Death of the Author (Literally)cloudburst
Insomnia
  • เหตุใดประติมากรในอดีตจึงปั้นแต่งฮิปนอสให้มีปีกงอกเงยจากข้างศีรษะ เพราะห้วงนิทราเปรียบดั่งการโบยบินท่ามกลางหมู่เมฆาหรือ ผมไม่เชื่อเช่นนั้น

    ที่บ้านหลังใหม่เราสองคนต้องนอนบนห้องใต้หลังคา ใช่ว่ามีทางเลือกอื่นที่เลวร้ายน้อยกว่านี้ พ่อกับไมอาได้ห้องนอนใหญ่โดยไม่อาจเป็นอื่น น้องสาวที่ยังแบเบาะรับห้องว่างถัดไปด้วยโชคของความไม่รู้ประสีประสา ส่วนผมกับน้องชายผู้ไม่มีความเกี่ยวพันกันทางสายเลือดใด ๆ ได้ครอบครองดวงดาวบนฟ้ากับสายลมที่ลัดเลาะผ่านรอยแยกของขอบหน้าต่าง 

    กลิ่นอับไม้เจือจางในกลิ่นของฤดูหนาว เบาะผืนหนาถูกปูกับพื้น ผ้าห่มทับซ้อนหลายชั้น และด้วยความช่วยเหลือของตะเกียงเจ้าพายุ หนังสือจึงถูกวางบนตัก บทประพันธ์ถูกเปิดค้าง แต่ดวงตากลับอ่านมวลฝุ่นในอากาศ — ผมนอนไม่หลับ

    นอนไม่หลับเสียจนจำใจต้องหาเรื่องคร่ำครวญ ขับกล่อมให้สติคลายพันธนาการจากกายเนื้อ คิดด้วยขบขันกับตัวว่าหากทำให้ฮิปนอสระคายใจมากพอคงสาปแช่งให้สลบไสลไปเอง แต่เทพแห่งนิทราช่างเลือดเย็น กระทั่งปล่อยให้เด็กชายคนหนึ่งรอคอยนานเพียงนี้ หรือเป็นเพราะจิตใจของผมไม่ยอมนิ่งเฉยเอาเลย เหมือนเครื่องจักรที่ไม่ยอมหยุดพักจนกว่าจะหมดพลัง จนกว่าจะตาย

    กล่าวกันว่าการนอนคือสุนทรียะอีกด้านของความตาย และการตื่นก็เป็นเพียงความฝัน ฉะนั้นแล้วหากคนไร้ความคิดจะนึกฝัน และสูญเสียความสามารถที่จะกระสันอยาก คนผู้นั้นสมควรจะหลับใหลไปตลอดกาลหรือเช่นไร

    จะทำอย่างไรหากสำนึกของเหตุผลปรารภหาการนอน ทว่าจิตใจอันสลับซับซ้อนไม่ต้องการจะนิทรา
    ไม่อยากหลับเพื่อที่จะไม่ต้องตื่นมาเผชิญวันรุ่ง ไม่ใช่เพราะเช้าถัดไปต้องประสบความทุกข์ ไม่ใช่เพราะปรารถนาหลีกหนีสิ่งไม่ต้องประสงค์ ไม่มีเหตุผลใดเป็นพิเศษ ไม่มีอะไรเลย เพียงแค่ไม่อยากนอน แม้รู้แก่ใจว่าต้องนอน 

    ผมเคยชอบการนอน การถูกโอบล้อมด้วยผ้าผืนนุ่มดังได้รับอ้อมแขนจากมารดาที่จะไม่มีวันได้พบหน้าเป็นครั้งที่สอง ความสุขสบายโดยไม่ต้องพะวงห่วงสิ่งใดกลายเป็นอดีตที่แสนห่างไกลไปเสียแล้ว ยิ่งเติบโต บางสิ่งบางอย่างก็ได้ขัดเกลาจนความสุขสามัญนี้เกิดเหลี่ยมมุม เหมือนกระจกที่แตกร้าว สะท้อนเฉดแสงนับพันล้านจนละลานตา

    "นอนไม่หลับอีกแล้วสิ"

    ผมหันหน้ามองคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ ดวงตาของไซลาสเรียบนิ่งเหมือนตาพายุ อาการนอนไม่หลับไม่ใช่ความลับและไม่ได้สลักสำคัญอันใด 

    พวกเราไม่ใช่พี่น้องที่เรียกได้ว่ารักใคร่สนิทสนม ทว่าเหมือนคนแปลกหน้าที่จำต้องอยู่ร่วมกันเท่านั้น นอกจากปฏิบัติตัวเช่นมนุษย์ที่มีสามัญสำนึกของการเคารพกันและกันแล้วไม่มีความรู้สึกใดเกี่ยวข้องอีก ดังนั้นคำที่ไซลาสเอ่ยออกมาจึงไร้ความห่วงใย "นอนลง และหลับตาจนกว่าจะหลับ" เขากล่าว

    ผมดับตะเกียงเจ้าพายุก่อนเอนตัวนอนลง ห้องตกอยู่ในความมืดฉับพลัน มืดเสียจนไม่จำเป็นต้องหลับตา "นายแค่ไม่ชอบนอนทั้งที่มีแสงแยงตาเท่านั้นเอง" ผมพูด

    "รู้อยู่แล้วยังเปิดทิ้งไว้อีก" ไซลาสพึมพำ

    "ฉันกำลังอ่านหนังสือ"

    "นายกำลังทำสิ่งที่ไร้ประโยชน์"

    "ฉันอาจไม่สนใจประโยชน์พวกนั้น" ผมพูด "บางทีฉันอาจแค่ไม่อยากทำตามสิ่งที่มนุษย์คนอื่นบอกว่าถูกและไม่อยากควบคุมเหตุผลของการใช้ชีวิตอีกต่อไป"

    เกิดความเงียบอึดใจ ไซลาสจึงกล่าวว่า "แต่การนอนไม่ใช่สิ่งที่ถูกกำหนดโดยมนุษย์" เขาขยับตัวหันมาทางผม ผมจึงนอนตะแคงไปหาเขา "เล่นเพลงอีรอสในหัว"

    ผมประหลาดใจ "จะช่วยได้หรือ ทำนองของมันไม่ใช่เพื่อการผ่อนคลายเลย"

    "นายไม่ได้ต้องการที่จะผ่อนคลาย โรแลนด์ นายแค่ต้องการสมาธิ" ไซลาสว่า

    ในความมืด ผมมองเค้าหน้าของน้องชาย ก่อนปิดตา และบรรเลงเสียงเพลงในหัว บทเพลงของเทพแห่งความรัก ที่ผมมองว่าเป็นความรักในโศกนาฏกรรม ไร้ความอ่อนหวาน เป็นรักที่ชั่วร้าย และเหมือนกับการนิทรา มันกำเนิดภายใต้อำนาจของนิกซ์

    ผมไม่คิดว่าวิธีของไซลาสจะใช้ได้ผลตลอดไป เหมือนกับที่ความจริงคงอยู่นิรันด์แม้ห่อหุ้มด้วยความลับ ความปรารถนาจะหลุดจากการควบคุมรังแต่จะแผ่ขยาย เย้ายวน มองโลกด้วยดวงตาเน่าเปื่อย กระซิบพลอดคำสัญญาทุกยามตื่น ทั้งน่าคลื่นไส้และน่าหัวเราะเยาะหยัน การบ่อนทำลายนั้นงดงาม ...แม้ว่ามันจะเป็นการทำลายตัวเอง

    เพราะเหตุใดฮิปนอสจึงมีปีกข้างเดียวที่ศีรษะ ก็เพราะฝันที่จะโบยบินเป็นเพียงฝันที่ไม่มีทางเกิดขึ้นจริง อีกทั้งความตาย...มิใช่ลอยล่องบนท้องนภา แต่เป็นการจมลงสู่ใต้พิภพ ปีกเป็นแค่เครื่องประดับพรางตา และหากพวกเขาตื่นขึ้นมาเมื่อไร สิ่งที่จะได้ยลก็มีเพียงซากกระดูกบนฝุ่นธุลีเท่านั้น



    Ludovico Einaudi - Eros
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in