1904No.26
แค่บังเอิญ
  • Pairing: เดย์(KDN)×เป้(OSW)

         .
         .

         เป้ไม่ใช่คนชอบกินสักเท่าไหร่

         เขาไม่กินหวาน หลายคนอาจจะคิดว่าเขาลดความอ้วนหรือเปล่า แต่ไม่ใช่ เขาไม่ได้ลดความอ้วน เขาไม่เคยลดความอ้วน เขามักจะกังวลเรื่องความผอมของตัวเองอยู่บ่อยๆ แต่เขาแค่ไม่ชอบรสหวานสักเท่าไหร่ เขาไม่ชอบกินเค้กหรือขนมเบเกอร์รี่ที่มีครีม ขนมไทยก็ไม่ค่อยกิน ขนาดสั่งชามุกหรือโกโก้ยังสั่งหวานน้อยเลย แต่เขาไม่ค่อยดื่มน้ำหวานพวกนี้หรอกนะ ส่วนมากเขามักจะดื่มน้ำเปล่าไม่ก็น้ำส้มคั้นสด พวกน้ำอัดลมก็นานทีดื่ม เพราะเขาไม่ชอบน้ำหวานอัดแก๊สเช่นกัน

         เขาไม่กินเผ็ด เขากินเผ็ดมากไม่ได้ ถ้าอาหารที่สั่งมีรสเผ็ดเกินลิมิตที่เขากินได้ เขาจะกินแค่สองสามคำแล้วจบลงด้วยการดื่มน้ำเกือบลิตรจนอิ่มแทน เขาเคยพยายามกินเผ็ดหลายครั้งแต่สุดท้ายต้องมานั่งน้ำมูกน้ำตาไหลเหมือนดูหนังเศร้าทุกที จนทุกวันนี้นอกจากคำว่า 'หวานน้อย' แล้วยังมีคำว่า 'เผ็ดน้อย' ที่เขามักจะพูดติดปากเวลาสั่งอาหาร

         เขาไม่กินอาหารรสจัดจ้าน เขาชอบกินอาหารรสจืดเหมือนเด็ก ไม่เปรี้ยวเกินไป ไม่เค็มเกินไป ขนาดกินก๋วยเตี๋ยวเขายังไม่ค่อยปรุงรสเลยอย่างมากก็สั่งเย็นตาโฟที่เขาปรุงรสมาบ้างแล้ว เมนูประจำของเขาคือเมนูไข่และต้มจืดเต้าหู้สาหร่าย

         การกินสำหรับเขาคือกินเพื่ออยู่ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน เขาจะกินเฉพาะมื้ออาหารและไม่ชอบกินจุบจิบ อาหารยามว่างของเขาคือผลไม้ เขาชอบผลไม้เกือบทุกชนิด โดยเฉพาะฝรั่งกับแอปเปิ้ล เขามักจะกินอาหารร้านเดิมๆ แถวที่พักบ้าง แถวที่ทำงานบ้าง แล้วแต่สะดวก เขาไม่ใช่พวกนักชิมหรือพวกชอบแสวงหาร้านอาหารใหม่ๆ








         แต่ช่วงนี้เขาเริ่มกินเยอะกว่าเมื่อก่อน ทั้งอาหารที่ปกติเขาไม่กินและอาหารที่ปกติเขาไม่น่าจะลองกิน แถมยังเข้าร้านอาหารแทบไม่ซ้ำกันเลย







         นั่นเป็นเพราะ..







         "พี่เป้, เสาร์ไปร้านนี้กัน"
         "ผมเห็นรีวิวในเนตมีแต่คนบอกดีต้องไปตำ"
         "ไปด้วยกันนะพี่"

         ไอ้เดย์—รุ่นน้องที่ทำงานผู้ชื่นชอบการกิน มันชอบตระเวนกินทั่วทุกสารทิศและมักจะชวนเขาไปด้วยเสมอ ตอนแรกเป้ไปเป็นเพื่อนมันเพราะเบื่อ อยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำเลยอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง แต่กลายเป็นว่าหลังจากนั้นไอ้เดย์ดันชวนเขากินนั่นกินนี่เปลี่ยนร้านแทบทุกอาทิตย์ จนเขาสงสัยว่า ไอ้เด็กนี่มันใช้เวลาว่างทั้งหมดไปกับการหาร้านอาหารหรือไง คนเราต้องจริงจังกับการกินขนาดนั้นเลยเหรอ

         มันเคยขับจากกรุงเทพไปกาญจนบุรีเพื่อพาเขาไปกินปลาคังทอดน้ำปลากับทอดมันปลากราย ไม่พอมันยังเคยชวนเขาไปเชียงใหม่ช่วงวันหยุดยาวเพื่อไปกินไส้อั่วกับแคปหมู และตระเวนกินแถวนิมมานเหมินทร์อีก แต่เขาก็ยอมไปกับมันทุกครั้ง เพราะมันดูมีความสุขที่ได้ไปกินที่ใหม่และได้พาเขาไปกิน ถึงเขาจะไม่ใช่คนชอบกินสักเท่าไหร่ แต่การได้ไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศก็สนุกดีเหมือนกัน ถ้าวันไหนเขาขี้เกียจจริงๆ มันก็จะซื้อของกินมาให้ที่ห้องแทน เรียกได้ว่าตั้งแต่สนิทกับเดย์ เป้กินดีอยู่ดีจนน้ำหนักขึ้นหลายกิโลกรัม เขาลืมไปเลยว่าเคยกังวลเรื่องความผอม

         นอกจากมันจะชวนกินแล้วมันยังชวนออกกำลังกายอีก เขาล่ะเหนื่อยกับมันจริงๆ กินหนักแล้วยังออกกำลังการหนักอีกเหรอวะ แต่ถ้ากินแล้วไม่ออกกำลังกายอาจจะบวมได้ เขาเลยไปกับมันทุกครั้งทั้งที่เล่นกีฬาไม่เก่งแถมยังไม่เคยเข้ายิม เขาไปกับมันบ่อยจนตอนนี้เขาชอบเล่นเทนนิสและกลายเป็นสมาชิกพรีเมี่ยมของยิมแถวคอนโดไปแล้ว ไอ้เดย์แม่งชอบชวนเสียเงินตลอด



         "อีกแล้วเหรอวะ ทิตย์ก่อนเพิ่งไปไม่ใช่" เขาไล่ดูรูปรีวิวอาหารและอ่านรายละเอียดของร้านจากไอแพดที่เดย์ส่งให้แบบลวกๆ

         "คนละร้านไม่เหมือนกันสิพี่" 

         เขารู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายต้องตอบมาแบบนั้น เขาแค่ทักไปงั้นแหละ ยังไงเขาก็ไปกับมันอยู่แล้ว





         "แล้วพี่ทำงานเสร็จยัง จะกลับกี่โมง"
         "กลับเลยก็ได้"
         เขาปิดโน้ตบุ๊คก่อนจะเก็บเอกสารบนโต๊ะ แล้วเอ่ยลาเพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่ห้องเดียวกัน





         "เย็นนี้กินข้าวไหน" เดย์หันมาถามเขา
         นั่นสิ กินข้าวไหนดีวะ 
         เขาเพิ่งค้นพบว่า ปัญหาหนักอกหนักใจเสียยิ่งกว่าตอนคิดเรื่องงานคือวันนี้จะกินกับอะไรและจะกินข้าวที่ไหนนี่แหละ หากเป็นเมื่อก่อนเป้คงตอบแบบไม่ลังเลเลยว่า กินแถวคอนโดดีไหมง่ายดี แต่ตอนนี้เขาอยู่กับไอ้เด็กชอบกินนี่สิ เป้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

         ในเมื่อคิดยากคิดเย็นนักก็.. "แล้วแต่"

         "แล้วแต่อีกแล้ว"
         "พี่แม่งให้ผมคิดตลอดเลยว่ะ" เดย์บ่นพึมพำ แต่เขาไม่สนใจ เขาหลับตาทันทีที่จัดท่านั่งและคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย

         "แล้วมาหลับทิ้งกันอีก"
         "ให้ผมเร่งแอร์ไหม"
         "หลับแล้วจริงดิ พี่แม่งๆ" 

         เดย์ปรับแอร์ให้โดนตัวเขามากขึ้นแล้วบ่นอะไรสักอย่างเหมือนที่มันชอบทำ แต่เขาไม่ได้สนใจอีกนั่นแหละ เดี๋ยวถึงที่หมายมันก็ปลุกเขาเอง ตอนนี้เขาขอนอนพักให้สบายก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้เปลี่ยนเป็นเขาขับค่อยให้มันนอนพักบ้าง ถึงมันจะชอบคุยเรื่อยเปื่อยแล้วช่วยดูทางตอนเขาขับรถมากกว่านอนหลับก็เถอะ 

         ปกติเป้ไม่ได้สนิทกับคนที่ทำงานแบบนี้หรอกนะ แค่บังเอิญว่าเขากับเดย์อยู่คอนโดเดียวกันเลยตกลงไปทำงานด้วยกันทุกวันเพื่อช่วยกันประหยัดน้ำมันแค่นั้น แล้วบังเอิญอีกว่าเขากับมันดันคุยกันถูกคอเลยสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วเขารู้สึกว่าอยู่กับมันก็สบายใจดี ไปไหนมาไหนด้วยกันก็สนุกดีแค่นั้นเอง













         "คืนนี้จะนอนกี่โมง"
         "จะโทรมาปะ"

         เดย์เอ่ยถามหลังจากพวกเขาเดินออกจากร้านข้าวต้มหน้าตลาดใกล้คอนโดมิเนียม—ร้านกันตายของเดย์นั่นแหละ กว่าเขาจะฝ่าดงรถติดออกมาได้ก็หมดเวลาไปกว่าชั่วโมงแล้ว เขาเหนื่อยขับรถมาก คนข้างๆก็หลับไปได้หลายตื่น เขาเลยตัดสินใจกินแถวคอนโดนี่แหละง่ายดี ไว้วันเสาร์มีเวลาค่อยพาไปกินที่อื่น 

         อันที่จริงเดย์ไม่ได้ชอบหาที่กินใหม่ขนาดนั้น จะว่าอย่างไรดี เขาชอบกินและชอบหาที่กินก็จริงแต่เดิมเขาไม่ไปบ่อยขนาดทุกอาทิตย์หรืออาทิตย์เว้นอาทิตย์แบบนี้ ตอนแรกมันแค่บังเอิญว่าเขากับพี่เป้อยู่คอนโดเดียวกันและบังเอิญเจอกันในวันหยุด เขาเลยชวนพี่เป้ไปกินร้านอาหารร้านใหม่ที่เพิ่งเจอรีวิวในอินเทอร์เนต แล้วบังเอิญว่าเราดันคุยกันถูกคอเลยคุยกันเรื่อยๆ—เข้าสู่โหมดคุยกันทุกวันเฉย เรื่องสัพเพเหระมากมายถูกขุดมาคุยจนสนิทกันมากขึ้น เขาจึงชวนพี่เป้ไปทำงานพร้อมกันเพื่อประหยัดน้ำมันนั่นแหละ แต่กลายเป็นว่ายิ่งรู้จักยิ่งโดนใจซะงั้น

         หลังจากนั้น 'บังเอิญ' ก็เปลี่ยนเป็น 'ตั้งใจ' 

         เขาตั้งใจชวนพี่เป้ไปกินข้าวด้วยกันทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ เพราะพี่เขาค่อนข้างผอมแถมยังเลือกกินอีก เขาก็เป็นห่วงเลยอยากพาไปกินของอร่อย เขาตั้งใจหาร้านอาหารอย่างเต็มที่ ถึงจะไกลแค่ไหนก็อยากพาไป อยากให้พี่เขากินเยอะๆ ถ้าหยุดยาวก็พาไปไกลหน่อยจะได้นั่งรถนานขึ้นอีกหน่อย พอกินอิ่มก็ต้องออกกำลังกาย เขาไม่ปล่อยให้ตัวเองกับพี่เป้อ้วนแน่ๆ ยังไงก็ต้องลากไปออกกำลังกายด้วยกันอย่างน้อยอาทิตย์ละสามถึงสี่วัน ถือเป็นการใช้เวลาร่วมกัน ได้เจอกัน ได้คุยกัน 

         ได้แทรกซึมเข้าสู่ชีวิตของพี่เขาแบบเนียนๆ

         ยิงปืนนัดเดียวได้นกทั้งรัง

         บางวันถึงจะอยู่ด้วยกันเกือบทั้งวันแต่พวกเขาก็ยังส่งข้อความหากัน โทรคุยกัน มีโมเม้นบอกฝันดีก่อนนอนให้หัวใจสูบฉีดเหมือนสมัยวันรุ่น เดย์คิดว่ามันเริ่มพิเศษมากขึ้นมาสักพักหนึ่งแล้ว แบบนี้เรียกว่า 'จีบ' หรือเปล่า แต่ถ้าเรียกว่าจีบ อีกฝ่ายต้องรู้ตัวด้วยไหม แล้วไอ้คนที่เขากำลังจีบเนี่ยรู้ตัวหรือยังวะ ถ้าไม่รู้ตัวนี่เศร้าเลยนะ แต่เอาจริงใครจะไม่รู้ตัววะว่าตัวเองถูกจีบ ความสัมพันธ์มันต่างจากเพื่อนปกติก็น่าจะรู้ตัวบ้างหรือเปล่า ถึงมันอาจจะไม่ชัดเจน—เหรอวะ เขาแค่ไม่พูดออกมาแปลว่าไม่ชัดเจนเหรอ แล้วพี่เป้อายุปูนนี้แล้วน่าจะมีประสบการณ์ความรักมาประมาณหนึ่งไหมวะ 

         เดย์คิดจะพูดกับเป้ตรงๆหลายครั้ง แต่ก็ล้มเลิกไปทุกครั้ง นี่เขาไม่ได้ป๊อดหรอกนะ แต่อุตส่าห์ได้เจอกันแล้ว ได้รู้จักกันแล้ว เขาได้เจอคนที่เข้ากับเขามากขนาดนี้แล้ว ใครจะอยากให้ความสัมพันธ์อันดีหายไปวะ ก็ไม่มีปะ มันเลยทำให้เขากังวลจนไม่กล้าพูดตรงๆ

         แล้วถ้าใช้คำว่า 'จีบ' ปกติต้องอยากเป็นแฟนใช่ไหม แต่เขายังไม่แน่ใจว่าอยากคบกับพี่เป้หรือเปล่า—ไม่เชิงไม่แน่ใจ ต้องบอกว่าเขาไม่กล้าคิดไกลมากกว่า เขาไม่เคยคิดภาพตัวเองเป็นแฟนกับพี่เป้เลย เขาแค่อยากรู้จักพี่เป้มากขึ้น อยากสนิทกันมากขึ้น พอความสัมพันธ์มันเริ่มพิเศษ เขาก็ชอบและอยากให้มันพิเศษต่อไป ถึงเขาจะไม่แน่ใจว่ามันจะไปได้ถึงขนาดไหน คงเพราะเขารู้แค่ฝั่งของตัวเองและมโนอย่างมั่นหน้ามั่นโหนกว่าอีกฝั่งน่าจะรู้สึกดีกับเขาอยู่บ้าง 

         อีกอย่างเขากับพี่เป้ต่างเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ หลายคนอาจจะคิดว่านี่มันยุคสมัยไหนแล้ว มึงยังจะคิดมากอีกเหรอวะ—เออมันก็ใช่ แต่พี่เป้เป็นผู้ชายที่คบกับผู้หญิงมาตลอดไง พี่เขาจะรู้สึกยังไงที่มีผู้ชายอีกคนมาจีบ มันทำให้เขากังวล เขาไม่อยากให้พี่เป้เปลี่ยนไปหรือตีตัวออกห่าง ที่จริงเขาเองก็คบกับผู้หญิงมาตลอดเหมือนกัน เพียงแต่มุมมองความรักของเขาเปิดกว้างมากขึ้น เขาแค่อยากอยู่กับใครสักคนที่เข้ากันได้, อยู่ด้วยแล้วสบายใจ อาจจะไม่จำเป็นต้องลงเอยด้วยการเป็นแฟนก็ได้ ความสัมพันธ์ในโลกมีตั้งมากมายหลากหลายรูปแบบ ขอแค่เขากับพี่เป้ยังเป็นหนึ่งในรูปแบบความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันก็พอ หล่อเลยปะ แต่ตอนนี้เขาโคตรอยากคุยกับพี่เป้เลยเนี่ย อยากให้มันชัดเจนสักทาง แต่ปัญหาคือเขาไม่กล้าพูดไง




         "คืนนี้ยังจะคุยกันอีกเหรอวะ ไม่เบื่อบ้างหรือไง" เป้เอ่ยถามขณะที่พวกเขาเลือกซื้อขนมในร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอย โธ่ พี่มึงถ้าเบื่อจะถามไหมล่ะ
         "ไม่เคยเบื่อ" เขาตอบอย่างไม่ใส่ใจพลางหยิบเป๊ปซี่ใส่ตะกร้า วิถีคนคลูมันเป็นแบบนี้

         "ทำอย่างกับเป็นแฟน"
         "หา"
         "หูตึงเหรอ"
         "ครับ?"
         "แล้วซื้ออะไรเยอะแยะวะ มึงจะแดกให้พุงแตกตายเลยเหรอ" เป้ถือตะกร้าไปเคาว์เตอร์จ่ายเงินทันทีที่เขาเลือกขนมเสร็จ อะไรของพี่มัน เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ เขาฟังไม่ทัน แล้วเขาแค่ซื้อทาโร่ห้าซองกับเป๊ปซี่หนึ่งขวดจะเอาไปกินตอนดูหนังเองไหมวะ ใครจะแดกขนมจนท้องแตกล่ะ บ้าหรือเปล่า ประวัติศาสตร์โลกต้องจารึก เดี๋ยววันนี้แดกหมดนี่ให้ดูเลย ไม่ตายด้วย



         "แล้วสรุปยังไง คืนนี้จะโทรมาไหมหรือให้ผมโทรไป หรือพี่จะนอนเลยหรือยังไงครับ" เดย์ถามขณะอยู่ในลิฟท์ แต่เป้ไม่ตอบอะไร พวกเขายืนรอลิฟท์ขึ้นไปยังชั้นที่หมายอย่างเงียบๆ เดย์มองเป้อย่างสงสัยแต่เขาไม่ได้พูดอะไรออกไป เขาคิดว่าตัวเองถามไปหลายรอบแล้ว เป้อาจจะกำลังรำคาญเขาอยู่ก็ได้ 

         "ไปนะ" เป้เอ่ยลาขณะลิฟท์ถึงชั้นของตนแล้วโบกมือให้เดย์เล็กน้อย เอ่อช่างแม่ง ไว้ถึงเวลาค่อยส่งข้อความไปถาม ถ้าไม่หลับก็คงตอบเองนั่นแหละ





         'พี่นอนยัง' เดย์ส่งข้อความหาเป้เมื่อดูหนังจบ แต่เขาคิดว่าเวลานี้เป้น่าจะนอนแล้ว เพราะปกติพี่เขาไม่ใช่คนนอนดึกสักเท่าไหร่ เขาจึงกดปิดหน้าจอทันที แต่เสียงแจ้งเตือนข้อความก็ทำให้เขาคว้ามือถือขึ้นมาอีกครั้ง
         'ยัง'
         'ทำไมยังไม่นอน'
         พอถามปุบก็หายซะงั้น อะไรของพี่มันวะ ส่งสติ๊กเกอร์ไปก็ไม่ตอบ รอสักพักก็ยังไม่ตอบอีก เอ่อสงสัยละเมอแน่ๆ ช่างแม่งเหอะ แต่พอเขาล้มตัวลงนอน เสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้น 

         "อะไรของพี่วะ"
         "รับปุบก็ทักงี้เลยเหรอ"
         "ไมยังไม่นอน"
         "ยังไม่ง่วง"
         "เหรอ คิดว่ารอผมโทรหาซะอีก"

         พวกเขาคุยกันสักพัก เดย์เริ่มง่วงมากขึ้น สมองของเขาเริ่มประมวลผมช้าลง เปลือกตาของเขาเริ่มหนักขึ้น "ไปนอนไหม" เขาไม่แน่ใจว่าเป้ถามด้วยความห่วงใยหรือรำคาญเพราะเขาเริ่มพูดไม่รู้เรื่องกันแน่ เขาพูดกับเป้อีกสักพักก่อนทุกอย่างจะตัดไป












         เดย์กำลังนั่งรอเป้อยู่ข้างล่างคอนโดมิเนียม เมื่อวานพวกเขานัดไปกินร้านอาหารร้านใหม่ด้วยกันเหมือนทุกครั้ง เขาส่งข้อความบอกอีกฝ่าย แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ อะไรของพี่มันวะ วันนี้เขาส่งข้อความหาเป้กว่าสิบข้อความแล้วแต่เป้ไม่ตอบกลับสักข้อความ เขานั่งรอสักพักหนึ่งก่อนกดโทรออกแต่ถูกตัดสายอย่างรวดเร็ว

         แม่งยังไม่ตื่นแน่เลยว่ะ
         
         เขากดโทรออกอีกรอบแต่ถูกตัดสายเช่นเดิม ก่อนจะเห็นพี่เป้เดินออกจากลิฟท์





         "ไมแต่งตัวแบบนี้" 
         เดย์เอ่ยทักทันทีที่เห็นเป้เดินมา วันนี้เป้ดูหล่อผิดหูผิดตา ไม่ใช่ปกติเป้ไม่หล่อนะ แต่วันหยุดพี่เป้มักจะแต่งตัวสบายๆ แต่วันนี้พี่มันนึกครึมอะไรแต่งตัวซะหล่อเนี้ยบแถมยังเซตผมอีก แล้วแม่งจะแต่งหล่อก็บอกกันบ้างสิวะ เขาจะได้แต่งด้วย พี่แต่งหล่อจนเขาที่ยืนด้วยกลายเป็นยาจกไปเลย ให้ตายเถอะ

         "ก็.."
         "ครับ?"

         เป้หันมาสบตากับเดย์ที่กำลังทำหน้ามึน เดย์เลิกคิ้วเล็กน้อยคล้ายกำลังตั้งคำถาม เป้เบะปากเล็กน้อยคล้ายกำลังหงุดหงิด คงเพราะนอนน้อย เมื่อคืนพวกเขาคุยกันดึก "เอาผ้าไปซัก เหลืออยู่แค่นี้" เป้ตอบอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเดินนำไปที่จอดรถ





         "นี่กูต้องทำแบบนี้จริงดิ" เดย์เห็นคนอายุมากกว่ากดมือถือแล้วพึมพำอะไรสักอย่าง หรือพี่มันจะไม่อยากจ่ายค่าแอพฟังเพลงวะ ปกติเป้มักจะฟังเพลงตอนนั่งรถ

         "พี่เอาของผมไปใช้ก็ได้"
         "ไม่มีโฆษณาคั่น" 

         เดย์ยื่นมือถือพร้อมปลดล็อคให้ แต่เป้โบกมือเป็นสัญญาณว่าไม่เอาแล้วบ่นพึมพำคนเดียวเบาเบา

         "แม่งง่าวชิบหาย"
         "พี่ว่าไงนะ" 

         เป้มองหน้าเดย์แล้วถอนหายใจ "กูแม่งพลาดได้ไงวะ ไอ้ห่าขับรถไปเหอะมึง" วันนี้เดย์ไม่เข้าใจเป้จริงๆ เขาอยากตะโกนถามว่าพี่มึงเป็นบ้าไร แต่เขาคิดว่าอีกฝ่ายคงหงุดหงิดเพราะนอนน้อยแน่ๆ เดี๋ยวพาไปกินข้าวแล้วรีบกลับคอนโดเลยดีกว่าคนแก่จะได้นอนพัก





         "ช่วงนี้ฟังเพลงไร" เป้เอ่ยถามขณะกดมือถือไปมา
         "Everlasting ของ Albert Posis"
         "เฟรนโซนเหรอวะ แอบชอบใครอยู่หรือไง"

         เป้อมยิ้ม เดย์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนแซวอยู่เลย ทำไมเขินงี้วะ แม่งเขินไม่ได้ดิ เขาอยากตอบกลับไปว่า 'ไม่ใช่เฟรนโซนแต่ชอบพี่มึงนั่นแหละ' แต่ใจไม่กล้าพอ เขาพยายามควบคุมสีหน้าให้เรียบเฉยมากที่สุด 

         "ไม่มี"
         "เหรอ"

         เป้ไม่ได้ถามอะไรต่อ นั่นทำให้เดย์โล่งใจแต่เขาก็อดเศร้าไม่ได้ แล้วเขาจะกล้าบอกพี่มันเมื่อไหร่วะ ถ้าไม่พูดก็ไม่ไปข้างหน้า แต่ถ้าพูดก็ไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือออกก้อย หรือเขาควรจะตัดใจแล้วปล่อยเรื่องนี้ไป ถ้าตัดใจตอนนี้อย่างน้อยก็ได้อยู่ในชีวิตพี่เขาแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ แต่ปัญหาคือเขายังอยากลอง เขายังอยากไปต่อไง มันเหมือนยังไปไม่สุด แต่เขาก็กลัวมันจะไปสุดแบบที่ไม่คาดคิด นี่เขาไม่ได้อยากดราม่าหรอกนะ ข้าวก็ยังไม่ได้กิน รถก็ติด ขับไม่ถึงร้านสักทีเนี่ย

         แล้วเครื่องเสียงในรถก็ดังขึ้น ในที่สุดเป้ก็เลือกเพลงได้หลังจากนั่งไถมือถืออยู่นานสองนาน

         'อัดแล้วเหรอ'
         'เอ่อ'
         'อือ.. อัดไป ใครง่วงก่อนคนนั้นเลี้ยงข้าว'

         แต่ดูเหมือนว่าไฟล์เสียงที่เปิดจะไม่ใช่เพลงแหะ เดย์จำไม่ได้ว่าเมื่อคืนมีบทสนทนาแบบนี้ด้วย สงสัยเขาคงจะง่วงมากไป ถ้าให้เดาก็พอจะเดาได้ว่าใครแพ้ แค่ไม่กี่วินาทีเขาก็อายคำพูดไร้สาระและน้ำเสียงง่วงงุนของตัวเองจนแทบทนไม่ไหว ง่วงขนาดนี้ทำไมไม่ไปนอนวะ แต่พอเขาจะคว้ามือถือมาปิด พี่มันก็ยกมือหลบ

         "ฟังไปก่อน"
         "ยอมเลี้ยงแล้วไง"
         "เอ่อฟังไป"

         อะไรวะ เป็นคนขี้แกล้งแบบนี้เหรอเนี่ย เขาก็ยอมเลี้ยงข้างแล้วไง จะให้เขาฟังอีกทำไม เขาก็อายเป็นนะเว้ย เป้แม่งๆ อย่าให้ตัวเองง่วงบ้างแล้วกัน




         .
         .




         'เป้'
         'นอนไหม'
         'เดย์ดีใจที่ได้รู้จักเป้นะ'
         'เอ่อดีใจเหมือนกัน นอนเถอะ'
         'อือ'




         .
         .




         'เงียบ.. หลับแล้วเหรอวะเดย์'




         .
         .




         'งั้นวางนะ'




         .
         .




         'เป้'
         'เอ้า ยังไม่นอนอีก'
         'อือ'




         .
         .




         'นอนเถ้อะ'
         'เดย์ว่า..'
         'ว่า'




         .
         .





         'เดย์ว่าเดย์ชอบเป้ว่ะ'





         .
         .





         'ถ้าเป้มีใจ.. พรุ่งนี้ใส่สีขาวมานะ'




         
         .
         .




         ใส่สีขาวมานะ

         สีขาว

         ขาว

         ขาว

         แม่งพูดอะไรออกไปวะเนี่ย เป็นบ้าไปแล้วเหรอ โอ้ย เขาอยากเอาหัวโขกพวงมาลัยจริงๆ ให้ตายสิ แต่เดี๋ยวนะ.. เดย์หันไปมองเป้ด้วยความตกใจแล้วรีบหันกลับไปมองทางข้างหน้าทันที วันนี้เป้แม่งแต่งออลไวท์ตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยนี่หว่า ไอ้เหี้ยยยยยย เดย์อยากจะกรีดร้อง หลังจากมึนกับสิ่งที่ตัวเองพูดแล้ว เขาก็ตกใจกับชุดที่เป้ใส่ต่อ เชี่ยแม่งๆๆ งั้นก็หมายความว่า.. 

         เดย์ลิกลั่กไปหมดแล้ว

         เขามองเป้สลับกับมองถนนไปมา

         "ตั้งใจขับรถหน่อย" เป้ทำเสียงดุ เดย์จึงนั่งขับรถตัวเกร็งแล้วแอบเหลือบมองเป้เล็กน้อย ปฏิกิริยาเหล่านั้นทำให้เป้อมยิ้มจนปวดกรามก่อนจะแสร้งมองนอกกระจกรถเพื่อปกปิดลูกตำลึงสุกทั้งสองข้างของตน "แค่บังเอิญหรอกไอ้ห่า ไม่ได้อยากใส่สีขาวสักหน่อย แค่บังเอิญนั่นแหละ"



         เดย์ปรับแอร์ลง เขาแอบมองคนข้างๆ แต่บังเอิญว่าพวกเขาดันสบตากันพอดี สงสัยแอร์จะเสีย อุณหภูมิในรถเริ่มสูงขึ้นไม่ต่างจากอุณหภูมิข้างนอก พวกเขาชะงักท่ามกลางความเงียบเหมือนหนังเรื่องนี้จะมีคนกดพอสเอาไว้ ทั้งที่เพลง Everlasting ของ Albert Posis บังเอิญเล่นต่อไปได้ซะงั้น

         อ่า.. วันนี้อากาศร้อนชะมัดเลยว่ะ


         .
         .

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in