขาวๆ ที่น่าฝากรอยแสดงความเป็นเจ้าของเอาไว้ ไวเท่าความคิด เรียวปากสวยแตะลงบนผิวเนื้อนุ่มแล้วจุ๊บเบาๆ จนเกิดเสียง

    "กลับก็ได้"

    ทากะรีบผละลุกออกจากตักอีกคนอย่างกับต้องของร้อน ใบหน้าร้อนฉ่า มองค้อนใส่ตัวต้นเรื่องที่เหมือนก่อนหน้านั้นแกล้งเมาให้เขาตายใจ มือเล็กรีบหยิบหนังสือที่กะจะหยิบยืมกลับขึ้นแนบอกแล้วเดินหนีทันที


    โทรุยืนมองแผ่นหลังเล็กที่เคาน์เตอร์ยืมหนังสือ ทากะกำลังคุยกับมาดามเอเลนอร์ แก้มกลมๆ ยังคงแดงจากเหตุการณ์เมื่อกี้ มาดามเอเลนอร์เหมือนจะพยักเพยิดหน้ามาทางเขา เธอส่งยิ้มใจดีมาให้ โทรุพยักหน้าแล้วยิ้มทัักทายให้เธอนิดๆ เขายังคงสนใจว่าทากะก้มหน้ากัดปากแล้วพยักหน้าทำไม

    "เมื่อกี้คุยอะไรกับเธอเหรอ?"

    แสงจากโคมไฟรายทางส่องสว่างให้เห็นคนสองคนเดินจูงมือกัน ทากะแกว่งมือเราทั้งคู่เล่นไปมาอย่างกับเด็ก ส่วนโทรุใจพองโต ดีใจที่ได้จับจูงมือเล็กตอนกลับหอด้วยกันสักที เขาอาสาถือหนังสือเล่มหนาให้

    "เธอถามว่าเราเป็นเพื่อนกันเหรอ" เสียงใสตอบกลับ

    "แล้วตอบไปว่าไง" เขาถามต่อ แอบคาดหวังคำตอบ แต่ก็รู้ดีกว่าไม่ควรหวังมากไป ทากะเป็นคนระวังตัว เขารู้ดี

    "--ฟน...กัน..." ทากะตอบเสียงเบา เบาจนเขาแทบไม่ได้ยิน

    "อะไรนะ?" เขาหยุดเดิน ก้มหน้าลงไปใกล้คาดคั้นเอาคำตอบ

    "แฟนกัน---บอกว่าเป็นแฟนกัน" ทากะหลบตาตอบอ้อมแอ้ม แล้วก็เงยหน้ามองเจ้าคนตัวสูงที่ยืนนิ่งเป็นหินไปแล้ว

    "ทำไมน่ารักงี้วะ" โทรุพึมพำ ดึงมือเล็กขึ้นมาหอม

    "อะไรเล่า ก็--ก็เป็นแฟนกันจริงๆ นี่"

    แสงสว่างตกกระทบให้เห็นแก้มเนียนแดงเรื่อและริมฝีปากแดงสวย โทรุยืนนิ่งมองกลีบปากบวมเจ่อคู่นั้น ดวงตาคมแวววับ เขาแตะริมฝีปากลงไปอีกครั้ง ไม่ได้ลุกล้ำใดๆ มีแต่เพียงประโยคเอาแต่ใจที่กระซิบข้างหูเท่านั้นที่ทำทากะก้มหน้าด้วยความอาย

    "ถึงห้องนายโดนแน่"



    But you're the one I choose
    I belong with you
    :)
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in