Death of the Author (Literally)cloudburst
ข้าละเลยความตาย
  • ข้าละเลยความตาย


    เมื่อชีวิตตกลงในห้วงแสงสีเบื้องหน้าสายตา ข้าเห็นเพียงความปรารถนา รอยระยับจับตาสู่ความรุ่งโรจน์ — กิเลส ความงาม ความลุ่มหลง ข้าหลงมัวเมา จดจ่อในสุขและทุกข์ของตน นึกไปว่าชีวิตที่ดำรงอยู่เป็นนิรันดร์และไม่มีวันแปรเปลี่ยน ข้าตัดขาดจากสายสัมพันธ์ ไม่สนใจ ไม่แยแส เพราะมันยังอยู่ตรงนั้น มันไม่สำคัญเพียงพอให้ข้าต้องคอยเฝ้าระวัง เพราะดวงตาข้ามอบให้ดวงดาว และความเป็นไปได้อันไร้ที่สิ้นสุดบนท้องฟ้า


    ข้าละเลยความตายจนกระทั่งความตายได้มาเยือน


    ความตาย เรียบง่ายยิ่งนัก แผ่วเบา เพียงถ้อยคำสั้น ๆ เยื้องย่างผ่านประตูโดยไม่เคาะ และจากไปอย่างเงียบงัน ทิ้งข้าไว้ให้จมลงสู่ความหยุดนิ่งและว่างเปล่า


    ความตาย ท่านพรากสิ่งหนึ่งไปจากข้า สิ่งที่ข้าไม่นึกฝันว่าสักวันต้องเสียมันไป พร้อมกับสำนึกที่ว่าอนาคตจะไม่เหมือนเดิม


    กล่าวกันว่าความตายทั้งหนักและเบา แต่ข้ากลับไม่รู้สึกถึงสิ่งใดเลย ว่างเปล่า ขณะที่หยาดน้ำไหลรินจากเบ้าตา ข้าไร้เสียงสะอื้น ข้ามองไม่เห็นผู้คนหรือสิ่งของที่อยู่ต่อหน้า ข้าเห็นเพียงอนาคตที่เคยวาดหวังซึ่งจะไม่มีทางเป็นจริงอีกแล้ว ข้านึกไม่ออกว่าคำพูดสุดท้ายมีเนื้อความอย่างไร ข้าไม่รู้ว่าสัมผัสสุดท้ายเกิดขึ้นนานแค่ไหน ข้าจำอะไรไม่ได้เลย นอกจากแผนการที่เคยตระเตรียมมาด้วยกัน รอยยิ้ม เสียงหัวเราะคำพร่ำสอน ซึ่งข้าจะไม่มีวันได้ยลหรือได้ยินสิ่งเหล่านั้นนอกจากในความคิดกับความทรงจำ เพราะในโลกแห่งความจริง ชีวิตนั้นถูกท่านพรากไปแล้ว


    ความตาย ของต่างหน้าที่ท่านทิ้งไว้เย็นชืดเหลือเกิน ทำให้ข้ามึนชา ไม่รู้สึกรู้สากระทั่งความเจ็บปวด ข้านั่งอยู่หน้าโลงไม่ต่างจากสิ่งที่นอนอยู่ในโลง ทำอะไรไม่ถูก นอกจากมองโลกที่ยังหมุนต่อไปเช่นเดิม ทว่ามันมัวหมอง ข้าตระหนัก เพราะเหตุผลครึ่งหนึ่งของการมีชีวิตจากไปแล้ว หัวใจอันบิดเบี้ยวของข้าแตกสลายยับเยินกว่าครั้งไหน ข้าไม่อาจมองโลกและชีวิตด้วยดวงตาคู่เดิมอีกแล้ว


    ความตาย ข้าจะไม่กล่าวโทษท่าน ท่านต่างหากคือความจริงนิรันดร์ ไม่ใช่ชีวิตของข้าหรือของใครอื่นท่านคือคำสัญญาแรกเมื่อข้าเริ่มเผาผลาญชีวิต ทันทีที่เกิดหมายความว่าวันหนึ่งจะต้องตาย ไม่ใช่ความผิดของความตายที่ทำให้ข้าเศร้าโศก


    ข้าเศร้าโศกเพราะข้าไม่ได้อยู่ที่แห่งนั้น ในวินาทีที่ท่านมาเยือน


    ข้าทำได้เพียงจินตนาการว่าท่านนำเขาไปอย่างนุ่มนวล ไร้ความทรมาน ข้าได้แต่จินตนาการว่าเขายินยอมตามท่านไปโดยไม่ขัดขืน จินตนาการว่าเขาให้อภัยที่ข้าไม่ได้อยู่ตรงนั้น คิดไปเองว่าเขารับรู้ทุกอย่างด้วยใจสงบ รับรู้ว่าเขาสามารถจากไป โดยที่ข้าและคนข้างหลังจะไม่เป็นไรแม้ไม่มีเขา


    ข้าไม่เคยคาดคิดว่าอนาคตต่อจากนี้จะไม่มีเขาอยู่ อนาคตที่ตั้งใจว่าจะดำเนินไปจนสีหมึกในเส้นผมค่อย ๆ จางหาย อนาคตนั้นแตกสลายกลายเป็นกระดูกและเถ้าในกองเพลิง


    ข้าคิดว่ามันไม่เพียงพอ ชีวิตของเขา ท่านมารับเขาเร็วเกินไปหรือเปล่า


    กระนั้น แม้ในระยะเวลาของลมหายใจที่สั้นเกินควรเขากลับทำให้ข้าเห็นสิ่งที่มิรู้เปลี่ยน


    และในเวลาที่ลมหายใจหยุดลง ข้าได้รับบทเรียนราคาสูงเกินพรรณนา


    ความตายคือจุดสิ้นสุด ต่อให้อธิษฐาน กล่าวทักทาย กล่าวล่ำลาไปนับร้อยนับพันครั้งก็จะไม่มีการตอบรับทุกอย่างยุติลง สิ่งที่เคยกระทำไม่อาจแก้ไข ไม่อาจลบล้าง ที่นั่งที่โต๊ะอาหารว่างเปล่า ข้าวของเครื่องใช้ถูกทิ้งร้าง รูปถ่ายติดอยู่ที่เดิมแต่ไม่มีตัวคน กลอนกล่าวราตรีสวัสดิ์ก็จะเหลือแต่ข้าเป็นผู้เอ่ยฝ่ายเดียว


    ความจริงทำให้อกของข้ากลวงเปล่า


    ทว่าความเจ็บปวดทำให้ข้าได้สติ


    ข้าเคยละเลยความตาย


    แต่จากนี้ไปมันจะไม่เกิดขึ้นอีก ก่อนท่านมาเยือนอีกครั้งข้าจะเตรียมพร้อมเพื่อให้ไม่นึกเสียใจภายหลังท่านไม่ใช่มิตร ไม่ใช่ศัตรู แต่ข้าจะน้อมรับ ข้าจะเฝ้าระวัง ดวงตาข้ายังคงมองดวงดาวแต่ใจข้าจะไม่มีวันลืม — ความตาย ท่านจงรู้ไว้เถิดว่าต่อแต่นี้ไป


    ข้าจะไม่ละสายตา





    แด่ แม่
    กลอนราตรีสวัสดิ์จะคงอยู่ตลอดไป
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in