Begin Again / เริ่มรักใหม่กับคนเดิมNoc_lilsis
Chapter 2 / รุ่งอรุณวันในอดีต
  • I'll be home for Christmas
    If only in my dream...


    ภาพครอบครัวเธอและแสงสีจากตึกอาคารร้านค้าบนถนนบนวอชิงตัน สแควร์ ค่อยๆจางหายและหายไปในที่สุด ความมืดครอบงำชั่วขณะ แสงระยิบระยับระยับปรากฎขึ้น สวยงามอย่างที่บนโลกไม่สามารถเห็นได้ เธอกำลังลอยล่องอยู่ในห้วงอวกาศ มีผู้คนยืนอยู่หน้าหลุมดำมากมายกระจัดกระจายทั่วสุดลูกหูลูกตา ภาพเหตุการณ์ในช่วงชีวิตเธอฉายขึ้นแต่มันเป็นภาพย้อนกลับ ภาพความสุข ความทุกข์ ความรัก ถูกฉายย้อนกลับวนอยู่อย่างนั้นด้วยความเร็ว แปลกที่เธอสามารถจับภาพทั้งหมดได้ด้วยความเร็วขนาดนั้น

    เธอสับสนว่าทำไมมันไม่ยอมพาเธอไปช่วงเวลาที่เธอตั้งเอาไว้บนนาฬิกาหรือพาเธอกลับเสียที บางทีมันอาจรอให้บอกเวลามันอีกครั้ง เธอจึงคิดถึงวันและภาพแม่อุ้มเธอตอนยังเป็นทารก จากนั้นร่างกายเธอแปรสภาพกลายเป็นของเหลวถูกดูดเข้าหลุมดำที่เดาว่าเป็นประตูสู่เวลา


    ............................


    อากาศอบอุ่นกว่าวันคริสต์มาสอีฟในเดือนธันวาคม เธอลืมตาขึ้นพร้อมกับแสงอาทิตย์กำลังขึ้นจากท้องฟ้า กลิ่นของพืชและไอยามเช้าแตะเข้าจมูก นี่ไม่ใช่ฤดูหนาว รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า คอโลล่า เอสอี ซาลูน จอดอยู่บนถนนหน้าบ้านที่เธอคุ้นตา มันเป็นบ้านของคุณนายลีอาเพื่อนแม่ จูเลียล้มลงกรองกับพื้นกลางถนน เกิดขาอ่อนจากความตื่นเต้น แปลกใจ และความกลัวสุดขีด

    การย้อนเวลามันเริ่มต้นขึ้นจริงๆแล้วใช่ไหม สิ่งที่เธอต้องการให้มันเป็นจริง แต่แล้วทำไมเธอถึงกลัวเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เธอไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร สิ่งที่วางแผนเตรียมตัวไว้ก่อนหน้าเธอไม่คิดว่าจะเป็นผลไปได้เพราะนั้นมันเป็นแค่แผนการรับมือจินตนาการเล่นๆเท่านั้น ใครจะคิดว่าเครื่องย้อนเวลาจะทำงานจริง

    เสียงบีบแตรถยนต์ดังขึ้น เธอตกใจและคลานไปข้างถนนฟุตบาท


    "คนเมาแน่นอน"


    เสียงพูดคุยจากในตัวรถ

    เธอตั้งสติและสงบสติอารมณ์ที่ฟุ้งอยู่ข้างใน เปิดกระเป๋าเพื่อจะจดสิ่งที่เธอต้องทำ ตัดกรองวิธีแก้ปัญหา กลับเป็นว่าในกระเป๋าสมุดจดได้หายไปของหลายสิ่งหาย รวมถึงเงิน ส่วนมือถือเธอไม่สามารถเปิดเครื่องได้


    "ทำไมเงินถึงไม่ติดมาด้วยล่ะ...อวกาศปล้นเงินฉันเหรอไงกัน แล้วมันจะมีความหมายอะไรถ้าฉันไม่มีเงิน!! ให้ตายสิ แล้วจะไปหาแม่แบบไม่มีของขวัญได้ยังไง"


    เธอนิ่งอยู่สักครู่ค้นของทั่วร่างกายว่ามีสิ่งใดบ้างที่เอาไปขายได้ เมื่อเธอมาถึงขนาดนี้แล้วภารกิจที่ตั้งใจไว้ก็ต้องลุล่วงสำเร็จให้ได้ โชคดีที่ห้วงเวลาไม่ได้ปล้นกำไลทองและตุ้มหูคริสตัลอันมีค่าเพียงสองชิ้นที่เธอหวงแหน จำต้องขายสักอย่างเพื่อมีเงินซื้อของขวัญดีๆให้แม่

    กลิ่นอาหารผ่านความร้อนลอยมาให้ได้ดม เสียงผู้คนจากแต่ละบ้านดังขึ้น วันใหม่ของแต่ละคนได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว หญิงวัยอายุ30กลางๆเดินออกมาจากหน้าบ้านด้วยชุดออกกำลังกายรัดหุ่น คุณนายลีอาเพื่อนแม่เธอนั้นเอง หุ่นของคุณนายลีอาช่วงวัยอายุ30 ที่มีลูก 2 ยังดูดีมากเชียว จูเลียเข้าไปทักคุณนายลีอา


    "สวัสดีดีค่ะ คุณดูดีจัง" จูเลีย


    "สวัสดีจ้ะ ขอบคุณที่ชมจ้ะ เพิ่งย้ายเข้ามาแถวนี้ใช่ไหม?" คุณนายลีอา


    "ฉันเป็นนักท่องเที่ยวน่ะค่ะ พักอยู่บ้านคนรู้จักแถวนี้ - ฉันรบกวนถามได้ไหมคะ ว่าแถวนี้เรามีโรงจำนำหรือที่ไหนบ้างที่ฉันสามารถเอาของไปจำนำหรือขายได้..." จูเลีย


    คุณนายลีอาบอกทางเธอเป็นอย่างดี เธอพอคุ้นกับเส้นทางแถวนี้บ้างจากที่พ่อแม่เคยพาเธอมาแถวนี้เพื่อมาหาคุณลีอา ร้านจำนำเปิดเวลา8โมงเช้า อีก1ชั่วโมงที่เธอต้องรอ ช่วงระหว่างรอเวลาให้โรงรับจำนำเปิดเธอจึงเดินไปหน้าบ้านเก่าตัวเอง ครอบครัวเธอใช้ชีวิตอยู่บ้านหลังนี้ยันเธออายุ 5 ขวบถึงย้ายออกไปไม่ไกลจากที่นี่มากนัก ซึ่งกลายมาเป็นบ้านปัจจุบันของพ่อ

    วันนี้เป็นวันพฤหัสบดี เสียงร้องไห้ของเด็กจากในบ้านดังขึ้นทำให้หัวใจเธอเต้นจนจะหลุดออกจากตัว นั้นเป็นเสียงร้องของเธอหรือเปล่า และไม่นานก็เงียบลง กลายเป็นเสียงร้องเพลงของแม่ คราวนี้หัวใจเธอสงบพอๆกับเด็กทารกในบ้าน นั้นเป็นเสียงแม่เธอจริงๆด้วย 4ปีมันยาวนานจนเกือบลืมแล้วว่าแม่มีเสียงพูดยังไง เสียงงอแงของเด็กชายดังขึ้น ขอร้องไม่ไปโรงเรียนเพื่อที่จะอยู่ดูแลแม่กับน้องสาว ตอนนั้นพี่ชายเธออายุได้5ขวบละมั้ง จูเลียคิด เป็นเวลา 8 โมงเช้าพ่อปั่นจักรยานออกมามีพี่ชายเธอซ่อนท้าย จูเลียรีบหลบแต่ต้องหยุดก้าวทันทีเมื่อเห็นเด็กชายตัวเล็กหน้ากลม ใส่หมวกกันน็อคสีเขียว สีโปรดของไมก้า เด็กชายกอดพออยู่จากด้านหลังเบาะจักรยาน จ้องมองมาที่เธอพร้อมโบกมือทักทาย จูเลียโบกมือทักทายกลับ เธอทำมือเหมือนปืนยิงไปที่เด็กชาย ไมก้าเด็กชายน้อยทำมือเหมือนปืนและยิงกลับใส่เธอ เธอยืนขำกับความน่ารักของพี่ชายตัวเอง


    "ไมก้าตอนเด็กน่ารักได้ขนาดนี้เชียวแถมยังเอ็นดูฉันแต่พอฉันโตหน่อย...ทำไมถึงเล่นกับฉันเหมือนฉันเป็นเด็กผู้ชาย ต่อยกันเกือบทุกวัน เพราะอย่างนั้นรึเปล่าฉันถึงต่อยผู้ชายชนะตอนเกรด6" จูเลียพูด


    เป็นเวลา 9 โมงเช้าเธอเดินไปยังโรงจำนำที่คุณนายลีอาบอก ต่างหูคริสตัลขายได้ในราคาที่เธอพึงพอใจ เธออยู่เพียง 1 วันไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากมาย

    ช่วงเช้าเธอหมดไปกับการเดินซื้อของซึ่งมันเป็นเรื่องที่ตื่นตาตื่นใจกับเธออย่างที่สุด มีของแฟชั่นมากมายที่เธออยากนำมันกลับไปยั่งโลกอนาคต ผู้คนบนท้องถนน และสเก็ตบอร์ดที่เธอจำได้ว่ามันเป็นที่ยอดฮิตจนถึงปลายปี 2000s วิทยุเครื่องใหญ่ที่จะมีคนแบกไปมาเหมือนกับเอ็มวีเพลงฮิปฮอป สำเนียงผู้คนที่ชัดถ้อยชัดคำกว่าปัจจุบัน ทั้งผู้ชาย ผู้หญิงดูดีกันทั้งนั้น เธออยากเก็บภาพเหล่านี้ไว้เหลือเกินแต่ไม่มีสิ่งใดที่เธอสามารถเก็บภาพเหล่านี้ได้

    เที่ยงวัน ร้านเบอร์เกอร์ชื่อดังย่านควีนส์มันเคยเป็นตำนานและยังเป็นจนถึงทุกวันนี้ เธอจัดการเบอร์เกอร์ใหญ่ได้สำเร็จ


    "อากาศร้อนจัง" จูเลียบ่น เธอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองใส่เสื้อโค้ทหนา ชุดฤดูหนาวที่ป้องกันหนาวได้ดี เธอถอดมันอย่างเขินอายในร้านเบอร์เกอร์


    ถึงเวลาที่เธอจะได้พบแม่ เธอยังไม่มีแผนที่แน่ชัดว่าจะเข้าหาแม่ได้อย่างไร จูเลียใช้เวลาสักพักกับการคิดแผน ทันใดนั้นแม่ก็ออกมาด้านนอกพร้อมอุ้มเด็กทารก เธอเห็นรอยยิ้มของแม่ตั้งแต่ก้าวแรกของการออกประตูบ้าน กางเกงเอวสูงสีครีมกับเสื้อลูกไม้ขาว ผมดำยาวถึงกลางหลัง หลายคนพูดถึงความสวยของแม่ในวัยสาวยันมีอายุว่าแม่ดูดีแค่ไหน แม่ดูดีในสายตาเธอเสมอและมีรสนิยมที่ดี เธอปล่อยให้แม่ใช้เวลากับลูกสาว เธอรอพักสักหนึ่งจึงค่อยเดินไปพร้อมมือถือถุงใหญ่สามสี่ถุง

    ใจเธอเต้นแรง ความสุขเกิดขึ้นอย่างบอกปริมาณไม่ได้ เธอเดินใกล้แม่ขึ้นเรื่อยๆ แม่หันมามองทางเธอพร้อมรอยยิ้ม แม่เป็นคนใจดีและยิ้มแย้มกับทุกคนแม้ไม่รู้จักก็ตาม แม่เป็นคนแบบนี้นี่เองหลายคนถึงรักแม่ จูเลียยิ้มกลับให้แม่เธอตั้งใจเดินเมื่อผ่านแม่ไปได้จนระยะหนึ่งถึงเดินย้อนกลับหาแม่

    "สวัสดีค่ะ" เสียงทักทายจากแม่เมื่อเห็นจูเลียมองมาที่เธอ

    "สวัสดีค่ะ" จูเลียตอบ เสียงของแม่ดังชัดเจนเต็มสองหู "ลูกคุณหน้าตาน่ารักจัง ฉันแอบเห็นตอนเดินผ่าน น่ารักจนฉันต้องย้อนกลับมาดู" ทั้งนี้นั้นเป็นการแสดงทั้งนั้น

    "ขอบคุณค่ะ เธอเป็นเด็กผู้หญิงค่ะ" แม่ตอบ

    "หน้าตาคล้ายคุณเลยนะคะ คงดีใจมากสินะคะที่มีลูกสาว" จูเลีย

    "ใช่ค่ะ ฉันดีใจมาก - เพิ่งย้ายมาแถวนี้รึเปล่า ฉันไม่เคยเจอคนคล้ายคุณมาก่อน" แม่

    "ฉันเป็นนักท่องเที่ยว แค่มาพักกับเพื่อนสัปดาห์หนึ่ง วันนี้ฉันก็ต้องกลับแล้วล่ะค่ะ" จูเลีย

    "สนุกกับนิวยอร์กไหมคะ? คุณแต่งตัวดีจังแต่งหน้ายังสวยด้วย ว้าว..." แม่จ้องเธอเหมือนมีบางอย่างสงสัย

    "ขอบคุณค่ะ จะมากไปไหม ถ้าฉันขอดูเด็กน้อยใกล้ๆได้ไหมคะ?" จูเลีย

    แม่นั่งลงและค่อยๆหมุนทารกให้อยู่ในฝั่งที่เธอมองเห็นได้ชัด จูเลียนั่งลงบนเก้าอี้จ้องมองดูตัวเองเมื่อยามทารก เด็กน้อยจ้องมองเธอและยิ้มออกมา 


    "จูเลีย..." แม่ ยังพูดไม่จบประโยค จูเลียขานรับทันที

    "คะ?"

    ทั้งสองจ้องหน้ากันชั่ววิ จูเลียรู้ตัวว่าเธอเผลอขานรับ

    "ฉันชื่อจูเลียค่ะ" จูเลีย

    "คุณชื่อจูเลีย ลูกสาวฉันก็ชื่อจูเลีย ว้าว! วิเศษสุดๆไปเลย ว้าว...แปลกใจจัง" แม่จ้องมองมาที่เธอด้วยแววตาที่เป็นประกาย เหมือนเธอมีความคิดสักอย่างเกี่ยวกับตัวจูเลีย แต่เธอไม่สามารถเดาออกได้

    "คุณเลี้ยงลูกลำบากไหมคะ?" จูเลีย

    "ทั้งเหนื่อย ทั้งเครียดในบางที แต่ฉันมีความสุขมากเลยล่ะค่ะ ดูเหมือนจูเลียจะชอบคุณนะคะ เล่นกับคุณไม่หยุดเลย" แม่

    "จูเลีย... จูเลีย เธอน่ารักจริงๆเลยนะ เธอโชคดีจัง..." จูเลีย อ่อนเสียงลงน้ำตาเธอไหลออกมาเล็กน้อย จนเธอต้องเช็ด

    "คุณเป็นอะไรรึเปล่า?" แม่

    "ฉันมีอาการแสบตา - น่าอายจริงๆ...คือคุณทำให้ฉันคิดถึงแม่น่ะค่ะ" จูเลีย


    แม่วางมือลงบนไหล่เธอ นั้นคือสัมผัสแรกที่ได้จากแม่ในรอบ4ปีที่แม่จากเธอไป จูเลียพยายามกลั้นน้ำตาไว้


    "คุณเองก็ทำให้ฉันเห็นจูเลียในวัยเป็นวัยรุ่น จูเลียคงสวยแบบคุณ" แม่


    คราวนี้จูเลียไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้อีก เธอร้องไห้ออกมา แม่เธอโอบกอดเธอไว้ด้วยมืออีกข้างส่วนอีกข้างคอยกอดจูเลียที่เป็นทารกไว้ จูเลียกอดแม่ตัวเอง จนค่อยๆสงบสติอารมณ์ได้


    "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ไม่ว่าคุณจะเจออะไรมา ฉันจะอวยพรให้คุณผ่านพ้นมันไปได้" แม่

    "คุณใจดีจัง... ฉันขอโทษที่มารบกวนคุณแบบนี้" จูเลีย เธอทำเป็นค้นของในถุงก่อนจะยื่นให้แม่ "อย่าถือสาฉันเลยนะคะ แต่ช่วยรับของขวัญจากฉันด้วยค่ะ"

    "ให้ฉันทำไมกัน ฉันไม่รับหรอก" แม่ ปฎิเสธทันที

    "ฉันไม่ได้ขโมยมานะคะ ยังมีใบเสร็จอยู่กับฉัน ฉันเพิ่งซื้อมาเองค่ะ" จูเลีย

    "ฉันรับไว้ไม่ได้ ทำไมคุณต้องให้ด้วย? ทำแบบนี้ต้องการอะไร? เราเพิ่งเจอกันเอง" แม่ มีสีหน้าที่เป็นกังวลกับของที่จูเลียให้

    "ฉันแค่คิดว่าการเป็นแม่มันยิ่งใหญ่ แม่ทุกคนที่รักลูกสมควรได้ของวิเศษทุกอย่าง" จูเลีย

    "มีกล้องซ่อนแถวนี้รึเปล่า นี่เป็นรายการช่องไหน?" แม่


    จูเลียหัวเราะออกมา แม่คิดอะไรทำนองใหญ่โตเสมอ


    "เปล่าค่ะ คุณทำให้ฉันคิดถึงแม่ แม่ฉันหน้าตาเหมือนคุณเลยล่ะ มีรอยยิ้มที่อ่อนโยน ใจดี ยังไงก็ช่วยรับไว้เถอะค่ะ ได้โปรด..." จูเลีย


    แม่รับของไปในที่สุด จูเลียดีใจเป็นอย่างมาก แม่เห็นสีหน้าของจูเลียทำให้เธอมีความสุขไปด้วย สาวที่ไหนกันมาให้ของขวัญเธอง่ายๆเช่นนี้ เธอรู้สึกผูกพันธ์กับจูเลียคนนี้อย่างผิดปกติ ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองไหมที่หญิงสาวตรงหน้ามีหน้าตาคล้ายคลึงกับเธอ


    "เข้ามาจิบน้ำชาก่อนสักหน่อยไหมคะ? ฉันทำมัฟฟินบลูเบอร์รี่ไว้ ถ้าไม่รังเกียจกันเข้ามาคุยกันข้างในบ้าน" แม่

    "งั้นฉันรบกวนหน่อยนะคะ" จูเลีย
  • ช่วงยามบ่ายเธอได้ใช้เวลาไปกับการพูดคุยกับแม่ เธอไม่รู้ว่าแม่ในอนาคตจำเรื่องราวในวันนี้ได้ไหม แม่ไม่เคยเล่าถึงการพบเจอสาวแปลกหน้าที่แตกต่างจากคนยุค 90s หญิงสาวที่อยู่ๆมาร้องไห้หน้าลานบ้านช่วงบ่ายโมง ใต้ต้นไม้ที่เธอไม่รู้ว่ามันชื่ออะไร

    ความใจดีของแม่เธอนั้นไร้ขอบเขต มันช่างดีและส่งผลเสีย แต่แม่เธอก็คงไม่โง่ขนาดแยกคนดีคนไม่ดีไม่ออกหรอก จูเลียเล่นกับตัวเองเธอไม่เคยคิดเลยว่าตอนตัวเองเป็นทารกจะอารมณ์ดีขนาดนี้ หน้าตาเธอเหมือนลิงน้อย ตอนเพิ่งคลอดออกมาคงหน้าตาขี้เหร่สุดๆ


    "ปกติจูเลียจะงอแงนะคะช่วงนี้ เธอนอนเก่งมากแถมยังกินนมเก่งด้วย" แม่


    เพิ่งชมตัวเองได้ไม่นานสรุปแล้วเธอตอนยังเป็นเด็กก็งอแงเหมือนเด็กทั่วไป เธอนอนเก่งแต่เด็กยันโตเลยล่ะ จูเลียหัวเราะออกมาด้วยความสุขพร้อมกัดมัฟฟินบลูเบอร์รี่ จูเลียน้อยยิ้มออกมาและหัวเราะ จูเลียรีบเรียกให้แม่เธอมาดู


    "จูเลียหัวเราะ มาดูเร็ว!" จูเลียเรียกแม่

    แม่ที่กำลังล้างจาน เธอรีบวางจานลงวิ่งมาด้วยความเร็ว ไม่ลืมที่จะหยิบกล้องและยื่นมาให้จูเลีย แม่อุ้มทารกขึ้นเบาๆด้วยความทะนุถนอมด้วยคงามรัก เสียงเล็กๆจากเด็กทารกทำให้ทั้งสองเอ็นดูเด็กน้อยที่สุด


    "น่ารักสุดๆไปเลยจูเลียของแม่" แม่


    จูเลียยกกล้องขึ้นมองผ่านรูส่องกล้องถ่ายรูปเธอกดภาพ จังหวะนั้นเองที่ทำให้เธอรู้ว่าภาพถ่ายรูปนั้นเป็นฝีมือเธอเอง

    เสียงรถจอดหน้าบ้าน ไมก้ากำลังลงมาจากรถยนต์โดยลุงเอียนเป็นคนส่ง เสียงดีใจเรียกแม่ดังมาแต่หน้าบ้าน และเปลี่ยนเป็นร้องเพลงยอดฮิตของเด็ก

    จูเลียไม่อยากออกจากบ้านและไม่อยากจากแม่เธอไปอีกหน โปรดเป็นไปได้เถอะที่เธอได้อยู่กับแม่ตลอดไป งานเลี้ยงย่อมมีการเลิกลา เธอจำต้องบอกลาแม่...อดีตคืออดีต เธอต้องก้าวต่อไป


    "ฉันรบกวนมานานแล้ว ฉันจำเป็นต้องกลับแล้วล่ะค่ะ" จูเลีย

    "เสียใจจังคุณจะกลับแล้ว ไม่อยู่ทานมื้อเย็นก่อนเหรอคะ?" แม่

    "ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่มอบให้ฉันนะคะ ฉันต้องไปแล้ว" จูเลีย

    "จริงด้วยสิคุณจะกลับวันนี้ ขอให้เดินทางกลับปลอดภัยนะคะ เป็นไปได้ก็กลับมาหาฉันอีก ขอพระเจ้าอวยพร"

    ทัั้งสองแม่ลูกสวมกอดกันก่อนจากลาเป็นครั้งสุดท้าย จูเลียกอดแม่ให้นานที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ หลังจากนี้ทุกอย่างจะกลับไปเหมือนเดิมคือ ไม่มีแม่อีกแล้ว

    จูเลียเดินออกห่างจากบ้าน เธอร้องไห้ตลอดทางเดินจากหน้าประตู ภารกิจเธอเสร็จลุล่วงไปได้ดี ทุกอย่างมันง่ายยิ่งกว่าที่เธอวางแผน คงเพราะความเป็นแม่ลูก เธอจะใช้เวลาที่เหลือทั้งหมดที่เหลือวันนี้กับชีวิตในนิวยอร์กยุค 90s
  • เมื่อย้อนกลับมาสู่อดีต สิ่งที่ควรทำคือซึมซับบรรยากาศของช่วงเวลาที่คนในอนาคตอาวรหา

    ตู้เกมส์ ร้านแผ่นเสียง ร้านเสื้อผ้า อาหาร ร้านหนังสือ ร้านขายดอกไม้ เธอแวะทุกที่ที่เธอสนใจ จนเวลาล่วงเลยเกินเวลาที่กำหนดของนาฬิกาย้อนเวลานั้นคือเที่ยงคืน จูเลียเริ่มเป็นกังวลว่ามันจะพาเธอย้อนกลับอนาคตได้ไหม มันต้องพากลับเมื่อ15นาทีที่แล้ว ตอนนี้เธอเหนื่อยและง่วง เป็นเวลา 2 วันเต็มถ้านับเวลาจากอนาคตและอดีตที่ไม่ได้หลับ เธอนั่งพักตรงหน้าร้านที่ปิดตัวลง ทั้งปวดขาและหนังตาเริ่มตก จนเผลออิงนอนกำแพงด้วยความเหนื่อยล้า

    จูเลียนอนหลับลึกสนิทจนแทบไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง ไม่มีการตื่นตกใจเสียงดังใดๆ มีชายสามคนมายืนล้อมดูเธอ


    "เมาล่ะมั้ง..." ชายคนที่1

    "แต่ไม่มีกลิ่นเหล้า" ชายคนที่2

    "น่าจะเป็นพวกอีตัว ใช้กระเป๋ายี่ห้อแพงสะด้วย เสื้อผ้าดูดี กลิ่นน้ำหอม...อื่ม...กลิ่นน้ำหอมใช้ได้แฮะ" ชายคนที่3

    "เอาไปทั้งตัวเลยดีกว่า..." ชายคนที่2

    "แกหมายความว่า..." ชายคนที่1

    ชายทั้งสามหัวเราะ จนเธอตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะเลือแต่ยังง่วงมากจนต้องหลับต่อ ขณะที่เธอกำลังจะโดนอุ้ม มีชายคนหนึ่งเข้ามาขัดไว้

    "หยุด!!" ชายผู้มาช่วยตะโกน

    เขาทำท่าเหมือนจะหยิบปืนออกมาจากกระเป๋า จังหวะเดียวกับก็มีตำรวจสองคนโผล่มาจากด้านหลังเขา ชายทั้งสามจำต้องถอย เมื่อชายทั้งสามหนีไปเขาหันไปมองด้านหลังเห็นตำรวจกำลังขึ้นรถ เขาเรียกตำรวจให้หันมาแต่รถก็ออกตัวไปแล้ว เขาจึงรีบหันไปปลุกเธอที่นอนจนกรน

    "คุณ คุณ ตื่นเร็ว!" เขาเขย่าตัวเธอ จนเธอได้สติ

    "หื้ม? ฉันอยู่ไหนน่ะ?" จูเลีย

    "อยู่หน้าร้านโฮมมี่" เขาพูด

    "นี่เดือนธันวาใช่ไหม?" จูเลีย

    "นี่เพิ่งเดือนเมษา" เขาพูด

    จูเลียตื่นทันที เธอดูเวลาขณะนี้ตี 2:45 เธอมองหน้าชายที่มาปลุกเธอ เขาคือใครและทำไมรอบๆถึงยังไม่ใช่ปี2021 

    "ให้ตายสิ...ฉันยังติดอยู่กับที่นี่" จูเลีย

    เขาเห็นสีท่าอาการไม่ดีนักจากเธอเหมือนเธอสับสนอะไรสักอย่าง

    "บ้านอยู่ไหนจะไปส่ง" เขาพูด

    "บ้านเหรอ...คุณไปส่งฉันไม่ได้หรอก ฉันไม่มีบ้านที่นี่ ฉันไม่มีบ้านไม่มีสักอย่างเลย..." จูเลีย

    "ดื่มจนขาดสติขนาดนี้ไม่กลัวอันตรายบ้างเหรอไง บอกเลขที่บ้านมาจะให้แท็กซี่ไปส่ง" เขาพูด

    "เพิ่งบอกไปไงว่าฉันไม่มีบ้าน" จูเลีย

    "ช่วยมีสติหน่อย แล้วคุณมานี่ยังไง?" เขาพูด

    "พูดไปก็หาว่าฉันบ้านะสิ - เวรจริง! เกิดเรื่องผิดพลาดอะไรอีก" จูเลีย เธอค้นกระเป๋าเงินตัวเองและมันช่างโชคร้ายที่เธอใช้เงินจนเหลือเพียงน้อยนิด ซึ่งมันพอแค่ค่าอาหารราคาประหยัดมื้อหนึ่ง และเธอไม่รู้ว่าต้องอยู่อีกนานแค่ไหนอาจจะแค่ถึงเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น


    "จะไม่บอกใช่ไหม โอเค งั้นช่วยลุกขึ้น อย่ามานอนแถวนี้มันไม่ปลอดภัย เมื่อกี้เกือบโดนชายสามคนอุ้มไปแล้ว รู้ตัวบ้างไหม" เขาพูด


    เธอพอจำได้ลางๆว่าได้ยินเสียงคนคุยกันตรงหน้า นั้นทำให้เธอเกิดอาการกลัวที่จะอยู่ตรงนี้เธอลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะลุกขึ้นเร็วทำให้เธอหน้ามืดจนไปอิงกับกำแพง

    "เป็นอะไรรึเปล่า?" เขาเข้ามาประคองเธอไว้

    "ไม่เป็นไร แต่...ฉันไม่มีที่ไปในคืนนี้ คุณพอมีที่ให้ฉันอยู่ถึงเช้าไหมแล้วฉันจะไป" จูเลียพูดด้วยสติที่ไม่ไตร่ตรองใดๆ เธอยอมขอร้องชายแปลกหน้า


    "ไว้ใจคนแปลกหน้าได้ขนาดนี้เชียวเหรอ?" เขาพูด

    "ทำไมกัน...แล้วคุณเป็นคนแบบไหน?" จูเลีย

    "ก่อนอื่นเลย ผมจะไปไว้ใจคุณได้ไง" เขาพูด

    "นั้นนะสิ...เราก็ต่างไม่ไว้ใจกัน แต่ยังไงคุณก็ช่วยฉัน ฉันก็พอจะไว้ใจคุณได้...ใช่ไหมนะ" จูเลีย

    "แต่ผมไม่ไว้ใจคุณ" เขาพูด


    จูเลียไม่รู้จะหาวิธีทางไหนต่อเธอจึงนั่งลงไม่ได้ถามเขาต่อ เธอไม่ชอบเซ้าซี้ใครถ้าไม่ใช่พี่น้องเธอ มีความคิดที่ว่าเธอควรเข้าหาแสงสว่างหาร้านนั่งที่เปิด24ชั่วโมงก็พอให้เธอปลอดภัยได้ เขาที่เห็นเธอนั่งเงียบ เธอคงไม่ขอร้องเขาต่อแล้ว แต่เขาเองก็เป็นกังวลความปลอดภัยเธออยู่ เพราะดูท่าทางลักษณะเธอไม่น่าใช่คนไร้บ้าน หรือคนขายบริการ เธอแต่งตัวสุภาพปกปิดเหมือนอยู่ฤดูหนาว


    "ให้ผมเรียกแท็กซี่ให้ เดี๋ยวผมจ่ายค่าแท็กซี่ให้ด้วย คุณกลับบ้านเถอะ" เขาพูด


    ไม่มีเสียงตอบกลับจากเธอ เธอคิดถึงบ้านแม่ที่จากมา เธอไม่รู้ว่านั้นคือบ้านเธอไหมมันไม่มีเหตุผลที่จะอยู่บ้านนั้นสำหรับเธอตอนนี้ เมื่อไรฝันร้ายจะจบลงเสียที


    "คุณไม่มีที่ไปจริงๆสินะ งั้น...คุณตามผมมาแล้วกัน ผมให้คุณค้างแค่คืนเดียวเท่านั้น..." เขาพูด

    "จริงเหรอ? คุณไว้ใจฉันเหรอ? แต่ไม่เป็นไรหรอก. ..ขอบคุณ ฉันจะหาวิธีของฉันเอง ฉันไม่อยากรบกวนคุณ คุณคงลำบากใจไม่น้อย คุณไปเถอะ" จูเลีย

    "คุณไม่ตามมาจริงเหรอ? แล้วคุณจะไปอยู่ตรงไหน?" เขาถาม

    "ไม่ต้องกังวล ฉันเอาตัวรอดได้" จูเลีย

    เขานั่งลงข้างๆเธอ

    "ทำอะไรนั่งทำไม?" เธอถาม

    "อยู่เป็นเพื่อน" เขาพูด

    "คุณต้องไม่ปกติเป็นแน่ แล้วเวลานี้ทำไมถึงยังไม่กลับ?" จูเลีย

    "เพิ่งเลิกงาน ผมทำงานอยู่ร้านอาหารมินนี่เบอร์เกอร์" เขาพูด

    "ร้านนั้นอร่อยสู้ร้านลินลินเบอร์เกอร์ไม่ได้เลย" จูเลีย

    "ผมก็คิดว่างั้นน่ะ" เขาพูด

    "คุณกลับไปเถอะ คงเหนื่อยมาทั้งวัน พรุ่งนี้จะไม่มีแรงทำงานเอา ฉันอยู่ได้นะนิวยอร์กเคยหลับไหลที่ไหน" จูเลีย

    "ไม่รู้คุณจะเชื่อไหมแต่คุณไว้ใจผมได้" เขาพูด


    เธอพิจารณาอยู่ชั่วครู่ ตอนนี้เธอทั้งปวดขาและปวดหัวอย่างที่สุด พร้อมจะหลับได้ทุกเมื่อลองไว้ใจเขาดูสักครั้งยังไงเธอก็ต้องไปในไม่ช้า


    "แล้วที่พักคุณอยู่ไกลไหม?" จูเลีย

    "2 บล็อกถัดจากนี้ ผมอยู่กับรูมเมท 2 คน ชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง" เขาพูด

    "แถวนี้มีร้านขายของชำไหมเผื่อฉันต้องซื้ออุปกรณ์ป้องกันตัว" จูเลีย

    "คุณจริงจังรึเปล่า?" เขาถาม

    "คุณไม่มีอารมณ์ขันเอาเสียเลย" จูเลีย

    "อ่า...ต้องขอโทษด้วยที่ตามมุกไม่ทัน" เขาพูด

    เขาพาเธอเดินจนครึ่งทาง จูเลียถอดรองเท้าบูทออกเธอไม่ไหวกับอาการเจ็บเท้า เท้าเธอทั้งแดงและบวมเขาสังเกตเห็นได้


    "อย่าสงสารฉันๆ!!" จูเลียพูดทันทีเมื่อเห็นเขากำลังจะปริปากพูด "ฉันทนได้"

    "อืม...เอารองเท้าผมไปใส่ไหม?" เขาเอ่ยเสียง

    "ไม่ๆๆ" จูเลีย

    "แน่ใจ? ถ้าต้องการก็บอกแล้วกัน" เขาเอ่ยเสียง



  • ถึงที่พักของเขาเธอต้องเดินขึ้นไปยั่งชั้นที่ 3 พยายามเก็บอาการเจ็บเท้าไว้ เธอเดินเท้าเปล่าเกือบตลอดครึ่งทางหลัง ประตูถูกเปิดออกที่พักของเขาดูดีกว่าที่เธอคิดไว้ ไม่ได้กว้างมากแต่พออยู่ได้ รูมเมทเขาสองคนกำลังนั่งเล่นอูโน่ คนพวกนี้ไม่หลับไม่นอนกันหรือไงเธอคิด ห้องค่อนข้างรกเต็มไปด้วยเศษกระดาษ สีพู่กัน กองภาพสเก็ตกระจายอยู่ทั่วห้อง เพื่อนสาวรูมเมทเขาตกใจเมื่อเห็นจูเลีย เธอรีบเดินเข้ามาหาเธอทันที



    "ใครเอ่ย ใครกันเอ่ยตรงนั้น!!" โซเฟีย รูมเมทเขาเข้ามาถามเธอ 

    "นี่โซเฟีย และนั้นดีน ส่วนนี่..." เขาชี้หาจูเลีย

    "ฉันจูเลีย ยินดีที่ได้รู้จักทุกคน" จูเลีย

    "จูเลีย...จูเลีย โอเค คุณทำตัวตามสะบายนั่งบนโซฟาก่อน" เขาพูด



    โซเฟียชวนจูเลียเล่นอูโน่ ถึงแม้จูเลียอยากนอนพักผ่อน เธอจำต้องยอมเล่นเพราะเธอเองก็ยังระแวงอยู่เช่นกันว่าอาจจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่เธอหลับ 


    "ยาทาแก้ปวดเมื่อย และนี่เบอร์เกอร์จากร้าน มันเป็นของเหลือที่ทำเกิน ถ้าไม่รังเกียจจะกินก็ได้ เรามีโคล่า น้ำแข็ง เออ...แล้วก็...อืม...น้ำเปล่า อยากดื่มอะไรไหม?" ชายที่อนุญาตให้เธอเข้าพัก เขาเข้ามาถามจูเลีย

    "ขอบคุณ เดี๋ยวฉันจัดการเอง คุณตามสบายเถอะไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับฉัน" จูเลีย

    "อืม...คุณอยากเปลี่ยนเสื้อไหม ชุดที่สบายๆ เช่นเสื้อยืด" เขาพูด

    "โอ้...ฉันว่ามันเป็นการรบกวนมากไป ฉันอยู่ถึงเช้าเท่านั้นเอง" จูเลีย

    "โอเค เพื่อนผมรบกวนคุณไหม? เดี๋ยวผมไปบอกพวกเขาเองให้กลับห้องไป หรือถ้าห้องนี้มันเย็นไป คุณนอนกับโซเฟียก็ได้ โซเฟียเธอใจดี ใจดีเอามากๆเลย" เขาพูด


    เธอยิ้มไปตามขณะที่เขาพูด ไม่รู้ว่าใว้ใจเขาได้แค่ไหนแต่เขาช่างเป็นหนุ่มจิตใจบริการเสียจริง


    "ฉันแค่นั่งลงในห้องรับแขกก็พอแล้ว คุณไปพักผ่อนเถอะ ฉันขอบคุณคุณมากจริงๆ" จูเลีย

    "อันที่จริงคุณใช้ห้องผมได้ ถ้าไม่รังเกียจ คือมันค่อนข้างรกน่ะ ช่วงนี้มีโปรเจคงานหลายงานกระดาษเลยเต็มห้องไปหมด" เขาพูด

    "อ่อ...ฉันเห็นภาพวาด พวกคุณเป็นนักออกแบบภายในกันเหรอ?" จูเลีย

    "เรายังเรียนกันอยู่ปีสุดท้ายก็เลยยุ่งสุดๆ" เขาพูด

    "อืม...ไม่เลวนิ - ฉันไปเล่นเกมส์กับเพื่อนคุณต่อล่ะ" จูเลีย

    "โอเค ราตรีสวัสดิ์" เขาพูด

    "ราตรีสวัสดิ์" จูเลีย

    โซเฟีย กับดีนเปลี่ยนเกมส์จากอูโน่เป็นเกมส์ตึกไม้ถล่ม Jenga จูเลียเข้าร่วมเกมส์ด้วยกับพวกเขา

    "เกมส์นี้ฉันเซียนเอามากๆเลยล่ะ" จูเลีย

    "ดูจูเลียพูดเข้าสิ ความมั่นใจเต็มเปี่ยม ไม่รู้จักฉันนะสิ ขอบอกเลยว่าฉันคือตัวเก๋าเกมส์นี้" โซเฟีย

    "อย่าแข่งโม้กันให้รากยาว รีบๆดึงออกมาได้แล้วโซเฟีย" ดีน

    จากนั้นเป็นรอบของจูเลีย

    "จูเลียเธอเชื่อว่าโลกแบนหรือโลกกลม ฉันจะบอกให้นะว่าฉันเชื่อว่าโลกแบน ดูสิมันเป็นไปได้ไงที่ใอ่ตึกไม้นี้มันจะตั้งตรงแบบนี้ได้ ใช่ไหมล่ะ และฉันก็ยังเชื่ออีกว่าเธอจะทำมันหล่น!!" โซเฟียพยายามทำให้จูเลียเสียสมาธิโดยการพูดให้จูเลียสะดุ้งตกใจ แต่เธอรอดมาหวุดหวิด ต่อไปเป็นรอบของดีน ท่าทางดีนดูง่วงจูเลียภาวนาให้ดีนล้มตึกไม้นี้สะ เธอจ้องมองมือเขาพร้อมภาวนาอย่างกับร่ายคาถา เป็นไปตามคำภาวนาดีนเป็นฝ่ายแพ้


    "ฉันง่วงไม่ไหวละล่ะ ฉันไปก่อน" ดีน

    "งั้น...จบเกมส์!! ราตรีสวัสดิ์ทุกคน!! ผ้าห่มตรงโซฟาฉันเพิ่งเอาซักวันนี้ ใช้ห่มได้ไม่ต้องกลัวว่ามันจะสกปรกนะ" โซเฟีย

    "ขอบคุณ" จูเลีย


    แสงไฟดับลง จูเลียมองรอบๆห้องที่มืดมิด มีแสงเล็ดลอดจากด้านนอกผ่านช่องห่างม่าน อีก2 ชั่วโมงได้ที่แสงอาทิตย์จะกลับมาเธออาจได้กลับเวลานั้น ครอบครัวเธอคงวุ่นวายหาเธอกัน เรื่องที่กำลังเกิดขึ้นสรุปมันเป็นความฝันที่เหมือนจริงหรือมันคือเรื่องจริง มันเกินจริงกว่าที่จะเป็นไปได้ แต่ความรู้สึกที่ได้พบกับแม่นั้นมันช่างแสนดี เธอเป็นคนถ่ายภาพนั้นหรอกเหรอ

    ต่อให้โตแค่ไหนแต่ภายในใจเธอก็ยังเป็นเด็กน้อยร้องหาแม่เสมอ จูเลียหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า เธอหลับทันทีที่หลับตา...

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in