Death of the Author (Literally)cloudburst
Restless
  • ความฝันเริ่มต้นจากสิ่งใด นับแต่พับเปลือกตาแล้วจ้องเข้าไปในความมืดมิด สิ่งที่สบตอบนั้นคือความมืดจริงหรือ หรือเป็นดวงตาอีกคู่ที่ทอดมองไกลกว่าภาพเขียนและถ้อยคำของจิตสำนึก มันปรารถนาสิ่งใด มันแสดงให้เห็นสิ่งใด ลุ่มหลง ริษยา อาฆาต หรือเป็นเพียงเบ้ากลวงเปล่า สองขาที่ยืนในหลุมดำขยับขัดเขินดังถูกเกาะเกี่ยวด้วยน้ำแข็ง คุณหมุนตัวเชื่องช้าเหมือนตุ๊กตาในกล่องดนตรี แล้วทันใดนั้นเอง แสงสว่างพลันระเบิดออกจากสถานที่ลับตา และพุ่งผ่านร่างคุณต่อไปไกลสุดขอบห้วงเวิ้งว้าง

    อุโมงค์คลาคล่ำด้วยผู้คน ร้านค้าสีสันสดใส คุณยืนข้างเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเงยหน้ามอง แล้วปรารภว่า "อยากกิน"

    เสียงของเธอเป็นเสียงเดียวที่คุณได้ยิน ทั้งที่บุคคลไร้หน้ามากมายเปิดปากขยับยิ้ม รู้ว่าพวกเขากำลังพูดคุย หัวเราะ ตะโกน แต่มีเพียงความเงียบงันลอดเข้าหู คุณขยับเท้าเดิน รู้จุดหมายชัดแจ้ง ที่ไกลออกไป เดินตรงและเลี้ยวขวา มีร้านบนยกพื้นสูง กล่องสีม่วง สีแดง สีส้ม สีเหลือง สีชมพู และสีขาว — คุณชะงักไม่แน่ใจ คลับคล้ายว่าสีแดงคือสีที่ใช่ แต่ความคลางแคลงทำให้คุณหมุนตัวกลับ กลับไปยังจุดเริ่มต้นที่จากมา

    แต่เมื่อไปถึง เด็กหญิงไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว

    และด้วยคำกระซิบข้างหู คุณรู้ว่าเธอตาย

    หากความรักและความตายจะมีสิ่งใดเหมือนกัน คงเป็นการมาและจากโดยไร้การกล่าวทักและคำกล่าวลา

    ทว่าอย่างน้อย คุณก็รู้แล้วว่าสีไหนคือสีที่ถูกต้อง

    คุณเดินกลับ เดินตรงยาวและเลี้ยวขวา กระพริบตาเมื่อมาถึงสถานที่ไม่คุ้นเคย

    คนบางตาลงมาก บ้างนั่งบนเก้าอี้หิน บ้างยืนกระซิบกระซาบอย่างตื่นใจ ตรงทางเข้าที่นำไปสู่โถงใหญ่มีคนอัดแน่นอยู่ในนั้น แสงสว่างวิบวับราวกับสถานที่อโคจร เสียงอึกทึกฟังไม่ได้ศัพท์ ขณะที่ภายนอกที่คุณยืนอยู่ชืดชา เป็นสีเทาหมอง และถูกบรรเลงโดยความเงียบ

    คุณเลี้ยวไปอีกทางหนึ่ง พื้นคอนกรีตโอบล้อมเส้นทางทั้งสี่ทิศ รางรถไฟใต้ดินลั่นเสียง คุณรู้ว่ามีไอเย็นแผ่จากในอุโมงค์แต่ไม่มีความรู้สึกหนาว เมื่อเดินต่อมา คุณเงยหน้ามองหอคอยสูงใหญ่เสียดฟ้า ผิวมันเลื่อมเป็นสีโอปอล ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า ไร้ดวงอาทิตย์ ไร้เมฆ ไร้สิ่งมีชีวิต และหน้าต่างบนอาคารสูง คุณหันหลังกลับ หอคอยแห่งนั้นไม่ใช่ที่ของคุณ มีบางสิ่งซ่อนอยู่ข้างในนั้น สิ่งที่คุณไม่ปรารถนาจะเข้าใกล้ กลิ่นไอของมันดำทะมึน เยียบเย็น เหมือนป่าช้า

    จากนั้นคุณพบกลุ่มคนเร่ร่อนใต้สะพานใหญ่กำลังล้อมวงรอบกองไฟ และรู้ทันใดว่าคนเหล่านี้อันตรายยิ่งกว่าหอคอย คุณเดินเลี่ยงไปอีกทาง พบผนังคอนกรีตอีกครั้ง และแผ่นหลังของชายชราที่กำลังสลับเร่งฝีเท้า เขาถือถังสีเงินวาวในมือขวา มีเสียงเต้นตุบอยู่ในนั้น แต่คุณมองไม่เห็นว่ามันเป็นอะไร

    คุณเดินตามเขา

    เมื่อถึงหน้าทางเข้าเล็กแคบที่ปราศจากประตู เขาหันหลังกลับมามองคุณ "แน่ใจหรือว่าอยากจะลงไป"

    คุณมองเขาเดินเข้าไปในความมืดโดยไม่ตอบ ก่อนย่างเท้าตามไป

    ครั้งนี้ท้องฟ้ามืดสนิท ดำมืด เหมือนผิวบึงเรียบเหนือหัว คุณเดินตามเพื่อนทั้งสอง พูดคุย หยอกล้อ หัวเราะ — เคร่งเครียด

    คุณเดินช้าเกินไปจึงรั้งท้าย ห่างออกไปช้า ๆ จนกระทั่งพวกเธอลับหัวมุมถนน เหลือเพียงคุณที่เดินผ่านกลุ่มหญิงสาวในชุดสีมรกต พวกหล่อนกรีดกราย ขยับปลายแขนขา "พวกเขาจะแพ้" หญิงสาวคนหนึ่งกล่าว "ที่พวกเราต้องทำก็แค่ทำเหมือนเคย พวกเขาอ่อนซ้อม พวกเขาจะไม่มีวันชนะ"

    คุณเพิ่งตระหนักว่ามีก้อนเนื้อในอกซ้าย มันเต้นระรัว

    คุณพยายามตามหาเพื่อนทั้งสองเพื่อถ่ายทอดบางสิ่ง แต่สองขาของคุณเชื่องช้า ความคิดแล่นเร็วเหมือนดาวตก แต่อารมณ์ความรู้สึกถูกแช่แข็ง ในสถานที่ที่มีห้องกระจกเล็กแคบนับร้อย ล้วนถูกหญิงสาวคนอื่นจับจองไว้แล้ว ไอน้ำพุ่งจากพื้นเหมือนน้ำพุหมอกอันรุ่มร้อน ฉันกำลังลนลาน คุณคิด แต่จริงหรือ ความรู้สึกนี้เป็นของใคร

    สองขาเดินต่อไป และในที่สุด คุณพบเพื่อนทั้งสองอยู่บนดาดฟ้า หากใต้บึงสีโคลน คุณบอกพวกเธอว่า "คนพวกนั้นคิดว่าเราจะแพ้"

    พวกเธอหัวเราะ คุณนิ่งเฉย ไม่แสดงสีหน้า เธอคนหนึ่งกระโดดร้องเล่น ถอยหลัง แล้วจากนั้น ชนเข้ากับแผงคอนกรีตที่สูงระดับเข่า เธอหงายหลังตกลงไป

    เหมือนการมองภาพที่ค่อย ๆ สลับเฟรมในแต่ละเสี้ยววินาที ช้าเกินไป ทว่าดึงดูดความพิศวง คล้ายการมองแก้วที่กำลังร่วงหล่น มันลอยในอากาศ ลดระดับลง จนกระทั่งส่วนหนึ่งส่วนใดของมันสัมผัสพื้น — เพล้ง รอยแยกแตกแขนงจากสัมผัสนั้นไปสู่ทุกส่วนสัด เร็วยิ่งกว่าเสี้ยววินาทีจะตามทัน เศษซากสะท้อนแสงระยิบ หมุนคว้าง กระจายออก บ้างชิ้นเล็กละเอียดเท่าฝุ่นละออง บ้างชิ้นใหญ่พอจะบาดครอบทั้งเบ้าตา

    ชั่วครู่นั้นคุณระลึกถึงผู้เป็นที่รัก ระลึกถึงการสูญเสียที่ไม่เคยคาดการณ์ไว้ ผิวหน้าบวมเป่ง สีหยกเขียวคล้ำใต้ชั้นหนัง ดวงตาปิดสนิท มีคนบอกว่ามุมปากยกยิ้ม อิ่มอมความสุข คุณไม่รู้ว่าความจริงเป็นดังนั้นหรือเปล่า คุณไม่ได้มองใบหน้านั้นนานจนสังเกตเห็น

    แต่ใบหน้าของเพื่อนคนนั้นติดตา เหมือนมองในระยะประชิด ใกล้จนลมหายใจเย็นเป่ารดใบหน้า

    "ปล่อยมือสิ" เสียงเอ่ยขึ้นข้างกาย คุณเหลียวมองเพื่อนผู้รอดชีวิต เธอยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาซึ่งทำจากหิน "ขอดูหน่อย"

    คุณก้มมองมือซ้ายของตัวเองที่กำลังประทับบนอก ก่อนเงยขึ้นสบตาเธอ

    เมื่อปล่อยมือ ตรงตำแหน่งนั้นกลวงลึก ไม่มีอะไร

    "มันถูกดึงออกไป" คุณบอก "มีเชือกสีแดงร้อยอยู่ตรงนี้ พอถูกกระชากซ้ำ ๆ มันก็หลุดออกแล้วตกลงไปข้างล่าง"

    ข้างล่างนั้นคือที่ไหน คุณบอกไม่ได้ มันมืดเกินไปจนคุณมองเห็นไม่ถนัด



    ความฝันเมื่อเช้ามืดวันที่ 12/12/2017
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in