[ Depressed since 2019]letPBwrite
อาจารย์คนนั้น
  •       อาจารย์วัยสี่สิบตอนต้น หน้าตาสละสวย ในชุดพยาบาลเรียบร้อยทุกกระเบียดนิ้วเดินเข้ามาในวอร์ด ก่อนแนะนำตัวร่าเริงว่าเธอเป็นใคร ชื่ออะไร ในใจของฉันตอนนั้นคิดว่าเธอก็ดูโอเคและฉันจะพยายามทำตัวให้ดีไว้จะได้ไม่มีปัญหา ฉันไม่อยากรับบทเป็นตัวเอกในหนังที่ต้องมีซีนมีปัญหากับคนอื่นไปทั่วหรอกนะขอเป็นแค่คนเดินผ่านในฉากก็พอ เหมือนทุกอย่างกำลังดำเนินไปด้วยดีระหว่างที่อาจารย์แนะนำตัวของเธอเสร็จก็กล่าวขึ้นว่า

    “ ฉันไม่สนใจหรอกถ้าคุณฝึกไม่ไหวแล้วจะไปกระโดดตึกโรงพยาบาล ”  พรางหัวเราะในลำคอราวกับเป็นโจ๊กที่เธอภูมิใจนำเสนอ เพื่อนร่วมทีมของฉันได้แต่ยิ้มแห้งตอบ ส่วนฉันก็ครุ่นคิดตามคำพูดนั้น อาจารย์เขาคิดอย่างงั้นจริงๆเหรอ ถ้ามีคนตายเพราะคำพูดนี้เขาจะไม่ใยดีจริงๆใช่ไหม.....


            หลังจากประโยคเปิดตัวของอาจารย์แล้วฉันก็พยายามเลี่ยงตัวเองออกจากอาจารย์ พยายามเอาตัวหนีปัญหาแต่ดูเหมือนพระเจ้าเล่นตลก เคสคนไข้ของฉันมีโรคประจำตัวมากมายและฉันไม่สามารถหาข้อมูลมากเพียงพอต่อความต้องการของอาจารย์ได้ ความรู้ที่เรียนมาตลอดสามปีก็ไม่มีส่วนไหนเลยที่สามารถนำมาใช้กับเคสนี้ เมื่ออาจารย์ไม่ได้คำตอบที่คาดหวัง แน่นอนว่าฉันก็ต้องรับผิดชอบในความเขลานี้ ฉันหัวสมองโล่งไปหมดตอนอาจารย์สาดคำพูดมากมายใส่ฉันแต่ประโยคสุดท้ายที่มันเหมือนกับน้ำเย็นที่สาดเข้ามาปลุกฉัน ทำให้รู้ว่าฉันมันไม่ได้ดีเด่อย่างที่ตัวเองคิดเลยสักนิด ก็คือ “แค่คนไข้คนเดียวคุณยังดูแลไม่ได้” ฉัน ณ ตอนนั้นขอบตาแสบร้อนไปหมดด้วยความรู้สึกผิด รู้สึกว่าตัวเองช่างไร้ความผิดชอบสิ้นดี ฉันกั้นน้ำตานั้นไว้ทนทำงานจนถึงเวลาพัก ฉันเตือนตัวเองว่ามีเวลาพักเที่ยงสิบห้านาทีเท่านั้นก่อนกลับมาให้ยาคนไข้ ฉันวิ่งจากโรงพยาบาลกลับไปที่ตึกคณะซึ่งอยู่ใกล้ๆกัน ไม่แวะทักเพื่อนที่งงว่าฉันรีบไปไหน เดินขึ้นชั้นสอง เข้าไปในห้องน้ำห้องในสุด ปิดประตู แล้วร้องไห้ออกมา....ฉันเหนื่อยเหลือเกิน ทั้งคืนที่ไม่ได้นอนนั้นไม่มีความหมาย ฉันยังเป็นคนที่ดูแลคนไข้ไม่ได้ ไม่มีความรู้มากพอที่จะทำงาน แล้วสายตาที่อาจารย์มองมานั้น มันยิ่งกว่าคำดูถูกเหยียดหยามใดๆ ความคิดด้านลบมากมายผุดขึ้นมาในสมอง ฉันอาจจะคิดมากไป คนอื่นอาจจะทนคำพูดเหล่านั้นได้ หรือที่แท้ฉันมันก็แค่คนอ่อนแอ


          ชีวิตฉันเริ่มตกอยู่ในที่นั่งลำบาก แค่ลำพังเรียนก็หนักหน่วงอยู่แล้วยังต้องทำงานกับอาจารย์โหดอีก ทุกเช้าฉันตื่นมาพร้อมความหวังว่าจะโดนรถเมล์ชน อย่างน้อยก็ไม่ต้องเจอหน้าอาจารย์คนนั้น ช่วงนี้เองที่ฉันเริ่มรู้สึกว่าตัวเองผิดปกติ มนุษย์มีสัญชาตญาณคือรักตัวกลัวตาย แต่ทำไมฉันถึงเป็นมนุษย์ที่อยากทิ้งชีวิตนี้ลง ทำไมฉันถึงคิดว่าการตายดีกว่าการมีชีวิตอยู่ ฉันสนใจสิ่งแวดล้อมลดลง และเริ่มไม่จดจ่อกับงาน ทำให้วันนั้นฉันทำสิ่งที่ไม่ควรทำที่สุดในชีวิตของนักศึกษาพยาบาล ฉันปฏิเสธการฝึก สิ่งที่ฉันต้องทำคือการเตรียมสารน้ำสำหรับเข้าเส้นเลือดคนไข้ ยังเป็นเรื่องยากสำหรับฉันที่เป็นคนมือสั่นอยู่เสมอ ฉันฝึกกับอาจารย์หลายท่านแล้วถึงแม้อาจารย์จะใจดีแค่ไหนมือฉันก็ยังสั่นอยู่อย่างนั้น แล้วครั้งนี้ฉันต้องเตรียมยากับอาจารย์คนนี้ฉันไม่รอดแน่ๆ แค่คิดถึงฉันก็แน่นหน้าอก หายใจลำบาก มือสั่นขึ้นมาซะงั้น ก่อนถึงคราวฉันเตรียมยา ฉันนั่งรอเพื่อนเตรียมยากับอาจารย์อยู่หน้าเคาเตอร์พยาบาลที่ห่างจากห้องเตรียมยาประมาณหนึ่ง พลันได้ยินเสียงถาดเตรียมยากระทบพื้นดัง เพล้งงงง จากห้องยา เสียงอาจารย์ตะคอกใส่เพื่อนเล็ดลอดออกมาจากประตูจนคนไข้หันไปมองตามกัน เพื่อนฉันเดินออกมาจากห้องยาตัวสั่นเทา แขนโดนหยิกจนเขียว เธอทำพลาด....และอาจารย์ไม่ยอมให้เธอเตรียมยานั้นต่อ ฉันได้ยินดังกล่าวยิ่งกลัวไปใหญ่ ฉันไม่เคยกลัวที่จะต้องทำงานถึงแม้จะรู้ว่าตัวเองอาจทำพลาดได้ง่ายๆแต่ทุกครั้งที่พลาด ฉันจะเกิดการเรียนรู้และทำได้ดีขึ้นในครั้งต่อไป  แต่ครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมทำงานละเอียดอ่อนในบรรยากาศนรกแบบนั้นแน่ๆ ฉันจึงปฏิเสธการฝึกไป อาจารย์กัดฟันแน่นตอบฉันเหมือนนักแสดงที่เคยเห็นในทีวี “ ได้...ฉันไม่ได้สนใจอยู่แล้ว แล้วแต่เธอเลย ” 


    การที่นักศึกษาคนหนึ่งจะเรียนรู้ได้ แน่นอนว่าไม่ใช่ภายใต้สภาพกดดัน ด่าทอ ตะโกน ทำร้ายร่างกาย ฉันไม่สามารถเรียนแบบนั้นได้ และภายใต้สภาพบรรยากาศนรกนั้นฉันจะไม่ได้รับอะไรเลยนอกจากแผลในใจ 


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in