Enticinglycloudburst
Day 06 : a visible thing
  • วันนี้ไม่มีฝนสักหยด แต่การสอบกลางภาคการศึกษาก็ยังไม่สิ้นสุด เรื่องน่าเบื่อหน่ายกินแรงและหลอกการรับรู้ด้านเวลาเช่นนี้เอง เหมือนขับรถหมุนรอบวงเวียน ติดกับดักการตัดสินใจที่ไม่รู้ว่าควรเลือกเส้นทางไหน เป็นต้นว่า จะไม่นอนคืนนี้ หรือจะไม่นอนคืนพรุ่งนี้

    หากไม่มีคะแนนเป็นเดิมพันผมคงเลือกที่การไม่ตัดสินใจ อดคิดไม่ได้ว่าทำไมชีวิตต้องผูกติดกับกรอบของสังคมที่สร้างโดยมนุษย์คนไหนก็ไม่ทราบกับชุดตัวอักษรกลุ่มหนึ่ง แต่ตีโพยตีพายไปก็เท่านั้น ต่อให้ทุรนทุรายแค่ไหนวันพรุ่งนี้ก็ต้องมาถึงอยู่ดี

    จะไม่นอนคืนนี้ จะไม่นอนคืนพรุ่งนี้ หรือว่า...

    ผมมองฟางมู่

    เขากำลังนอนแผ่บนเตียงของตัวเองด้วยสภาพเหมือนคนหมดแรง แผ่นกระดาษที่น่าจะเป็นบทละครถูกกองทิ้งไว้ปลายเท้า เขากำลังมีปัญหา ใครมาเห็นก็เดาได้ แต่ปัญหาอะไรล่ะ "วันนี้เจอมาหนักเหรอ" กว่าจะรู้ตัวว่าเหตุการณ์คล้าย ๆ อย่างนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนแต่กลับข้างกัน คำพูดก็หลุดจากปากไปแล้ว

    "มาก" ฟางมู่ไม่ลืมตา "ถ้านักแสดงไม่สามารถสวมหน้ากากของตัวละครได้ก็หมดประโยชน์" เขาชี้ไปที่ปลายเท้า "ฉันเข้าไม่ถึง"

    ผมเดินไปหยิบแผ่นกระดาษหลายสิบแผ่นที่ถูกเย็บมุมขึ้นมาเปิดดูหน้าแรก มันเขียนว่า ANDANTE

    "ฉันเคยอ่านเรื่องนี้" ผมพูดเมื่ออ่านมาถึงหน้าที่สาม

    ฟางมู่หัวเราะแห้งแล้ง "คุณเป็นเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ เหรอ"

    "ในเรื่องนี้ฉันอยากเป็นชาร์ลี วีสลีย์ มากกว่า"

    "เหตุผล"

    "เขารู้จักตัวเอง" ผมบอก "เขารักมังกร"

    "คุณไม่รู้จักตัวเองเหรอ"

    "บางครั้ง" ผมวางบทละครบนเตียง ข้างตัวเขา แล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะ "บางครั้งฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำสิ่งที่กำลังทำอยู่ไปทำไม แต่เราไม่จำเป็นต้องให้เหตุผลกับทุกเรื่องหรอกมั้ง ใช้ความเอาแต่ใจบ้างก็ได้"

    "แปลกมากที่ได้ยินคำพูดนี้จากปากคนที่ศึกษาด้านการเลือกอย่างมีเหตุผล" ฟางมู่กระทบกระเทียบ ผมนิ่วหน้า เทพบุตรแสงตะวันถูกเมฆฝนบดบังไปหมดแล้วหรืออย่างไร

    "ถ้าคุณเข้าไม่ถึงตัวละครก็น่าจะลองฟังเพลงของบีโธเฟน รู้หรือเปล่าว่าเขาก็เป็นเหมือนกับที่พ่อของตัวเอกเป็น"

    ฟางมู่เงียบไปครู่หนึ่ง "นักดนตรี?"

    ผมถอนหายใจ "โรคหูดับ"

    "ลืมนึกไปเลย" เขากล่าว ไม่ทิ้งร่องรอยความแปลกใจไว้ให้สอดคล้องกับความหมายเลยสักนิด "เคยได้ยินมาเหมือนกันว่าช่วงหลังบีโธเฟนหูหนวก"

    "ลองเริ่มที่ซิมโฟนีหมายเลข 8 เหมือนที่ตัวเอกเล่นก็ได้ หรือซิมโฟนีหมายเลข 9 ถ้าคุณสนใจ บีโธเฟนแต่งเพลงนี้ตอนที่เขาไม่ได้ยินอะไรแล้ว เพลงของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์และออกจะรุนแรง ตรงข้ามกับโมสาร์ต น่าจะเป็นเพราะวัยเด็กเขาถูกบีบบังคับให้เล่นดนตรี" ผมแนะนำ "ที่จริงฉันไม่รู้หรอกว่าเรื่องนี้ต้องการสื่อถึงอะไรกันแน่ บางทีความหมายอาจซ่อนอยู่ในเพลงที่ตัวเอกเล่นนะ"

    "ANDANTE คือศัพท์เฉพาะของดนตรีคลาสสิค หมายถึงจังหวะช้าปานกลาง...โศกนาฏกรรมที่มองผ่านสายตาของตัวเอกคงอยู่ในเทมโปนี้ละมั้ง" รอยยิ้มเยาะฝังอยู่ในเสียงพูด "คุณรู้เรื่องดนตรีเยอะทีเดียว"

    "แค่เคยดู Immortal Beloved เท่านั้นเอง"

    "ถือว่ารู้เยอะกว่าคนทั่วไปแล้ว อย่างน้อยก็มากกว่าฉัน" ผมได้ยินเสียงกระดาษถูกสัมผัส "และยังอุตส่าห์มีน้ำใจช่วยในเวลาที่ตัวเองกำลังแย่อีก"

    "ฉันอ่านเกินครึ่งแล้ว"

    "ตอนนี้ห้าทุ่มแล้ว คุณเหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่การสอบจะเริ่ม"

    "แล้วคุณล่ะเหลือเวลาให้ทำความเข้าใจผมอีกกี่ชั่วโมง"

    "มากกว่าคุณ" ฟางมู่โต้ทันควัน "แล้วรู้ได้ยังไงว่าเป็นผมที่ฉันต้องแสดง"

    ผมหันหลังกลับไปมองเขา "ไม่ใช่เหรอ"

    "ไม่ใช่" เขาลืมตา ไม่มีความรู้สึกใดสื่อออกมาเป็นพิเศษ "ฉันต้องรับบทเป็นคนพ่อ"

    ผมสบตาเขาค้าง นึกสงสัยว่าความรู้สึกของเราปะติดปะต่อกันอย่างขาด ๆ เกิน ๆ เหมือนกับตัวละครใน ANDANTE ตั้งแต่เมื่อไร มันเพิ่งเริ่มต้น หรือเป็นไปตั้งแต่แรกพบ

    เขาเก็บซ่อนเก่ง หรือผมละเลยสิ่งรอบตัวมากเกินไป

    "Trilemma" ผมเอ่ย ฟางมู่เลิกคิ้ว "สถานการณ์ที่เกิดทางเลือกที่ยากลำบากถึงสามความเป็นไปได้ ใช้อธิบายเกี่ยวกับนโยบายด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง — อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ การเคลื่อนไหวอย่างเสรีของทุน และนโยบายการเงินอย่างอิสระ คุณต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง ไม่สามารถมีทั้งสามสิ่ง"

    "ฉันไม่ได้ช่วยคุณ" ผมบอกกับเขา "ณ เวลานี้ฉันยังไม่ได้เลือกอะไรเลย"

    "แต่คุณมีทางเลือกถึงสามเลยเหรอ"

    "ใช่ อ่านหนังสือต่อ นอนหลับ หรือช่วยคุณวิเคราะห์บทละคร" อีกนัยหนึ่งสมควรเรียกเป็นก่อกวนเพราะความรู้เชิงศิลปะของผมจำกัด "จริง ๆ แล้วต้องมีสี่ทางเลือก แต่ฉันคิดว่าทางเลือกสุดท้ายเป็นทางเลือกที่แย่เกินไปจนไม่น่าเอามารวมด้วย"

    "มันคืออะไรล่ะ"

    "คือการไม่ทำอะไรเลย" ผมพูด "มันไม่ใช่ทางเลือก มันคือการเดินออกทางประตูหนีไฟทั้งที่ไม่มีสัญญาณเตือน"

    "แต่สุดท้ายการออกทางนั้นก็ทำให้ได้ออกจากอาคารเหมือนกันนะ"

    "ในบางกรณี" ผมพยักหน้า

    "แล้วในกรณีไหนบ้างล่ะที่ไม่เหมือน" ฟางมู่ถาม

    ผมนิ่งคิด ตาตกลงไปจ้องบทละคร "กรณีแบบผมละมั้ง"

    ฟางมู่ลุกขึ้นนั่ง จากนั้นจึงเดินมาที่โต๊ะทำงานของเขาแล้วเปิดโน้ตบุ๊ค "ลองฟังบีโธเฟนสักหน่อยก็ไม่เสียหาย"

    ผมรู้สึกวูบวาบในช่องท้อง เวลาที่คำแนะนำได้รับการยอมรับนั้นน่าตื้นตันใจ ผมไม่รู้จะพูดตอบอะไรจึงยิ้มส่ง

    เขาเท้าคางจ้องจอสีฟ้า "แล้ว...ใน Trilemma ทั้งสาม ฉันเป็นนโยบายด้านไหนสำหรับคุณล่ะ"

    "การเมือง" ผมตอบทันควัน ทั้งสับสนและยุ่งเหยิง อะไรที่เกี่ยวกับการบริหารคนต้องขอจัดไว้ในประเภทการเมืองเท่านั้น

    ทันใดนั้นเสียงเปียโนจังหวะไม่เร็วไม่ช้าก็ดังลอดออกมาจากลำโพงตั้งโต๊ะของฟางมู่ 

    ซึบซาบไปในอากาศและผนังห้อง เพียงโน้ตไม่กี่ตัว ผมมองเห็นท้องฟ้าสีเทาอีกครั้ง มีฝนตก ไม่หนัก ไม่เบา แค่ฝนคลออารมณ์ อาจทำให้รู้สึกสบาย หรืออาจเป็นความเศร้าระทมก็ได้ทั้งนั้น บางจังหวะเร็วขึ้นคล้ายมีสายลมพัดผ่าน แต่สุดท้ายกลับสู่เทมโปเดิม เป็นท่วงทำนองที่ไม่มีวันหลุดพ้น

    ไม่ใช่เพลงของบีโธเฟน

    "เขาแค่หูดับจริงเหรอ" ฟางมู่เอ่ย

    "ไม่รู้เหมือนกัน" ผมมองเลยเขาไปที่ระเบียง ที่ที่ผมเห็นอีกหนึ่งโฉมหน้าของเขาครั้งแรก 

    เพื่อที่จะแสดงเป็นคนพ่อ ผมคิดว่าเขาควรจะถอดหน้ากาก ไม่ใช่สวมทับอีกชั้น





    1. ANDANTE เป็นเรื่องสั้นตอนหนึ่งจากเรื่อง Pieces of You ซึ่งเขียนโดยทาโบล
    2. Immortal Beloved คือหนังชีวประวัติของบีโธเฟน
    3. เพลงที่ฟางมู่เปิดฟัง Hana-Bi
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in