Death of the Author (Literally)cloudburst
ชุมนุมแม่มด: ลางถึงคราส (1)
  • สี่นาฬิกาสามนาที เมืองยังคงหลับใหล ร้างจากการเคลื่อนไหวและชีวิตใด นอกเสียจากสองสตรีที่เดินเคียงคู่กันอยู่ริมถนนหมายเลขสิบสี่


    คนหนึ่งเดินราวกับดื่มด่ำทิวทัศน์เริงใจ คนหนึ่งเดินห่อไหล่ป้องลมหนาววาบ สายลมของเมืองนี้ประหลาด นอกจากพัดพากรรโชกเหมือนคลื่นกระทบฝั่งแล้ว ยังมีที่ม้วนวนเป็นลมหมุน ในวัยเยาว์
    เพเรกรินรักที่จะมองมันก่อรูปก่อร่างจากเม็ดดินและเศษใบไม้แห้ง ยิ่งมองจากหน้าต่างห้องนอนของเธอบนชั้นสอง จะยิ่งเห็นพายุหมุนเล็กจิ๋วเหล่านี้เรียงทอดจากรั้วบ้านตลอดถนนหมายเลขสิบสี่อย่างถนัดตา แต่ขณะนี้ เพเรกรินนึกเข็ดหลาบกับการแต่งกายด้วยชุดนอนกับเสื้อคลุมเนื้อบางเสียมากกว่า มันไม่ช่วยกักความอุ่น ทั้งยังไม่กันลมสักนิดเดียว


    “ได้กลิ่นไหมคะ” เนีย นากาชิมะ ทักขึ้น พร้อมกับเชิดหน้า ทำจมูกฟุดฟิดในอากาศ


    ทีแรกเพเรกรินไม่รู้สึกว่าได้กลิ่นใดฟุ้งขึ้นมาเลย แต่แล้วจึงคิดได้ ความเคยชินกำลังกลบประสาทสัมผัสของเธอนั่นเอง “กลิ่นหนองน้ำค่ะ” 


    ยามกลางวัน ลมทะเลหอบไอเกลือกับกลิ่นเปลวควันของหาดทรายดำขึ้นบก ยามค่ำคืน กลิ่นหญ้ากับโคลนเอ่อท่วมจากหนองน้ำทางเหนือ มันคือกลิ่นของเวลาในหนึ่งวัน


    “จะใช่หนองน้ำที่เดลาโนอาศัยอยู่หรือเปล่านะ” เนียกล่าวอย่างตื่นเต้น แต่แล้วจึงขมวดคิ้ว มือข้างหนึ่งกอดตัว ข้างหนึ่งยกขึ้นรองใต้คาง บุคลิกราวกับนักสืบที่เพเรกรินลอบขานอยู่ในใจ “น่าแปลก”


    “หนองน้ำของที่นี่มีแห่งเดียวเท่านั้นค่ะ แต่มีอาณาเขตกว้างและซับซ้อนมาก หากคุณเดลาโนมีตัวตนอยู่จริง ก็คงไม่ง่ายที่จะหาตัวเธอพบในสถานที่เช่นนั้น...” เพเรกรินเหลือบมองหญิงสาวข้างตัว รู้สึกเข้าอกเข้าใจตัวละครวัตสันขึ้นมาอย่างประหลาด เวลานี้เธอหน่ายกับคำถามมากมายไม่รู้จบของตนเสียเหลือเกิน “อะไรที่น่าแปลกหรือคะ”


    โชคดีที่เนียไม่เหมือนกับโฮล์มส์ เธอไม่เก็บงำอำพรางความคิดหรือท้าทายให้ไขหาคำตอบเอง “ลองคิดดูสิคะ เมืองนี้เป็นเมืองหนองน้ำติดทะเล แต่รูปวาดบนปกกลับเป็นต้นสน ดูไม่ผิดที่ผิดทางไปหน่อยหรือคะ”


    เพเรกรินมุ่นหัวคิ้ว ระบบนิเวศที่ผิดประหลาดกลับไม่ได้อยู่ในความสนใจของเธอ “ดิฉันเข้าใจว่าแม่มดทำได้ทุกอย่างเสียอีก”


    เนียหัวเราะเสียงใส “ไม่นะคะ พวกเราฝืนกฎธรรมชาติไม่ได้หรอกค่ะ”


    “แต่การเป็นอมตะก็มิใช่เรื่องฝืนธรรมชาติหรือคะ” เพเรกรินเอ่ยถึงเดลาโน แม่มดที่เนียเรียกขานว่าเป็นอมตะ


    ในหนังสือปกต้นสนล้อมกองไฟที่เธอเข้าใจว่าเป็นเพียงนิยายซึ่งแต่งเติมจากจินตนาการนั้น ถึงกับพรรณนาเส้นทางการเถลิงพลังแห่งผู้มิรู้เปลี่ยนของเด็กหญิงต้องคำสาปโดยลำดับ ราวกับว่าเป็นสิ่งที่ใครก็สามารถครอบครองได้เช่นเดียวกับการเรียนรู้ศาสตร์แขนงหนึ่ง ทว่ามันมีราคาที่ต้องจ่าย และราคานี้ก็ไม่ได้มีหน่วยเป็นค่าเงินใดทั้งนั้น หนังสือไม่ได้เฉลยว่าเดลาโนทำสำเร็จจริงหรือไม่ และเธอจ่ายสิ่งใดไป เพราะจุดหมายของแม่มดคนนี้ไม่ใช่ชีวิตนิรันดร์ มันเป็นเพียงผลพลอยได้ระหว่างการกระทำตามความปรารถนาของเธอ


    “วิธีการของแม่มดเดลาโนนั้นแตกต่างค่ะ เธอเข้าใกล้ความเป็นไปได้ที่จะเป็นอมตะโดยไม่ฝ่าฝืนกฎของพวกเรามากที่สุด” เนียลดมือทั้งสองลงล้วงกระเป๋าเสื้อโค้ท และยักไหล่ ดูคล้ายจะปลดเปลื้องข้อสังเกตเกี่ยวกับความผิดปกติทางภูมิศาสตร์ไปชั่วคราว เพเรกรินพยักหน้ารับ ไม่รู้สึกคล้อยตามนัก แต่ก็เป็นเพราะเธอไม่รู้ว่าความแตกต่างระหว่างวิธีการของเดลาโนกับกฎของความตายนั้นอยู่ที่ใด ขั้นตอนในหนังสือกล่าวอย่างลักซ่อนภายใต้บทกลอนและคำสัมผัส และกฎของธรรมชาติมีส่วนที่หละหลวมด้วยหรือ เป็นไปได้หรือ ยิ่งคิดมีแต่จะยิ่งหัวหมุน


    “ดิฉันคงพูดมากกว่านี้ไม่ได้แล้วนะคะ แค่นี้คุณก็พัวพันกับพวกเรามากเกินไปแล้ว หากคุณยังรู้เกี่ยวกับกฎของแม่มดอีก คุณคงต้องมาเข้าร่วมกับพวกเราแล้วนะ!” เนียกล่าว


    “บางทีดิฉันอาจจะอยากทดลองงานก็ได้นะคะ” เพเรกรินเอ่ยอย่างนึกสนุก แต่เนียกลับยิ้มเฝื่อน ดวงตาเธอฉายแสงสีเขียววาบ ผ่านมาและไปเหมือนดาวตก เพเรกรินคิดว่าตนตาฝาด แต่ความรู้สึกหวาดหวั่นที่ทิ้งทวนอยู่นี้ให้คำตอบอื่น ถึงจะดูมากมิตรอย่างไรผู้หญิงคนนี้ก็เป็นแม่มด เป็นบุคคลจากโลกที่เธอไม่รู้จัก หากมีแม่มดที่อันตรายถึงชีวิตอย่างแม่มดทองคำแห่งร้านหนังสือเก่าแล้ว การอยู่กับแม่มดที่ชื่อเนียจะปลอดภัยสักแค่ไหนกัน


    “คุณจะเลิกจากการเป็นแม่มดเหมือนลาออกจากงานไม่ได้หรอกค่ะ มันคือเส้นทางที่ไม่อาจถอยหลังกลับ และจะเป็นตราประทับที่สลัดไม่หลุดไปตราบชั่วชีวิต” เนีย นากาชิมะ พูดด้วยเสียงเรียบเย็นเป็นคราแรกนับแต่พบกัน มีเรื่องราวซ่อนอยู่เบื้องหลังสีหน้าเซื่องซึมที่ปรากฏในชั่วกระพริบตา แต่เนียปลิดมันทิ้งอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มที่โน้มนำคนมองให้เบิกบานคืนกลับมาพร้อมสำเนียงที่ทอนให้สุภาพมากยิ่งขึ้น “ช่างเรื่องพวกนั้นไปเถอะค่ะ พูดถึงเรื่องที่พักก่อนดีกว่า คุณจะยินดีให้ดิฉันตั้งเต็นท์อยู่ในสวนของคุณไหมคะ”


    เพเรกรินชะงักเท้า หัวข้อสลับเปลี่ยนไวเสียจนเธอคิดตามไม่ทัน เธอหันจากดวงตาวิบวับสดใส มายังบ้านไม้สีฟ้าที่สุดปลายถนนหมายเลขสิบสี่ ระยะห่างจากบ้านถดถอยลงถึงขนาดนี้แล้ว เพเรกรินไม่รู้ตัวเลยสักนิด หลงลืมสายลมเย็นบาดผิวไปชั่วครู่ ความลังเลเกิดขึ้นเสมอเมื่อต้องตัดสินใจ ไม่ว่ากับเรื่องใด เพเรกรินจำต้องใช้เวลา


    “ดิฉันเกรงว่าครอบครัวอาจตั้งคำถามเอาได้...” เพเรกรินเกริ่น แต่ต่อมาก็จนคำพูด เธอปฏิเสธใครไม่เป็นเอาเสียเลย สายตาของเธอกวาดไปมา ไม่กล้าสบกับเนีย แต่ด้วยเหตุนี้เอง เพเรกรินจึงปะทะกับสายตาอีกคู่หนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ


    เพเรกรินพบกับแม่มดคนที่สองภายในเวลาไม่ครบคืน ยืนเท้าเปล่าอยู่ใต้เงาป่าวิลโลว์ที่มืดมิดถึงขีดสุดท้ายก่อนแสงอาทิตย์จะสาดส่อง ผมสั้นดำยุ่งเหยิงเกี่ยวพันรอบกรอบใบหน้า เนื้อตัวมอมแมมด้วยรอยปื้น ดูเหมือนซากร่างที่เพิ่งฟื้นจากหลุมมากกว่าสิ่งใดทั้งหมด


    แต่สิ่งที่กระตุกใจให้ขวัญแขวนคือดวงตาของผู้หญิงคนนั้น ดวงตาสีดำสนิททั้งดวงที่เบิกกว้างพร้อมกับปากอ้าค้าง นิ่งติงไม่เคลื่อนไหว ราวกับถูกแช่แข็งขณะกำลังกรีดร้อง


    กระแสความเย็นแล่นทั่วสรรพางค์ เพเรกรินรู้สึกว่าตนจะเข่าอ่อน พยายามเปล่งเสียงเตือนแต่ไม่มีสิ่งใดหลุดรอดนอกจากลมหายใจติดขัด เนียที่เห็นความผิดปกติจึงเริ่มเหลียวหน้าตามสายตา


    ทว่าเสียงตะคอกที่ดังมาจากอีกทางหนึ่งแทรกเข้ามาฉวยเอาความสนใจของพวกเธอ “อย่าเข้ามานะ!”
    เพเรกรินกับเนียผวาหันตามเสียงพร้อมกันทันที อะไรก็ตามที่เฝ้ารออยู่ใต้เงาไม้ถูกหลงลืมไปชั่วขณะ
    ที่บ้านสีฟ้า หญิงชราคนหนึ่งยืนจับราวบันไดแน่น ดวงตาโปนขาวเห็นเส้นเลือดแดงก่ำ ฟันขบกรอดทอเสียงขู่คำรามในลำคอ ก่อนเผยอปากอ้า และยกมือชี้มาทางพวกเธอสองคน “ถอยออกไปจากบ้านของฉัน!”


    “คุณย่า...” เพเรกรินตะลึงลาน ก่อนตั้งสติเดินเข้าหา “เป็นอะไรไปคะ”


    “อย่าให้มันเข้ามา!” หญิงชราชี้นิ้วมือสั่นเทา เลยร่างของเพเรกรินไป มุ่งหมายเข้าหาแม่มดที่ยืนเยื้องอยู่ข้างหลัง


    เนีย นากาชิมะ ตัวแข็งทื่อ หน้าซีดทันตา ถูกกดอยู่ภายใต้เสียงหวีดร้องคลุ้มคลั่ง ตื่นตระหนกไม่ต่างจากสัตว์เล็กที่เผชิญกับนักล่า เพเรกรินจับต้นชนปลายไม่ถูก เหตุใดแม่มดที่น่าจะรุ่มรวยอำนาจวิเศษจึงหวาดกลัวหญิงชราคนหนึ่ง และคุณย่าของเธอ — เพเรกรินใจหาย เหตุใดจึงฉายสีหน้าท่าทางเหมือนกับผู้หญิงที่ยืนใต้ต้นวิลโลว์ไม่ผิดเพี้ยน
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in