daily life in this summerwinnterr
25th April
  • วันนี้ฝนตก และเขาดีใจที่มันเป็นแบบนั้น
    หลังจากที่ภาวนามันไว้ในใจอยู่หลายวัน
    หวังเพียงแค่ฝนที่กำลังตกลงมาจะสร้างความเย็น ความสบายใจให้แก่เขาได้บ้าง 



    หรือไม่ก็ให้มันดับความรู้สึกบางอย่างในตัวไปสักที



    25 เมษา
    วันนี้เมื่อปีก่อน เขาขอใครบางคนเป็นแฟนครั้งแรก
    ใครบางคนที่ยังอยู่บนปักหมุด และ favorite 
    ใครบางคนที่ยังอยู่บนจอล็อคสกรีน
    บางคนที่เคยอยู่ตรงนี้มาก่อน


    มันคือครั้งแรกในชีวิต 
    เป็นความกล้าของเด็กอายุ 17 คนนึง
    ในตอนนั้นที่ไม่ได้รับอะไรกลับมาเลย



    ไม่หรอก บางทีอาจจะได้รับ



    เป็นรอยยิ้มของคน ๆ นั้น
    และอาจเป็นความลำบากใจของอีกฝ่าย 
    ที่ตอนนั้นเขาไม่ได้นึกถึงมันเลย



    ผมย้ำเตือนกับตัวเอง ว่าจะอยู่ข้าง ๆ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะต้องการหรือไม่ เขาก็ยังจะอยู่ตรงนี้ ในฐานะอะไรก็ได้เสมอ และเพราะแบบนีิในวันนั้น ช่วงเวลานั้น 
    ผมเลยปล่อยความผิดหวังให้หายไปได้อย่างง่ายดาย



    แต่ไม่ใช่ มันไม่ได้อีกแล้ว 
    ตั้งแต่กลางเดือนมกราที่ผ่านมา



    'จริง ๆ กูก็ว่าจะเก็บไว้ก่อนเพราะหน้ามึงดูเหนื่อย
    แล้ววันนี้ก็มีสอบอีกกูเลยว่าจะไม่บอกมึง'​
    'จนมึงมาพูดว่าอย่าเก็บไว้คนเดียว กูเลยรู้ว่าเออเรื่องนี้แม่งเป็นเรืี่องที่มึงต้องรู้อ่ะ'

    ปลายสายว่ามาแบบนั้น บอกกับเขาที่กำลังกินข้าวอยู่และพึ่งบอกกับครอบครัวไป ว่าขอตัวไปคุยโทรศัพท์ก่อน และตอนนี้เขาอยู่ที่ประจำ ระเบียงเก่า ๆ ของตัวเอง

    '​'กูเข้าใจ แล้วมึงมีอะไร''​

    เพื่อนของเขาเงียบไปครู่หนึ่ง คล้ายกับกำลังกลั่นกรองสิ่งที่กำลังจะเล่าให้ฟัง หรือไม่ก็คงชั่งใจว่าควรจะพูดออกมาจริง ๆ หรือป่าว 


    แต่สุดท้ายแล้วมันก็ต้องรู้เองอยู่ดี


    'มึงคือ.. เขามีใหม่แล้วนะ'​


    รู้แล้ว เเต่เขาไม่ได้ตอบออกไป


    'เมื่อวานกูไปทะเลกับพวกเพื่อนเก่ากูมึงรู้ใช่ไหม?
    นั่นแหละ ก็เลยพูดเรื่องมึงกับเขากัน ก็เลยรู้เขามีใหม่ไปแล้ว'​


    ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะพูดอะไรกลับไป


    'เขาแลกกันใส่นะ กำไลข้อมือ'​

    ''​กูเห็นแล้ว แต่มันตั้งแต่เมื่อไหร่''​


    เคยมีความรู้สึกเหมือนคำพูดที่ว่าโลกถล่มไหมครับ


    '...'

    '' บอกกูได้ไหม ว่ามันเริ่มตั้งแต่ตอนไหน'' เขายิ้มหยันกับตัวเอง ดูเหมือนจะไม่มีอะไรมาเยียวยาความรู้สึกตอนนี้ได้อีกแล้ว 
    ''มันไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ มึงรู้ไหม''


    ความรู้สึกเหมือนทุกสิ่งที่พยายามประคองและสร้างมาอย่างดีมาโดยตลอดค่อย ๆ พังทลายลงไป


    'เขาบอก.. ว่ามึงไม่พยายาม ไม่พยายามที่จะอยู่ด้วยกันเลย ไม่แสดงออกเลยว่าอยากอยู่ด้วยกัน เป็นอะไรมึงก็ไม่พูด เขาปรับเข้าหามึงจนเหนื่อยแล้ว'


    เชื่องช้า อ้อยอิ่ง แต่สร้างบาดแผลร้ายแรงให้กับเขา


    ''​เขาพูดแบบนั้นใช่ไหม?'​'


    เขาเรียกมันว่าอาการ ใจสลาย




    : ผมแค่อยากทำอะไรในสิ่งที่อยากทำ
    : เเค่เหมือนบางครั้งไม่ได้เป็นตัวเอง
                                                                   ทำให้ฝืนมั้ย
    : ก็นิดนึงมั้งครับ
                                                           งั้นไม่ต้องฝืนแล้ว




    ที่บอกไปแบบนั้น เขาไม่ได้คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะไป
    แต่มันก็ไม่มีอีกแล้ว 


    ถ้าการที่อีกฝ่ายลบไฮไลท์ 
    คือสัญญาณที่บอกว่ากำลังเหนื่อย 
    การที่เขาไม่ได้พูดอะไรเลยหลังจากจบวันนั้น 
    ก็แปลได้ว่ากำลังยอมแพ้แล้วเหมือนกัน


    'เพื่อนบอกมาแบบนี้ ก็คงใช่มั้งมึง'​

    ''​...''

    'มึงพูดกับกูไหม มึงพูดกับกูได้นะทุกอย่างเลย'​

    ''​มึงจำได้ไหมที่กูบอกว่าเขาลบไฮไลท์'​'

    'จำได้'​

    ''​หลายคนอาจจะมองว่าแค่เรื่องแค่นี้เอง ทำไมตอนนั้นมึงถึงไม่รั้งเขาไว้สักหน่อย แต่มึงรู้ไหม''​

    '...' 

    '' ว่าเขาไม่เคยเก็บเลย เขาลบมันง่าย ๆ เหมือนทุกครั้ง ตั้งแต่ตอนลบกูออกจากทวิตครั้งนั้น จนตอนนี้ก็ลบอีก กูไม่รู้จริง ๆ ว่าควรทำอะไร ตอนที่เขาพูดถึงใครสักคนว่าน่ารักทั้งที่มันยังไม่ถึงเดือนเลย''​

    ''​ไม่ถึงเดือนเลย ที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน''


    มีคนเคยบอกเอาไว้ ว่าทุกครั้งที่เราทำใครสักคนหล่นหายไป เราจะได้ตัวเองกลับคืนมา 

    เราจะเป็นตัวเองเหมือนเก่า


    ''​กูไม่รู้จะต้องพยายามกว่านี้ยังไงแล้ว''

    ''​เพราะที่ผ่านมากูเต็มที่แล้วจริง ๆ แล้วกูก็ห่วยแตกมาก ๆ  ถ้าเขาบอกว่ากูไม่พยายามเลยแบบนี้ 
    ตอนนี้กูก็คงเหนื่อยมั้ง'​'


    เป็นคนห่วย ๆ ที่ตั้งใจรักอย่างดีมาตลอด และจะยินดีกับทุกความรัก ความสัมพันธ์​ของเขาเสมอ


    '​มึงโอเคไหม'

    ''​...' 

    'กูขอโทษนะ แต่อยากให้มึงรู้จริง ๆ กูแค่อยากให้มึงออกมาสักที จากที่ตรงนั้น เพราะมันไม่สำคัญแล้ว'

    '​ถ้าสำคัญเขาจะไม่ทิ้งมึงไว้คนเดียวเลย'

    '​'กูเข้าใจ มันไม่เป็นไร''​

    'แล้วกำไลข้อมือมึง..' 

    หลายอย่างที่ทำให้ไป แต่บางคนดันอยู่ไม่ถึงเสียก่อน

    '' ไม่ๆ ..ไม่เป็นไรแล้ว''

    และเขาคงจะต้องเก็บบางอย่างนี้ไว้ต่อไป 
    หรือไม่ก็คงตลอดไป

    '​มึงไหวนะ รู้สึกผิดเลยว่ะ'

    ทุก ๆ ความรู้สึก ความทรงจำทั้งหมดที่เกี่ยวกับเธอ เก็บไว้กับเขา

    ''​ไหว มันไม่เป็นไรเลย 
    ไว้ค่อยคุยกันมึงกูไปกินข้าวแล้ว''​  


    แค่เขาคนเดียว




    ยินดี
    ต้องยินดี
    ต้องยิ้มรับไว้



    แต่ทำไมถึงร้องไห้กัน เขาตอบตัวเองไม่ได้เลยสักที




    วันนั้นเป็นวันแรกที่เขารู้สึก 
    ว่ากรหมี่ไก่มันไม่อร่อยเลยสักนิด



    แสงหน้าจอโทรศัพท์สว่างขึ้นมาเพราะข้อความของหลายคนตอบกลับสตอรี่ที่เขาพึ่งลงไปก่อนหน้า
    เขามองรูปจอล็อคสกรีนบนจออยู่แบบนั้น
    รับรู้ได้ว่ามันยังคงเป็นรูปเรา รูปที่เขาเป็นคนถ่าย 




    มันยังมีเรา




    สุดท้ายเขาก็เลือกถอยออกมา
    เพื่อให้ใครบางคนตั้งไฮไลท์อีกคนได้อย่างสบายใจ
    แต่จริง ๆ คงเพราะในนั้นมันไม่มีรูปเราอีกแล้ว



    และเขาจำได้ว่า
    วันนั้นเขาร้องไห้หนักขนาดไหน
    เพียงแค่ต้องการจะลบบางคนออกไปจากไอจี


    'มึงเก่งแล้วนะ ทำดีแล้ว'​


    ต้นเดือนต่อมา เธอลงรูปอวยพรวันเกิดใครคนหนึ่ง
    เขาตระหนักได้ในวินาทีนั้นเอง 
    ว่าการเป็นคนจงรักภักดีมันทรมาน



    และบางทีที่ผ่านมามันอาจจะไม่มีอะไรจริงเลย
    เพราะเขาไม่เคยไปอยู่ตรงนั้น ที่ตรงนั้น
    ที่ ๆ คนที่พึ่งเข้ามา แต่กลับได้ทุกอย่างไป 



    ทั้งหมดนั่นเป็นเรื่องเมื่อ 2 หรือไม่ก็​ 3 เดือนก่อน
    ผ่านมาพักหนึ่งแต่ยังคงติดอยู่ในใจมาตลอด 
    เพราะเขายังชอบกลับไปดูรูปเก่า ๆ
    ในแอคของใครบางคนที่เคยมีเราอยู่



    เราทั้งคู่



    มันคงดูเป็นเรื่องราวของคนที่จมปลัก เขาไม่ปฎิเสธหรอก จะครั้งนี้หรือครั้งไหน ก็ไม่เคยเดินออกมาจากชีวิตใครก่อนได้เลยสักครั้ง แต่ถ้าใครที่รู้ข้อนี้ของอีกฝ่ายดีก็อย่าทะนงตนเลยนะครับ


    ในทุกๆ ความรู้สึกของเธอไม่มีเขาอยู่เลยเป็นความจริง แต่หลายครั้งที่ตกอยู่ในห้วงของความเศร้า 
    เขาไม่มีเธอเลย เป็นความจริงอีกเช่นกัน
    ไม่อยากแสดงออกอะไรว่ายังรักคนคนเดิมอยู่


    ไปอยู่กับคนอื่นมาแล้ว ..จะให้ชอบเท่าเดิมได้ไง
    เขาพูดออกมาแบบนั้น ทุกความรู้สึกที่มีต่อเธอ
    มันจะไม่เพิ่มขึ้นอีกแล้ว 


    แต่มันไม่เคยลดลงเลย มั่นคงอยู่แบบนั้น เพื่อนของเขาบอกมาแบบนี้ คงดูโง่เง่าที่เป็นคนใจเดียว ปฏิเสธ​ไม่ได้ว่าใคร ๆ ก็อยากเริ่มใหม่กันทั้งนั้น ติดที่ว่ามันไม่ใช่ใครก็ได้ แล้วก็ยังติดกับคำพูดพวกนั้นที่อีกฝ่ายบอกมา


    แต่ก็ภาวนาให้เธอยังไม่ลบเขาออกจากแอคนั้น 
    อย่างน้อยๆ view video มันก็เพิ่มทุกวันนะครับ 
    เผื่อเขาจะเห็นใจ แต่คงทำได้แค่ภาวนา


    และหวังว่าอยู่กับเขาจะเป็นตัวเอง ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ เพราะครั้งแรกที่เห็นเธอบอกว่าพิมพ์ไปห้าแต่เขาตอบมาแค่หนึ่งมันไม่ได้ต่างอะไรกับตอนที่ผมไปพิมพ์ไปหกแต่คุณตอบมาสองเลย



    แต่เขาทำได้ดีว่าอยู่แล้ว 
    ระหว่างเราไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว



    ปล่อยให้ตัวเองใช้ชีวิตผ่านเวลาที่ล่วงเลยมามากมายมาถึงเดือนเมษาจนใกล้จะหมดเดือนอีกครั้ง 
    นั่นเป็นสัญญาณว่าฤดูร้อนใกล้สิ้นสุดลงแล้ว




    และเขาก็ควรพักเรื่องพวกนี้ไว้เสียที 
    หวังว่าจะผ่านฤดูฝนไปได้โดยไม่ตายไปเสียก่อน



    เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เขารอคอยมามากพอกับฤดูหนาว




    สุดท้ายนี้ก็ ไม่มีเขามาครึ่งปีแล้วครับ




    ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้
    ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in