เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
theบูกับบันทึกการฝึกงานของเธอPrint Jirapit Lzc
Week 3 : ความเท่าเทียมหลากหลายจงเจริญ
  • เดือนมิถุนายนนอกจากจะเป็นเดือนเกิดของเราแล้วก็ยังเป็นเดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือที่เรียกว่า Pride month ซึ่งเดือนนี้จะมีการจัดกิจกรรมเพื่อสดุดีและระลึกถึงเหตุการณ์จลาจลสโตนวอลล์ (Stonewall Riots) ซึ่งเป็นเหตุจลาจลระลึกถึงเหตุการณ์จลาจลสโตนวอลล์ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1969 ในบาร์ที่ชื่อ ‘สโตนวอลล์ อินน์’ ย่านแมนฮัตตันของนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งยุคนั้นมีการจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้ความรุนแรงอยู่เสมอในผับของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ เหตุการณ์ครั้งนี้จึงเป็นเหตุการสำคัญที่ทำให้ชาวLGBTQ+ ลุกขึ้นยืนยันการมีตัวตน เรียกร้องให้ยุติการถูกกระทำอย่างรุนแรงจากเจ้าหน้าที่รัฐ ยุติการเลือกปฏิบัติ และเรียกร้องสิทธิ-เสรีภาพการใช้ชีวิตอย่างเท่าเทียมในสังคมในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

    เนื่องจากเราได้ทำงานอยู่ใน สำนักพิมพ์สะพาน สำนักพิมพ์ที่ผลิตสื่อนิยายเกี่ยวกับหญิงรักหญิงซึ่งก็เป็นกลุ่มคนในคอมมูนิตี้ LGBTQ+เช่นกัน ในวันที่ 5 มิถุนายน 2022 พี่บก.จึงชวนเราให้ไปงาน Pride month ที่กำลังจัดขึ้นอย่างเป็นทางการในกรุงเทพฯ ครั้งแรก หยุดงานหนึ่งวันและไปเฉลิมฉลองความเท่าเทียม

    นฤมิตไพรด์ เป็นขบวนพาเหรดที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองความเท่าเทียมและเรียกร้องสิทธิให้แก่คนในคอมมูนิตี้LGBTQ+รวมไปถึงคนชายขอบอย่างผู้พิการที่มีความหลากหลายทางเพศ, sex worker เป็นต้น นับว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศหรือแม้แต่คนที่ไม่ได้เป็นLGBTQ+ก็สามารถขับเคลื่อนความเท่าเทียมและเรียกร้องสิทธิได้เช่นเดียวกัน

    ขบวนเริ่มตั้งแต่เวลา 15.00 - 18.30 น. เราไปถึงประมาณใกล้เวลาเดินขบวนพอดีตอน 16.00 น. ขบวนเริ่มตั้งแล้วมีแยกตามสีเป็นสีธงรุ้งซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชาวLGBTQ+ ซึ่งแต่ละสีของขบวนก็จะมีประเด็นที่จะเรียกร้องแตกต่างกันไป เช่น ขบวนสีเหลืองสื่อถึงการเติบโตอย่างมีความหวัง เช่น หยุดยั้งการเหยียดเพศ การล่วงละเมิดทางเพศ อิสระในการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะคนค้าบริการทางเพศ หรือ ขบวนสีส้มจะพูดถึงความเป็นอยู่ที่ดี เช่น ยา การบำบัด ศัลยกรรม การให้คำปรึกษาการแปลงเพศ การใช้ยาของกลุ่มทรานส์เจนเดอร์ ขบวนสีส้มจะพูดถึงความเป็นอยู่ที่ดี เช่น ยา การบำบัด ศัลยกรรม การให้คำปรึกษาการแปลงเพศ การใช้ยาของกลุ่มทรานส์เจนเดอร์ เป็นต้น


    ตอนขบวนเริ่มเคลื่อนเรารู้สึกตื้นตันใจมาก คนในงานเยอะสุด ๆ เรารู้สึกภาคภูมิใจเหมือนได้เห็นครอบครัวเดียวกันที่ผ่านเรื่องราวคล้าย ๆ กันมารวมตัวกันเพื่อยืนยันว่ากลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศไม่ใช่คนที่ผิดปกติ ไม่ใช่คนที่แปลกแยก และพวกเราเองก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับความเท่าเทียม การปฏิบัติอย่างเท่าเทียมไม่แบ่งแยกจากตีตราออกจากสังคม

    ประเด็นที่สำคัญในงาน Pride month ที่จัดขึ้นครั้งแรกในกรุงเทพฯครั้งนี้ ที่จะพูดถึงไม่ได้เลยคือการเรียกร้อง สมรสเท่าเทียม สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในการสร้างครอบครัวโดยไม่จำกัดเพศ ซึ่งจะผลักดันให้คนที่มีเพศเดียวกันสามารถสร้างครอบครัวใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างคนต่างเพศที่แต่งงานกัน โดยในปัจจุบันมีทั้งหมด 17 ประเทศแล้วที่สามารถสมรสเท่าเทียมได้ ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาร่างพ.ร.บ. 

    ซึ่งการมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม ไม่เพียงแต่กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศจะได้จดทะเบียนสมรสอยู่กันเป็นครอบครัวเพียงอย่างเดียว ก็ยังเป็นการได้รับสิทธิตามที่กฎหมายคุ้มครองเช่นเดียวกับคู่สมรสที่เป็นชายและหญิง เช่น สิทธิจัดการทรัพย์สินของคู่สมรส, สิทธิเป็นผู้จัดการแทนในทางอาญาเช่นเดียวกับสามี-ภรรยา, สิทธิรับมรดกหากอีกฝ่ายเสียชีวิต, สิทธิรับบุตรบุญธรรม, สิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม, สิทธิเซ็นยินยอมให้รักษาพยาบาลอีกฝ่าย, สิทธิจัดการศพ เป็นต้น

    ยกตัวอย่างสถานการณ์เช่น A กับ B เป็นคู่รักหญิงหญิง ทั้งคู่อยู่กินด้วยกันมานานเป็นครอบครัวเดียวกันมา 5 ปี แต่วันหนึ่ง B ป่วยหนักมากจนต้องเข้าโรงพยาบาล หมอบอกว่า B ต้องได้รับการผ่าตัดสมองภายใน 24 ชม. และต้องให้คนที่เป็นญาติหรือคนที่มีสายเลือดเดียวกันเซ็นผ่าตัด แต่ญาติของ B อยู่ต่างจังหวัดไม่ค่อยสะดวกใช้เวลาเดินทางอย่างน้อย 3 วัน แม้ A กับ B จะอยู่ด้วยกันมานานแค่ไหนแต่เนื่องจากไม่ได้มีการจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย A ก็ไม่สามารถเซ็นรับรองได้ทำได้เพียงเซ้นเป็นพยานเท่านั้น นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กน้อยจากกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศที่ไม่มีสิทธิคุ้มครองคู่ของตนตามกฎหมาย ตราบใดที่สมรสเท่าเทียมยังไม่ผ่าน และประชาชนทุกคนได้สิทธิเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง


    สุดท้ายนี้เราก็อยากฝากให้ทุกคนช่วยกันผลักดันสมรสเท่าเทียมให้สามารถบังคับใช้ตามกฎหมายได้ เพราะสิทธิขั้นพื้นฐานเหล่านี้เป็นสิทธิที่ประชาชนทุกคนควรจะได้รับไม่ว่าจะเพศใดก็ตาม ทุกคนล้วนมีเสรีภาพทางความคิดทางการแสดงออก ความหลากหลายคือความงดงาม เมื่อผู้คนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ยอมรับความแตกต่างของกันและกัน สังคมจะน่าอยู่มากขึ้น 

    เรื่องราวการฝึกงานของเราในอาทิตย์นี้ อาจจะไม่ใช่เรื่องราวการทำงานของเรา แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีในการขับเคลื่อนสังคม เป็นกระบอกเสียงเล็ก ๆ ที่เรียกร้องสิทธิให้แก่คนในคอมมูนิตี้ LGBTQ+ เช่นเดียวกัน ต้องขอขอบคุณพี่บก.ที่เปิดโอกาสให้ไปหาประสบการณ์ได้เจอเรื่องราวดี ๆ แบบนี่ค่ะ :-)

    เจอกันใหม่กับเรื่องราวการฝึกงานในสัปดาห์หน้านะคะ 

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in