Harry P fictiontomei_tan
[fic Hp]Second full moon #21
  •  

     

     

     

     

     

     

     


     

     

    ความเหน็บหนาวค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาในร่างแทนที่อุณหภูมิของร่างกาย ราวกับเลือดไหลเวียนช้าลงเจียนหยุดเข้าทุกที ร่างที่ใช้บังคับขับเคลื่อนเพียงเพื่ออยู่ใกล้สิ่งสำคัญ ในตอนนี้ไม่มีประโยชน์อันใดอีกแล้ว ความคิดถูกตัดขาดออกเป็นห้วงๆ ราวกับน้ำแข็งแผ่นบางที่ร่วงหล่นลงมา..กระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไม่ทันได้รู้ว่าเศษเสี้ยวที่แตกเป็นเช่นไร  มันก็ละลายหายไป

    ไม่อยากจะคิดอะไร ไม่อยากจะนึกอะไร นอกจากหลับอยู่เช่นนี้ตราบนานเท่านาน จนกว่าเปลือกร่างนี้จะย่อยสลายผุพังไปตามกาลเวลา คงจะเป็นเช่นนั้นหากไม่มีเสียงเรียกแสนนุ่มหวาน ปลุกผู้ที่หลับอย่างยาวนานให้ตื่นจากภวังค์ ความฝัน...?.. 

    "พอตเตอร์" 

    นัยน์ตาเปิดออกมองคนที่เรียกด้วยสายตาอันพร่าเลือน แสงแดดแรงกล้าสาดส่องเข้ามาพร้อมกับสายลมเย็นของคิมหันต์ พาพัดให้ผ้าม่านสีขาวโบกสะบัด บดบังร่างอันแสนบอบบางที่ยืนอยู่ใกล้หน้าต่าง เสียจนมองไม่ออกว่าเป็นใคร

    บางอย่างประทุขึ้นภายในอก คนตรงหน้าสวมแว่นทรงกลมให้ ภาพที่เห็นอย่างเด่นชัดคือรอยยิ้มอันอ่อนโยนของหญิงสาวในชุดสีขาว กำลังส่งกระดาษทิชชู่ให้เด็กผู้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับหยาดน้ำตา 

    "ฉันรู้สึกว่าเธอกำลังฝันร้ายเลยลองปลุกดูน่ะ"

    มาดามพอมฟรีย์ค่อยๆนั่งลงข้างเตียง มองเด็กหนุ่มผมยุ่งที่ยังคงมึนงงกับสภาพของตัวเองว่าทำไมถึงร้องไห้ออกมาได้ แฮร์รี่เช็ดน้ำตาแล้วส่ายหน้าปฏิเสธ 

    "..ผมจำไม่ได้ว่าฝันเรื่องอะไร รู้แต่มันไม่ใช่ฝันร้าย ผมแค่เศร้า..เศร้ามากๆ ก็เท่านั้น.." 

    ..เขามองฝ่ามือราวกับจะเพ่งมองบางอย่างที่เคยอยู่ให้สัมผัส ความอบอุ่นที่เคยมีมันหายไปไหน...แล้วมันคืออะไร...ความว่างเปล่าก็สร้างความอึดอัดใจได้...เขาละสายตาจากมือแล้วมองไปรอบห้อง  ก่อนจะหยุดที่ใบหน้าของอีกฝ่าย 

    "นี่ผมเป็นลมอีกแล้วเหรอฮะ ?"

    "จ๊ะ ที่ห้องใต้ดินห้องเดิมเสียด้วย...เธอควรจะพักผ่อนกินอะไรให้มันเยอะขึ้นสักหน่อยนะ รบกวนศาสตราจารย์แกบ่อยๆ มันไม่ดี ต้องคอยมาส่งเธอเพราะไปล้มในห้องทำงานของเขาอยู่เรื่อย"

    มาดามพอมฟรีย์พูดพลางพับผ้าห่มวางให้เข้าที่ สักพักเสียงฝีเท้าพร้อมเสียงเสียดสีของเครื่องป้องกันก็ดังเข้ามาใกล้ เด็กหนุ่มผมสีแดงใบหน้าตกกระในชุดควิดดิชหยุดพักเกาะตรงกรอบประตู พลางชะโงกหน้าเข้ามามองก่อนจะยิ้มร่าวิ่งมาหาเขา

    "ฉันเดาถูกแฮะว่านายต้องตื่นเวลานี้ กำไรชะมัดได้โดดยาวเลย ไปเร็วพวก !  ไปซ้อมควิดดิชกันให้มันเสร็จๆ ไป  จะได้ไปกินข้าวเร็วๆ ส่วนนี่ของรองท้อง"

    รอนยัดนมขวดใหญ่ใส่มือก่อนจะรีบฉุดเพื่อนให้วิ่งไป โดยมีเสียงแสดงความไม่พอใจของหญิงสาวประจำห้องพยาบาลดังไล่หลังตามมา แฮร์รี่หัวเราะไปพร้อมกับอีกฝ่าย..พอได้ยินเรื่องกีฬาที่ชอบสิ่งที่คิดไว้ก็มลายไป 

    เวลาของเขาผ่านไปเรื่อยๆ ดั่งวงจรที่ต่อวน..ช่วงเช้าเรียน ตอนเย็นซ้อมกีฬา..ตกดึกก็มานั่งทำการบ้านที่ห้องนั่งเล่นรวม นอน...ตื่นมาก็เริ่มวันใหม่อีกครั้ง ใช้ชีวิตตามปกติไปเรื่อยๆ ประคองความสุขที่มากับความเรียบง่ายนี้ไว้ในอ้อมกอด ไม่เคยโหยหาความตื่นเต้นอะไร แต่กลับมีความรู้สึกว่าบางอย่างแสนสำคัญได้ขาดหาย...บางส่วนของวงจรกำลังชำรุดในที่ๆ เขามองไม่เห็น มีเพียงสะเก็ดไฟออกมาสะกิดให้เจ็บตลอดเวลาเป็นสัญญาณเตือนให้ตามหาของล้ำค่านั้น

    แฮร์รี่เหม่อลอยเขี่ยอาหารในจานไปมา...ไม่อยากอาหารแม้แต่น้อยทั้งที่เพิ่งเล่นกีฬาเสร็จหมาดๆ จนเหงื่อโทรมกาย พลางทอดสายตาไปยังโต๊ะกินข้าวของอาจารย์ตรงด้านหน้าของห้องโถง ท่ามกลางเหล่าผู้มีความรู้ที่กำลังนั่งรับประทานอาหารเย็นกันอย่างสำรวม...มีเก้าอี้ตัวหนึ่งว่างอยู่..

    "งวดนี้ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์แกไปโปรตุเกสนานเนอะ ยังไม่กลับสักที"

    เฮอร์ไมโอนี่พูดขึ้น เมื่อเห็นเพื่อนเอาแต่มองตรงไปยังเก้าอี้ตัวใหญ่อยู่ตั้งนานสองนาน ทำให้อีกฝ่ายสะดุ้งตกใจ จากนั้นจึงหันมายิ้มจางๆ แล้วพยักหน้าเห็นด้วย หากแต่ในใจไม่ได้นึกถึงอาจารย์ใหญ่เลย ดวงตาของเขาไปหยุดตรงแถวนั้นโดยไม่รู้ตัว ราวกับว่ามันเป็นความเคยชิน หรือเขากำลังมองหาใครท่ามกลางเหล่าอาจารย์ที่มากันครบ

    "เอ่อ...แฮร์รี่..." 

    วิญญาณประจำบ้านกริฟฟินดอร์ลอยมาข้างๆ แล้วเรียกชื่อเขาเบาๆ ราวเสียงครางของสายลม นิกหัวเกือบขาดมีท่าทีหลุกหลิกเหมือนต้องการแอบบอกอะ ไรบางอย่างแต่ต้องรีบลอยถอยหนี เมื่อแฮร์รี่หันไปมองอีกทาง จึงรู้สาเหตุที่นิกหนีไป...วิญญาณประจำบ้านสลิธีรินกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้นั่นเอง

    บารอนเลือดอยู่สูงจากเขาราวครึ่งตัวผลุบตามองต่ำลงมาสบตาด้วย เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นดวงหน้าของอีกฝ่ายชัดเจนใกล้ชิดแบบนี้ ดวงตาที่ฉายแววเศร้าเจือสงสารจ้องมาอยู่นานราวกับต้องการสื่อบางอย่างผ่านสายตา เป็นแววตาแบบเดียวกับนิกเมื่อครู่ 

    สักพักวิญญาณของผู้สูงศักดิ์ ก็กลับไปที่ประจำของตัวโดยไม่พูดอะไรสักคำ เด็กหนุ่มจึงได้แต่ขมวดคิ้วสงสัย เมื่อจะลงมือกินข้าวอีกครั้งก็เริ่มรับรู้ถึงสายตาของวิญญาณอื่นๆ ที่อยู่ในห้องโถงต่างมองมาด้วยแววตาแบบเดียวกัน ทำให้เหล่าผู้มีชีวิตเริ่มสงสัยว่าทำไมพวกนั้นถึงให้ความสนใจแก่เขา ยกเว้นเพียงชายหนุ่มผิวสีแทนที่กำลังเช็ดปากเตรียมตัวลุกออกไป หลังจากนั่งกินไส้กรอกลูกวัวอย่างสบายใจข้างเก้าอี้ของอาจารย์ใหญ่

    "..ฉันอยากกลับไปอาบน้ำนอนแล้ว.."

    แฮร์รี่ก้มหน้าก้มตาพูดพร้อมกับลุกขึ้นเดินจากไปอย่างรวดเร็ว เขาไม่ชอบตกเป็นเป้าสายตาใครมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพื่อนทั้งสองจึงละมือจากอาหารรีบตามไปด้วย

    ..บางอย่างวิ่งพล่านอยู่ภายใน มีเพียงความรู้สึกเดียวที่หมุนคว้างวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำอีก..เป็นสายลมแห่งความเศร้าที่ไม่รู้จัก คอยพัดวนให้จิตใจรวดร้าว.. 

    "..รี่..แฮร์รี่...เฮ้ !  ตื่นสิพวก !" 

    เสียงตะโกนเรียกอย่างเอาเป็นเอาตายทำให้นัยน์ตาสีมรกตเปิดออก มองเพื่อนๆ ร่วมห้องนอนที่ยืนล้อมเตียงของเขา ใบหน้าแต่ละคนแฝงไปด้วยความหวั่นวิตก แฮร์รี่ปาดเช็ดน้ำตาที่อาบท่วมใบหน้าเพื่อจะมองดูสถานที่ได้ถนัด..แผ่นหลังชุ่มเหงื่อคล้ายกับวิ่งมาราธอนมาหมาดๆ

    ..เขามานอนอยู่ในตรงนี้ตอนไหน..เมื่อครู่นี้คือฝัน..หรือนี่คือความฝัน..

    "นายร้องยังกับจะโดนเชือดแน่ะ" 

    เชมัสบ่นอุบแล้วยกมือขึ้นเสยผมให้มันออกห่างจากลานสายตา เขาดูโล่งใจที่เพื่อนไม่เป็นอะไรมาก

    "..ตะโกนอะไรก็ไม่รู้ดังลั่นเชียว  ปลุกพวกเราหมดเลย.." 

    "ฉัน..ร้อง..?..จำไม่ได้.." 

    แฮร์รี่พูดทวนคำไม่ต่อเนื่องเหมือนกับความคิดที่ไม่ปะติดปะต่อ แล้วยกมือทั้งสองขึ้นกุมขมับ เขาไม่ได้ร้อง..แต่กำลังเรียก..เรียก..ใคร 

    "..จำไม่ได้..ฉันไม่รู้.." 

    มือที่กุมอยู่เกร็งแน่นเสียจนปลายนิ้วซีดขาว..ใจ..กำลังกรีดร้อง

    ทุกครั้งในความฝันที่ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น...เขาจะวิ่งเท้าเปล่าอย่างสุดกำลังเพื่อตามหาบางสิ่ง รอบกายไม่มีอะไรอยู่เลย เป็นเพียงผืนน้ำที่กลายเป็นลานน้ำ แข็งสุดลูกหูลูกตา  แต่เพราะรู้สึกว่าสิ่งนั้นอยู่ไม่ไกล  จึงตามหาอย่างไม่ย่อท้อ รอบกายเหน็บหนาวแต่ยังจำความอบอุ่นที่หลงเหลืออยู่ในอ้อมแขนได้

    เห็น...ร่างที่เพรียวบาง...ไหล่ที่บอบบาง ความยินดีประทังสูงขึ้นมาในอก ท่วมท้นเสียจนหัวใจเหมือนกำลังหลอมละลาย..ไล่ตามคนที่เดินก้าวเท้าเป็นจังหวะสม่ำเสมออย่างไม่ใส่ใจสิ่งใดๆ รอบข้าง..พยายามเร่งสุดฝีเท้าแต่ก็ไปไม่ถึงเสียทีราวกับวิ่งอยู่ในโคลน...สุดท้ายจึงตะโกนเรียก

    ..อยากจะเรียก..แต่ไม่รู้ว่าจะเรียกอีกฝ่ายว่าอย่างไร ได้แต่ส่งเสียงกู่ร้องไปเรื่อยๆ เพื่อให้หันกลับมา...ทั้งๆ ที่ไม่รู้จัก  แต่กลับโหยหาเจียนคลั่ง พอฝ่ายนั้นหันมา ลานน้ำแข็งใต้เท้าของเขาก็แตกออก ภาพสะท้อนของคนตรงหน้าจากเศษเสี้ยวน้ำแข็งที่แตกกระจายขึ้นมานั้น มันยากเกินกว่าจะมองออกว่าเป็นเช่นไร พอจะเพ่งดู..มันก็ละลายไปเสียแล้ว..

    ร่างของเขาจมดิ่งลงไป ความหนาวเย็นปิดกั้นความคิดเสียสิ้น..คิดไม่ออกแล้ว ทำไมถึงคิดอะไรไม่ออกเลยนะ ความทรงจำถูกลบและแทนที่ซ้ำแล้วซ้ำอีกเสียจนสับสน ไม่รู้กระทั่งเวลาไหนคือโลกแห่งความจริง เวลาไหนคือโลกแห่งความฝัน.

    รู้เพียงว่าอยากอยู่ใกล้ๆ ร่างนั่น หากไม่มีคนๆ นั้นอยู่ในความเป็นจริง..ก็อยากจะหลับตราบนานเท่านาน


    .......................................

     

     

    "หมู่นี้สภาพแฮร์รี่แย่ลงนะ...ทุกอย่างเลย...ตอนแรกก็เป็นลม...แล้วก็เป็นบ่อยขึ้น มาคราวนี้ก็เพ้อถึงคนที่ไม่มีตัวตนอีก"

    ซิเรียสพูดกับเพื่อนมนุษย์หมาป่า ที่กำลังให้อาหารสัตว์ประหลาดซึ่งสรรหามาจากที่ต่างๆ อยู่ในห้องทำงาน  อีกฝ่ายหันกลับมามองชายซึ่งกำลังนั่งอยู่บนกรอบหน้าต่างรับลมกลางคืน นัยน์ตาสีน้ำตาลทองหมองลง

    "มีคนบอกว่านี่เป็นผลกระทบ จากที่เขาเข้าใกล้คนของศาสตร์มืดมากเกิน ไปอย่างลอร์ดโวลเดอร์มอร์ เพราะจะว่าเขาแค่เครียดจากการเรียนก็ไม่ใช่ แต่ฉันว่าจะดูอาการไปอีกสักวันสองวัน ถ้ายังไม่ดีขึ้นฉันจะพาเขาไปเซนต์มันโกเอง แล้วจะขอให้ทองค์อยู่เฝ้าด้วย" 

    รอยยิ้มของลูปินดูไม่สดชื่นนัก ทำให้พ่อทูนหัวของเด็กที่พูดถึงทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับความคิดเห็น ซิเรียสพูดอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย

    "ใครๆ ก็คิดว่าแฮร์รี่เสียสติไปแล้ว  ฉันไม่อยากคิดแบบนั้นเลย เขาก็แค่สับ สนระหว่างความจริงกับความฝันเองไม่ใช่เหรอ ฉันว่าเขาคงแค่มีเหตุการณ์บาง อย่างมากระทบใจ...เลยทำให้ฝันล่ะมั้ง...เอ่อ..." 

    ผู้เป็นพ่อทูนหัวพยายามหาเหตุผล ในใจก็รู้ว่ามันช่างเป็นเหตุผลข้างๆ คูๆ ไม่ได้เรื่อง  ภาพของอดีตเพื่อนมือปราบมารด้วยกัน  ที่ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยา  บาลแห่งนั้นทำให้ความกังวลเพิ่มขึ้น เขาไม่อยากให้เด็กหนุ่มจบชีวิตอยู่ที่นั่น หาก แต่ดวงตาของเพื่อนที่มองมาอย่างเศร้าสร้อยไม่แพ้กันทำให้เขาหยุดพูด เพราะยัง ไงเสียเขาทั้งคู่ก็เห็นอาการของคนที่พูดถึง และรู้แก่ใจดีว่ามันหนักหนาขนาดไหน ความจริงยังไงก็คือความจริง ซิเรียสก้มหน้าหลบสายตา มือที่ผสานไว้ตรงหน้าขาถูกบีบแน่น 

    "เขาจะหายใช่มั๊ย ?" 

    "..เขาต้องหายแน่เพื่อน" 

    ลูปินพูดให้กำลังใจ หากแต่ยังหวั่นวิตกอยู่..มันรักษาไม่ง่ายนักหรอกเรื่องแบบนี้ แต่หากไม่ทำอะไร..โอกาสจะหายก็ยิ่งไม่มีเลย พวกเขาจำเป็นต้องทำเพื่อตัวแฮร์รี่เอง 

    เสียงเคาะประตูทำให้ซิเรียสรีบวิ่งเข้าไปหลบในห้องนอนด้านใน ส่วนเจ้า ของห้องก็รีบไปเปิดประตูเชิญผู้มาเยือนผิวสีแทนให้เข้ามาภายในห้อง ฮังยิ้มบอกพร้อมกับส่งถ้วยมีหูซึ่งใส่น้ำยากลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ให้ 

    "ผมเอายาตัวใหม่มาให้คุณลองน่ะ ก็ไม่ต่างอะไรจากตัวเดิมเท่าไหร่ เพียง แต่ไม่ขม ไม่เหม็น แล้วก็เพิ่มส่วนผสมหยุมหยิมกว่าเดิมนิดหน่อย คนขี้รำคาญส่วนใหญ่จะปรุงแบบเก่ามากกว่า"

    "ขอบคุณคุณมากที่ช่วยทำให้กลิ่นประหลาดๆ นั่นหมดไป ผมกำลังกังวลอยู่พอดีว่าจะต้องกลั้วปากกี่รอบ ถึงจะนอนหลับได้โดยไม่มีกลิ่นมาคอยรบกวน"

    เขาพูดติดหัวเราะก่อนจะยกมันขึ้นดื่มจนหมด 

    "ความจริงผมต้องดื่มมันตั้งแต่เมื่อวานซืนแล้วไม่ใช่เหรอ?"

    "ตัวนี้สำหรับวันก่อนคืนพระจันทร์เต็มดวงน่ะ ไม่มีอะไรมากหรอก คือ..ผมมีเรื่องต้องทำหลายอย่างจนลืมไปน่ะ เลยต้องเปลี่ยนมาทำตัวนี้ให้คุณแทน" 

    ว่าแล้วก็หัวเราะแก้เขิน ลูปินยิ้มพลางส่ายหัวอย่างอ่อนใจกับเพื่อนร่วม งานคนนี้ 

    "จริงสิ...เมื่อตอนเช้าญาติผมเขาเพิ่งกลับมาจากจีน เลยส่งของฝากมาให้ ได้มาเยอะเลย...ผมเลยอยากแบ่งให้คุณด้วย" 

    พอพูดจบเจ้าของห้องก็กระวีกระวาด หยิบกล่องเหล็กทรงกระบอกสีแดงขนาดเท่าถ้วยชาที่มีพิมพ์ภาพวาดพู่กันลายทิวเขาพาดอยู่มาอวด แต่คนตรงหน้ากลับไม่มีสีหน้ายินดีอย่างที่คิดไว้ในทีแรก จึงสร้างความประหลาดใจให้ไม่น้อย

    "..นี่เป็นใบชาที่คุณชอบที่สุดไม่ใช่เหรอ เอ..หรือว่าจะไม่ใช่?.."

    ลูปินชักไม่แน่ใจ หันกล่องใส่ชามาดูตราอีกทีว่าขีดตัวอักษรภาษาจีนมันครบไหม เพราะที่นั่นยิ่งชอบทำเลียนแบบอยู่ แต่ฮังกลับฉวยเอามาเสียก่อนเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ นัยน์ตาสีเทาดูตื่นตระหนกอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกลับเหมือนปกติ เขายิ้มพูดตะกุกตะกัก

    "ผมมัวแต่ตะลึงไปหน่อยไม่มีอะไรหรอก  แล้วก็...เอ่อ...ขอบคุณมาก"

    "อ...อืม..." 

    ลูปินพยักหน้ารับน้อยๆ โดยยังติดใจกับแววตาที่เปลี่ยนไปเมื่อครู่ ฮังเองก็รู้ว่ากำลังถูกฝ่ายนั้นสงสัยอยู่ แล้วความคิดก็หยุดลงเมื่อมีเสียงเคาะประตูขึ้น สิ้นเสียงร่างเล็กก็เปิดประตูผั๊วะเข้ามาทันทีโดยไม่คิดจะรอคำอนุญาต พร้อมกับตะโกนลั่น 

    "ศาสตราจารย์ลูปิ------------น ผมมาเยี่ยม…..ม เอ๋ ?" 

    เดรโกหยุดเสียงใสเตรียมลากยาวอีกสามวาสองศอกลง เมื่อเห็นชายผิวแทนยืนอยู่ในห้องด้วย ก่อนจะรีบทักทายอาจารย์ประจำบ้านของตนอย่างสุภาพ

    "สวัสดีตอนดึกฮะศาสตราจารย์ฮัง" 

    อีกฝ่ายยิ้มพร้อมพูดตอบรับ จากนั้นจึงใช้โอกาสนี้บอกลาเจ้าของห้องเพื่อกลับห้องทำงานของตนบ้าง ลูปินยังคงมองตามหลังชายผิวสีแทนไป


     

    ในชั่วโมงเรียนวิชาดูแลสัตว์วิเศษด้านหน้ากระท่อมของแฮกริด เด็กหนุ่มผมสีดำยุ่งกำลังหลับตาพริ้มนอนพิงต้นไม้ใหญ่ ท่ามกลางเสียงจอแจของเพื่อนร่วมชั้น...นัยน์ตายังคงปิดสนิท ลมหนาวพัดหน้ากระดาษของสมุดสเกตภาพที่เปิดค้างและเนคไทสีสดที่ผูกไว้หลวมๆ ชายร่างใหญ่ยกมือเป็นสัญญาณไม่ให้รอนไปปลุกเพื่อนเมื่อเห็นเขาเข้ามาเตรียมตัวสอน

    "ปล่อยเขาให้หลับปะเหอะ  เขามะได้นอนสะบายๆ  มาหลายคืนแล้วนี่"

    แฮกริดมองใบหน้ายามหลับแลดูสงบสุขของอีกฝ่าย ด้วยสายตาอันอ่อน โยน และหันไปจ้องเดรโกเขม็ง เมื่อเจ้าเด็กตัวแสบประจำบ้านสลิธีรินเตรียมขว้างก้อนหินใส่หัวคู่ปรับ ก่อนจะหันไปตบมือเรียกให้ทุกคนหันมาเพื่อพูดเริ่มชั่วโมงเรียนด้วยเสียงแหบห้าว 

    ในโลกของนิทรา แฮร์รี่ไม่ได้ยินเสียงร้องตื่นเต้นตกใจของเพื่อนๆ ยามเห็นเจ้าหมาสามหัวที่อาจารย์ประจำวิชานำมา สติตัดขาดจาดโลกภายนอก...ไม่รับรู้สิ่งใดๆ ทั้งสิ้น ราวกับกำลังทิ้งร่างให้จมดิ่งลงไปในมหาสมุทรที่ลึกสุดหยั่ง

    รอบข้างค่อยๆ มืดลง...มีเพียงความเศร้าใจค่อยๆ ผุดขึ้นมา ปรือตามองฟองอากาศที่กำลังลอยจาก ปนไปกับห้วงน้ำพร้อมกับน้ำตา ร่างนั้นไปไหน ทำไมอ้อมแขนนี้ถึงว่างเปล่า...

    แล้วทุกคนก็ละมือจากการร่างภาพเจ้าปุกปุย ซึ่งกำลังนอนฟังเพลงจากกล่องดนตรีที่เปิดอยู่ หันมาทางแฮร์รี่ซึ่งผวาตื่นขึ้นมาพร้อมกับตะโกนลั่น แต่เด็กหนุ่มไม่สนใจคว้าจับชายเสื้อของรอนและเฮอร์ไมโอนี่ที่รีบเข้ามาหาแน่น แล้วบอกระคนหอบ  มือหนาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

    "...ผมสีดำ...ยาวประบ่า..."

    แฮร์รี่พยายามอธิบายถึงรูปลักษณ์ของคนที่เขาวิ่งตามในความฝันด้วยริมฝีปากซีดสั่น คาดคั้นเพื่อนทั้งสองด้วยดวงตาเจือความร้อนใจและความหวังว่าจะรู้จักคนที่พูดถึง ทั้งท่าทางและคำพูดที่ตะกุกตะกักไม่ปะติดปะต่อนั้น ทำให้มองดูอย่างไรก็ไม่ต่างไปจากคนเสียสติ พวกเด็กๆ บ้านสลิธีรินได้ทีเลยล้อเลียนเขา แฮร์รี่จึงหันไปตวาดใส่ ทำให้แทนที่จะหยุด ฝ่ายนั้นกลับเปลี่ยนเป็นใช้คำพูดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

    แม้แฮกริดจะห้ามเสียงดังลั่นก็ไม่มีใครสนใจ และอาการของเด็กหนุ่มที่ไม่ผิดอะไรไปจากคนบ้าไปแล้ว ทำให้เพื่อนร่วมบ้านทำอะไรไม่ถูกนอกจากมองอย่างหวาดหวั่น เนวิลล์รีบเข้าไปห้ามแฮร์รี่ไว้เมื่อเขาดึงไม้กายสิทธิ์ออกมาจากเสื้อคลุมอย่างเดือดดาลเตรียมใช้คาถาโจมตี เรียกให้คนอื่นๆ ได้สติเข้ามาช่วยตะครุบกดร่างนั้นไว้เสียติดพื้น 

    ความทรงจำไม่เชื่อมโยงต่อกันแต่ก็พอจำได้เลือนลาง  คนๆ นั้นมีผมสีดำยาวประบ่า...ตัดกับดวงหน้าซีดจางและมักวางสีหน้าให้เรียบเฉย แต่ออกจะขี้หงุด หงิดเป็นประจำทำให้ตรงหว่างคิ้วมีร่องลึก หากแต่ยามยิ้มจะยิ้มให้อย่างละมุนละ ไม  แล้วจะเรียกเราช้าชัดด้วยเสียงเบาๆ เพียงพอสำหรับระยะที่สามารถได้ยิน...


     ...............................



     

    "..พอตเตอร์.."

    เสียงที่คุ้นเคยปลุกเขาให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง..ที่นี่เป็นห้องพยาบาลและคงจะดึกมากแล้ว หากแต่คราวนี้คนที่เรียกไม่ใช่มาดามพอมฟรีย์ แต่เป็นอาจารย์ประจำบ้านของเขาเอง สีหน้าของศาสตราจารย์มักกอนนากัลดูไม่สู้ดีนักยามเมื่อมองมา แฮร์รี่พยายามจะขยับตัวให้ลุกขึ้น เพื่อจะบอกว่าเขาไม่เป็นอะไรมากแค่เป็นลมไปอีกแล้วก็เท่านั้น เธอจะได้ไม่ต้องมีสีหน้าเป็นห่วงเขาแบบนี้ แต่เด็กหนุ่มกลับทำเช่นนั้นไม่ได้ เมื่อก้มมองดูจึงเห็นว่าร่างของตัวกำลังถูกมัดติดกับเตียงแน่น

    "นี่มันอะไรกันฮะศาสตราจารย์ ?"

    แฮร์รี่ฝืนยิ้มถามด้วยเสียงแหบพร่า ในคอแห้งผากมีแต่เมือกเหนียวๆ ติดอยู่ตรงคอ  อาจารย์หญิงก้มหน้าตอบโดยไม่ยอมสบตา

    "พวกครูประชุมแล้ว..และได้ข้อตกลงว่าจะส่งเธอไปรับการบำบัดที่เซนต์มันโก.."

    "บำบัด ?"   เขาทวนคำอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง 

    "ผมไม่ได้บาดเจ็บอะไรสักหน่อยนี่ฮะ แล้วจะส่งผมไปทำไม ?" 

    เด็กหนุ่มมองอีกฝ่ายเพื่อรอคำตอบ แต่ความเงียบที่ได้รับกลับมา ทำให้เขารู้ว่ามันเป็นเพราะเหตุใด เรื่องที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนของแฮกริดไม่ใช่ความฝัน..

    "นี่ศาสตราจารย์ก็ว่าผมบ้าใช่มั๊ยล่ะฮะ ? ผมรู้จักเขาจริงๆ นะฮะ !" 

    "..แล้วเธอจะหายพอตเตอร์.." 

    ศาสตราจารย์มักกอนนากัลบอกเสียงเรียบ แล้วเม้มปากเดินกลั้นน้ำตาออกไปจากห้อง หนีเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งสมน้ำหน้าตัวเองของเด็กหนุ่ม สักพักเสียงหัวเราะก็เงียบลงแทนทีด้วยเสียงสะอื้นปวดร้าว

    ..คนๆ นั้นมีผมสีดำยาวประบ่า..ตัดกับดวงหน้าทซีดจางและมักวางสีหน้าให้เรียบเฉย แต่ออกจะขี้หงุดหงิดเป็นประจำทำให้ตรงหว่างคิ้วมีร่องลึก หากแต่ยามยิ้มจะยิ้มให้อย่างละมุนละไม..แล้วจะเรียกเขาช้าชัดด้วยเสียงเบาๆ เพียงพอสำหรับระยะที่สามารถได้ยิน นัยน์ตาสีนิลจะเศร้าลงเล็กน้อยยามเรียกชื่อเขา...เรียกเขา...แต่มองเลยไปจากเขา...

    ...และนั้น...ที่ทำให้เจ็บปวด... 

    "...ใคร...คุณเป็นใครกัน...ผมรู้จักคุณใช่ไหม..."

    แฮร์รี่กัดฟันถามเสียงเครือกับห้องที่ว่างเปล่า ย่อมไม่มีคำตอบใดสะท้อนกลับมา ยกเว้นแต่ความเศร้าที่ค่อยๆ ก่อตัวสูงขึ้น ราวกับหิมะค่อยๆ ลงมาทับถม 

    ..ทำไมไม่มีใครรู้จักคนๆ นั้นเลย หรือทั้งหมดเป็นความฝัน...ความรู้สึกที่ท่วมท้นนี้เป็นเพียงแค่นึกคิดไปเองเท่านั้นเหรอ ?  หรือเขาจะเป็นบ้าไปแล้วอย่างที่ใครๆ ว่า..

     

     "ฮึมๆๆ ฮือๆ เจ้าหัวบากหน้าโง่ เจ้าเด็กกะโปโลหัวสมองกลวงโบ๋  ต้องมานอนร้องโฮเพราะถูกทิ้งงี่เง่าของจริงไปให้เจ้ามืดเล่นงานแล้วเล่นงานอีก ฮึมๆ

     

    เสียงฮัมเพลงพาให้ประสาทเสียของวิญญาณโพสเตอร์ไกส์ เรียกความสนใจของเด็กหนุ่มอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ตามธรรมดาแล้วเขาจะทำไม่รู้ไม่ชี้เสียด้วยซ้ำเมื่อมันเข้ามาใกล้  แต่เนื้อร้องเมื่อครู่.. 

    "พีพฟ์ !  นายรู้ใช่มั๊ยว่าคนๆ นั้นเป็นใคร !?"

    เขาตะโกนถามเสียจนเห็นสันของกล้ามเนื้อคอ แต่อีกฝ่ายกลับหมุนตัวเล่นอยู่กลางอากาศร้องเพลงต่อทำทีไม่ได้ยิน

     

    "เด็กบ้าก็สมควรไปอยู่เซนต์มันโก เด็กโง่ๆ ไม่มีใครเขาอยากจะเอา อย่างงี้เอาไปเผาทำปุ๋ยหมักยังจะได้ประโยชน์เสียกว่า ฯลฯ.."

     

    แฮร์รี่ยังคงเงี่ยหูฟังเนื้อร้องของพีพฟ์อย่างใจจดใจจ่อ หวังว่าจะได้ข้อมูลอะไรรอดออกมาจากปากของฝ่ายนั้นบ้าง แต่แล้วก็หมดความอดทนเมื่อมันเอาแต่ด่าเขาเพราะมันเห็นว่าเขาตั้งใจฟัง เด็กหนุ่มจึงตะโกนออกปากไล่อย่างหัวเสีย ทำให้โพสเตอร์ไกส์จอมแสบ ขว้างตะเกียงที่แขวนอยู่ตรงหัวเตียงใส่จนเพลิงลุกอยู่บนร่างที่นอนอยู่ แฮร์รี่สะดุ้งตัวลุกขึ้นเพราะความตกใจ และไม่กี่อึดใจมันก็โยนอ่างอะลูมิเนียมใส่น้ำตามลงมา เมื่อมองตัวเองจึงรู้ว่าเขาหลุดจากพันธนาการแล้ว

    เด็กหนุ่มรีบเงยหน้ามองวิญญาณจอมแสบ ไม่อาจคาดเดาได้ว่ามันช่วยเขาเพื่อเหตุใด และไม่ทันที่จะเอ่ยปากขอร้องให้ตอบคำถามที่คั่งค้างอยู่ในใจมาก มายนับไม่ถ้วน มันก็หัวเราะบินจากไปเสียก่อน แฮร์รี่รีบลุกเพื่อจะตามมัน หากแต่อ่อนแรงจนล้มลงนั่งคุกเข่าข้างเตียง นัยน์ตาสีสวยยังคงมองไปยังทิศที่พีพฟ์หาย ไป..ราวกับความหวังสุดท้ายที่จะได้รู้เรื่องราวนั้นลอยหายตามไปด้วย.. 

    ร่างสูงนั่งหมดกำลังใจอยู่ตรงที่เดิม ไม่สนใจว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นกับตัว เองแล้ว..ทุกคนคิดว่าเขาบ้า..และเขาเองก็ชักจะเริ่มไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าสติยังดีอยู่หรือเปล่า พีพฟ์คงมาช่วยเขาคงเพราะเห็นว่าเขาเป็นพวกเดียวกับมัน บ้าเหมือนกัน..หากแต่เสียงระฆังที่ตีบอกเวลาเที่ยงคืนจากนาฬิกาตั้งโต๊ะของมาดามพอมฟรีย์ทำให้เขารู้สึกตัวขึ้นมา

    ..อยากอยู่กับคนๆ นั้นด้วยกัน..ตลอดไป..

    แฮร์รี่เกาะเตียงช่วยพยุงร่างให้ค่อยๆ ลุกขึ้น  จากนั้นจึงปัดเศษขี้เถ้าและเศษกระจกที่ติดตัวอย่างระโหยโรยแรง พลางฮัมทำนองเพลงช้าที่ไม่รู้เคยได้ยินมาจากที่ใดในลำคอ รอ...เขาเคยมีความสุขที่ได้รอ...หากแต่คราวนี้เขาจะไม่รออีกแล้ว ถึงจะท้อจนเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ แต่ก็ยังคงดึงดันความรู้สึกฝืนตัวเองให้วิ่งไป..

    ..ไม่ว่าจะความจริงหรือความฝัน ไม่ว่าความทรงจำจะแหลกสลายสักกี่ครั้ง  ผมก็จะตามหาคุณ...เพราะร่างกายนี้ผมทำให้มันเคลื่อนไหวเพื่อคุณ...

     

    .....................................



    TBC


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in