Death of the Author (Literally)cloudburst
Carol of The Belle
  • Please listen to  CAROL OF THE BELLS —





    กล่าวกันว่าบทเพลงระฆังเป็นเพลงแห่งความรื่นเริงและการเฉลิมฉลอง ทว่าคุณกลับมองมันเป็นบทเพลงแห่งการนับถอยหลัง


    ทุกสัปดาห์สุดท้ายของปีคุณจะมาเยือนหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อยู่ริมผาและหันหน้าเข้าสู่อ่าวบอทเนีย แต่เดิมแล้วคุณไม่มีเหตุผลของการมาเป็นพิเศษ เพียงแค่สถานที่หนึ่งที่คุณบังเอิญค้นพบเมื่อสมัยยังท่องเที่ยวยุโรป — หมู่บ้านซึ่งมีประชากรไม่ถึงห้าร้อยคน เงียบสงบ และเต็มไปด้วยคนวัยชราที่ไม่หลงเหลือความปรารถนาอันโลดโผนใด ๆ อีกต่อไป ทว่าคุณเกิดความหลงใหลในทันทีที่เหยียบย่างถึง ไม่มีผู้ใดซักถามเหตุแห่งการมา ไม่มีผู้ใดสนใจธุระที่ไม่ใช่ของตน พวกเขาเพียงแต่ใช้ชีวิตอยู่เช่นนั้น อาจเมียงมองครู่หนึ่ง แล้วจึงละสายตาโดยไม่ให้สิทธิ์พิเศษใดทั้งทางดีและทางร้ายแก่คนแปลกหน้า


    ค่านิยมนี้ถือเป็นเรื่องดีอย่างยิ่งต่อสิ่งที่คุณประสงค์ไว้ในใจ — และโดยไม่คาดคิด ยังรวมกระทั่งถึงการมาเยือนในปีต่อ ๆ มา


    ในอดีตนั้น คุณไม่ได้เตรียมใจว่าหมู่บ้านแห่งนี้จะกลายมาเป็นจุดหมายในทุก ๆ สิ้นปี ครั้งแรกที่มาเยือนนั้นคุณเป็นชายหนุ่มผู้ทระนงตนเกินใคร เชิดหน้าเย่อหยิ่งโดยปราศจากอารมณ์เนื้อแท้ให้เห็น ก้าวอาด ๆ อย่างยโส สวมเสื้อคลุมยาว รองเท้าบู๊ตเนื้อดี หมวกราคาแพง และถือเพียงกระเป๋าเดินทางใบเล็ก แม้เกิดความชมชอบต่อบรรยากาศสถานที่ ก็ยังไม่วายมอบความคิดเยาะหยันแก่ทุกสิ่งที่ปรากฏต่อสายตา การประดับตกแต่งด้วยความสวยงามอันแสนสามัญ มีไฟประดับ มีต้นคริสต์มาส หากเงียบเหงาเหลือเกิน ไร้ความหฤหรรษ์เช่นในเมือง ช่างน่าผิดหวัง...


    ความคิดทางลบเคลือบคลุมขยายออก นั่นจนกระทั่งคุณได้สดับท่วงทำนองที่แว่วหวานมาจากบ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่แทบชิดริมผา


    คุณยังจำภาพในวันนั้นได้ดังเกิดขึ้นเพียงเมื่อวันวาน มันเป็นวันที่ฟ้าครึ้มและลมแรงดุจพายุใกล้จะเข้าโถม เสียงคลื่นทะเลสาดซัดริมผาราวสัตว์ยักษ์ส่งเสียงคำรามขู่ ดนตรีนั้นถูกขับขานมาจากกระท่อมหลังเล็กที่ประดับหลอดไฟหลากสีบนหลังคาไม่ต่างจากบ้านหลังอื่น คุณเดินเข้าไปยืนชิดริมหน้าต่างและเอียงคอโน้มมองภายใน และนั่นเป็นครั้งแรกที่คุณได้พบกับหล่อน


    ในกระท่อมค่อนข้างมืด ด้วยมีเพียงแสงจากเตาผิงและไฟบนต้นคริสต์มาสซึ่งตั้งอยู่ข้างเคียง หญิงสาวที่คุณพิศมองนั้นสวมชุดกระโปรงดำยาวเปลือยไหล่ ต่างหูเพชรขาวแวววาวสะท้อนตา หล่อนกำลังเดินไปที่เปียโนดำหลังใหญ่พร้อมแผ่นกระดาษในมือ มันคือชีตเพลง เสียงที่คุณได้ยินก่อนหน้าคงเป็นเสียงจากการทดลองไล่โน้ตเพื่อปรับคีย์...หรือซ้อมมือ หล่อนนั่งลงบนเก้าอี้ มือคลี่แผ่นกระดาษออกเป็นสามบนแท่นวางตรงหน้า เรียวมือยกขึ้น ค่อย ๆ บรรจงดีดคีย์ท่อนแรก...


    และทันทีทันใดนั้นเอง หล่อนหันหน้ามาทางหน้าต่าง สบมองตาคุณผู้ลอบยืนอยู่ตรงนั้น


    คุณยืนนิ่งขึง ตะลึงงัน กลับกันหล่อนไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวหรือตกใจ แค่นิ่งมองเช่นนั้นด้วยอารมณ์ที่คุณไม่สามารถตีความหมาย ก่อนหันกลับมามองชีตเพลง และเริ่มพรมนิ้วลงบนแป้น...


    จังหวะที่เล่นเชื่องช้าในคราแรกคล้ายจะเป็นแค่การหยอกเย้ากระนั้น


    ท่วงทำนองลึกซึ้งละมุนม่อม ราวกับกำลังพรรณนากระแสชีวิตที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าอันครื้นเครง และความไม่คาดฝันนับร้อยพัน ก่อนปลายนิ้วจะเร่งเร้า เร็วขึ้น และเร็วขึ้น บทเพลงระฆัง ตราตรึง สลักลึกอยู่ในใจ ท่วงทำนองของมันไม่เคยหายไปไหนแม้ผ่านมานานนับสิบปี จนกระทั่งคุณสามารถบรรเลงมันได้อย่างคล่องแคล่วแม้ว่าจะไร้พรสวรรค์ทางศิลปะที่จัดอยู่ในหมวดหมู่การสรรสร้างความไพเราะ มันไม่ใช่สิ่งที่คุณถนัดสักนิด ฉะนั้นมันจึงยิ่งพิเศษ เปียโน เป็นเครื่องดนตรีเดียวที่คุณเล่นได้ บทเพลงระฆัง เป็นท่วงทำนองเดียวที่คุณสามารถเคล้าคลึงบรรเลง แต่เดิมมันไม่ใช่ดนตรีที่ข้องเกี่ยวกับการสมโภชพระ     คริสตสมภพอยู่แล้ว มันคือบทเพลงแห่งการย่างเข้าปีใหม่


    และการจะก้าวย่างเข้าปีใหม่ได้นั้น คุณต้องนับถอยหลัง


    ทุกคราวที่หวนกลับมา ทุกครั้งที่นั่งลงจรดปลายนิ้วลงบนแป้น ราวกับหญิงสาวคนนั้นได้กลับกลายมาเป็นผู้ยืนชม แตกต่างกันในชุดยาวเปลือยไหล่สีแดงฉาน และริมฝีปากสีกุหลาบเปรอะเลยเปื้อนข้างแก้ม หล่อนแย้มยิ้มพราย ดวงตายากหยั่งดุจบทบรรเลง ไม่กล่าวคำพูด ไม่เปล่งเสียงแม้แต่นิดเฉกเช่นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่พบพาน...


    ราวกับวาจาไร้ความหมาย เพียงสิ่งเดียวที่ให้ค่าคือทำนองบทระฆัง


    ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ประสานตามีระยะห่างเท่ากับสามคำรบของบทเพลงระฆัง หล่อนยืนขึ้นอย่างเชื่องช้าเมื่อจบทำนอง ทว่าน่าแปลกที่คุณยังได้ยินเสียงเพลงก้องต่อไปข้างในหู หล่อนเดินเข้ามาใกล้ เปิดประตูหน้า แล้วก้าวเข้าหาคุณโดยไม่มีแม้แต่ร่องรอยความเผือดสี หญิงสาวหนึ่งเดียวในหมู่บ้านของผู้คร่ำครึ น้อมสัมผัสมือที่คุณยื่นหา และเดินตามออกมาอย่างเงียบงัน ลึกเข้าไปในป่ารกร้างริมผา หล่อนไม่หนีเมื่อเห็นอุปกรณ์ในกระเป๋าเดินทางของคุณ หล่อนไม่กรีดร้องยามที่พวกมันแทรกเข้าไปในกาย หล่อนเพียงแต่ล้มนอนลงเช่นมารดาแห่งความงามทั้งปวง ระบายด้วยสีของกุหลาบ ทิ้งใบหน้าที่แสดงห้วงอารมณ์ดั่งผู้ผ่านทุกการผจญภัยของชีวิตมาจนสามารถมองตรงเข้าไปในวาระสุดท้าย


    บทเพลงระฆังไม่เพียงแต่เป็นการนับถอยหลังของหล่อนเท่านั้น แต่มันยังเป็นการนับถอยหลังของชายหนุ่มผู้ก้มมองโลกด้วยความโอหังผู้นั้นด้วย


    คุณไม่ได้แสวงหาความสุขด้วยการพรากสิ่งสำคัญของผู้อื่นอีกนับแต่นั้น คุณไม่สามารถถอดถอนความงดงามของเสียงเพลงและหญิงสาวชุดดำคนนั้นออกจากกาย ไม่มีสิ่งใดจะสามารถเทียบเทียมวันเวลานั้นได้อีกแล้ว คุณยุติการเดินทาง และลงหลักชีวิตอย่างสงบที่สุด เรียบง่ายที่สุด จนกว่าเวลาสิ้นปีจะทวนกลับมา คุณจึงออกเดินทางไปหมู่บ้านนั้นอีกครั้ง บรรเลงเพลงระฆังในกระท่อมริมผา มองคลื่นลมและกระแสน้ำที่หมองหม่นตลอดกาล เหลือบมองหญิงสาวผู้เปลี่ยนมาอยู่ในชุดแดงทั้งเปลือกตาปิดสนิท พึงใจกับรอยยิ้มบางเบาบนริมฝีปากแดง ก่อนเดินเลียบลึกเข้าไปในป่า สูดกลิ่นหอมของกุหลาบโลหิตที่งอกเงยขึ้นอย่างน่าพิศวงบนผืนดิน
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in