Death of the Author (Literally)cloudburst
Such turbulent discord
  • ความมืด

    ความมืดลดทอนลงช้า ๆ หลอดไฟค่อย ๆ เปล่งแสง คุณกับฉันลุกขึ้นยืน พื้นอ่อนยวบใต้รองเท้า สีแดง เหมือนโซฟาที่ผู้หญิงสองคนนอนทอดร่างเย็นชืด มันสดกว่าสีผมของพวกเธอ — หรือของเธอ แต่ไม่รุนแรงเท่าสีที่เอ่อไหลออกมาจากรอยปริบนผิวเนื้อ มันนำทางฉันไป ระบายความคิดเหมือนหยดสีชาดตกลงในน้ำใส ฉันลืมเลือนโลกไปชั่วครู่

    คุณสะกิดแขนฉันด้วยปลายสัมผัส ราวกับรู้ว่าภาพที่กำลังสร้างในหัวแสนเปราะบาง ฉันเดินตามคุณไป เรานั่งลงไม่ไกลจากทางออก มองคนที่เดินตามมา มองคนที่เดินจากไป มองผู้ที่เข้ามาใหม่ เหมือนรูปวาดหลากอารมณ์ที่ถูกลากต่อไปไม่มีวันจบ ฉันรู้สึกแปลกแยกเมื่อไม่เห็นส่วนสะดุดตา

    "เธอเห็นอะไรบ้าง" คุณถาม

    ฉันไม่ลืมที่จะดึงรอยยิ้มบางเบามาครอบเปลือกหน้า "องค์ประกอบสวยมาก มันคือศิลปะ ตัดฉากและเล่นสัญลักษณ์ได้แทงใจด้วย"

    ฉันเห็นตัวเอง

    ผู้หญิงคนนั้นคือฉัน

    ฉันถามกลับ "แล้วเธอเห็นอะไร"

    คุณทำท่าครุ่นคิด อย่างที่นานครั้งจะได้เห็น "รสนิยม"

    ฉันหัวเราะหึแค่ครั้งเดียว เพราะแค่ครั้งเดียวก็ยากจนแทบทนไม่ไหว

    เรานั่งเงียบ และคิด ละเลียดสารที่รับมาอย่างตั้งใจ ในสถานที่ของตัวเอง

    ฉันรู้สึกกลวงเปล่า 

    มีหลุมดำอยู่ในอก และฉันไม่รู้ว่าจะกำจัดมันยังไง นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่ได้เห็นว่าความทะเยอทะยานและเลือดเย็นนำมนุษย์ไปสู่อะไร วังวนความผิดคาดพลาดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ฉันเข้าใจชายหนุ่มที่หวังเห็นความก้าวหน้าของการจัดลำดับ ฉันลึกซึ้งความรู้สึกไม่ปลอดภัยของผู้หญิงผมแดง แต่หลังจากนั้น ฉันแทบไม่ได้เห็นพวกเขาอีกแล้ว แต่ฉันมองผ่านดวงตาของพวกเขา — ความผิดหวัง ปราสาทแก้วที่ล้มครืนลงมา ชีวิตเดียวดายที่ต้องหลบในเงามืดเพื่อยลแสงของเมือง

    เป็นไปได้ยังไงว่าคน ๆ หนึ่งจะทำลายชีวิตตัวเองได้ย่อยยับขนาดนี้

    อ้อ ไม่น่าถาม เพราะฉันก็กำลังทำมันอยู่

    "สรุปแล้ว นักเขียนควรหรือไม่ควรใส่ชีวิตของตัวเองลงไปในงาน" คุณถาม

    "ชีวิตควรดำรงอยู่ต่อไปบนโลก" ไม่ว่ามันจะเลวร้ายขนาดไหนก็ตาม "ส่วนสิ่งที่ใส่ลงไปคือความรู้สึก"

    "ถ้าขาดความรู้สึกชีวิตข้างนอกเรื่องแต่งก็ไม่ใช่ชีวิตที่สมบูรณ์สิ"

    "มันสมบูรณ์เพราะเรื่องราวที่แต่งออกมาไง" ฉันพูด "จำได้ไหมที่เขาพูดว่าเขาเขียนเพราะอยากเก็บสิ่งที่ตายไปแล้วให้คงอยู่"

    เพราะผู้หญิงคนนั้นฆ่าเขาทั้งเป็น

    ผู้หญิงคนนั้นจึงตายจากเขา ศพของเธอคือหยดหมึกบนหน้ากระดาษ

    ส่วนศพของฉันคงเป็นอารมณ์

    ฉันพูดความคิดนี้ออกไป แต่คุณกลับหัวเราะ ไม่เชื่อโดยสิ้นเชิง "ถ้าเธอไม่รู้สึก เธอก็คงไม่ร้องไห้ง่าย ๆ เวลาดูหนังหรืออ่านนิยายหรอก"

    "นั่นไม่จริงเลย" ฉันตอบสั้น ๆ ไม่นึกอยากหาข้อแก้ตัวเพิ่มเติม

    ความเลือดเย็นไม่ได้ตัดสินจากน้ำตาที่เกิดขณะเสพงานศิลป์ มันปรากฎบนการตัดสินใจ ในทางเลือก
    ไม่มีใครสามารถนั่งในความคิดของใครได้ แม้แต่คุณที่มีดวงตาแหลมคมพอจะมองทะลวงผ่านกำแพง แต่ก็ไม่ทั้งหมด คุณไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าฉันคิดอะไรข้างในอุโมงค์ที่ไร้ทางออกนี้บ้าง

    หรือแม้แต่ตัวฉันเอง ก็ยังหลงทางอยู่ในความมืดนี้บ่อยครั้ง

    "ทำไมเขาต้องตาบอด" คุณถามอีกครั้ง

    "ไม่แน่ใจ" ฉันสารภาพ "สิ่งที่เขาต้องแลกเพื่อจะกำจัดสัตว์กลางคืนละมั้ง เธอเคยเป็นโลกของเขา โลกที่คิดว่าจะสว่างไสว แต่กลับดำมืด เป็นกลางคืนที่มืดมิด และเขาจะไม่มีวันพบเธออีก"

    "เธอแค่จับอารมณ์เก่งหรือเป็นที่ฉันเข้าไม่ถึง" เขาบ่นพึมพำ

    "บางเรื่องฉันก็ไม่รู้ดีเท่าเธอ"

    "ฟังดูไม่เหมือนคำชมเลย"

    ฉันยิ้ม

    คุณรู้ว่ามีความเลวร้ายอยู่บนโลก แต่ไม่รู้เลยสักนิดว่ามันอยู่ใกล้ตัวขนาดไหน

    "และสุดท้าย ทำไมผู้หญิงคนนั้นยังกล้าหวังว่าจะได้รับโอกาส"

    "เธอไม่ได้หวัง" ฉันหัวเราะเต็มเสียงครั้งแรกของวัน "เธออ่านเรื่องที่เขาเขียนแล้ว เธอรู้ทุกอย่าง"

    เหตุผลเดียวกับที่คนบางคนชอบทำลายชีวิตตัวเอง ทั้งที่ยังมีสติรับรู้ทุกอย่าง

    เพราะมันสวยงาม การทำลาย เหมือนที่สัตว์กลางคืนของเรื่องนั้นกล่าว คุณจะไม่สนุกกับการฆ่าได้ยังไง
    โศกนาฏกรรม มันต้องใจ มันสวยงาม ทำให้คลื่นอารมณ์คืนกลับมาบนผิวน้ำราบเรียบ

    และดวงดาวจะยิ่งฉายแสงสวยงาม ก็ต่อเมื่อความมืดบนฟ้ายิ่งเข้มข้น

    "เธอแค่กำลังหลอกตัวเอง"
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in