Their Songs, My MoodsFleur.
แปลเพลง Burn - AJ Mitchell
  • "สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราอาจเลวร้ายที่สุดเลยก็ได้"

    "i think what's best for us could mean the worse"

    Burn - เผาทิ้งให้หมด

    ติดตามเพจของเราได้ที่ >> Musiary <<

    *อนึ่ง นี่เป็นเพียงมุมมองของผู้เขียน หากมีผิดพลาดประการใด ผู้เขียนต้องขออภัย 
    และผู้อ่านสามารถทักท้วง รวมถึงติชมได้ตามสะดวก*

     

    i’ll say the words, i just

    hate that i’m saying them first

    what we had worked i just

    can’t watch it get any worse

     

    ผมจะพูดเอง ผมแค่

    เกลียดที่ต้องเป็นคนพูดมันก่อน

    สิ่งที่เราทำมา ผมทน

    ดูมันแย่ไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว

     

    we got red wine stains on the countertop

    but we keep our pain all bottled up

    how’d we get so cold? damn, look at us

    we’re frozen up, so i’m

     

    เราปล่อยให้ตัวเองลุ่มหลงเมามาย

    แต่กลับเก็บซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้

    เราเย็นชาขนาดนี้ได้ยังไง ดูสิ

    เย็นเป็นน้ำแข็ง ผมเลย


    "we got red wine stains on the countertop / but we keep our pain all bottled up"
    "คราบไวน์แดงบนท็อปเคาน์เตอร์" เหมือนสิ่งที่บ่งบอกถึง "การใช้ชีวิตแบบหรูหรา" 
    ดื่มไวน์หกเลอะเทอะไม่เสียดายของ ซึ่งลึกๆ แล้ว AJ ก็ไม่ได้มีความสุขกับชีวิตแบบนี้
    เพราะต้องคอยเก็บซ่อนความเจ็บปวดและความทุกข์ไว้ และเราว่านี่เป็นสิ่งที่ดาราศิลปินหลายคนรู้สึก 

    "how’d we get so cold? damn, look at us / we’re frozen up..."
    พอมีชื่อเสียงก็กลายเป็นคนที่เย็นชากับสิ่งต่างๆ (เป็นผลมาจากการที่ต้องคอยเก็บความรู้สึกไว้ตลอด)
    ซึ่ง AJ ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ เขาเลยต้องเปลี่ยนตัวเอง

     

    i’m gonna let it burn

    even if it hurts

    nothing’s gonna change

    until we up in flames

    and someone’s gotta strike the match first

     

    ผมเลยต้องเผาด้วยไฟ

    แม้จะเจ็บจนน้ำตาไหล

    ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป

    จนกว่าเราจะมอดไหม้

    แต่ต้องมีใครสักคนจุดไฟขึ้นมาก่อน

     

    i’m gonna let it burn

    even if it hurts

    nothing’s gonna change

    until nothing remains

    it’s been too dark to see the light,

    to see the light we gotta watch it burn

     

    ผมเลยต้องเผาด้วยไฟ

    แม้จะเจ็บจนน้ำตาไหล

    ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป

    จนกว่าทุกอย่างมอดไหม้

    มันมืดเกินกว่าจะเห็นแสงไฟ

    เพื่อให้เห็นแสงไฟเราต้องปล่อยให้

     

    "it’s been too dark to see the light, / to see the light we gotta watch it burn" 
    AJ กำลังเจอปัญหา ทุกอย่างมืดมนเกินกว่าจะหาทางออกได้
    เขาเลยคิดว่าเพื่อที่จะให้เกิดแสงไฟในการมองหาทางออก เขาต้อง "จุดไฟเผา" มันซะ 
    พูดอีกอย่างก็คือการที่เขาจะเปลี่ยนตัวเองได้ เขาต้องละทิ้งอดีตที่แย่ๆ ไปให้หมดเสียก่อน 

    burn

    burn

    it's been too dark to see the light

    to see the light we gotta watch it burn

     

    มอดไหม้

    มอดไหม้

    มันมืดเกินกว่าจะเห็นแสงไฟ

    เพื่อให้เห็นแสงไฟเราต้องปล่อยให้มันมอดไหม้

     

    *tables turned, ripped the

    roses **right out of the dirt

    but for what it’s worth,

    i think what’s best for us could mean the worst

     

    เรื่องราวพลิกผัน

    ผมกลับได้ดีจากสิ่งที่ผมทำ

    แต่ขอให้รู้ไว้

    ว่าสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราอาจเลวร้ายที่สุดเลยก็ได้


    *tables turned = the situation has changed giving the advantage 
    to the party who had previously been at a disadvantage 
    คนไทยจะพูดกันว่า "เกมพลิก/กระดานพลิก" ซึ่งหมายถึงคนที่เคยเสียเปรียบตอนนี้กลับมาเอาชนะได้

    **right out of the dirt ทำให้เรานึกถึงสำนวน straight out of the dirt 
    ที่หมายถึงคนที่เกิดมาในที่ที่แลดูยากจน แต่ตอนนี้ได้ดีมีอันจะกิน 
    rip น่าจะหมายถึงการได้มา ส่วน roses ในที่นี้ก็น่าจะหมายถึงสิ่งที่มีค่า

    ท่อนนี้ฟังแล้วแอบงง แต่จากข้อมูลที่หาได้และสิ่งที่ AJ โพสต์ใน Instagram ของเขา
    ทำให้เราตีความท่อนนี้ออกมาว่า AJ กำลังเล่าเส้นทางชีวิตของเขา เขาเป็นเด็กที่โตมาในเมืองที่สภาพแวดล้อมไม่ค่อยดีเท่าไหร่
    ฐานะก็ไม่ได้ดี แต่เพราะคนรอบข้างและสิ่งที่เขาทำ (การเป็นนักร้อง) ทำให้เขาได้ดีมาจนถึงทุกวันนี้
    และเขาอยากให้ทุกคนรู้ว่าในบางครั้ง "สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา" ซึ่งในที่นี้น่าจะหมายถึง "ชื่อเสียงเงินทอง
    อาจทำให้เราเป็นทุกข์ได้หากเราหลงระเริงไปกับมัน

    we got red wine stains on the countertop

    but we keep our pain all bottled up

    how’d we get so cold? damn, look at us

    we’re frozen up, so i’m

     

    เราปล่อยให้ตัวเองลุ่มหลงเมามาย

    แต่กลับเก็บซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้

    เราเย็นชาขนาดนี้ได้ยังไง ดูสิ

    เย็นเป็นน้ำแข็ง ผมเลย

     

    i’m gonna let it burn

    even if it hurts

    nothing’s gonna change

    until we up in flames

    and someone’s gotta strike the match first

     

    ผมเลยต้องเผาด้วยไฟ

    แม้จะเจ็บจนน้ำตาไหล

    ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป

    จนกว่าเราจะมอดไหม้

    แต่ต้องมีใครสักคนจุดไฟขึ้นมาก่อน

     

    i’m gonna let it burn

    even if it hurts

    nothing’s gonna change

    until nothing remains

    it’s been too dark to see the light,

    to see the light we gotta watch it burn

     

    ผมเลยต้องเผาด้วยไฟ

    แม้จะเจ็บจนน้ำตาไหล

    ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป

    จนกว่าทุกอย่างมอดไหม้

    มันมืดเกินกว่าจะเห็นแสงไฟ

    เพื่อให้เห็นแสงไฟเราต้องปล่อยให้

     

    burn

    burn

    it's been too dark to see the light

    to see the light we gotta watch it burn

     

    มอดไหม้

    มอดไหม้

    มันมืดเกินกว่าจะเห็นแสงไฟ

    เพื่อให้เห็นแสงไฟเราต้องปล่อยให้มันมอดไหม้ 


    ❤️ 🧡 💛 💚 💙 💜 🖤 🤍 🤎

     

    Burn เป็นเพลงที่ AJ Mitchell แต่งขึ้นเพื่อเตือนใจตัวเองบอกตัวเองว่า เขาจะต้องเปลี่ยนตัวเอง” ซึ่งเขาได้อธิบายไว้ว่าคำว่า "Burn" ในเพลงนี้จริงๆ แล้วหมายถึง "การเติบโตและก้าวต่อไป" 🔥

     

    แต่มีหรือคนอย่างเฟลอร์จะฟังครั้งแรกแล้วออกมาเป็นแบบนั้น 😅 ด้วยความที่เปิดเพลงฟังก่อนจะมาอ่านโพสต์ใน Instagram ของ AJ คือคิดว่าเพลงเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของคนสองคนที่มาถึงทางตัน อยู่ด้วยกันต่อไปก็มีแต่จะทำร้ายกันเปล่าๆ ต่างคนต่างเย็นชาใส่กัน สุดท้ายก็ต้องมีใครสักคนพูดอะไรก่อนและทางออกที่ดีที่สุดก็คือยุติความสัมพันธ์ลงซะ แม้จะต้องเจ็บแค่ไหนก็ตาม (ดูสิ นางมโนแจ่มสุดๆ)


    ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการฟังเพลงและดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ ♥


    แล้วพบกันใหม่ใน Their Songs, My Moods เพลงหน้า
    Bise

    Lyrics from AJ Mitchell YouTube

    Header from AJ Mitchell YouTube
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in