Death of the Author (Literally)cloudburst
Valentine's Fool
  • "When you fade like a rose in the gloom, love waits outside your room..." — Poets of the Fall





    ขณะที่ความรักของพวกมนุษย์กำลังผลิบานดังดอกไม้แรกแย้มในวสันตกาล ความรักของวาเลนไทน์กำลังมืดหม่นอึมครึมราวเศษไม้แห้งก่อนเหมันตฤดู


    "วันนี้วันวาเลนไทน์" ผู้ฝึกสอนของเขาว่าด้วยท่าทางเหม็นเบื่อ "ทำไมฉันต้องมาติดแหงกกับชายโสดแก่ ๆ ขี้เหงาที่ไม่มีที่ไปด้วย"


    "มันก็แค่วัน ๆ หนึ่ง เธอจะแสดงความรักให้แฟนของเธอได้แค่วันเดียวหรือไง" วาเลนไทน์พูดเสียงยานคาง พลางยืดแขนด้วยท่วงท่าตามผู้ฝึกสอน มนุษย์ผู้หญิงบางคนก็ช่างใจเหี้ยมเสียจริง ทั้งที่รับเงินจากเขาแท้ ๆ ยังพูดจาไม่รักษาน้ำใจใส่กันอีก


    "มันไม่ใช่แค่วัน ๆ หนึ่ง" เอมิลี่ หรือก็คือผู้ฝึกสอนของเขา เหยียดตัวลงบนบอลลูกโต และปล่อยให้แค่ปลายเท้ากับปลายนิ้วมือแตะพื้น หัวชี้ลงพื้น เธอกำลังมองมาด้วยท่าทางกลับหัวกลับหาง "มันเป็นวันที่ฉันสามารถแสดงให้เขาเห็นว่าไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ความรักของฉันก็ยังร้อนแรงเหมือนวันแรกที่เราคบกันไม่มีเปลี่ยน"


    วาเลนไทน์แลบลิ้น ทำวงโค้งด้วยท่าทางน่าเกลียดเหมือนผีในหนังญี่ปุ่นไม่พอ เธอยังกล้าปล่อยคำพูดคำจาหวานเลี่ยนเอี่ยนหูออกมาอีก เหลือจะทน เขาไม่รู้จะวางสายตาตรงไหนดีแล้ว


    แต่ตอนนี้เขาก็กำลังทำท่าเหมือนกับเธออยู่นี่นะ วาเลนไทน์สลัดความคิดนั้นทิ้ง ก่อนถอนหายใจดังพรืด "น่าเบื่อ"


    "คุณทำตัวเหมือนคนโดนหักอกในวันแห่งความรัก" เอมิลี่ชี้ ตัวขยับขึ้นมาตามองศาปกติ ผมบลอนด์ยาวหลุดรุ่ยลงมา แต่ก็ยังไม่พอกลบสีหน้าปรามาสแกมขบขัน "ไม่ต้องห่วงที่รัก แล้วความรักครั้งใหม่จะมาเคาะประตูเรียกหาคุณเอง มันเกิดขึ้นเสมอแหละโดยเฉพาะกับคนที่คิดว่าตัวเองจะไม่มีวันพบรักเป็นครั้งที่สอง"


    "ฉันตื่นเต้นจนตัวสั่นไปหมดแล้ว"


    หญิงสาวกลอกตา "แน่ล่ะ" เธอยืนขึ้นเท้าสะเอว "แต่ก่อนอื่น คุณคงต้องออกไปให้พ้นจากห้องนี้เสียก่อนนะถึงจะได้เจอเรื่องตื่นเต้น"


    "ฉันจองตัวเธอไว้ห้าชั่วโมง" วาเลนไทน์ว่าเสียงขรึม จะมาเบี้ยวกันง่าย ๆ อย่างนี้ได้ไง เขาเตรียมแผนใช้เวลาในวันนี้ไว้ตั้งนานนะ!


    "เอาไว้ทบกับคลาสของสัปดาห์หน้าแล้วกัน วันนี้วันวาเลนไทน์นะคะ! ฉันสมควรได้รับความรักความเมตตาด้วยการไปออกเดทกับแฟนหนุ่มสิ"


    "แต่ฉันจองคลาสนี้ล่วงหน้าตั้งเดือน!"


    "เถอะน่าคุณลูกค้า ไม่เห็นหรือว่าทั้งตึกนี้เหลือแค่โซนของเราที่เปิดไฟสว่างโร่ แม้แต่พวกนักบัญชีชั้นบนยังกลับไปกันหมดเลย" เอมิลี่เดินตัวปลิวไปหยิบกระเป๋าแล้ว วาเลนไทน์ลูบหน้า เขากำลังโดนเด็กสาวอายุห่างกันเป็นศตวรรษปล่อยเกาะ ด้วยไอหวานและกลิ่นของความคลุ้มคลั่งข้างนอกตึกกำจายเต็มไปหมดเช่นนี้ ถ้าออกไปมีหวังเขาต้องโดนอารมณ์ปรารถนาของพวกมนุษย์บีบอัดจนตาย


    "วาเลนไทน์งี่เง่า" เขาอยากคิดว่ากำลังด่าวาเลนไทน์ที่เป็นวันอยู่หรอก แต่น่าเศร้าที่มันคือตัวตนของเขาเองซึ่งก็งี่เง่าไม่แพ้กัน "ความรักทำให้พวกเธอก้าวออกจากเส้นทางที่ควรเดิน รู้ไหม เหมือนตัดเอาหัวใจตัวเองมาวางไว้กลางแท่นบูชาทั้งที่ไม่เคยแน่ใจเลยว่าพระเจ้ามีอยู่จริง"


    "รักแบบอากาเปน่ะมันอุดมคติ" เอมิลี่ยักไหล่ แต่แล้วจึงขมวดคิ้ว "คุณกำลังพูดถึงรักแบบไหนอยู่ล่ะ"


    "แบบที่ฉุดให้เธอถลำลึกลงในหลุมก่อนกลบฝังทั้งเป็น"


    "ฟังดูโหดร้ายจัง นี่คุณโดนใครหลอกมาจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย"


    "หลอกหรือ โอ้ มันเลวร้ายยิ่งกว่าที่เธอจะจินตนาการออกเลยยัยหนู"


    เอมิลี่เม้มปาก แต่วาเลนไทน์ไม่อยากจะสนใจเธออีกแล้ว ความช่างสงสัยของมนุษย์กำลังทำให้แผลกลัดหนองของเขาปริแตก วันแห่งความรักอาจทำให้พลังของวาเลนไทน์ล้นปรี่ แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้เขาคลื่นเหียนและหนักหน่วงจากความทรงจำอันเลวร้าย


    ความรักมาพร้อมกับหลายสิ่ง


    และมันอาจเป็นไปได้ทั้งเรื่องดีและเรื่องร้าย วาเลนไทน์ไม่ปฏิเสธว่าเขาก็มีความทรงจำที่ทะนุถนอมไว้อย่างดี เช่นเดียวกับบางภาพฝันที่ตามหลอกหลอนไม่รู้จักจบ มีหลายครั้งที่อยากจะลืมมันไปให้หมด ด้วยอำนาจของเขา เขาสามารถทำได้แน่นอนอยู่แล้ว


    แต่ความรักก็สมควรทำงานเช่นนี้เอง พัดพาผู้ลุ่มหลงไปยังสถานที่ใหม่ บ่อยครั้งที่มันเยียวยาก่อนทิ้งความอ่อนละมุนไว้ และหลายครั้งที่มันกลับทิ้งรอยแผลเป็นไว้ต่างหน้าบนผิวเนื้อ...


    แผลเป็น...เป็นสักขีพยานว่าในช่วงเวลาหนึ่งนั้นมีบางสิ่งเกิดขึ้นจริง...ยังมีบางสิ่งที่เป็นจริง แทนที่ความรักซึ่งไม่เป็นจริงอย่างที่หวัง...


    อาจเป็นอย่างที่เอมิลี่ว่า วาเลนไทน์ก็แค่ตาแก่ขี้เหงาที่ไม่มีที่ไป


    "ช่วยบอกทีว่าคุณจะตรงดิ่งกลับบ้านไม่ใช่โดนสภาพแวดล้อมกดดันจนไปโดดรางรถไฟตาย"


    วาเลนไทน์ทำหน้าเบื่อโลก "ฉันไม่ตายง่าย ๆ หรอก" ตราบใดที่พวกเธอยังเพ้อหาความรักกันแบบนี้ นายแห่งเทศกาลความรักกอดเบาะที่ม้วนกลมแนบอ้อมอก "และฉันยังเหลือชั่วโมงคลาสโยคะให้ตามเก็บอีกเพียบเลย"


    "ต้องอย่างนี้สิ" เอมิลี่ยิ้มสดใส แล้วตบไหล่เขาดังอั้ก


    วาเลนไทน์จำต้องออกไปเปลี่ยนชุดและเก็บสัมภาระอย่างช่วยไม่ได้ โดนปล่อยเกาะเช่นนี้ก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้รั้งอยู่ต่ออีก เขายืนรอเอมิลี่ที่หน้าสตูดิโอกหลังจากช่วยเธอจัดระเบียบสิ่งของเท่าที่ทำได้ และเดินออกมาพร้อมกับเธอจนถึงหน้าประตูตึก


    ครู่หนึ่งที่พวกเขาหยุดมองผู้คนที่เดินขวักไขว่ มาเดี่ยวบ้าง คู่บ้าง กลุ่มบ้าง และไม่ว่าจะสุข จะวางเฉยหรือจะทุกข์ สุดท้ายแล้วโลกก็ยังคงหมุนต่อไป


    "แต่ฉันเชื่อนะว่ายังไงรักก็ต้องวนกลับมาหาคุณ"


    มนุษย์คนโปรดของเขาทิ้งท้ายไว้ก่อนหายไปในฝูงชน


    ขณะที่วาเลนไทน์ยังยืนอยู่ตรงจุดเดิม หน้าอาคารที่ไฟทุกห้องดับสนิท อึดอัด กึ่ง ๆ เคว้งคว้าง พลังของเขาแทบล้นออกมาจากทุกอณูร่าง จนต้องหลับตาสะกดลมหายใจ


    และลืมขึ้นอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกหา


    "วาเลนไทน์"


    ดวงตาสีฟ้าสดที่เขาหลงใหล น้ำเสียงอ่อนหวานที่ล่อหลอกให้ต้องยอมติดกับนับครั้งไม่ถ้วน ราวกับน้ำผึ้งบนเศษกระจกที่แหลมคม วาเลนไทน์ผงะถอย จ้องมองชายผมดำยาวตรงหน้าตาค้างอย่างไม่รู้จะทำเช่นไร


    ความรักวนกลับมาเช่นนี้เอง วาเลนไทน์คิดด้วยสมองอึงอล คำของเอมิลี่ราวกับคำพิพากษา รักจะวนกลับมาหา แน่ล่ะ เพราะรักคือสิ่งที่ไร้มารยาท ไม่เคาะประตูขออนุญาต ไม่ซักถามความสมัครใจ ไม่กล่าวคำวอน ไม่มีคำขออภัย รักพรากทั้งสิ่งที่เห็นและไม่เห็นไป รักมาแล้วไปดังใจนึก รักสวยงาม รักน่ารังเกียจ สุดท้ายแล้ว รักก็คือสิ่งสามัญอันมิอาจเลี่ยง


    ทว่าวาเลนไทน์รับมือมันได้เพียงวิธีเดียว หลีกหนี


    "เราจะเล่นเกมซ่อนแอบกันอย่างนี้ต่อไปจริง ๆ หรอ" วาเลนไทน์ชะงักเท้า แต่ไม่ยอมหันกลับไปมอง อีกฝ่ายจึงเอ่ยต่อ "นั่นมันเกมของอีสเตอร์ ไม่ใช่เกมของเราเลย...ฉันว่าเกมของเราควรจะเป็นเกมจริงหรือหลอกมากกว่า นายเคยชอบเกมนี้นี่"


    "ก็ใช่" วาเลนไทน์ตอบเสียงเบา


    เกมจริงหรือหลอกของคนสองคนที่ตั้งใจว่าจะสร้างฝันร่วมกัน เพื่อพบว่าสุดท้ายแล้วหนึ่งในนั้นกลับหลงรักเพื่อนร่วมทางมากกว่าความฝัน


    "แต่ตอนนี้ไม่แล้ว"


    วาเลนไทน์ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายแสดงออกอย่างไรต่อคำพูดของเขา เขาเอาแต่มองตรงไปข้างหน้า ไม่อยากเหลียวหลังกลับอีกแล้ว


    "งั้นเหรอ"


    เขาแค่อยากจบมันเสียที


    แต่ดูเหมือนนายของวันโกหกจะไม่ยอมให้มันเป็นอย่างที่เขาต้องการ


    "ผู้หญิงคนนั้นหลอกนาย" เอพริลพูดทีเล่นทีจริงพร้อมกับสาวเท้าตาม ไม่มีมนุษย์คนใดสนใจพวกเขา ทั้งยังพากันหลีกทางให้โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว "รักไม่มีวันวนกลับมา รักจะไม่รออยู่ที่นอกประตู"


    มีบางสิ่งอบอวลในช่องว่างระหว่างตัวตนของเทศกาลทั้งสอง พลังกำลังบิดม้วน ตีแผ่ และคลี่พัน


    วาเลนไทน์กลั้นหายใจ


    "ฉันเกลียดนาย"


    เพียงแค่คำสามคำ


    คำสามคำซึ่งกระซิบซาบผ่านสายลม สำหรับสิ่งมีชีวิตเช่นเจ้าแห่งความลวงแล้ว มันไม่ใช่แค่คำพูดธรรมดา


    มันคือคำสาบาน


    ในชั่วพริบตานั้นเองคำพูดทั้งหมดของเด็กสาวมนุษย์ก็เป็นความจริง รักจะวนกลับมาหาคุณ แต่อาจเป็นรักที่ไม่มีอะไรคล้ายคลึงกับคำว่ารัก

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in