I write what I likePgram
[Haikyu!!] : ดูไฮคิวแล้วย้อนดูตัว
  • ชื่อเต็มคือ : ในวันที่สาวออฟฟิศวัยกลางคนต้องพึ่งพาเจ้าฮินาตะ


    หลังจากเกิดภาวะเครียดจนหูดับ (จริง ไม่โม้) ช่วงกลางปี ด้วยเหตุหลายประการ ตัวตน อารมณ์  สังคม ความชรา การงาน ในระดับที่ใกล้ๆ เส้นจะขาดผึง ถึงขั้นเขียนบอกตัวเองว่า ‘ฮึบนะ ใช่เพียงตัวเราที่อับเฉายับเยิน’


    สาวพิจ —ซึ่งคือตัวดิฉันเอง (ในกรณีที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน) ก็ได้พบกับสิ่งชโลมจิตใจโดยบังเอิญแต่มีพลังระดับมงกุฎเพชร


    เจ้าพวกนี้นั่นแหละ ที่มาเปลี่ยนชีวิตของดิฉันไปตลอดกาล เอาจริง ยอมรับว่าในระหว่างที่ดูไฮคิวฉบับอนิเมะและอ่านฉบับมังงะจนจบ รู้สึกมีแรงมากๆ ร้องไห้แทบทุกตอนสลับกับการหัวเราะจนหน้าเหี่ยว (ไหน ใครเสริมว่าหร่อนเหี่ยวอยู่แล้ว) ดีดดิ้นจนลืมอายุ และพล่ามกับตัวเองทุกวันเมื่อไหร่จะอ่านจบสักที อยากเขียนลง minimore แบบใจจะขาดรอนๆ 


    ค่ะ...มันผ่านมานานมากแล้ว กระทั่ง to the top part2 ฉายหลายตอน ดิฉันก็ยังไม่ได้เริ่มเขียนความรู้สึกเหล่านั้นออกมาเสียที จนกลัวว่าหากไม่เขียนในตอนนี้ ความรู้สึก ‘มีชีวิตชีวา’ แบบนั้นจะถูกกลืนหายไปเสียสิ้น


    เท้าความกลับไปหลายปีก่อนหน้านี้ ดิฉันเคยเขียนนิยายและถูกตีพิมพ์อย่างเป็นเรื่องเป็นราว และจะได้พิมพ์อีกเล่มหนึ่งแต่…. (เรื่องนี้triggerมาก พยายามไม่ไปแตะต้องความห่วยของตัวเอง ซึ่งหนีไม่เคยพ้น) พบว่าตัวละครที่ดิฉันสร้างขึ้น มักโดดเดี่ยว ไม่มีภูมิหลัง ไร้เพื่อนฝูง ไม่รักใคร ไม่เหงา ไม่ริษยา ไม่มีมิติใดๆ จนน่าเบื่อไปหมด ข้อแม้เยอะเหมือนคนเขียน ทั้งๆ ที่นักเขียนหลายคนแทบไม่ต้องจัดการตัวละครของตัวเองเลยด้วยซ้ำ แค่ปล่อยให้พวกเขาโบยบินอย่างอิสระ 


    เมื่อได้รู้จักไฮคิว ก็รู้สึกถึงตัวละครแบบนั้น แบบที่อยากมีในโลกของตัวเองบ้าง


    ในช่วงเริ่มทำความรู้จักกับเรื่องนี้ใหม่ๆ ก็มีความตึ้บอยู่ในหัวว่าไฮคิวมันรีเลทอะไรกับชีวิตตัวเองนักหนาจนถึงกับร้องห่มร้องไห้แบบเละเทะ แบบไม่มีที่มาที่ไป รวมถึงเกิดคำถามว่าเจ้าฮินาตะเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนวะ (เกิดมาไม่เคยมีพลังแบบนี้เลย) เอ๊ะ หรือว่าเราอินพี่โนยะ เพราะว่าตัวดิฉันนั้นคือลิเบอโร่ ที่ต้องรับทุกอย่างแล้วพยายามให้มันไม่ล่มน่ะนะ



    [จากนี้สปอยล์แบบไม่ยั้งนะคะ เชฟเตือนแล้วนะ!]


     ▪️แมทช์อินาริซากิตายห่ามาก อ่านในรถใต้ดินแล้วขี้มูกไหลอยู่ในแมสก์ เวทนาตัวเอง มันบีบคั้น มันอยากเอาชนะไปหมดจนต้องหยุดอ่านแล้วพักหายใจแบบโชโย ดึงตัวเองออกมาให้ใช้ชีวิตประจำวันก่อน


    ▪️ตอนที่สึมุพูดว่า ‘โชโยคุง สักวันฉันจะจ่ายลูกให้นาย’ ดิฉันหัวใจวาบตอนนั่งรถกระป๊อเข้าออฟฟิศ มันช่างมีพลังมหาศาล มุ่งมั่น กระตือรือล้น ในขณะเดียวกันก็สัมผัสได้ถึงความอยากเอาชนะ อยากยกมือไหว้พี่สึมุ


    ▪️พี่ยักษ์จิ๋วที่เป็นเหมือน ‘หมุดหมาย’ สำคัญที่ต้องเอื้อมให้ถึงให้ได้ ดิฉันชอบนะ เพราะเริ่มได้สำคัญจริงๆ จนพบว่าตัวเองต่างหากที่สำคัญ 


    พูดถึงคาแรกเตอร์โปรดบ้าง ขอเสียงปรบมือให้คุณโคซึเมะค่ะ 



    ‘โชโย ช่วยเป็นคนที่น่าสนใจต่อไปนะ’ ของเคนมะนี่แหละพ้อยท์ ไม่ได้พูดครั้งเดียว พอพ่อหนุ่มผมยาวนี่พูดอีกครั้งมันมียิ่งน้ำหนักมากขึ้นและเพิ่มความน่ากลัวขึ้นด้วย เมื่อไม่สนใจแล้วก็ไม่มีแรงดึงดูดอีกต่อกันอีก ไม่คอนเน็ค การที่เคนมะพูดแบบนั้นออกมามันซื่อตรง (และจริงมาก) แม้จะฟังดูใจร้ายนิดๆ ก็ตาม ตอนที่เคนมะไม่มอง มันเจ็บปวดแฮะ การที่ถูกมองข้ามความสำคัญเนี่ย ร้ายจริงๆ 

    100 คะแนนให้เนโกะมะ (เอ๊ะ!)


    แต่ช่วงที่รักที่สุดก็คือช่วงจิกกันระหว่างโทระกับเคนมะนั่นล่ะ ทะเลาะกันจนโดนน้ำสาด (มีคนบ่นไปซ้อมไปว่า ‘กำแพงในใจ ไม่ชอบเลย’) กระทั่งถึงตอนที่โทระบอกว่า “ให้เรียกฉันว่าโทระได้นะ” มันแบบเห้ย แก ในที่สุดก็ยอมรับฝีมือกันแล้วนะ แล้วตามมาด้วยซีนเคนมะตอบว่า “ไม่เรียกได้ไหม-“ (ตีกัน จะโดนน้ำสาดอีกรอบ) ดิฉันวางไอแพดเลย ขอบคุณที่โลกนี้มีไฮคิว ไหว้ย่อ



    และที่อยากพิมพ์เก็บเอาไว้คือทีมเวิร์กของเนโกะมะพิเศษมากๆ เป็นทีมเวิร์กในอุดมคติที่รู้ตัวว่าไม่มีทางที่จะสัมผัสได้ในชีวิตจริง ทุกคนเท่มากนะ 


    ตอนนี้ไฮคิวจบแล้วจริงๆ ขอบคุณที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิต เป็นเรื่องสำคัญมาก ตลอดการอ่านอินกับคำพวกนั้นมาก เหมือนถ้อยคำทื่อๆ มันพุ่งตรงมาถึงใจเสมอ ‘เฮ้ย ไม่เป็นไรนะ’, ‘ทำได้ดีแล้วล่ะ’, ‘รับสวย’ (ซีนคุณโบรับลูกด้วยอกแล้วชมตัวเองว่ารับสวยคือตรึงจิตมากนะคะ คนอะไร ตาบ้า)


    ในวันที่เด็กๆ หลายคนติดทีมชาติ และอีกหลายคนไปใช้ชีวิตของตัวเอง มันสะท้อนกลับมานะว่าคนเราทุกคนล้วนผ่านความสุขและความเจ็บปวด อาจไม่ได้เดินในเส้นทางที่ตั้งใจด้วยเหตุผลหลายประการ อย่าตัดสินใครเลย


    ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ ดิฉันก็ตอบตัวเองได้ชัดเจนว่ารีเลทกับคุณโนยะมากอย่างที่เขียนไว้ตอนต้น คนนี้ล่ะมั้งที่ทำให้ดิฉันรู้สึกถึงคำว่า “จงโบยบิน” มากที่สุด



    นี่คือความงดงามของไฮคิวแหละนะ




    ปล.ชอบความจะเอาชนะกันให้ได้ของสึกกี้กับโทบิโอะมาก น่าหมั่นไส้ทั้งคู่

    ปล.2 ชาวเมืองบีก็มีข้อดีของตัวเอง ;)





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in