Death of the Author (Literally)cloudburst
Halloween's Christmas
  • "We consider Christmas as the encounter, the great encounter, the historical encounter, the decisive encounter, between God and mankind. He who has faith knows this truly; let him rejoice." — Pope Paul VI





    คริสต์มาสของพวกมนุษย์คือเทศกาลเปี่ยมมนต์ขลัง แต่คริสต์มาสของฮาโลวีนนั้นต่างออกไปโดยสิ้นเชิง


    คริสต์มาสของมนุษย์ — หากมองจากสายตาของเขาแล้ว มันประกอบด้วยกันทั้งหมดห้าสิ่ง และสิ่งแรกนั้นคือหิมะ — ละอองขาวพราวทัศนียภาพราวหมอกจางห่มคลุมเปลือกตา ทุกอย่างดูขาวสว่าง รวมถึงหม่นเทาลง ในยามเช้าเมื่อสูดอากาศเย็นสู่โพรงจมูก ไอร้อนระบายออกต้านความหนาวยะเยือกเป็นรูปร่างขยุกขยุย พวกเขาและเธอชูมือโอบรับเกล็ดหิมะจากฟากฟ้าพร้อมรอยยิ้ม พวกเด็กเล็กปั้นตุ๊กตารูปร่างตลกพิกลจากเกล็ดน้ำแข็งก่อนก่อส่งครามปากระสุนขาว ขณะที่พวกหนุ่มสาวพากันโลดแล่นบนทะเลสาบเยือกแข็งอย่างอ่อนหวานและยั่วเย้า


    ทว่าหิมะของฮาโลวีนไม่เหมือนกับหิมะของพวกมนุษย์เหล่านั้น หิมะของเขาไม่เย็นบาดเนื้อเมื่อสัมผัส อันที่จริงแล้ว มันค่อนข้างเย็นสบายทีเดียว มันเนียนละเอียด และเป็นสีขาวบริสุทธ์ ไม่เหมือนละอองเหมันต์ที่ปลอมปนไปกับควันหรือขี้เถ้า อีกทั้งยังสว่างใสจับตากว่ากันมาก


    สิ่งที่สองคือต้นสน หรือต้นคริสต์มาสที่พวกมนุษย์เรียกกันติดปากจนเกือบหลงลืมชื่อที่แท้จริงของมัน สีเขียวของต้นสนเข้ากันได้ดีนักกับสีขาวของหิมะ และใบลักษณะเรียวยาวนั้นก็ดูน่าหยิบมาบี้เล่นในมือ ต้นสนของพวกมนุษย์ดูจะมีคุณค่าเพียงต้นไม้ประดับสำหรับของตกแต่งอื่น 


    แต่ต้นสนของฮาโลวีนไม่ใช่แค่ไม้ประดับ ความสงบลุ่มลึก และความสามารถในการดำรงความเขียวขจีในอากาศหนาวเย็นของมันช่างน่าพิศวงหลงใหล เขาพบว่าตนชอบจ้องมองเข้าไปในสีเขียวลึกล้ำของมัน และด้วยความกระหยิ่มใจ มันมักจะจ้องตอบฮาโลวีนเสมอ


    สิ่งที่สามคือไฟ ไม่ใช่แค่ไฟอันอบอุ่นจากเตาผิง แต่ยังรวมถึงไฟแวววาวในหลอดประดิษฐ์ของมนุษย์ ความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาเหล่านั้นทำให้ฮาโลวีนประหลาดใจได้อยู่เสมอ ในทีแรกมันช่างน่าขันที่พวกเขาเอาลูกไฟเล็ก ๆ เหล่านั้นไปพันรอบต้นสนใหญ่ และยังฟั่นเฟือนถึงขั้นเอามันไปติดล้อมรอบที่พักอาศัยและบนอาคารสูง ทว่าเมื่อความบ้าคลั่งนั้นแพร่กระจายไปทุกแห่งหน สิ่งที่เคยนึกไปว่าไร้สาระสำคัญก็กลับกลายเป็นวัฒนธรรมที่ต้องกระทำไปโดยปริยาย


    ไฟของฮาโลวีนมีความยุ่งยากน้อยกว่ากันมาก เขาไม่จำเป็นต้องซื้อหาหลอดไฟหรือเสี่ยงอันตรายปีนป่ายขึ้นต้นสนใหญ่เพื่อประดับมัน (แม้ว่าความตายจะไม่ได้อยู่ในรายการสรรพสิ่งที่เขากังวลก็ตาม แต่การต้องไปกะย่องกะแย่งอยู่บนนั้นก็ไม่น่าอภิรมย์เลยสักนิด) ไฟประดับของเขาเป็นสีบลอนด์สว่าง เมื่อต้องกับแสงอาทิตย์หรือแม้แต่แสงนีออนมันจะเปล่งสีทอง อีกทั้งเส้นสายเป็นลอนของมันก็ล้อมกรอบสนสีเขียวของเขาอยู่แล้วเสียด้วย


    สิ่งที่สี่คือเพลง มีบทเพลงมากมายถูกประพันธ์ขึ้นเพื่อเทศกาลนี้โดยเฉพาะ ซึ่งทำให้ฮาโลวีนนึกอิจฉาอย่างเงียบงันที่ช่วงเวลาของตนไม่มีเสียงซึ่งฟังระรื่นหูนอกจากเสียงหวีดร้องโทนเดียวตลอดบท และมีแค่คำพูดง่าย ๆ อย่าง หลอกหรือเลี้ยง 


    พวกมนุษย์ดูจะซึมซับต่อวันที่พ้องกับทางความเชื่อส่วนใหญ่มากกว่าการเล่นสนุก ฮาโลวีนรู้สึกผิดหวัง ทั้งที่เรื่องน่าขนลุกเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ทำให้มีความสุขได้เหมือนกันแท้ ๆ


    แม้ข้อเท็จจริงจะค่อนข้างน่าซึมเซากว่าการเคาะประตูที่ไม่ได้ลูกกวาด แต่เพลงในวันคริสต์มาสของเขาพิเศษกว่าเพลงที่พวกมนุษย์ขับร้องเป็นไหน ๆ ...แต่หากกล่าวกันตามจริงแล้ว มันไม่เชิงว่าเป็นบทเพลงเสียทีเดียว ส่วนใหญ่แล้วจังหวะของมันจะค่อนข้างเร็วและกราดเกรี้ยวเหมือนพายุหิมะ ผิดกับท่วงทำนองปกติของเทศกาล และมักปิดท้ายด้วยคำว่า ซาห์วิน! หรือไม่ก็ เจ้าหัวฟักทอง!!


    ดูไม่ใช่เพลงที่คนปกติชอบฟังเสียเท่าไหร่ แต่เขาคือฮาโลวีนนะ ผู้ที่ทั้งสวรรค์และนรกต่างไม่ต้อนรับ เจ้าแห่งการหลอกหลอนจะชื่นชอบสิ่งเดียวกันกับพวกสามัญได้อย่างไรกัน


    และสิ่งสุดท้ายนั่นก็คือของขวัญ พวกมนุษย์มอบของขวัญเป็นสื่อแทนใจให้กันในหลาย ๆ ความหมาย ซึ่งบางคราวมันก็ลักลั่นและย้อนแย้งได้อย่างน่าปวดหัว พวกเขาเก่งนักในการสรรหาความนัยอันสลับซับซ้อนมาซ่อนไว้ภายใต้สิ่งของหน้าตาจิ้มลิ้ม ฮาโลวีนพบว่ามนุษย์บางคนจริงจังกับเรื่องนี้อย่างมากมายถึงขนาดยอมกัดฟันอดอยากเพื่อจะได้แสดงออกถึงน้ำใจอันกว้างขวาง พฤติกรรมเหล่านี้ชวนส่ายหน้าเสียยิ่งกว่าการเอาสายไฟหลายล้านโวลต์มาพันรอบสิ่งก่อสร้างเสียอีก — ที่สำคัญคือพวกมนุษย์กลับลงทุนลงแรงกับของขวัญมากกว่าขนมหวานที่แจกจ่ายในวันฮาโลวีนตั้งไม่รู้กี่เท่า! ทำไมล่ะ! ฮาโลวีนครุ่นคิดอย่างบูดบึ้ง


    สิ่งสุดท้ายนี้เองที่เขาแตกต่างจากพวกมนุษย์เป็นอย่างมาก มนุษย์ส่วนใหญ่จะได้ของขวัญที่ตนนึกปรารถนา และแม้จะไม่ใช่สิ่งที่ปรารถนา พวกเขาก็ยังได้รับอะไรบางอย่างอยู่ดี ขณะที่ฮาโลวีน... หากนับตั้งแต่ต้นศตวรรษที่เริ่มการเฉลิมฉลองมา ยังไม่เคยได้ของสักชิ้นเดียว


    "ไม่ยุติธรรมเลย" เขาคร่ำครวญต่อคริสมาสต์ "และน่าน้อยใจมาก ๆ ทุกคนได้ของขวัญในวันนี้ แต่เรากลับไม่เคยได้อะไรเลย ความเจ็บปวดนี้อาจทำให้พลังของเราถดถอยจนกระทั่งถึงวันเฉลิมฉลองความตายครั้งถัดไป"


    สีหน้าของคริสมาสต์แสดงความกังขาอย่างที่สุด ทว่าฮาโลวีนยังคงเอ่ยต่อทั้งใบหน้าเศร้าสร้อย "เธอต้องช่วยเราด้วยนะ ถ้าเราไม่ได้ของขวัญวันคริสต์มาส เราต้องแย่แน่"


    "เพราะเธอเอาแต่แกล้งคนอื่นน่ะสิ พวกเขาเลยไม่อยากเข้าใกล้เธอจนกระทั่งไม่ยอมให้อะไรเลยด้วย" 


    คริสมาสต์ว่าเสียงดุ แต่เมื่อฮาโลวีนเริ่มทำปากสั่นระริก ทั้งนัยน์ตายังดูฉ่ำกว่าปกติ หล่อนจึงรีบพูดต่อทั้งถอนหายใจหน่าย ๆ "เรารู้นะว่านั่นเป็นการแสร้งทำ คิดเหรอว่าจะใช้มุขเดิมมาตบตากันได้ แต่เอาเถอะ เธออยากได้อะไรล่ะ ซาห์วิน ลูกกวาดร้านดังเหรอ หรือว่าหัวฟักทองอันใหม่"


    ฮาโลวีนยกมือขึ้นลูบจมูกเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่ดูคล้ายกับการแสยะ "เธอเคยได้ยินเรื่ององค์ประกอบห้าอย่างของคริสมาสต์หรือเปล่าล่ะ"


    "อ้อ" คริสมาสต์พยักหน้าแกน ๆ "เธออยากได้ทั้งหมดห้าอย่างนั้นเหรอ แต่เธอก็มีสี่อย่างแรกครบแล้วนี่ สุดท้ายก็เหลือแค่ของขวัญอย่างที่บอก..."


    "แต่บังเอิญว่าคริสมาสต์ของเราไม่เหมือนกับของพวกมนุษย์น่ะสิ" ฮาโลวีนบีบเสียงเล็ก "หิมะของเราขาวสะอาด แตะแล้วไม่ได้เย็นเฉียบเหมือนที่มนุษย์รู้สึก ต้นสนของเราถูกฝังลึกเป็นผลึกคู่ ไฟของเราเป็นเส้นสายสีบลอนด์เล็กละเอียดที่ล้อมรอบต้นสนเสมอมาอยู่แล้ว ส่วนบทเพลง... อืม เราก็ได้ยินมันมาจนถึงเมื่อสักครู่นี้แหละ" 


    ถึงตรงนี้เขาไม่อาจหุบรอยยิ้มกว้างได้อีกต่อไป ฮาโลวีนขยับเท้าเข้าชิดคริสมาสต์จนห่างกันเพียงปลายจมูก และโน้มตัวค้ำร่างหล่อนไว้ "ทั้งหมดนั้นมันรวมอยู่ที่เธอหมดเลย โนเอล ของขวัญวันคริสต์มาสเราขอเป็นคริสมาสต์ได้หรือเปล่า"


    ปลายนิ้วหยิบเส้นผมสีบลอนด์ปมหนึ่งซึ่งผูกโบว์ไว้มาละเลียดเล่นในมือ ขณะที่จ้องตอบดวงตาสีเขียวที่มีแววงุนงงในทีแรกก่อนจะเปลี่ยนเป็นความตะลึงงันในภายหลัง ริมฝีปากสีอ่อนอ้าและหุบลงด้วยไม่รู้จะโต้กลับอย่างไร และทันใดนั้นรอยแดงจางก็ระบายบนแก้มขาวจนเห็นชัด


    ฮาโลวีนเคยนึกสงสัยมาตลอดว่าสีแดงเกี่ยวข้องกับคริสต์มาสอย่างไรถ้าไม่นับเรื่องสีชุดทำงานของซานตาคลอส...ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะได้รับคำตอบแล้ว ฮาโลวีนฉีกยิ้มกึ่งซุกซนกึ่งเจ้าเล่ห์ ก่อนตัดสินใจเข้าควบคุมริมฝีปากที่ขยับอย่างไร้การควบคุมแทนเจ้าของของมันโดยทันที


    องค์ประกอบแรกของคริสต์มาสคงต้องตัดออกแล้วกระมัง ฮาโลวีนคิดในใจ ก็คริสต์มาสไม่เห็นจะหนาวตรงไหนเลย




    Samhain สาห์วิน ภาษาไอริชโบราณ แปลว่า สิ้นสุดแห่งฤดูร้อน ซึ่งในที่นี้ถือเป็นฤดูเก็บเกี่ยว ตรงกับวันที่ 1 พฤศจิกายน ไม่ใช่วันฮาโลวีน แต่หาชื่ออื่นที่ถูกใจไม่ได้จึงขอใช้ชื่อนี้แทน ทั้งยังเปลี่ยนเสียงเป็น ซาห์วิน เพื่อความเสนาะหู
    Noël โนเอล ภาษาฝรั่งเศสเก่า หรือ naël คำนี้มาจากภาษาละติน nātālis (diēs) หมายถึง (วัน)แห่งการเกิด ซึ่งก็คืออีกชื่อหนึ่งของวันคริสต์มาส
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in